ค้นหา คอนโดใหม่ condo
รีวิวคอนโดใหม่ : รีวิว-เยี่ยมชม คอนโด ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ (Knightsbridge Phaholyothin Interchange)

รีวิว-เยี่ยมชม คอนโด ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ (Knightsbridge Phaholyothin Interchange)

วันที่ : 29 ส.ค. 62
เข้าดูทั้งหมด: 2,824 คน

รีวิว-เยี่ยมชม คอนโด "ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ (Knightsbridge Phaholyothin Interchange)"
ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ (Knightsbridge Phaholyothin Interchange) คอนโดหรูภายใต้คอนเซ็ปต์ "More Choices More Chances" บนถนนพหลโยธิน อยู่ใกล้จุดตัดรถไฟฟ้า 2 สาย เพียง 250 เมตร จาก BTS สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (สายสีเขียว) และสถานีวงเวียนหลักสี่ (สายสีชมพู) ตรงข้าม Tesco Lotus หลักสี่ ที่มาพร้อมส่วนกลางขนาดใหญ่ หลากหลายแบบจัดเต็ม "30 DAYS 30 Facilities" ซึ่งโครงการนี้เราเคยพาไปชมกันมาแล้วเมื่อตอนที่เพิ่งเปิดตัว ปัจจุบันสร้างเสร็จแล้ว ดังนั้นรอบนี้เราจะพาไปอัปเดตบรรยากาศของห้องจริงบนตึกจริง พร้อมไปชมสิ่งอำนวยความสะดวกจริงๆ ไปดูกันสิว่าสร้างเสร็จแล้วจะมีความสวยงาม และน่าสนใจขนาดไหน ตามไปชมกันเลยค่ะ

ข้อมูลโครงการ
  • เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการ : บริษัท ออริจิ้น แกรนด์ จำกัด
  • ที่ตั้งโครงการ : ถนนพหลโยธิน (ตรงข้าม Tesco Lotus หลักสี่) แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ
  • อาคารชุดพักอาศัย : สูง 14 ชั้น จำนวน 2 อาคาร จำนวนห้องพักอาศัย 726 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต
  • ขนาดที่ดินทั้งโครงการ : 5-1-32 ไร่
  • ลิฟต์โดยสาร : แต่ละอาคารจะมีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว และ ลิฟต์บริการ 1 ตัว
  • ห้องชุด : มี 5 Type หลัก ได้แก่
    - 1 Bedroom Superior ขนาด 23.30 - 23.60 ตร.ม.
    - 1 Bedroom Deluxe ขนาด 28.40 - 31.70 ตร.ม.
    - 1 Bedroom Plus Suite ขนาด 33.30 - 38.80 ตร.ม.
    - 2 Bedrooms Suite ขนาด 48.60 - 51.20 ตร.ม.
  • ที่จอดรถ : ประมาณ 53% (รวมซ้อนคัน)
  • ราคาเริ่มต้น : 2.99 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 8 ส.ค. 62)
  • วันที่เข้าเยี่ยมชม - รีวิวคอนโด : 8 ส.ค. 62
ทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการ
ตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ติดถนนพหลโยธิน ก่อนถึงซอยพหลโยธิน 57 ในทําเล "New Interchange" จุดตัดรถไฟฟ้า 2 สาย สายสีเขียว และสายสีชมพู โดยตัวโครงการอยู่ก่อนถึงซอยพหลโยธิน 57 หรือสังเกตง่ายๆ คือจะอยู่เยื้องกับ Tesco Lotus หลักสี่ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ใกล้กับวงเวียนหลักสี่ ที่ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มในการขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

รูปแผนที่โครงการ 
ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
  • การเดินทางโดยรถยนต์
ในส่วนของการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถเดินทางเข้า-ออกโครงการได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนพหลโยธิน และถนนแจ้งวัฒนะ หรือจะเลือกใช้ทางพิเศษศรีรัช และทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ก็สะดวกเช่นกัน
เส้นทางที่ 1 ถนนพหลโยธิน : จากห้าแยกลาดพร้าวใช้ถนนเส้นพหลโยธินผ่านเซ็นทรัลลาดพร้าว และวัดพระศรีมหาธาตุบางเขน มุ่งหน้าวงเวียนหลักสี่ จากนั้นวิ่งอ้อมวงเวียนและตรงมาตามถนนพหลโยธินมาอีกประมาณ 250 เมตร จะเห็นที่ตั้งโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือ

เส้นทางที่ 2 ทางยกระดับอุตรภิมุข : จากทางยกระดับอุตรภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ลงทางออกถนนแจ้งวัฒนะ แล้วกลับรถใกล้ที่ทำการไปรษณีย์หลักสี่ จากนั้นมุ่งหน้าวงเวียนหลักสี่ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพหลโยธิน ขับตรงมาอีกประมาณ 250 เมตร จะเห็นที่ตั้งโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือเช่นกัน

  • การเดินทางโดยรถไฟฟ้า
การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าถือเป็นความสะดวกสบายอย่างหนึ่งของโครงการนี้ เพราะอยู่ใกล้จุดตัดของรถไฟฟ้า 2 สาย ทั้งรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ใกล้กับโครงการเพียงแค่ 250 เมตร ที่คาดว่าจะสร้างเสร็จและเปิดให้ใช้งานในปี 2563 นี้ และอีกสายคือ รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีหลักสี่ คาดว่าจะสร้างเสร็จปลายปี 2564 ซึ่งในอนาคตหากส่วนต่อขยายสายสีเขียวสร้างเสร็จ จะทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองและการเชื่อมต่อไปยังส่วนต่างๆ ของกรุงเทพฯ กลายเป็นเรื่องที่สะดวกสบาย ลดความยุ่งยากและข้อจำกัดของการเดินทางได้เป็นอย่างดี

ภาพจำลองสถานีอินเตอร์เชนจ์ ระหว่างสายสีเขียวสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ กับสายสีชมพู สถานีหลักสี่
สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

 ภาพแสดงตำแหน่งที่ตั้งโครงการ ห่างจากวงเวียนหลักสี่ประมาณ 250 เมตร
  • ทิศตะวันออก : เป็นฝั่งด้านหน้าโครงการติดถนนใหญ่ถนนพหลโยธิน ฝั่งตรงข้ามเป็น Tesco Lotus หลักสี่
  • ทิศเหนือ : ติดกับโชว์รูม Mitsubishi บ้านพักอาศัยสูง 1-2 ชั้น และโซนด้านหลังใกล้กับคอนโดสูง 8 ชั้น
  • ฝั่งทิศตะวันตก : ติดกับบ้านพักอาศัยสูง 1-2 ชั้น และที่ดินเปล่า
  • ทิศใต้ : ติดกับคอนโดสูง 15 ชั้น แต่ทางโครงการออกแบบผังอาคารเบี่ยงกับโครงการเพื่อนบ้านไม่บังวิวกันแบบตรงๆ
"หลักสี่-แจ้งวัฒนะ" ย่านที่ครบเครื่องและไม่ได้มีดีแค่รถไฟฟ้า Interchange แต่ทำเลนี้ยังเต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ๆ ร้านอาหาร และแหล่งแฮงค์เอาท์ในบรรยากาศชิคๆ มากมาย ให้ไปเลือกนั่งเล่นเปลี่ยนบรรยากาศได้ทั้งตอนกลางวัน ยาวไปจนถึงตอนกลางคืน ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากตัวโครงการมานัก อย่างเช่นที่นี่ "พิพิธภัณฑ์บ้านบางเขน" กับบรรยากาศย้อนยุคในปี 90 อยู่ห่างจากตัวโครงการประมาณ 2 กม. เท่านั้น

ที่บ้านบางเขนมีมุมสำหรับถ่ายรูปเยอะมาก

โซนด้านหน้ามีร้านบุฟเฟ่สุกี้ ราคา 299 บาท/คน กินกันให้พุงกาง

เดินเข้าไปในบ้านบางเขนมีโซนร้านอาหารตกแต่งได้เก๋มาก มีมุมให้เลือกนั่งหลากหลายมุม

มีเมนูเครื่องดื่ม และบิงซูเย็นๆ ให้เลือกทาน

นอกจากนี้ใครอยากทานอาหารแบบจัดหนักที่นี่เค้าก็มีเช่นกัน
และสิ่งที่ทําให้ทําเลนี้น่าสนใจมากขึ้นไปอีกคือ ความอุดมสมบูรณ์ของสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของทุกกลุ่มคน ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์การค้าขนาดใหญ่, ตลาด, โรงพยาบาล, สถานศึกษา, สำนักงานเขตบางเขน, ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ หรือหากจะเดินทางไปต่างประเทศก็สะดวกเพราะใกล้สนามบินดอนเมือง ดังนั้นทำเลจึงจัดเป็นทำเลที่น่าสนใจสำหรับซื้อเก็บเป็นบ้านหลังแรก หรือจะซื้อเป็นบ้านหลังที่สองก็ดีเช่นกัน เหมาะกับกลุ่มคุณหมอ, นักบิน, เจ้าของธรุกิจ รวมไปถึงพนักงานเอกชนที่ทำงานอยู่ในย่านนี้ เรียกว่ามีรายได้ 30,000 - 50,000 บาท/เดือน ก็สามารถเป็นเจ้าของห้องของโครงการนี้ได้แล้ว

Tesco Lotus หลักสี่ อยู่ตรงข้ามโครงการ ห่างประมาณ 100 เมตร

Central รามอินทรา ห่างจากโครงการประมาณ 1.2 กม.

บิ๊กซี สะพานใหม่ ห่างจากโครงการประมาณ 1.7 กม.

ตลาดยิ่งเจริญ ห่างจากโครงการประมาณ 2.4 กม.

มีทั้งโซนที่เป็นตลาดสด ผัก ผลไม้

โซนที่ขายอาหารสำเร็จรูป อาหารตามสั่ง คาเฟ่เล็กๆ และร้านอาหารญี่ปุ่น

ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ห่างจากโครงการประมาณ 4.5 กม.
(ขอบคุณภาพ : www.governmentcomplex.com)

เซ็นทรัล ลาดพร้าว ห่างจากโครงการประมาณ 8 กม.

สนามบินดอนเมือง ห่างจากโครงการประมาณ 8.1 กม.
รูปแบบตึก และตัวโครงการโดยรวม
ตัวอาคารเป็นคอนโดมิเนียม High-rise สูง 15 ชั้น อยู่บนพื้นที่ 5-1-32 ไร่ ประกอบด้วย 2 Tower คือ Tower A รูปทรงตัว I และ Tower B รูปทรงตัว C มีห้องพักอาศัยรวมทั้งหมด 726 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต ออกแบบภายในสไตล์ Luxury Modern วัสดุที่นำมาใช้ในโครงการเป็นโทนสี Pink Gold  และหินอ่อนให้ความรู้สึกหรูหรา

ห้องพักอาศัยเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 4 โดยตั้งแต่ชั้น 8 เป็นต้นไปเกือบทุกทิศจะค่อนข้างได้วิวแบบเปิดโล่ง รูปแบบห้องพักอาศัยมีให้เลือกตั้งแต่แบบ 1 Bedroom - Duplex สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางจัดไว้ที่ชั้น Ground, ชั้น 4, ชั้น 5 และชั้น Rooftop มีลิฟต์ 3 ตัว และลิฟต์บริการ 1 ตัว อัตราส่วนการใช้ลิฟต์เฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 121 ยูนิตต่อลิฟต์ 1 ตัว ถือว่าเป็นตัวเลขที่พอใช้ได้ไม่หนาแน่นจนเกินไป
การเดินรถภายในโครงการบางช่วงจะเป็นแบบเดินรถทางเดียว แต่บางช่วงก็สามารถวิ่งสวนเลนกันได้ โดยจากประตูทางเข้าโครงการขับตรงเข้ามาสามารถวนมาจอดที่จุด Drop off ด้านหน้าล็อบบี้ของ Tower A และขับวนออกอ้อมด้านหลัง Tower A เพื่อไปยังพื้นที่บริเวณด้านหลัง หรือจะขับผ่านจุด Drop off เข้ามาก็จะเจอไม้กระดกกั้นอยู่ ให้ขับตามลูกศรเพื่ออ้อมไปยังทางเข้าที่จอดรถบริเวณใต้อาคาร B ส่วนพื้นที่จอดรถสามารถจอดได้ที่ Tower A บริเวณชั้น Ground และ Tower B ที่ชั้นใต้ดิน ชั้น Ground และชั้น 1-3 ทั้งโครงการสามารถจอดรถได้ 53% (รวมจอดซ้อนคัน) ระบบจอดรถหมุนเวียนไม่ฟิกซ์ที่จอด


Floor Plan ชั้น Ground : ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่จอดรถ
Floor Plan ชั้น 1-2 เป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมด


Floor Plan ชั้น 3 : Tower A จะมีห้องพักอาศัย ส่วน Tower B จะเป็นพื้นที่จอดรถ


Floor Plan ชั้น 4 : มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและห้องพักอาศัย
โดยออกแบบมาแยกส่วนพื้นที่พักอาศัยกับพื้นที่ส่วนกลางออกจากกันเป็นสัดส่วน 

Floor Plan ชั้น 5 : เป็นชั้นที่มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนและห้องพักอาศัย

Floor Plan ชั้น 6-13 : เป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด

Floor Plan ชั้น 14 : เป็นห้องพักอาศัยทั้งหมดซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยเป็นแบบ 2 ห้องนอน

Floor Plan ชั้น Rooftop : เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมจุดชมวิว และมีสะพานเชื่อมระหว่าง Tower A กับ Tower B 
ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวก

สิ่งอำนวยความสะดวกของโครงการนี้จัดว่าครบเครื่องกว่าใครในย่านนี้ ออกแบบได้หรูหราน่าใช้งาน และมีขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 3,700 ตร.ม. ที่มีให้เลือกมากถึง 30 รายการ ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่ทางออริจิ้นเคยให้มา พูดได้ว่ามีพื้นที่ส่วนกลางสวยที่สุดในย่านนี้ จัดพื้นที่ส่วนกลางกระจายไว้ที่ชั้น Ground, ชั้น 4, ชั้น 5 และชั้น Rooftop ซึ่งข้อดีของการจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกกระจายตามชั้นแบบนี้คือ ช่วยลดความหนาแน่นเวลาที่ลูกบ้านมาใช้บริการพร้อมกัน และลูกบ้านยังได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกด้วย หากลูกบ้าน Tower A จะมาใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางที่ Tower B ต้องลงลิฟต์ที่ชั้น 4 จะมีทางเชื่อมเพื่อเดินข้ามมายัง Tower B ได้ โดยแต่ละชั้นประกอบด้วย
ชั้น G
  1. Grand Lobby (Tower A)
  2. Business room
  3. Co-working space 
  4. Private Lobby (Tower B) 
  5. ร้านค้า 3 ยูนิต
  6. Rolling Hill garden ออกแบบเป็นสวนเล่นระดับ
  7. Pocket Garden
  8. Playground อยู่ด้านหลัง Tower A มีสไลเดอร์ และปูพื้นช่วยลดแรงกระแทก

ทางเข้า Grand Lobby ของอาคาร A

Grand Lobby แบบ Double Volume เพดานสูง 7 เมตร ตกแต่งในสไตล์ Modern Luxury
ตกแต่งด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน ตกแต่งผนังด้วยโทนสี Pink Gold

ประตูบานใหญ่สี Pink Gold ทางขวา เป็นประตูบานเลื่อนสำหรับเปิดเข้าห้อง Business room ไม่บอกไม่รู้เลยนะเนี่ย

ภายในมีโต๊ะประชุมยาว 2 ชุด รองรับได้ประมาณ 24 ที่นั่ง มีกระดานไวท์บอร์ดให้ 2 อัน
นอกจากนี้ติดๆ กันยังมีห้องประชุมเล็ก รองรับได้ประมาณ 7-8 ที่นั่ง

เชื่อมต่อกับ Grand Lobby จะเป็น Co-working space จะมีประตูบานเลื่อนสามารถกั้นเป็นสัดส่วนได้

ต้องบอกว่า Co-working space ที่นี่ใหญ่มาก

มีมุมนั่งเล่นเยอะมาก และได้ความเป็นส่วนตัวมาก

ใครจะมานั่งทำงานตรงจุดนี้ก็ได้ เค้าติดตั้งปลั๊กไฟ และมี Wi-Fi มาให้รองรับการใช้งาน

โต๊ะยาวสำหรับประชุมตรงจุดนี้ก็มีเช่นกัน

ห้องกระจกฝั่งตรงข้าม Co-working space ขวามือ เป็นห้องนิติบุคคล

ประตูทางเข้าโถงลิฟต์ของอาคาร A เข้าออกด้วยระบบ Access card
ส่วนประตูทางซ้ายมือสามารถเดินเชื่อมต่อไปยังอาคาร B ได้

Mailbox แยกกันระหว่าง 2 อาคาร ออกแบบตกแต่งด้วยลายไม้โทนสีน้ำตาล

มีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว/อาคาร และลิฟต์บริการ 1 ตัว/อาคาร แบบล็อคชั้น
เปิดเฉพาะชั้นพักอาศัยของตัวเอง และชั้นส่วนกลาง

ภายในลิฟต์โดยสาร ตกแต่งด้วยกระจก ใช้คู่กับ Access card

บรรยากาศ Lobby ของอาคาร B เพดานสูงแบบ Double Volume เช่นกัน

จากมุมนี้จะมองเห็นโถงทางเดินที่เชื่อมต่อมาจากอาคาร A บริเวณข้างโถงลิฟต์เมื่อสักครู่ได้

โซน Private Lobby มีมุมสำหรับให้นั่งรับแขก ตกแต่งมาสวยงาม

นอกจากนี้ที่ชั้น 1 ของอาคาร B ยังมีมุมนั่งเล่นอีกโซน

ออกแบบได้เป็นส่วนตัวจริงๆ มีทั้งโซฟาเดี่ยว โซฟาคู่ จะมานั่งทำงานที่นี่ก็ได้ หรือจะนั่งถ่ายรูปมุมนี้ก็สวย

มีบันไดทางขึ้นสำหรับเดินเชื่อมไปพื้นที่จอดรถ และมุมนี้มีประตูสำหรับเดินไปที่จอดรถได้เหมือนกัน

ที่จอดรถจัดแบ่งช่องจอดชัดเจน มีเสากันชนสำหรับหยุดรถมาให้ บนเพดานติดไฟส่องสว่างมาให้เยอะพอสมควร

โซนสนามเด็กเล่น อยู่ใกล้กับอาคาร A ปูด้วยพื้นยางสังเคราะห์ให้เด็กๆ สนุกกันได้อย่างปลอดภัย

มุมนี้ในอนาคตจะเป็น Shop ร้านค้า จำนวน 3 ร้าน ปัจจุบันยังตกแต่งไม่เสร็จเหลือเก็บงานอีกเล็กน้อย
ชั้น 4 
  1. Game pool
  2. Laundry
  3. Coin operate vending machine
  4. Private nook (มีโต๊ะพูล และ Wifi) 
  5. Sunken lounge โซนนั่งเล่นแบบหลุมลดระดับลงจากพื้น
  6. Bean bag zone
  7. Sun bed
  8. สระว่ายน้ำแบบ L-shape ความยาว 35 เมตร
  9. Cuve Jacuzzi
  10. Reflecting pond
  11. Multipurpose lawn
  12. Secret Garden
  13. Semi Outdoor Terrace
ชั้น 5
  1. Yoga room
  2. Fit club (ห้องฟิตเนส พร้อมเครื่องเล่น 18 ชิ้น) 

ภายในห้อง Social Club จะมีโซน Game Pool ซึ่งจัดเป็นโต๊ะพูลมาให้ 1 ตัว

ใกล้กับโต๊ะพูล ยังมีมุมนั่งเล่นตรงนี้อีก 1 มุม Built-in ผนังตกแต่งมาสวยงามดี

บริเวณ Sunken Area มีพื้นที่ Lounge สูงโปร่งมองเห็นวิวสระว่ายน้ำ
เพดานแบบ Double volume ตกแต่งโทนน้ำตาล-เทา ตัดขอบด้วยสี Pink Gold

ตรงจุดนี้ออกแบบเป็นสเต็ปขั้นบันไดเพื่อเชื่อมกับกับพื้นที่อีกโซน

Bean bag zone เป็นเบาะนั่งขนาดใหญ่สีครีม พร้อมหมอนอิงขนาดใหญ่เยอะมาก
ปัจจุบันมีเพียงเบาะอย่างเดียว แต่ในอนาคตจะมีโต๊ะกลมขนาดเล็กมาเพิ่ม มีปลั๊กไฟให้พร้อม
จะมานั่งเล่น นอนเล่น หรือทำงานตรงนี้ได้เลย น่าจะเป็นอีกมุมที่หลายๆ คนชื่นชอบ

โซน Private nook มุมอ่านหนังสือที่ออกแบบให้ผนังเว้าเพิ่มความเป็นส่วนตัว ตกแต่งด้วยไฟซ่อนด้านบน

จากชั้น 4 เราเดินขึ้นไปชมส่วนกลางบนชั้น 5 กันต่อค่ะ

บนชั้น 5 เป็นส่วนของห้องฟิตเนส
มีเครื่องออกกำลังกายมาให้ 18 เครื่อง ทั้งคาร์ดิโอ และ เวทเทรนนิ่ง

พร้อมดัมเบลที่มีให้เลือกตั้งแต่น้ำหนักเบาไปจนถึงน้ำหนักมาก

จากห้องฟิตเนสมองลงไปเห็นวิวของสระว่ายน้ำได้ด้วย

ถัดเข้ามาด้านในเป็นห้องโยคะเอาใจสาวๆ ที่ชื่นชอบการเล่นโยคะ
ผนังแต่ด้วยกระจกบานใหญ่ทำให้ห้องดูกว้างมากขึ้น และจากห้องนี้ก็ยังคงมองเห็นวิวของสระว่ายน้ำได้เช่นกัน

ที่ชั้น 4 นี้มีประตูทางเชื่อมสามารถเดินเข้าออกอาคาร B ได้ แต่ต้องใช้ Access card

สระว่ายน้ำระบบเกลือแบบ L-Shape บนชั้น 4 ความยาว 35 เมตร

ริมสระว่ายน้ำทางโครงการมีเตียง Sun bed สีดำมาให้ 5 ตัว
จากสระว่ายน้ำมองออกไปจะเห็นวิวรถไฟฟ้าได้ด้วย

พร้อมอ่างจากุซซี่ และระบบบับเบิ้ลเจ็ทสำหรับนวดตัว 2 จุด

โซนอาบน้ำกลางแจ้งตกแต่งด้วยไม้ ให้ความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติ

รอบๆ สระว่ายน้ำตกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่ 

มองจากมุมนี้จะเห็นว่าพื้นที่ Social club ตกแต่งด้วยกระจกสีเขียวตัดแสง
ช่วยป้องกันความร้อน แต่ยังคงเป็นช่องให้แสงผ่านเข้าไปยังพื้นที่ด้านในได้ดี

โซน Multipurpose Lawn ออกแบบมาในลักษณะ Sunken พื้นปูด้วยหญ้าเทียม มีชุดเก้าอี้หวาย 2 ชุด สำหรับนั่งเล่น
ด้านข้างออกแบบเป็นพื้นที่นั่งยาวตลอดแนวต้นไม้ อีกหน่อยหากต้นไม้โตกว่านี้น่าจะช่วยให้ร่มเงาได้ดีขึ้น

โซน Secret Garden มุมนั่งเล่นในบรรยากาศสวน

ใกล้กับสระว่ายน้ำมีห้องน้ำแยกชาย-หญิง พร้อมตู้ล็อคเกอร์
ชั้น Rooftop
    1. The Excited Sky bridge
    2. Sky lounge
    3. Sky sunset party
    4. Sky rolling Garden
    5. Sky BBQ area
    6. Sky Social deck
    7. จุดชมวิว 360 องศา

    จากมุมนี้มองขึ้นไปจะเห็น Sky bridge หรือจุดชมวิวบนชั้น Rooftop ที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 อาคาร 
    หากจะขึ้นไปบนชั้น Rooftop ต้องลงลิฟต์ที่ชั้น 14 และเดินขึ้นบันไดหนีไฟต่อไป

    บนชั้น Rooftop จัดเป็นมุมนั่งเล่นไว้ให้หลายมุม

    พื้นบางส่วนปูพื้นด้วยหญ้าเทียม ประดับตกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ร่มเงา

    บนชั้นนี้ลมดีมาก สามารถมองเห็นวิวแบบ 360 องศา มุมนี้จะมองเห็นสถานีรถไฟฟ้าสถานีพหลโยธิน 59
    และเห็นเทสโก้โลตัส อยู่เยื้องกับทางโครงการเลย

    ส่วนวิวฝั่งนี้สามารถมองเห็นรถไฟฟ้า สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ
    สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
    • ที่จอดรถประมาณ 53% (รวมจอดซ้อนคัน) Tower A (รอบอาคาร), Tower B (ชั้นใต้ดิน และชั้น 1-3)
    • ลิฟต์โดยสาร 6 ตัว แบบล็อคชั้น และลิฟต์บริการ 2 ตัว
    • กล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง
    • ควบคุมการเข้าออกด้วยระบบ Access Card
    • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
    • รวมพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด 3,700 ตร.ม.

    ถนนภายในโครงการกว้างประมาณ 6 เมตร

    โถงทางเดินกว้าง 1.5 เมตร ตลอดแนวโถงทางเดินติดตั้งไฟส่องสว่างไว้ให้ มีไฟบอกทางหนีไฟชัดเจน
    ภาพห้องตัวอย่างและ Lay out
    ห้องพักของโครงการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ส่วนที่เหลือเป็นห้องแบบ 2 Bedroom รวมๆ แล้วมีให้เลือกมากถึง 20 สไตล์ สามารถรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของการอยู่อาศัยไม่ว่าจะอยู่คนเดียว หรือจะอยู่กันเป็นครอบครัวขนาดใหญ่
    • แบบ 1 Bedroom Superior ขนาด 23.30 - 23.60 ตร.ม.
    • แบบ 1 Bedroom Deluxe ขนาด 28.40 - 31.70 ตร.ม.
    • แบบ 1 Bedroom Plus Suite ขนาด 33.30 - 38.80 ตร.ม.
    • แบบ 2 Bedrooms Suite ขนาด 48.60 - 51.20 ตร.ม.
    ขายแบบ Fully Furnished จัดเต็มเฟอร์นิเจอร์มาให้ครบของ Chic Republic design by Origin ทั้งตู้เสื้อผ้า Built-in, เตียง, โซฟา, ชั้นวางทีวี, ชุดครัว Built-in และเครื่องปรับอากาศ ยี่ห้อ Daikin Inverter ยกเว้นเพียงแค่ผ้าม่าน ฟูกที่นอน และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างเท่านั้นที่ไม่ได้ให้มา เรียกว่าซื้อเพิ่มอีกนิดหน่อยแค่นี้ก็หิ้วกระเป๋ามาอยู่ได้เลย คุณภาพวัสดุที่จัดให้เกรดค่อนข้างดีที่ออกแบบโดยออริจิ้น พิเศษเฉพาะโครงการนี้เท่านั้น ภายในห้องตกแต่งมาในโทนสี Pink Gold/Rose Gold เช่นกัน 
    รอบนี้เราจะพาไปชมด้วยกัน 2 แบบ เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 28.20 ตร.ม. และ 1 Bedroom ขนาด 33.40 ตร.ม. ตามไปชมกันทีละห้องเลยค่ะ เริ่มจากห้องแรก
    1) ห้องแบบ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยขนาด 28.20 ตร.ม.

    ประตูเป็นบาน MDF กรุผิวเมลามีน ป้ายบอกเลขที่ห้องสี Pink Gold

    ได้ Digital Door Lock ของ Hafele สามารถใช้งานได้ 3 ระบบ ทั้ง พาสเวิร์ด, การ์ด และกุญแจ

    ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.55 เมตร ผนังได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว พื้นลามิเนตขนาด 8 มม. 
    ในห้องได้ไฟดาวน์ไลท์ทรงกลม

    เข้ามาจะเป็นห้องรับแขกก่อน ได้โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง
    ได้แอร์ 2 เครื่อง ที่ห้องนั่งเล่นขนาด 12,000 BTU และห้องนอนขนาด 9,000 BTU

    ตรงข้ามได้ชั้นวางทีวี แบบบานเลื่อน ซ้าย-ขวา กรุขอบด้วยสี Pink Gold ช่องขวาสุดออกแบบเป็นตู้สำหรับเก็บรองเท้า เก็บได้ประมาณ 10 คู่ และยังได้ตู้ลอยด้านบนแบ่งเป็นช่องเก็บของ 4 ช่องอีกด้วย

    ระยะดูทีวีกว้างประมาณ 170 ซม. ไม่ใกล้จนเกินไป

    ห้องนอนกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน สูงจรดฝ้า กระจกสีเขียวตัดแสง กรอบอะลูมิเนียม Anodized สีดำ

    เปิดได้กว้างมากเดินเข้าออกสะดวก

    ได้ตู้เสื้อผ้า Built-in แบบานเลื่อน 2 ตอน สูงจรดฝ้า หน้าบานฝั่งหนึ่งเป็นบานทึบโทนสี Pink Gold
    และอีกฝั่งเป็นกระจกเงาบานใหญ่ หน้าบานสามารถเลื่อนสลับซ้ายขวาได้ ออกแบบที่จับให้เปิดได้ถนัดมือ

    วางเตียงขนาด 5 ฟุตชิดหน้าต่าง จากประตูถึงเตียงมีระยะห่าง 130 ซม. สามารถยืนแต่งตัวได้แบบสบายๆ

    ปลายเตียงเหลือระยะเดิน 35 ซม.

    ติดตั้งปลั๊กไฟมาให้แล้วรองรับการติดตั้งทีวีแขวนผนัง

    จากเตียงถึงหน้าต่างมีระยะเดิน 45 ซม.

    หน้าต่างแบบบาน Fix และบานกระทุ้งสำหรับเปิดระบายอากาศ

    ระหว่างห้องครัวกับห้องน้ำทางโครงการออกแบบเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง
    ได้ชุดตู้ Built-in พร้อมกระจกเงาบานใหญ่ ยกเว้นเก้าอี้สตู

    ห้องครัวกั้นเป็นสัดส่วนด้วยประตูบานเลื่อน 2 ตอน
    ช่วยป้องกันกลิ่นอาหารลอยไปยังพื้นที่อื่นๆ ของได้ดีเหมาะสำหรับคนที่ชอบทำอาหารบ่อยๆ
    พื้นปูด้วยลามิเนตทนน้ำและความชื้นได้ในระดับนึงเท่านั้น

    ได้ชุดครัว Built-in พร้อมช่องเก็บของด้านบนและด้านล่าง ได้ที่ราวแขวนครัวติดผนังมาให้แบบนี้ แต่ไม่ได้ Backsplash 

    ได้เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Hafele สามารถปรับได้ 9 ระดับ

    อ่างล้างจานแบบฝัง พร้อมก๊อกน้ำหัวโค้งของ Hafele หน้าท๊อปครัวเป็นหินสังเคราะห์สีขาว
    ในห้องตัวอย่างวางตู้เย็นอยู่ทางขวา ติดตั้งปลั๊กมาให้ 1 จุด ที่ผนังด้านหลังตู้เย็น

    ได้เครื่องดูดควันของ Hafele แบบระบบหมุนเวียน และจะส่งอากาศบริสุทธิ์ออกมาด้านบน สามารถปรับได้ 2 ระดับ

    ช่องสำหรับเก็บของด้านบน บานพับตู้เป็นแบบ Soft Close

     ตำแหน่งไมโครเวฟ และเครื่องซักผ้าวางไว้ใต้เคาน์เตอร์ครัว วางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าขนาด 8 กิโลกรัม
    ระยะทำครัวระหว่างผนังกับเคาน์เตอร์ครัวกว้างประมาณ 70 ซม. 

    ประตูระเบียงเป็นบานเลื่อน 2 ตอน เปิดจากซ้ายไปขวา กรอบอะลูมิเนียมสีดำ อยู่ติดกับเคาน์เตอร์ครัว
    สามารถเปิดประตูเพื่อช่วยระบายกลิ่นเวลาทำอาหารได้ดี

    ธรณีระเบียงยกสูง 13 ซม. ช่วยป้องกันน้ำ ฝุ่นได้ดี
    พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิกกันลื่น ขนาด 30x30 ซม.

    คอมเพรสเซอร์ยกลอยไว้ที่ผนังฝั่งขวาของระเบียง ทำให้สามารถใช้พื้นที่ตรงระเบียงได้อย่างเต็มพื้นที่
    ติดตั้งระแนงบังสายตามาให้เรียบร้อย ราวระเบียงสูงประมาณ 120 ซม. สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป
    ติดตั้งไฟโคมไว้ที่ผนังฝั่งซ้าย 1 ดวง และติดตั้งก๊อกหัวแดงมาให้สำหรับซักล้างได้ที่มุมนี้ 

    เข้าไปดูห้องน้ำกันต่อ

    ประตูห้องน้ำวัสดุเป็นไม้ยางอัดชนิดกันชื้น แบบบานผลักเข้าด้านใน มือจับก้านโยก
    ยกธรณีห้องน้ำสูง 15 ซม. 

    ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้งแยกออกจากกันชัดเจน ติดกระจกเงาบานใหญ่มาให้ตามแบบนี้
    ได้ฉากกั้นอาบน้ำกระจกเทมเปอร์ มือจับรูปตัว U จับได้ถนัดมือ

    อ่างล้างหน้าทรงสี่เหลี่ยมสีขาวของ Mogen หัวก๊อกแบบหมุนของ VRH มีพื้นที่สำหรับเก็บของเล็กน้อย
    ใต้อ่างล่างหน้ามีช่องสำหรับเก็บของหรือวางผ้าขนหนูได้
    โถสุขภัณฑ์ของ Mogen ระบบประหยัดน้ำ มี 2 ปุ่ม

    ยกธรณีสูงประมาณ 5 ซม.
    ฉากกั้นอาบน้ำกระจกเทมเปอร์แบบผลักเข้าด้านใน มือจับรูปตัว U ติดยางที่ขอบประตูป้อมกันน้ำกระเด็นของด้านนอก

    ชุดฝักบัวทรงกลมของ VRH ขนาดไม่ใหญ่มาก พร้อมที่วางสบู่ทรงสี่เหลี่ยมของ VRH

    ทางโครงการเดินระบบรองรับการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ให้

    บนเพดานติดตั้งพัดลมดูดอากาศมาให้
    2) ห้องแบบ 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอยขนาด 33.40 ตร.ม.


    เข้ามาจะรู้สึกเลยว่ากว้างกว่าห้องที่แล้วพอสมควร
    ห้องนี้ได้แอร์ 3 เครื่อง ที่ห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องอเนกประสงค์

    โซนแรกยังคงเป็นห้องนั่งเล่น ทางซ้ายได้โซฟาขนาด 2 ที่นั่ง
    ส่วนตู้ Built-in สีเทา (ติดกับโซฟา) ตกแต่งมาให้ดูเป็นไอเดีย ไว้สำหรับเก็บรองเท้า หรือเก็บของ

    ยังเหลือพื้นที่ด้านข้างโซฟาอีก พอสมควร จะวางเป็นเก้าอี้เล็กๆ แบบนี้
    หรือจะวางโซฟาแบบ L-Shape เลยก็ได้ ไว้สำหรับนอนเล่นสบายๆ

    ได้ชั้นวางทีวี พร้อมตู้ลอยด้านบน ระยะดูทีวีประมาณ 230 ซม. กว้างขึ้นกว่าห้องที่แล้ว
    เหลือพื้นที่สำหรับโต๊ะกลางแบบนี้ได้ (โต๊ะกลางไม่ได้ให้)

    ถัดเข้ามาเป็นห้องนอนกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน ประตูเปิดได้กว้างมาก

    พื้นที่ภายในห้องนอนมีขนาดใหญ่ขึ้น และกว้างมากขึ้น ยังคงได้ฐานเตียงนอนขนาด 5 ฟุต ไม่รวมฟูกที่นอน 
    ปลายเตียงเหลือพื้นที่เดินกว้างประมาณ 40 ซม. เดินได้สบายมาก ใครชอบดูทีวี สามารถติดทีวีแขวนที่ผนังปลายเตียงได้

    ข้างเตียงเหลือพื้นที่ประมาณ 50 ซม.
    หน้าต่างแบบบานฟิต พร้อมบานกระทุ้ง 1 บาน

    จากหน้าต่างห้องนอน เปิดออกมาจะได้วิวฝั่งถนนแจ้งวัฒนะ หรือฝั่งทางเข้าด้านหน้าโครงการ

    ได้ตู้เสื้อผ้าสูงจรดฝ้า หน้าบานเป็นกระจกเงาบานใหญ่ อีกฝั่งเป็นบานทึบ ตัวจับอะลูมิเนียมสี Pick gold จับถนัดมือ

    ห้อง Plus หรือห้องอเนกประสงค์ จะติดกับห้องนอน ได้ประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน

    ห้อง Plus ที่ได้จะเป็นห้องเปล่าสามารถตกแต่งได้ตามใจชอบ
    จะทำเป็นห้องแต่งตัว ห้องทำงาน หรือจะใส่เตียง 3.5 ฟุตทำเป็นห้องนอนก็ได้

    ห้องนี้จะอยู่ติดกับระเบียง ติดคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ทางซ้าย

    ห้องนี้จะได้เป็นครัวเปิดแยกส่วนเตรียมอาหารออกจากเคาน์เตอร์ครัว ออกแบบเป็นแบบมัลติฟังก์ชัน

    โดยพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารสามารถเปิดขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้งานเวลาที่ต้องเตรียมอาหาร

    และพับเก็บได้เวลาที่ไม่ได้ใช้งาน เป็นการประหยัดพื้นที่ไปในตัว
    เครื่องซักผ้าอยู่ใต้พื้นที่เตรียมอาหาร

    ส่วนอีกมุมเป็นชุดเคาน์เตอร์ครัว ได้ตู้เก็บของแบบนี้เลย ตู้เย็นอยู่ทางซ้าย

    ยังคงได้เครื่องดูดควัน เตาไฟฟ้า 2 หัว และอ่างล้างจานแบบฝัง

    พื้นที่วางตู้เย็นกว้าง 65 ซม. ทางโครงการวางตู้เย็นได้ขนาด 7.4 คิว มาให้ดูเป็นตัวอย่าง
    ตำแหน่งห้องน้ำจะอยู่ใกล้กับครัว

    ในห้องน้ำได้สุขภัณฑ์เหมือนห้องที่แล้ว แตกต่างกันที่ Layout พื้นที่ใช้งานทั้งส่วนเปียกและส่วนแห้งกว้างมากขึ้น

    สุขภัณฑ์ในห้องน้ำเป็นของ Mogen เหมือนกัน
    ราคาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยประมาณ (ณ 8 ส.ค. 2562)
    ราคาเริ่มต้น 
    • ราคาเริ่มต้น 2.99 ล้านบาท สำหรับห้อง 1 Bedroom Superior ขนาด 28 ตร.ม.
    ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 
    • เงินกองทุน 500 บาท/ตร.ม. (ชำระครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์)
    • ค่าบำรุงส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม. (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)
    • ผู้จะซื้อเป็นผู้ชำระค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า/ ประปา/ และค่าติดตั้ง ณ วันโอนกรรมสิทธิ์
    • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุด ผู้ซื้อและผู้ชายชำระฝ่ายละครึ่ง
    • ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ ผู้จะซื้อเป็นผู้ชำระ 
    สถานะปัจจุบันของโครงการ (ณ 8 ส.ค. 2562)
    ปัจจุบันโครงการ ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และในวันที่ 24 - 25 สิงหาคมนี้ พบโปรโมชั่นห้องหลุดดาวน์ล็อตสุดท้ายราคาพิเศษ จอง 4,900 บาท*/ ผ่อน 4,900 บาท* ณ สำนักงานขายโครงการ สามารถติดต่อเข้าชมโครงการได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 19.00 น.
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center 020-300-000 หรือ สำนักงานขาย 061-401-8000 หรือ www.knightsbridge.origin.co.th
    แก้ไขล่าสุด : 29 ส.ค. 62
    โดย
    :
    กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

    รีวิวคอนโดใหม่ล่าสุด