ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : ฟอร์ด - รีวิว Ford Everest สัมผัสประสบการณ์ขับเหนือระดับ

รีวิว Ford Everest
สัมผัสประสบการณ์ขับเหนือระดับ

วันที่ : 4 ส.ค. 58
เข้าดูทั้งหมด: 48,175 คน
 
สัมผัสประสบการณ์ขับเหนือระดับกับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่  
ฟอร์ด ประเทศไทย เชิญสื่อมวลชนร่วมประสบการณ์ขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ เป็นครั้งแรก ณ จังหวัดเชียงราย กับความหลากหลายของทุกสภาพพื้นผิว เพื่อทดสอบสมรรถนะรอบด้านโดยเฉพาะการขับแบบออฟโรด โดยการทดสอบครั้งนี้ทีมงานเช็คราคา.คอม ได้เข้าร่วมพร้อมกับขับรุ่นท็อป 3.2L Titanium+ 4x4 AT

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ จัดเป็นเอสยูวี 7 ที่นั่ง เปี่ยมด้วยสมรรถนะและเทคโนโลยีล้ำสมัยออกแบบโฉบเฉี่ยว  หรูหรา ทันสมัยในทุกราย โดยผสมผสานความแกร่งแบบออฟโรดกับความคล่องตัว ใช้งานได้สะดวกทุกวัน
เส้นทางการทดสอบ
 
เส้นทางการทดสอบสมรรถนะคิดเป็นระยะทางไป-กลับกว่า 90 กิโลเมตร โดยขบวนฟอร์ดเอเวอเรสต์ ใหม่ เคลื่อนตัวจากโรงแรมที่พัก มุ่งสู่พื้นที่ชนบทตำบลดอยฮาง และแวะพักกลางวันที่คะเนรี่ เนเชอรัล รีสอร์ท จากนั้นออกเดินทางขึ้นเนินเขามุ่งสู่หมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า เพื่อทดสอบการขับแบบออฟโรดเต็มรูปแบบ จากนั้นจึงเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พักสิ้นสุดทริป 

เส้นทางสู่หมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า
 
ทีมงานผู้บริหารฟอร์ด เอเชีย แปซิฟิก ร่วมทริปไปด้วยเพื่อเก็บข้อมูลสำหรับช่วงถาม-ตอบ
 
 เส้นทางไม่ยาวมากแต่เข้มข้นทุกสภาพผิว
รูปลักษณ์ภายนอก
 
ภายนอกออกแบบโฉบเฉี่ยว ดูบึกบึนแข็งแกร่ง ฟอร์ดบอกว่าใช้การผสมผสานหลักอากาศพลศาสตร์เข้ากับการออกแบบให้ดูทันสมัย ด้านหน้าดูดุดันด้วยทรงฝากระโปรงที่ดูหนาแข็งแกร่ง และคงเอกลักษณ์ด้วยกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ส่วนรุ่นท็อปเป็น HID ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติพร้อมที่ฉีดทำความสะอาด ไฟท้ายพร้อมแอลอีดีกินมาถึงประตูท้ายทำให้ดูพรีเมียมมากขึ้น ประตูท้ายรถเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า สะดวกสบาย แต่มีให้เฉพาะรุ่นท็อป ส่วนล้ออัลลอยมี 2 ขนาด 18 กับ 20 นิ้วในรุ่นท๊อป
 
ฟอร์ด เอสเวอเรสต์ ใหม่ มีให้เลือก 5 สี (Cool White, Black Mica Metallic, Aluminum Metallic, Sparking Gold Metallic และ Sunset Metallic)
 
ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ HID พร้อมมี DRL ภายในโคม เพื่อความปลอดภัยในเวลากลางวัน
 
ไฟท้ายแอลอีดี ออกแบบเป็นแนวเส้นให้อารมณ์เอสยูวีระดับพรีเมียม
รูปลักษณ์ภายใน

ภายในห้องโดยสารของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ปรับให้หรูหรา ดูพรีเมียม โดยเฉพาะรุ่น 3.2 ลิตร ที่มีแผงคอนโซลเงางาม และใช้วัสดุสัมผัสนุ่มหลายจุด และเด่นด้วยฟังก์ชันการใช้งานอเนกประสงค์ เช่น ประตูท้ายรถเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า ภายในมีช่องเก็บของกว่า 30 ช่องแยกตามจุดต่างๆ ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า 12 โวลต์ ทั้งด้านหน้า-หลัง พร้อมปลั๊กไฟเอซี 230 โวลต์ หลังคาพาโนรามิค มูนรูฟ ส่วนเบาะนั่งแถวสอง-สาม เมื่อพับราบ สามารถบรรทุกสัมภาระได้กว่า 2,010 ลิตร และรับน้ำหนักได้ราว 750 กิโลกรัม
  
ภายในเน้นโทนสีครีม สำหรับรุ่น 3.2 ลิตร อนาคตอาจมีเพิ่มสีเข้มให้เลือก
 
เบาะแถวสองนั่งวางขาสบาย ปรับเอนได้มากพอนั่งหลับยาวแบบสบายๆ

เบาะแถว 3 ปรับไฟฟ้าได้ และนั่งหย่อนขาได้สบายๆ 

หลังคาพาโนรามิค มูนรูฟ อุปกรณ์บ่งบอกถึงความเป็นพรีเมียมเอสยูวี ให้ความโปร่งแก่ห้องโดยสาร
SPECIFICATION - FAST FACTS
 รุ่น 2.2L Titanium 3.2L Titanium | Titanium+ 
 แบบเครื่องยนต์   ดีเซล 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน
อินเตอร์คูลเลอร์
ดีเซล 5 สูบแถวเรียง 20 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน
อินเตอร์คูลเลอร์ 
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 2,198  3,198
ระบบเกียร์  อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์
แบบธรรมดา
 อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์
แบบธรรมดา 
กำลังสูงสุด (PS)  160 ที่ 3,200 รอบ/นาที   200 ที่ 3,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด (Nm)  385 ที่ 1,600 - 2,500 รอบ/นาที      470 ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที
ระบบขับเคลื่อน  ขับเคลื่อน 2 ล้อ  ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบอัตโนมัติ
พร้อมระบบTerrain Management
เฟืองท้าย  แบบมาตรฐาน แบบ Locking Rear Differential 
ขนาดล้อ-ยาง  265/60 R18   265/60 R18 | 265/50 R20 
สมรรถนะรอบด้าน 

การขับช่วงแรกสตาร์ทจากโรงแรมที่พักในตำบลรอบเวียง มุ่งหน้าสู่ตำบลดอยฮางระหว่างทางมีฝนตกโปรยปรายตลอด โดยขับเป็นขบวนคาราวานเรียงตามหมายเลขรถและห้ามแซงในขบวน จึงไม่สามารถทำความเร็วได้มากนัก หรือลองอัตราเร่งได้เต็มที่การขับในช่วงแรกเน้นทำความคุ้นเคยกับตัวรถ โดยพยายามเปิดรับความรู้สึกให้ได้มากที่สุด สัมผัสแรกที่ขึ้นนั่งก็คือ ห้องโดยสารกว้างขวาง ทันสมัย รายละเอียดของชิ้นงานต่างๆ ภายในห้องโดยสารออกแบบได้ประณีตลงตัว แต่เบรกมือแบบดึงข้างเบาะผู้ขับน่าปรับให้ดูทันสมัยเป็นแบบเท้าเหยียบแทนหรือปุ่มกดไฟฟ้า
  
ความเร็วที่ใช้ตลอดการเดินทางมักไม่เกิน 120 กม./ชม. เพราะต้องขับตามกันและมีรถมากตลอดเส้นทาง จนถึงแยกวัดร่องขุ่น ขบวนตัดเข้าทางหลวงหมายเลข 1208 เพื่อมุ่งหน้าสู่คะเนรี่ เนเชอรัล รีสอร์ท เส้นทางช่วงนี้เป็นทางหลวงชนบท 2 เลนสวน ผู้ขับตัดสินใจหาจังหวะรถคันหน้า เพื่อลองอัตราเร่ง สบโอกาสในช่วงทางตรงยาวเปิดโล่ง จึงกดคันเร่งเต็มที่เพื่อให้เกียร์ลดและเพิ่มรอบการทำงาน พบว่าการตอบสนองพอใช้ได้ไม่ถึงกับดึงอย่างที่คาดหวัง แต่ก็ให้ความมั่นใจเพียงพอ ที่สำคัญคือ ตัวรถควบคุมง่ายแม้โยกออกและเข้าเพื่อแซง 
 

เมื่อถึง คะเนรี่ฯ คณะสื่อมวลชนเข้าร่วมฟังบรรยายเส้นทางออฟโรด และแบ่งกลุ่มใหม่ โดยใช้เฉพาะรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ 3.2 ลิตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ แล้วแบ่ง 3 คน/คัน เมื่อขบวนพร้อมก็มุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า โดยตลอดเส้นทางขึ้นเขามีความคดเคี้ยวทางบางช่วงไปได้เฉพาะคัน แต่ เอเวอเรสต์ ใหม่ ก็ผ่านไปได้แบบสบายๆ แม้ผู้ขับและผู้นั่งจะมีความวิตกกับเส้นทางบางช่วงก็ตาม ส่วนพระเอกที่คอยช่วยเหลือให้การขับผ่านอุปสรรคได้สบายก็คือ Terrain Management System ระบบอัจฉริยะที่ฟอร์ดบอกว่า เหมือนมีผู้เชี่ยวชาญการขับรถออฟโรดนั่งไปด้วย โดยระบบจะช่วยปรับการตอบสนองต่อ อัตราเร่งระบบส่งกำลัง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และระบบควบคุมการยึดเกาะ เพื่อให้รถมีสมรรถนะสูงสุดในทุกสภาพผิว โดยมี 4 รูปแบบ คือ บนพื้นผิวถนนทั่วไป, บนพื้นหิมะ/โคลน/หญ้า, บนพื้นทราย และบนพื้นหินขรุขระ สำหรับเส้นทางออฟโรดในทริปนี้ แม้มีระยะทางไม่ไกลมาก แต่ก็มีครบทุกสภาพพื้นผิว เช่น ลุยน้ำข้ามลำธาร วิ่งบนหินกรวดลอย ขับขึ้น-ลงทางลาดชัน และลุยโคลนลึก แต่ทุกอุปสรรคก็ผ่านไปอย่างง่ายดายด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของตัวรถและระบบช่วยเหลือต่างๆ อันทันสมัย น่าเสียดายที่มีโอกาสใช้ระบบต่างๆ ไม่นานมาก แต่ก็เพียงพอต่อการรับรู้ถึงประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม  


 
 
 

เสร็จจากสถานีออฟโรดในหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า คณะสื่อมวลชนเดินทางกลับมายังคะเนรี่ฯ เพื่อฟังบรรยาย ระบบสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ 2 (SYNC 2) ซึ่งเป็นระบบเชื่อมต่อการสื่อสารภายในรถรุ่นล่าสุดจากฟอร์ด ผู้ขับสามารถใช้เสียงสั่งอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงระบบปรับอากาศ และอุปกรณ์ที่รองรับ พร้อมทั้งโทรออก และรับสายเข้าได้สะดวกผ่านคำสั่งเสียง โดยที่ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากท้องถนน หรือปล่อยมือจากพวงมาลัย สำหรับการพัฒนาใน ซิงค์ 2 คือ การรองรับสำเนียงภาษาอังกฤษได้ยืดหยุ่นกว่าเวอร์ชั่นเก่า แต่ผู้เขียนยังคิดว่าการสั่งงานผ่านพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันก็นับว่าให้ความสะดวกได้ดีอยู่แล้ว

จากนั้นจึงเดินทางกลับตัวเมืองจังหวัดเชียงราย โดยเปลี่ยนรถเป็นรุ่น 2.2L Titanium 4X2 AT เพื่อทดสอบสมรรถนะการขับแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ด้วยพลัง 160 แรงม้า บนถนนทางเรียบอีกครั้ง ซึ่งตัวรถให้ความคล่องตัวและตอบสนองได้กระฉับกระเฉงกว่า แต่ภายในห้องโดยสารก็ให้อารมณ์ต่างไปจากรุ่น 3.2 ลิตร พอสมควร โดยเฉพาะความหรูหรา เมื่อถึงโรงแรมที่พักอันเป็นจุดหมายปลายทาง ก็มีการสาธิตการขับบนทางเอียงโดยใช้รางเหล็กสมมุติเหตุการณ์ เอเวอเรสต์ ใหม่ คันเดโม่ที่มีทั้งแบบตัวถังปกติและผ่าครึ่งก็แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะช่วงล่างอันยอดเยี่ยมในการขับผ่านพื้นที่เอียงจนล้อลอย
อัตราสิ้นเปลือง
 
ด้านอัตราสิ้นเปลืองของการทดสอบขับทางไกลกว่า 90 กม. แบ่งเป็น 2 ค่า คือ 1. จากโรงแรมไปหมู่บ้านชาวเขาเผ่าอาข่า-คะเนรี่ รีสอร์ต ด้วยเอเวอเรสต์ 3.2L Titanium+ 4x4 AT ภายในรถมีทั้งหมด 2 คน รวมผู้ขับ ได้ตัวเลข 6.5 กม./ลิตร จากระยะทางรวม 50.4 กม. นับว่าสิ้นเปลืองค่อนข้างสูง แต่อาจเป็นเพราะเส้นทางที่บุกตะลุย ซึ่งล้วนใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์มาก โดยเฉพาะพื้นที่ออฟโรด 2. จากคะเนรี่รีสอร์ต-โรงแรม สลับเป็นเอเวอเรสต์รุ่น 2.2L Titanium 4X2 AT พบว่าอัตราสิ้นเปลืองแสดงไว้ 12.4 กม./ลิตร จากระยะทางรวม 40.9 กม. ก็นับว่ายังเปลืองไปนิด อาจเป็นเพราะน้ำหนักตัวรถที่ค่อนข้างมากด้วยส่วนหนึ่ง แม้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขก็ตาม

อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ภายในเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ตรงกลางคอนโซลเด่นด้วยจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว ให้ความชัดเจนในการมอง พร้อมถ่ายทอดการสั่งงานระบบต่างๆ ผ่านจอแต่น่าเสียดายที่ไม่มีระบบเนวิเกเตอร์ ด้านหลังมีแผงควบคุมแอร์ปรับแยกพร้อมช่องไฟและปลั๊กนับเป็นความสะดวกของมาตรฐานรถรุ่นใหม่ ด้านความบันเทิง ระบบเครื่องเสียงภายในรถสามารถรองรับการเล่นผ่านแผ่นซีดีโดยตรง, บลูทูธ และอุปกรณ์เก็บไฟล์ต่างๆ ผ่านช่อง USB พร้อมส่งผ่านลำโพงมากถึง 10 ตัว โดยมีซับวูฟเฟอร์ให้ด้วย
 
ความสะดวกสบายสำหรับผู้นั่งเบาะแถวสอง สามารถปรับแอร์ได้อิสระและหลายทิศทาง
ส่วนปลั๊กและช่องไฟก็มีให้พร้อม เพราะเข้าใจคนยุคนี้ที่มักยึดติดกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต
 
 ปุ่มกดเปิด-ปิดประตูท้ายแบบไฟฟ้า น่าเสียดายมีเฉพาะรุ่นท็อป
  
   ลำโพง 10 ตำแหน่ง ให้เสียงรอบทิศทาง พร้อมเซ็นเตอร์ตรงกลางคอนโซล เพิ่มอรรถรสในการฟัง  
ระบบความปลอดภัย
  
ด้านเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยต่างๆ มีมากมาย ส่วนที่น่าสนใจคือ ระบบตรวจจับรถในจุดบอด หรือ ระบบ Blind Spot Information (BLIS) พร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากช่องจอด (Cross Traffic Alert) จะคอยเตือนผู้ขับกรณีมีรถคันอื่นอยู่ในจุดบอด หรือเมื่อมีรถตัดผ่านในขณะถอยออกจากช่อง ส่วนระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist) เพื่อให้การนำรถเข้าจอดเทียบข้างเป็นเรื่องง่าย โดยผู้ขับควบคุมแค่เหยียบคันเร่ง เข้าเกียร์ และเบรก ไม่จำเป็นต้องจับพวงมาลัย ซึ่งในทริปนี้ผู้เขียนไม่มีโอกาสได้ลอง

ระบบป้องกันล้อล็อคและกระจายแรงเบรกมีให้ทุกรุ่น
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา
  
ฟอร์ดบอกว่า เอเวอเรสต์ ใหม่ เป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ระดับโลกอย่างต่อเนื่องภายใต้แผน One Ford  ฟอร์ด จึงมั่นใจว่า ด้วยการผสมผสานอันลงตัวทั้งความอเนกประสงค์ สมรรถนะการขับอันดีเยี่ยม ดีไซน์หรูหรา และโฉบเฉี่ยวพร้อมทั้งเทคโนโลยีอันชาญฉลาด จึงน่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจต่อผู้มองหาเอสยูวีเหนือระดับ
 
ด้วยราคา 3 รุ่นย่อย เริ่มตั้งแต่ 1,269,000 บาท กับรุ่น 2.2 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ เพียงรุ่นเดียว ก็นับเป็นการเริ่มต้นที่คุ้มค่ากับ เอสยูวี 7 ที่นั่ง เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะรอบด้าน และเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปและลุยได้ทุกที่สไตล์ครอบครัว (ออฟโรดบ้าง) ทั้งให้ความประหยัดมากกว่า ส่วนรุ่น 3.2 ลิตร ไทเทเนียม ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,459,000 บาท สำหรับผู้ที่อยากได้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ พร้อมความแรงจากเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร เพื่อบุกตะลุยแบบออฟโรดได้เต็มพลัง และรุ่นท็อป 3.2 ลิตร ไทเทเนี่ยม พลัส ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,599,000 บาท สำหรับผู้ที่อยากได้ความหรูหราและความโดดเด่นทั้งภายนอก (พาโนรามิค มูนรูฟ ไรงี้) และภายใน (ไฟในห้องโดยสารเปลี่ยนได้ 7 สี เอาที่สบายใจตามวันกันเลย) มากขึ้นผสานกับสมรรถนะออฟโรด ยอมจ่ายอีกแสนสี่ได้ไม่คาใจ 
เอเวอเรสต์ใหม่เป็นเอสยูวี 7 ที่นั่ง รุ่นล่าสุดที่ผลิตจำหน่ายในไทยและส่งออกสู่ประเทศออสเตรเลีย พร้อมมาตรฐานไอเสียสำหรับรถยนต์ใหม่ตามมาตรฐานยูโร 5  
แก้ไขล่าสุด : 4 ส.ค. 58
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด