ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ใหม่ : โตโยต้า - รีวิว Toyota Hilux Revo ภายในหรู ขับนุ่ม เทคโนโลยีเด่น

รีวิว Toyota Hilux Revo
ภายในหรู ขับนุ่ม เทคโนโลยีเด่น

วันที่ : 22 ก.ค. 58
เข้าดูทั้งหมด: 190,191 คน

เจาะลึก! TOYOTA HILUX REVO รถกระบะพันธุ์ใหม่ครบทั้งหรู ลุย แรง เร็ว คุ้มค่า 
รถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ใหม่ (Toyota Hilux Revo) สายพันธุ์แกร่งใหม่หมดทั้งคันด้วยโครงสร้างใหญ่ขึ้น ระยะแหนบล้อหลังยาวขึ้น เพิ่มความนิ่มนวลและเกาะถนนมากขึ้น ภายในสไตล์รถยนต์ซีดานหรู โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร 177 แรงม้า, ดีเซล 2.4 ลิตร 150 แรงม้า ใหม่ล่าสุด เทคโนโลยี (Down size) ลดขนาดความจุลงให้ประหยัดขึ้นและกำลังเพิ่มขึ้น และเบนซิน 2.7 ลิตร Dual VTT-i 166 แรงม้า มีรุ่น 4X4 ให้เลือกเพื่อตอบโจยท์ครบทุกด้านของการใช้ชีวิต รูปลักษณ์สวยหรูพร้อมลุยด้วยระบบควบคุมการทรงตัวทั้งทางเรียบและทางฝุ่น มาพร้อม 3 รุ่นตัวถังคือ ซิงเกิ้ลแค็บ เริ่มต้น 569,000 บาท, สมาร์ทแค็บ เริ่มต้น 619,000 บาท และดับเบิ้ลแค็บ เริ่มต้น 725,000 บาท  


เส้นทางการทดสอบ 

เจาะลึก! โตโยต้า รีโว่ การทดสอบครั้งนี้แม้จะเป็นแบบกลุ่มและมีสื่อมวลชนเข้ารวมกว่า 40 ชีวิต ทีมงานจากโตโยต้าร่วมร้อยกว่าชีวิตที่จัดงานอีเวนท์ใหญ่เพื่อทดสอบ โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ในทุกๆ รูปแบบการใช้งานครบเบ็ดเสร็จในครั้งเดียว ซึ่งทีมงานเช็คราคา.คอม / CarGuRuThailand ได้มีโอกาสร่วมสัมผัสประสบการณ์ทดสอบโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ด้วย พบกับการทดสอบเต็มรูปแบบ คือ สมรรถนะอัตราเร่ง+ช่วงล่างในสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล, สมรรถนะลุยแบบ Off-Raod และสมรรถนะบนถนนจริงเส้นทาง จ.บุรีรัมย์ - กรุงเทพฯ เพื่อให้ครบทุกฟังก์ชันการใช้งาน ทั้งความแกร่งทรหดที่เหนือระดับรถกระบะแบบเดิมๆ 
โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ท แค็บ นับเป็นพระเอกเด่นในงานนี้ เพราะเปิดตัวต่อจากรุ่นดับเบิ้ลแค็บไปไม่นาน และทางโตโยต้าเพิ่งเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมผัสสมรรถนะของโตโยต้า รีโว่ ครบทุกแบบตัวถัง

สำหรับการทดสอบระหว่างวันที่ 10 - 11 ก.ค. 58 นี้ มีรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่น 2.8 ลิตร หลากตัวถังหลายรุ่น เช่น ซิงเกิ้ล แค็บ 4X4, สมาร์ท แค็บ 4X4 และดับเบิ้ล แค็บ 4X4 จำนวนกว่า 20 คัน ที่จอดเรียงรายให้สื่อมวลชนได้สลับทดลองขับกันอย่างครบถ้วน ทั้งระบบเกียร์ธรรมดาหรืออัตโมัติมาให้ได้ลองกันอีกด้วย

การทดสอบในสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล 
การทดสอบนี้แบ่งเป็นหลายสเตชั่นคือ อัตราเร่ง, การสลาลอม, การเข้าโค้งที่ความระหว่าง 60 -100 กม./ชม. และการหักเปลี่ยนเลนที่ความเร็ว 60 กม./ชม. โดยเน้นที่รีโว่ รุ่น สมาร์ทแค็บ เกียร์ธรรมดาที่มีระบบ iMT โดยทดลองขับทั้งหมด 2 รอบ รอบแรกเป็นการขับโดยใช้โหมดเกียร์ปกติ รอบที่สองเปิดระบบเกียร์ iMT เพื่อให้รู้สึกถึงความแตกต่าง
(iMT ระบบชดเชยความเร็วรอบของเครื่องยนต์ขณะเปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธุ์กับความเร็วของรถ เพื่อการเปลี่ยนที่นุ่มนวลและตอบสนองอัตราเร่งได้ดียิ่งขึ้น)

การทดสอบแบบ Off-Road 
เป็นการจำลองสนามทั้งบ่อโคลน, หลุม, เนินเอียง, เนินขึ้นทางชัน เพื่อสัมผัสสมรรถนะของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบช่วงล่าง และกำลังของเครื่องยนต์ ด้วยรีโว่ทั้ง 3 รุ่นตัวถัง 

การทดสอบบนถนนจริง
การทดลองขับใช้งานจริงบนเส้นทาง จ.บุรีรัมย์ - กรุงเทพฯ (โรงแรมโนโวเทล ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ระยะทางรวม 407.7 กม. ด้วยรีโว่ ทั้ง 3 รุ่นตัวถัง     

ข้อมูลรีโว่อย่างละเอียด
การให้ความรู้ความเข้าใจในรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ อย่างละเอียดยิบจากทีมงานโตโยต้า ประเทศไทย เพื่อบรรยายถึงข้อมูลเทคนิคของผลิตภัณฑ์ให้ผู้สื่อข่าวอย่างถูกต้องและชัดเจน
รูปลักษณ์ภายนอก


โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ท แค็บ รูปทรงคล้ายกับรุ่นดับเบิ้ลแค็บ แตกต่างเพียงมี 2 ประตูและแค็บเปิดได้ มิติตัวถังกว้าง 1,855 มม. ยาว 5,330 มม. สูง 1,810 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 216 มม. ไฟหน้าเป็นโคมมัลติรีเฟล็กเตอร์พร้อมหลอดฮาโลเจน กระจังโครเมียม กันชนหน้าขนาดใหญ่ทำมุมเอียงเข้าหาตัวรถ เพื่อสะดวกในการขับผ่านทางลาดชันมากๆ โป่งซุ้มทั้ง 4 ล้อขนาดใหญ่ดูแข็งแกร่ง เสริมด้วยบันไดข้างเพิ่มความสะดวก กระจกข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED บั้นท้ายดูใหญ่และหนาขึ้น ไฟท้ายพร้อมไฟตัดหมอก ฝาปิดกระบะท้ายพร้อมไฟเบรก และกันชนโครเมียม ล้อแม็กขนาด 17 นิ้ว และยางแบบ All Terrain  
รูปลักษณ์ภายใน


ภายในดีไซน์สไตล์รถซีดานทิ้งความเป็นรถกระบะโดยสิ้นเชิง เพิ่มความหรูหราด้วยคอนโซลสีดำสลับสีเงิน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน มาตรวัดเรืองแสง พร้อมจอแสดงผล MID 4.2 นิ้ว คอนโซลกลางติดตั้งเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อได้ครบทั้ง USB/AUX/Bluetooth พร้อมลำโพง 6 ตัว รองรับระบบนำทาง T-Connect ระบบแอร์อัตโนมัติ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และประตูแค็บเปิดได้เพิ่มความสะดวกสบาย เบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้ 


ตรงฐานเกียร์มีปุ่ม iMT - ระบบชดเชยความเร็วรอบของเครื่องยนต์ขณะเปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็วของรถ และยังมีโหมดการขับขี่ ECO และ POWER ให้ใช้ตามความเหมาะสม สำหรับกุญแจเป็นแบบ Immobiliser พับได้ (Jack Knife Key) พร้อมระบบป้องกันโจรกรรม 
SPECIFICATION - FAST FACTS
 หัวข้อ 2.4  2.8  
 สเปคเครื่องยนต์ 2GD-FTV (High)  1GD-FTV (High)
ปริมาตรกระบอกสูบ (ซีซี) 2,393 2,755
ระบบเกียร์ ธรรมดา 6 สปีด พร้อม iMT หรือ
อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift
ธรรมดา 6 สปีด พร้อม iMT หรือ
อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift
กำลังสูงสุด (PS) 150 ที่ 3,400 รอบ/นาที 177 ที่ 3,400 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด (Nm) 400 ที่ 1,600 - 2,000 รอบ/นาที 420 ที่ 1,400 - 2,600 รอบ/นาที
น้ำหนักรถ (กก.)  1,940 2,070
ความจุถังน้ำมัน
เชื้อเพลิง (ลิตร)
80 80
เชื้อเพลิง
ดีเซล  ดีเซล  
มิติตัวถัง (มม.)  กว้าง 1,855 ยาว 5,330 สูง 1,810
ระยะฐานล้อ 3,085  
กว้าง 1,855 ยาว 5,330 สูง 1,810 
ระยะฐานล้อ 3,085 
ระยะต่ำสุดจากพื้น   216   216
ความกว้างช่วงล้อ หน้า/หลัง (มม.)    1,535  1,550
Station 1 : เจาะลึก "รีโว่" อย่างละเอียด
 
การทดสอบทั้งหมด 3 สถานี + 1 รูปแบบการขับขี่บนถนนจริง โดยทีมงานเช็คราคา.คอม / CarGuRuThailand เริ่มในส่วนการบรรยายข้อมูลด้านเทคนิคของเจ้ารีโว่เป็นอันดับแรก 

ระยะหูแหนบยาวขึ้น
โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ นับเป็นการปรับโฉมใหม่ทั้งคัน เริ่มตั้งแต่แชสซีส์ที่ใช้ความหนาของเหล็กหรือโครงสร้างมากขึ้น แม้จะมิติตัวรถดูใกล้เคียงรุ่นก่อนหน้า แต่โตโยต้าย้ำว่า ใหญ่และหนากว่าแน่นอน! 
ระบบช่วงล่างอันทันสมัยจาก โตโยต้า พราโด ที่ถูกพิสูจน์แล้วว่าดีจริง! 
ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบดับเบิ้ลวิชโบน ชุดปรับเปลี่ยนระบบเกียร์ 4X4 ที่ใช้เทคโนโลยีจากโตโยต้า พราโด้ นับว่าผ่านการทดลองและใช้งานจริงมาแล้ว และถูกปรับใหม่ให้เหมาะสมกับรีโว่โดยเฉพาะ รวมถึงเฟืองท้ายแบบ Diff-Lock ทำงานด้วยไฟฟ้าแม่นยำมากขึ้น และประหยัดด้วยการใช้น้ำมันเฟืองท้ายแบบปกติ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันเฟืองท้ายเฉพาะสำหรับลิมิเต็ดสลิบ               

จุดยึดแหนบถ่างออกอย่างเห็นได้ชัด!
ส่วนแหนบด้านหลังออกแบบหูแหนบใหม่ให้มีระยะยาวขึ้น เพิ่มความนุ่มนวลและใช้แผ่นเหล็กแหนบที่ออกแบบเฉพาะรุ่น เพื่อรองรับสมรรถนะได้เต็มที่ และได้เพิ่มระยะห่างฐานล้อหลังตรงส่วนแหนบให้กว้างขึ้น เพื่อให้เกาะถนนดีขึ้นอีก
 
iMT ชดเชยรอบเครื่องให้สัมพันธ์กับความเร็วรถ
สำหรับระบบเกียร์ธรรมดา iMT ที่มีความโดดเด่นในเรื่องการเร่งรอบเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับความเร็วรอบของชุดขับเคลื่อน เพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ตกลงมาจนเกิดการกระชาก ส่งผลให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้น ยืดอายุการใช้งานของระบบส่งกำลังได้มากขึ้น และเครื่องยนต์มีการตอบสนองที่ดีในทุกย่านความเร็ว แม้ขณะลดความเร็วเข้าและเร่งออกจากโค้ง เช่น ขณะความเร็ว 120 กม./ชม. รอบเครื่องยนต์ที่เกียร์ 6 ประมาณ 1,700 รอบ/นาที เมื่อเราลดความเร็วลงมาเหลือประมาณ 80 กม./ชม. พร้อมเปลี่ยนลงมาที่เกียร์ 5 รอบ ระบบเซ็นเซอร์ที่วัดความเร็วรอบชุดส่งกำลังจะส่งสัญญาณไปสั่งกล่อง ECU เครื่องยนต์และสั่งระบบคันเร่งไฟฟ้าให้เพิ่มรอบเครื่องยนต์ไปในจุดที่เหมาะสมคือ 2,200 รอบ/นาที (โดยประมาณนะครับ) เพื่อไม่ให้เกิดการสะดุดหรือกระชากเมื่อปล่อยคลัตช์ 

ชุดปรับเปลี่ยนระบบเกียร์เป็น 4X4 จากโตโยต้า พราโด้ พร้อมด้ามเกียร์สั้นกระชับ
แต่ถ้าไม่ใช้ระบบ iMT รอบเครื่องจะตกลงมาระดับรอบเดินเบา (ประมาณ 800 รอบ/นาที) และเมื่อปล่อยคลัตช์จะเกิดอาการหน่วงจากการเบรกของเครื่องยนต์ (Engine Brake) ทำให้เกิดอาการกระตุก และเสียจังหวะในการเร่งเครื่องใหม่อีกครั้ง เป็นต้น 


ชุดเฟืองเพลาหน้าและท้ายขนาดใหญ่ 
เครื่องยนต์ออกแบบใหม่ทุกรายละเอียด
เครื่องยนต์รุ่นใหม่ นอกจากจะให้กำลังสูงที่รอบต่ำเพื่อให้ความประหยัดและลดมลพิษแล้ว ในส่วนประกอบต่างๆ ก็คำนึงในทุกรายละเอียด เช่น หัวฉีดคอมมอนแรลแบบความต้านทานต่ำ 9 รู ฉีดได้เร็วกว่า 10 ครั้งต่อจุดระเบิด 1 ครั้ง พร้อมปั๊มแรงดันสูงถึง 220 เมกะปาสคาล (MPa) ระบบวาล์วแบบ Roller Rocker Arm เพื่อลดความฝืดปรับตั้งแบบอัตโนมัติ และใช้โซ่ขับเพลาราวลิ้นทนทานไม่ต้องบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน 

เทอร์โบเยื้ยงไปด้านหน้าเพื่อลดความร้อนสะสม

ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าควบคุมครีบรีดอากาศก่อนเข้าโข่งหลังเทอร์โบ
ระบบเทอร์โบแปรผันติดตั้งเยี้องมาด้านหน้ามากขึ้นเพื่อลดความร้อนสะสมจากไอเสียและใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวควบคุม "ครีบรีดอากาศ" ตอบสนองทันทีที่เร่งเครื่องยนต์ ส่วนชุดแคททาไลติกคอนเวอเตอร์ต่อจากท่อไอเสียที่ออกจากโข่งหลังเทอร์โบ

ใช้สายพานเส้นเดียวขับได้ครบ/สังเกตให้ดีระบบคันเร่งไฟฟ้าจะมีลิ้นผีเสื้อด้วย
ชุดไดชาร์จขนาดเล็กลง แต่ผลิตไฟได้มากขึ้น พร้อมชุดมูเล่หมุนฟรีได้แบบ "โซ่จักรยาน" เพื่อลดกำลังชุดเครื่องยนต์ ส่วนคอมเพรสเซอร์แอร์ใช้ขนาดเล็กลง แต่เพิ่มจำนวนลูกสูบมากขึ้น เป็นการลดภาระเครื่องยนต์ แต่คงประสิทธิภาพความเย็นฉ่ำได้เหมือนเดิม ที่สำคัญใช้สายพานเพียงเส้นเดียว! ทำให้ค่าบำรุงรักษาต่ำลงอีกเยอะครับ  
ทางฝ่ายเทคนิคจากโตโยต้าย้ำว่าค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้ ประหยัดกว่า มีอายุการใช้งานนานกว่า มีชิ้นส่วนให้ต้องเปลี่ยนน้อยกว่า และสิ่งที่ฟังแล้วสบายใจที่สุดก็คือ เมื่อหัวฉีดดีเซลตัน ก็สามารถเปลี่ยนทีละตัวได้ด้วย ประหยัดมั้ยล่ะครับ

รอยบากเป็นบั้งๆ ก็เพื่อการงอตัวของเหล็กและซับแรงกระแทกสู่ห้องโดยสาร
โครงสร้างนอกจากแข็งแรงแล้วยังออกแบบให้ลดแรงปะทะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ด้วยการทำร่องตรงส่วนของเหล็กด้านหน้าให้สามารถยุบและงอตัวได้ เพื่อดูดซับแรงกระแทก และป้องกันการบาดเจ็บของผู้โดยสาร รวมถึงเครื่องยนต์ถูกออกแบบให้ยุบตัวลงใต้ท้องเมื่อเกิดการชนรุนอย่างแรงอีกด้วย และสามารถเปลี่ยนเหล็กส่วนนี้จากทางโตโยต้าที่เป็นอะไหล่แท้ๆ ได้อีกด้วย ไม่ต้องดัดหรือดึงใหม่ จึงให้ความปลอดภัยเทียบเท่ารถที่เพิ่งออกจากโรงงาน 
จะเห็นว่าโตโยต้า รีโว่ ใหม่ทั้งคัน ตั้งแต่การออกแบบทั้งภายในและภายนอกรถ ไปจนถึงเครื่องยนต์และช่วงล่าง สิ่งสุดท้ายที่เหมือนกับรุ่นเดิมอยู่นั้นคือ ที่เก็บยางอะไหล่! 
Station 2 : รีโว่ วาดลีลาร้อนแรงในสนามระดับโลก

การทดสอบในสนามที่เน้นอัตราเร่ง ความเกาะถนน และระบบเกียร์ธรรมดาที่มี iMT มาช่วย เริ่มจากการขับในสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล โดยมีผู้ฝึกสอนนั่งประกบข้างคนขับเพื่อให้คำแนะนำการขับอย่างถูกต้องและปลอดภัย ในรอบแรกจะเป็นการขับในโหมดธรรมดา ในลักษณะต่างๆ ตามจุดที่กำลังให้ดังนี้

รอบที่ 1 ใช้โหมดการขับธรรมดาและไม่เปิดระบบ iMT 
  • การสลาลอมที่ความเร็ว 60 กม./ชม. :
    จะทดสอบเฉพาะรอบแรกเท่านั้น เพื่อดูการทรงตัวของเจ้ารีโว่ ซึ่งสามารถขับผ่านไปได้อย่างไม่ต้องเกร็งมือนัก และตัวรถไม่เอียงจนตัวผู้ขับไหลไปมา
  • เข้าโค้งขวายูเทิร์นโดยกำหนดความเร็วที่ 60 กม./ชม. และเร่งอย่างรวดเร็วสู่โค้งซ้ายบางๆ ที่ 100 กม./ชม. และลดความเร็วลงเหลือ 60 กม./ชม. : 
    อัตราเร่งยังตอบสนองได้ดีแต่อาจมีรอรอบเล็กน้อย เมื่อลดตำแหน่งเกียร์สูง-ต่ำและปล่อยคลัตช์จะมีอาการกระชากหรือหน่วงๆ เล็กน้อย เพราะรอบเครื่องยนต์ตกลงมาต่ำกว่าความเร็วชุดเกียร์ 
  • โค้งซ้ายที่ความเร็ว 80 กม./ชม. หลังจากนั้นเร่งเครื่องเต็มที่ 100 กม./ชม. :
    สังเกตอัตราเร่งตอนออกตัวจากโค้งในระยะทางสั้นๆ นับว่าเร่งได้ดีแต่ต้องรอรอบบ้าง 
  • ลดความเร็วเหลือ 80 กม./ชม. และต่อด้วยโค้งขวาที่ความเร็ว 60 กม./ชม. หลังจากเพิ่มความเร็วที่ 100 กม./ชม. :
    ทดสอบระบบเบรกกับการเร่งเครื่องอย่างรวดเร็วและต้องเบรกอีกครั้งเพื่อลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง ซึ่งเบรกทำงานได้นุ่มนวลไม่แข็งและใช้น้ำหนักไม่มากก็ชะลอความเร็วได้แบบเนียนๆ โดยที่รถไม่เสียหลักหรือต้องแต่งอาการใดๆ เลย 
  • จุดทดสอบการเปลี่ยนเลนให้ลดความเร็วที่ 60 กม./ชม. และเบรกเพื่อเข้าโค้งขวาที่ 40 กม./ชม. : 
    การเปลี่ยนช่องทางอย่างรวดเร็วรีโว่สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดายและมีอาการโคลงของตัวรถน้อยมาก ที่สำคัญเร่งเครื่องยนต์เพิ่มได้โดยที่ตัวรถไม่มีอาการส่ายไป-มาให้เห็น เป็นอันจบ 1 รอบสนาม 

มุมประทับใจกับรีโว่และป้าย "Long Live The King"
รอบที่ 2 ใช้โหมดการขับ Power และเปิดระบบ iMT (คล้ายกับเทคนิค "Heel-toe" !!!) 
ผู้ฝึกสอนจะกดปุ่มเปิดใช้ระบบ iMT ให้ได้ขับอีกรอบสนาม พร้อมสังเกตการเร่งเครื่องยนต์ขณะเปลี่ยนเกียร์ เพื่อดูว่าอัตราเร่งเมื่อออกจากโค้งและความนุ่มนวลของการเปลี่ยนจังหวะเกียร์มีมากน้อยเพียงใด ซึ่งจากการทดสอบนั้น สังเกตได้ชัดเจนว่า เมื่อลดความเร็วและลดตำแหน่งเกียร์ลง อย่างเช่นขณะความเร็ว 80 กม./ชม.ที่เกียร์ 3 รอบเครื่องประมาณ 4,000 - 5,000 รอบ/นาที เมื่อเบรก-เหยียบคลัตช์-เข้าเกียร์จังหวะนี้เองที่เครื่องยนต์จะถูกเร่งรอบขึ้นมาให้เพื่อรองรับกับความเร็วของเกียร์ 2 ที่เราเตรียมเข้าอยู่ และเมื่อปล่อยคลัตช์แทบไม่อาการกระตุกเลยพร้อมเร่งเครื่องได้ต่อเนื่อง ทำให้อัตราเร่งดีขึ้นมาก ตอบสนองทันใจไม่ต้องรอรอบอีกด้วย ซึ่งระบบ iMT นี้สามารถจับความรู้สึกได้ทุกครั้งที่เปลี่ยนเกียร์ ลักษณ์แบบนี้คล้ายๆ กับการใช้เทคนิคของนักแข่งรถ "Heel-toe" นั้นเอง หรือการเร่งเครื่องยนต์ขณะเปลี่ยนเกียร์ด้วยส้นเท้า เพื่อให้กำลังเครื่องยนต์ที่รอบสูงๆ เอาไว้พร้อมที่จะเร่งออกตัวในโค้ง 
อย่างไรก็ตามในการเปลี่ยนจังหวะเกียร์สูงขึ้นเรื่อยๆ นั้น อาจรับรู้อาการนี้ไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากการเร่งเครื่องจนความเร็วสูงขึ้นไปนั้น ความเร็วรอบของชุดเกียร์สูงอยู่แล้ว เมื่อเราเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้น รอบเครื่องย่อมต่ำลงตามอัตราทด ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเร่งรอบสูงมากนักความเร็วของทั้งเครื่องยนต์และชุดเกียร์ก็แมตช์กันพอดี 

สรุป สำหรับการทรงตัวในโค้งต่างๆ นับว่าสามารถควบคุมและทรงตัวได้ระดับดีมาก การเกาะถนนพร้อมความนุ่มนวลของช่วงล่างที่โตโยต้า คิดค้นปรับปรุงและทดสอบในสภาพถนนในประเทศไทยจริง จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงสมรรถนะด้านการเกาะถนนที่ดีขึ้นกว่าวีโก้รุ่นก่อนหน้าหลายขุม..
Station 3 : รีโว่ลุยสไตล์ Off-Road ผ่านฉลุย แม้มือใหม่!
การทดสอบแบบลุยโคลน บ่อน้ำลึก และทางลาดเอียงในสนามจำลองที่จัดขึ้นเพื่อ "ลองของ" เจ้ารีโว่ใหม่ กันแบบดิบๆ ภายใต้คอนเซปต์ "มือใหม่ก็ลุยได้" ไม่ใช้สแตนด์อิน เพราะทางโตโยต้าเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ขับด้วยตัวเองคนละ 1 รอบ สนาม และเมื่อมีเวลาเหลือสามารถขอสลับรถรุ่นอื่นๆ ขับได้ด้วย ในครั้งนี้ทีมงานเช็คราคา.คอม "ขอเบิ้ล" โดยรอบแรกในรุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4X4 A/T และรอบที่สองในรุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4X4 M/T พร้อมผู้ฝึกสอนประกบข้างเช่นเดิมเพื่อแนะนำวิธีการขับที่ถูกต้องและความปลอดภัย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในสนามที่คอยโบกมือให้รถเข้าไลน์ที่ถูกต้อง การขับทดสอบจะใช้โหมด 4X4 ปรับเป็บแบบ H4 และใช้ L4 ในช่วงขึ้น-ลงเนินชันเกินกว่า 30 องศา (โดยประมาณ)

สภาพสนามแบ่งเป็นหลายรูปแบบคือ ทางผสมโคลน, บ่อน้ำลึก, ปีนเนินเอียงซ้าย-ขวา, ขึ้นทางชันทดสอบระบบช่วยออกตัวทานชัน/ระบบหน่วงเมื่อลงทางชัน, เนินสูงกว่า 30 องศา เพื่อทดสอบกำลังแบบไม่ต้องเร่งเครื่องยนต์ด้วยโหมด L4 เป็นอันจบรอบสนาม

รอบแรกโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ 4X4 เกียร์อัตโนมัติ รอบที่สอง โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ 4X4 รุ่นเกียร์ธรรมดา
เริ่มต้นด้วยด่านโหดคือ การลุยทางขี้เลนพร้อมมีหลุมลึกหลังจากโดนฝนตกหนัก! จากการขับโดยคำแนะนำของผู้ฝึกสอน รีโว่ ผ่านไปได้อย่างไม่มีปัญหา ทั้งที่ใช้การปล่อยไหลของรอบเครื่องยนต์ในตำแหน่งเกียร์ "D" และใช้เพียงการแตะคันเร่งเบาๆ เพื่อขึ้นจากหล่มโคลนเท่านั้น ต่อมาเป็นการขับลงหลุมลึกที่กลายสภาพเป็น "บ่อโคลน" เพื่อพิสูจน์มุมด้านหน้า-หลังของรีโว่ที่สามารถผ่านไปโดยไม่มีติดตัวกันชนหน้าหรือหลังเลยแม้แต่นิดเดียว และผู้ฝึกสอนยังให้เร่งเครื่องขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่สนว่าจะครูดกันชนอีกต่างหากครับ
ส่วนรุ่นเกียร์ธรรมดา การทดสอบใช้เพียงกำลังเครื่องยนต์ในรอบเดินเบาเป็นหลัก จะมีเร่งเครื่องบ้างในจังหวะที่ต้องไต่ขึ้นจากหลุมเท่านั้น นับว่าขับง่ายมมากๆ แม้แต่มือใหม่หัดลุยก็ไปได้สบายครับ 

หลังจากนั้นเป็นการขับขึ้นเนินเอียงข้างทั้งซ้าย-ขวา เพื่อพิสูจน์การทรงตัว ซึ่งรีโว่ก็ผ่านไปได้แบบชิวๆ ทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติและธรรมดาครับ  
มาถึงจุดทดสอบระบบ HAC ช่วยออกตัวทางลาดชัน ซึ่งเมื่อขับไปข้างหน้าและเบรกไว้ เมื่อปล่อยเบรกรถหยุดนิ่งภายใน 3 วินาที เพื่อให้คนขับละเท้าจากแป้นเบรกไปเหยียบคันเร่งอย่างง่ายดาย โดยที่รถก็ไม่ไหลถอยหลังเลยแม้แต่น้อย จุดนี้ทั้งเกียร์อัตโนมัติและธรรมดา ทำงานได้ใกล้เคียงกันครับ     

สุดท้ายเป็นการใช้โหมด L4 เพื่อไต่ทางชันระดับ 30 กว่าองศา โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง! แต่รีโว่เกียร์อัตโนมัตินั้นจะพิสูจน์เพียงการขับขึ้นไปจอดค้างไว้โดยไม่ต้องเหยียบเบรก เพื่อดูกำลังของเครื่องยนต์ที่สามารถประคองไม่ให้รถไหลถอยหลังได้ และหลังจากนั้นต้องเดินคันเร่งแผ่วๆ เพื่อให้ผ่านยอดเนินและจังหวะลงก็ให้ปล่อยไหล โดยใช้เอ็นจินเบรก ซึ่งจะค่อยๆ ไหลลงเนินอย่างช้าๆ โดยไม่ต้องเบรกเลย นับว่ามีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นหากต้องลงทางลาดชัน 
ส่วนในรุ่นเกียร์ธรมดาผู้ฝึกสอนจะให้ปล่อยไหลด้วยรอบเดินเบาหรือ Walking Speed จนรถไต่ขึ้นเนินไปเองโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งเช่นกัน แต่คราวนี้รีโว่ กลับไต่ระดับขึ้นสู่ยอดเนินอย่างง่ายๆ ไม่มีอาการกระตุกหรือขี้เกียจแม้แต่น้อย นับว่าแรงบิดมหาศาลระดับ 420 นิวตัน-เมตร ขึ้นสบายๆ ครับ      
Station 3 : สมรรถนะบนทางหลวง

ช่วงทดสอบนี้ทีมงานเช็คราคา.คอม/CarGuRuThailand ได้ขับโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ 4X4 เกียร์อัตโนมัติ เพื่อทดสอบใช้งานจริงบนถนนกันบ้าง สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ ความนุ่มของระบบช่วงล่างที่ปรับปรุงใหม่ได้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมมาก การเกาะถนนที่ดีแม้ความเร็วสูงๆ และเก็บอาการกระเด้งของส่วนท้ายได้ดีขึ้น แม้จะขับผ่านทางลูกรังหรือผิวถนนที่ไม่เรียบ การเก็บเสียงจากภายนอกยิ่งน่าประทับใจแม้ที่ความเร็ว 160 กม./ชม. เสียงจากเครื่องยนต์พอได้ยินเบาๆ ตามความเร็วรอบสูง การควบคุมพวงมาลัยที่ความเร็วมีความหนืดนิดๆ มั่นใจทุกโค้ง   

อัตราเร่งการ-ตอบสนองเครื่องยนต์และระบบเกียร์ นับว่าเร่งขึ้นแบบแนียนนุ่มกว่าเดิม บางคนอาจรู้สึกว่าไม่มีแรงดึงแบบดุดันเหมือนรุ่นก่อนหน้า แต่ถ้าดูความเร็วหรืออัตราเร่งจริงจะเห็นว่าจังหวะการเร่งจากหยุดนิ่งหรือการแซงนั้น ใช้เวลารวดเร็ว และทันใจมากขึ้น แม้จะคิกดาวน์อย่างรวดเร็ว เสียงเครื่องยนต์พอได้ยินเบาๆ พร้อมกับเข็มความเร็วไต่ระดับขึ้นอย่างน่ากลัวโดยที่ภายในห้องโดยสารคงความเงียบและนุ่มนวลจนไม่รู้ว่านั่งอยู่ในรถกระบะที่วิ่งด้วยความเร็ว 180 กม./ชม.ไปแล้ว   
อัตราสิ้นเปลือง

อัตราสิ้นเปลืองแบบไม่ปั่นแต่งและขับโหดๆ อยู่ที่ 11.4 กม./ล.
           ระยะทาง 407.7 กม.ใช้ไปครึ่งถัง
อัตราสิ้นเปลืองที่วัดได้ดีที่สุดบนหน้าปัดจากการขับทดสอบขากลับบนเส้นจากจ.บุรีรัมย์ ถึง กรุงเทพฯ อยู่ที่ 11.4 กม./ล. และใช้ระยะทางรวมทั้งหมด 407.7 กม. เหลือน้ำมันครึ่งถังเป๊ะ โดยตลอดเส้นทางได้ทดลองขับที่ความเร็วสูงบ่อยๆ ทดสอบอัตราเร่งแซงตลอด ดังนั้นรีโว่จึงกินน้ำมันน้อยอย่างน่าพอใจ 
ความสะดวกสบาย
 
โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ทแค็บใหม่ นอกจาประตูแค็บเปิดได้กว้างขวางแล้ว ยังออกแบบพื้นที่การใช้สอยได้อย่างลงตัวและคุ้มค่า ทั้งช่องวางสิ่งของต่างๆ ที่วางแก้วน้ำ เบาะนั่งคนขับที่ปรับขึ้นลงได้ แอร์อัตโนมัติใช้งานง่ายมาก ก็แค่ตั้ง AUTO เอาไว้และปล่อยให้ระบบจัดเอง ที่เท้าแขนพร้อมกล่องใส่ของ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ช่องเก็บของรักษาความเย็น และระบบความบันเทิงที่สะดวกสบายราวกับรุ่นคัมรี่ นี่ไม่ใช่แค่กระบะมีแค็บเอาไว้ขนของ! แต่มันเป็นรถครอบครัวระดับหรูหราได้สบายๆ ครับ
ส่วนในรุ่นดับเบิ้ลแค็บยิ่งหรูหราด้วยเบาะหนังแท้ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เพิ่มขึ้นอีกหน่อยจากรุ่นสมาร์ทแค็บ เช่น ระบบเปิด-ปิดกระจกอัตโนมัติทั้ง 4 บาน, เบาะคนขับปรับไฟฟ้า, ปุ่มสตาร์ต-ดับเครื่องยนต์ เป็นต้น     
ระบบความปลอดภัย
 
ในรุ่นสมาร์ทแค็บ 2.8G 4X4 มาพร้อมกุญแจ Immobiliser, Daytime Running Lights, ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง, เบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD, โครงสร้าง GOA, คานนิรภัย, กล้องมองหลัง และถุงลมคู่หน้าและกันหัวเข่าคนขับที่มีในทุกรุ่นย่อย! 
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา
รถโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ทั้งรุ่น ซิงเกิ้ลแค็บ, สมาร์ทแค็บ และดับเบิ้ลแค็บ นับเป็นการปฏิวัติวงการรถกระบะ กลายเป็นรถใช้งานของครอบครัว และวิ่งในเขตตัวเมืองกันมากขึ้น ด้วยคุณสมบัติที่คุ้มค่า ประหยัด ทนทาน แรงและบำรุงรักษาง่าย รีโว่จึงเป็นทางเลือกเพื่อครอบครัวรักความคุ้มค่า ทันสมัยและตอบรับทุกรูปแบบแห่งการเดินทางได้ในคันเดียว แต่น่าเสียดายที่เวลาไม่มากพอจะทดสอบเจ้าหัวเดี่ยว 4X4 จอมลุย ซึ่งเร็วๆ นี้อาจได้ลองรีวิวให้ดูกันครับ               
แก้ไขล่าสุด : 22 ก.ค. 58
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด