ค้นหา คอนโดใหม่ condo
รีวิวคอนโดใหม่ : รีวิว-เยี่ยมชม คอนโด ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ (Knightsbridge Phaholyothin Interchange)

รีวิว-เยี่ยมชม คอนโด ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ (Knightsbridge Phaholyothin Interchange)

วันที่ : 3 ก.ย. 61
เข้าดูทั้งหมด: 12,315 คน

รีวิว-เยี่ยมชม คอนโด "ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ (Knightsbridge Phaholyothin Interchange)"
รอบนี้เราจะพาทุกคนไปรีวิวเยี่ยมชมคอนโดใหม่ใกล้จุดตัดรถไฟฟ้า 2 สาย ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ (Knightsbridge Phaholyothin Interchange) เดินทางสะดวกใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ประมาณ 250 เมตร และรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวงเวียนหลักสี่ ติดถนนพหลโยธิน ตรงข้าม Tesco Lotus หลักสี่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบจัดเต็มรวม 30 อย่าง บนพื้นที่กว่า 3700 ตร.ม. และรูปแบบห้องดีไซน์ใหม่ที่มีให้เลือกถึง 20 แบบด้วยกัน คอนโดนี้จะมีความน่าสนใจแค่ไหนตามไปชมกันเลยค่ะ


ข้อมูลโครงการ
  • เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการ : บริษัท ออริจิ้น แกรนด์ จำกัด
  • ที่ตั้งโครงการ : ถนนพหลโยธิน (ตรงข้าม Tesco Lotus หลักสี่) แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ
  • อาคารชุดพักอาศัย : สูง 15 ชั้น  จำนวน 2 อาคาร จำนวนห้องพักอาศัย 726 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต
  • ขนาดที่ดินทั้งโครงการ : 5-1-32 ไร่
  • ลิฟต์โดยสาร : แต่ละอาคารจะมีลิฟต์โดยสาร 3 ตัว และ ลิฟต์บริการ 1 ตัว
  • ห้องชุด : มี 5 Type หลัก ได้แก่
    - B1 : 1 Bedroom ขนาด 21.30 - 31.70 ตร.ม. จำนวน 81 ยูนิต
    - B2 : 1 Bedroom ขนาด 28.20 - 29.80 ตร.ม. จำนวน 335 ยูนิต
    - BP : 1 Bedroom Plus ขนาด 33.40 - 38.80 ตร.ม. จำนวน 193 ยูนิต
    - C : 2 Bedrooms ขนาด 48.90 - 51.20 ตร.ม. จำนวน 75 ยูนิต
    - D : Duplex ขนาด 33.00 - 62.00 ตร.ม. จำนวน 42 ยูนิต
  • ที่จอดรถ : ประมาณ 53% (รวมซ้อนคัน)
  • ราคาเริ่มต้น : 2.49 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 6 ส.ค. 61)
  • วันที่เข้าเยี่ยมชม-รีวิวคอนโด : 6 ส.ค. 61
ทำเลที่ตั้งและสภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการ
สำหรับตัวโครงการตั้งอยู่ติดถนนพหลโยธิน ก่อนถึงซอยพหลโยธิน 57 หรือจำง่ายๆ คืออยู่ตรงข้าม Tesco Lotus หลักสี่  แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร อยู่ใกล้กับวงเวียนหลักสี่ อยู่ในทำเล "พหลโยธิน"  ที่ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพและมีแน้วโน้มในการขยายตัวสูง รองรับการขยายตัวของเมืองในอนาคต เป็นแหล่งเชื่อมต่อการเดินทางทั้งระบบรถและระบบราง อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยแหล่งช้อปปิ้ง ทั้งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ และตลาดนัดชื่อดังระดับโลกอย่างตลาดนัดจตุจักรอีกด้วย ใกล้ทางด่วน 2 สาย ได้แก่ ทางพิเศษศรีรัช และทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์)

รูปแผนที่โครงการ 
ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่)
  • การเดินทางโดยรถยนต์
ในส่วนของการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถเดินทางเข้า-ออกโครงการได้หลายเส้นทาง ทั้งถนนพหลโยธิน และถนนแจ้งวัฒนะ
เส้นทางที่ 1 ถนนพหลโยธิน : จากห้าแยกลาดพร้าวใช้ถนนเส้นพหลโยธินผ่านเซ็นทรัลลาดพร้าว และวัดพระศรีมหาธาตุบางเขน มุ่งหน้าวงเวียนหลักสี่ จากนั้นวิ่งอ้อมวงเวียนและตรงมาตามถนนพหลโยธินมาอีกประมาณ 250 เมตร จะเห็นที่ตั้งโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือ

เส้นทางที่ 2 ทางยกระดับอุตรภิมุข : จากทางยกระดับอุตรภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ลงทางออกถนนแจ้งวัฒนะ แล้วกลับรถใกล้ที่ทำการไปรษณีย์หลักสี่ จากนั้นมุ่งหน้าวงเวียนหลักสี่ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพหลโยธิน ขับตรงมาอีกประมาณ 250 เมตร จะเห็นที่ตั้งโครงการจะอยู่ทางซ้ายมือเช่นกัน

  • การเดินทางโดยรถไฟฟ้า
ความสะดวกสบายอย่างหนึ่งของโครงการเลยก็คือ ตั้งอยู่ใกล้จุดตัดของรถไฟฟ้า 2 สาย ทั้งรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ ใกล้กับโครงการประมาณ 250 เมตร (คาดว่าจะสร้างเสร็จปี 2563) และรถไฟฟ้ามสายสีชมพู สถานีหลักสี่ ซึ่งตรงจุดนี้เป็นสถานีอินเตอร์เชนจ์ของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สาย ในอนาคตหากสร้างเสร็จจะช่วยเชื่อมการเดินทางให้เข้าสู่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกและใช้เวลาไม่นาน ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น

 ภาพแสดงตำแหน่งที่ตั้งโครงการ ห่างจากวงเวียนหลักสี่ประมาณ 250 เมตร

ภาพจำลองสถานีอินเตอร์เชนจ์ ระหว่างสายสีเขียวสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ กับสายสีชมพู สถานีหลักสี่ 
  • สภาพแวดล้อมรอบโครงการ

แผนที่แสดงสภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการในระยะใกล้
  • ทิศตะวันออก : เป็นฝั่งด้านหน้าโครงการติดถนนใหญ่ถนนพหลโยธิน ฝั่งตรงข้ามเป็น Tesco Lotus หลักสี่
  • ทิศเหนือ : ติดกับโชว์รูม Mitsubishi  บ้านพักอาศัยสูง 1-2 ชั้น และโซนด้านหลังใกล้กับคอนโดสูง 8 ชั้น
  • ฝั่งทิศตะวันตก : ติดกับบ้านพักอาศัยสูง 1-2 ชั้น และที่ดินเปล่า
  • ทิศใต้ : ติดกับคอนโดสูง 15 ชั้น แต่ทางโครงการออกแบบผังอาคารเบี่ยงกับโครงการเพื่อนบ้านไม่บังวิวกันแบบตรงๆ

ทางโครงการวางผังอาคารโดยคำนึงถึงแสงแดดและทิศทางลม เพื่อให้ลูกบ้านสามารถรับลมได้ตลอดทั้งปี

ด้านหน้าสำนักงานขายโครงการ

บรรยากาศภายในสำนักงานขาย

ฝั่งตรงข้ามโครงการเป็น Tesco Lotus หลักสี่

จากหน้าโครงการมองมาทางซ้ายจะเห็นสะพานลอยเดินข้ามไปยัง Tesco Lotus อยู่ใกล้มากๆ เลย

เดินมาหน่อยจะเป็นโชว์รูมรถยนต์ Mitsubishi

ถัดมาจะมีร้านบุฟเฟ่ต์ และอาหารจานเดียวสำหรับฝากท้องในยามหิวได้

ถัดมาจะเป็นปั๊มน้ำมัน ปตท.

ภายในปั๊มมีร้าน 7-Eleven

จากปั๊มเดินมาอีกหน่อยจะเป็นสภาทนายความ

และปั๊มน้ำมัน Shell ภายในปั๊มมีร้าน KFC ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชม.

ติดกับปั๊มน้ำมันจะเป็นร้านทำฟัน

เดินต่อมาอีกหน่อยจะถึงปากซอยพหลโยธิน 59 แถวนี้มีร้านขายอาหารให้เลือกทานหลายร้านอยู่ค่ะ
โดยรวมถือว่าทำเลโซนพหลโยธินแวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ โรงพยาบาล สถานศึกษา หรือจะเดินทางไปต่างประเทศก็สะดวกเพราะใกล้สนามบินดอนเมือง และสถานีที่สำคัญๆ อีกหลายแห่ง อาทิ

Tesco Lotus หลักสี่ ห่างจากโครงการประมาณ 100 เมตร

Central รามอินทรา ห่างจากโครงการประมาณ 1.2 กม.

บิกซี สะพานใหม่ ห่างจากโครงการประมาณ 1.7 กม.

ตลาดยิ่งเจริญ ห่างจากโครงการประมาณ 2 กม.

มหาวิทยาลัยเกริก ห่างจากโครงการประมาณ 1 กม.

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ห่างจากโครงการประมาณ 1.1 กม.

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ห่างจากโครงการประมาณ 5.3 กม.

IT Square หลักสี่ ห่างจากโครงการประมาณ 2.4 กม.

สนามบินดอนเมือง ห่างจากโครงการประมาณ 6 กม.
รูปแบบตึก และตัวโครงการโดยรวม
ตัวอาคารเป็นคอนโดมิเนียม High-rise สูง 15 ชั้น อยู่บนพื้นที่ 5-1-32 ไร่ ประกอบด้วย 2 Tower  คือ Tower A รูปทรงตัว I และ Tower B รูปทรงตัว C มีห้องพักอาศัยรวมทั้งหมด 726 ยูนิต และร้านค้า 3 ยูนิต ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ "EVOLUTE (วิวัฒนาการ)" รูปแบบงานสถาปัตยกรรมตะวันตกที่มากกว่าคำว่า Modern วัสดุที่นำมาใช้ในโครงการเป็นโทนสี Pink Gold  และหินอ่อนให้ความรู้สึกหรูหรา

ห้องพักอาศัยเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 4 โดยตั้งแต่ชั้น 8 เป็นต้นไปเกือบทุกทิศจะค่อนข้างได้วิวแบบเปิดโล่ง รูปแบบห้องพักอาศัยมีให้เลือกตั้งแต่แบบ 1 Bedroom - Duplex  สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางจัดไว้ที่ชั้น ชั้น Ground, ชั้น 4, ชั้น 5 และชั้น Rooftop มีลิฟต์ 3 ตัว และลิฟต์บริการ 1 ตัว อัตราส่วนการใช้ลิฟต์เฉลี่ยทั้งโครงการอยู่ที่ 121 ยูนิตต่อลิฟต์ 1 ตัว ถือว่าเป็นตัวเลขที่พอใช้ได้ไม่หนาแน่นจนเกินไป
การเดินรถภายในโครงการบางช่วงจะเป็นแบบเดินรถทางเดียว แต่บางช่วงก็สามารถวิ่งสวนเลนกันได้ โดยจากประตูทางเข้าโครงการขับตรงเข้ามาสามารถวนมาจอดที่จุด Drop off ด้านหน้าล็อบบี้ของ Tower A และขับวนออกอ้อมด้านหลัง Tower A เพื่อไปยังพื้นที่บริเวณด้านหลัง หรือจะขับผ่านจุด Drop off เข้ามาก็จะเจอไม้กระดกกั้นอยู่ ให้ขับตามลูกศรเพื่ออ้อมไปยังทางเข้าที่จอดรถบริเวณใต้อาคาร B ส่วนพื้นที่จอดรถสามารถจอดได้ที่ Tower A บริเวณชั้น Ground และ Tower B ที่ชั้นใต้ดิน ชั้น Ground และชั้น 1-3 ทั้งโครงการสามารถจอดรถได้ 53% (รวมจอดซ้อนคัน) ระบบจอดรถหมุนเวียนไม่ฟิกซ์ที่จอด


Floor Plan ชั้น Ground : ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และพื้นที่จอดรถ
Floor Plan ชั้น 1-2 เป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมด


Floor Plan ชั้น 3 : Tower A จะมีห้องพักอาศัย ส่วน Tower B จะเป็นพื้นที่จอดรถ


Floor Plan ชั้น 4 : มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและห้องพักอาศัย
โดยออกแบบมาแยกส่วนพื้นที่พักอาศัยกับพื้นที่ส่วนกลางออกจากกันเป็นสัดส่วน 

Floor Plan ชั้น 5 : เป็นชั้นที่มีทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกบางส่วนและห้องพักอาศัย

Floor Plan ชั้น 6-13 : เป็นห้องพักอาศัยทั้งหมด

Floor Plan ชั้น 14 : เป็นห้องพักอาศัยทั้งหมดซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยเป็นแบบ 2 ห้องนอน

Floor Plan ชั้น Rooftop : เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมจุดชมวิว และมีสะพานเชื่อมระหว่าง Tower A กับ Tower B 

มุมมองโดเดลจำลองฝั่งทิศตะวันออกด้านหน้าโครงการติดพหลโยธิน

มุมมองโมเดลจำลองอาคารฝั่งทิศเหนือ ติดกับโชว์รูม Mitsubishi บ้านพักอาศัยสูง 1-2 ชั้น

โมเดลจำลองอาคารด้านหลังฝั่งทิศตะวันตก จะติดกับบ้านพักอาศัยสูง 1-2 ชั้น และคอนโดสูง 8 ชั้น

มุมมองโมดเดลจำลองอาคารฝั่งทิศใต้ ติดกับคอนโดสูง 15 ชั้น

โมเดลจำลองพื้นที่บริเวณจุด Drop off ซึ่งจะอยู่ใกล้กับ Grand Lobby ของ Tower A

โมเดลจำลองตำแหน่งร้านค้าตั้งอยู่ที่ Tower A

โมเดลจำลองสนามเด็กเล่นตั้งอยู่ด้านหลัง Tower A

โมเดลจำลองสระว่ายน้ำบนชั้น 4 พร้อมพื้นที่ Sun bed แบบ Semi-outdoor
จากชั้น 4 มีบันไดเดินขึ้นไปยังห้องฟิตเนส และห้องโยคะบนชั้น 5 ได้

โมเดลจำลองสวนและจุดชมวิวบนชั้น Rooftop
ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวก
Facilities ขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 3,500 ตร.ม. เรียกว่าจัดเต็มเลยทีเดียว มอบมาให้ลูกบ้านมากถึง 30 รายการด้วยกัน ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ Tower B ซึ่งถือว่ามากที่สุดเท่าที่ทางออริจิ้นเคยให้มา แบ่งพื้นที่กระจายไว้ที่ชั้น Ground, ชั้น 4, ชั้น 5 และชั้น Rooftop ซึ่งข้อดีของการจัดว่างสิ่งอำนวยความสะดวกกระจายตามชั้นแบบนี้คือช่วยลดความหนาแน่นเวลาที่ลูกบ้านมาใช้บริการพร้อมกัน และลูกบ้านยังได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกด้วย หากลูกบ้าน Tower A จะมาใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางที่ Tower B ต้องลงลิฟต์ที่ชั้น 4 จะมีทางเชื่อมเพื่อเดินข้ามมายัง Tower B ได้ โดยแต่ละชั้นประกอบด้วย
ชั้น G
  1. Grand Lobby (Tower A) พื้นที่ขนาด 144 ตร.ม.
  2. Business room
  3. Co-working space พื้นที่ขนาด 170 ตร.ม.
  4. Private Lobby (Tower B) พื้นที่ขนาด 195 ตร.ม.
  5. ร้านค้า 3 ยูนิต
  6. Rolling Hill garden ออกแบบเป็นสวนเล่นระดับ
  7. Pocket Garden
  8. Playground อยู่ด้านหลัง Tower A เป็นสนามทรายแต่ไม่มีเครื่องเล่นมาให้

ภาพจำลองบรรยากาศ Grand Lobby แบบ Double Volume เพดานสูง 7 เมตร ตกแต่งในสไตล์ Modern Luxury

ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้อง Co-Working Space
ชั้น 4 
  1. Game pool
  2. Laundry
  3. Coin operate vending machine
  4. Private nook (มีโต๊ะพูล และ Wifi) 
  5. Sunken lounge โซนนั่งเล่นแบบหลุมลดระดับลงจากพื้น
  6. Bean bag zone
  7. Sun bed
  8. สระว่ายน้ำแบบ L-shape ความยาว 35 เมตร
  9. Cuve Jacuzzi
  10. Reflecting pond
  11. Multipurpose lawn
  12. Secret Garden
  13. Semi Outdoor Terrace

ภาพจำลองบรรยากาศสระว่ายน้ำ ระบบเกลือแบบ L-Shape บนชั้น 4 ขนาด 35 x 6 เมตร ลึก 1.2 เมตร
พร้อมอ่างจากุซซี่ และระบบบับเบิ้ลเจ็ทสำหรับนวดตัว

มีสวนล้อมรอบสระ สามารถมองเห็นวิวรถไฟฟ้าได้

ภาพจำลองบรรยากาศโซนนั่งเล่นบนชั้น 4
ชั้น 5 
  1. Yoga room
  2. Fit club (ห้องฟิตเนส พร้อมเครื่องเล่น 14 ชิ้น) บนเนื้อที่ 135 ตร.ม.
ชั้น Rooftop
    1. The Excited Sky bridge
    2. Sky lounge
    3. Sky sunset party
    4. Sky rolling Garden
    5. Sky BBQ area
    6. Sky Social deck
    7. จุดชมวิว 360 องศา

    ภาพจำลองบรรยากาศจุดรับลมชมวิวและพื้นที่นั่งเล่นบนชั้น Rooftop มีเนื้อที่ 649 ตร.ม. มองเห็นวิวสนามบินดอนเมืองลูกบ้านแต่ละอาคารถ้าจะขึ้นมาบนนี้ต้องลงลิฟต์ที่ชั้น 14 และเดินขึ้นบันไดหนีไฟมายังชั้น Rooftop ค่ะ
    สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
    • ที่จอดรถประมาณ 53% (รวมจอดซ้อนคัน) Tower A (รอบอาคาร), Tower B (ชั้นใต้ดิน และชั้น 1-3)
    • ลิฟต์โดยสาร 6 ตัว แบบล็อคชั้น และลิฟต์บริการ 2 ตัว
    • กล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง
    • ควบคุมการเข้าออกด้วยระบบ Access Card
    • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง
    • พื้นที่สวนกว่า 2,700 ตร.ม.
    ภาพห้องตัวอย่างและ Lay out
    ห้องพักของโครงการนี้ส่วนใหญ่จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ส่วนที่เหลือเป็นห้องแบบ 2 Bedroom และ 2 Duplex มีให้เลือก 5 Type ด้วยกัน โดยใน 5 Type หลักนี้ยังแยกย่อยออกไปอีกมากถึง 20 สไตล์ สามารถรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของการอยู่อาศัยไม่ว่าจะอยู่คนเดียว หรือจะอยู่กันเป็นครอบครัวขนาดใหญ่
    • B1 : 1 Bedroom ขนาด 21.30 - 31.70 ตร.ม. จำนวน 81 ยูนิต
    • B2 : 1 Bedroom ขนาด 28.20 - 29.80 ตร.ม. จำนวน 335 ยูนิต
    • BP : 1 Bedroom Plus ขนาด 33.40 - 38.80 ตร.ม. จำนวน 193 ยูนิต
    • C : 2 Bedrooms ขนาด 48.90 - 51.20 ตร.ม. จำนวน 75 ยูนิต
    • D : Duplex ขนาด 33.00 - 62.00 ตร.ม. จำนวน 42 ยูนิต 
    ห้องของโครงการนี้ขายแบบ Fully Fitted จัดเต็มเฟอร์นิเจอร์มาให้ครบ ทั้งตู้เสื้อผ้า Built-in, เตียง, โซฟา, ชั้นวางทีวี, ชุดครัว Built-in และเครื่องปรับอากาศ ยี่ห้อ Daikin Inverter ยกเว้นเพียงแค่ผ้าม่าน ฟูกที่นอน และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างเท่านั้นที่ไม่ได้ให้มา เรียกว่าซื้อเพิ่มอีกนิดหน่อยแค่นี้ก็หิ้วกระเป๋ามาอยู่ได้เลย คุณภาพวัสดุที่จัดให้เกรดค่อนข้างดีที่ออกแบบโดยออริจิ้น พิเศษเฉพาะโครงการนี้เท่านั้น ภายในห้องตกแต่งมาในโทนสี Pink Gold/Rose Gold เช่นกัน
    ที่สำนักงานขายจัดห้องตัวอย่างมาให้ชมด้วยกัน 2 แบบ เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 28.00 ตร.ม. และ 1 Bedroom ขนาด 30.00 ตร.ม. ตามไปชมกันทีละห้องเลยค่ะ เริ่มจากห้องแรก
    1) ห้องแบบ 1 Bedroom พื้นที่ใช้สอยขนาด 28 ตร.ม.


    ได้ Digital Door Lock ของ Hafele สามารถใช้งานได้ 3 ระบบ ทั้ง Password, การ์ด และกุญแจ
    ประตูเป็นบาน MDF กรุผิวเมลามีน ขนาด 0.90x2.20 เมตร หรือเทียบเท่า

    พื้นลามิเนตขนาด 8 มม. ตัวจบพื้นเป็นลามิเนต

    ความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.55 เมตร ห้องส่งมอบจริงไม่ได้ Drop ฝ้าเพดานนะคะ ผนังได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว
    เข้ามาจะเป็นห้องรับแขกก่อน วางโซฟาได้ขนาด 2 ที่นั่ง แต่ไม่ใช่แบบนี้

    ได้ชั้นวางทีวี พร้อมตู้ลอยด้านบน หน้าบานสามารถเลื่อนซ้ายขวาได้ ตัดขอบด้วยโทนสี Pink Gold

    ช่องขวาสุดของตู้ด้านล่างออกแบบเป็นตู้สำหรับเก็บรองเท้ามาให้

    ระยะดูทีวีประมาณ 170 ซม.

    มุมนี้มองย้อนกลับไปที่ประตูทางเข้าห้อง

    ห้องนอนกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน ขนาดใหญ่สูงจรดฝ้า กระจกสีเขียวตัดแสง กรอบอลูมิเนียม Anodized สีดำ

    เปิดได้กว้างเดินเข้าออกสะดวก
    ในห้องนอนได้ไฟ 2 ดวง และแอร์ 1 ตัว

    ตัวล็อกมาตรฐาน

    เข้ามาจะเป็นตู้เสื้อผ้า Built-in แบบานเลื่อน 2 ตอน สูงจรดฝ้า
    หน้าบานฝั่งหนึ่งเป็นบานทึบโทนสี Pink Gold นิดๆ และอีกฝั่งเป็นกระจกเงาบานใหญ่เต็มบาน

    หน้าบานสามารถเลื่อนซ้ายขวาได้

    วางเตียงขนาด 5 ฟุตชิดหน้าต่าง จากประตูถึงเตียงมีระยะห่าง 130 ซม. สามารถยืนแต่งตัวได้แบบสบายๆ
    ปลายเตียงเหลือระยะเดิน 35 ซม.

    จากเตียงถึงหน้าต่างมีระยะเดิน 45 ซม.

    หน้าต่างแบบบาน Fix และบานกระทุ้งสำหรับเปิดระบายอากาศ

    ระหว่างห้องครัวกับห้องน้ำทางโครงการออกแบบเป็นพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงาน
    หรือจะตั้งเป็นโต๊ะเครื่องแป้งสำหรับแต่งตัวที่มุมนี้ก็ได้

    ได้โต๊ะทำงานพร้อมชุดตู้ Built-in ยกเว้นเก้าอี้สตูและกระจกเงาที่ไม่ได้ให้มา

    ยกธรณีห้องน้ำสูง 15 ซม. ประตูห้องน้ำวัสดุเป็นไม้ยางอัดชิดกันชื้น แบบบานผลักเข้าด้านใน
    พื้นห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องเซรามิก ขนาด 40x40 ซม.

    ภายในห้องน้ำแบ่งพื้นที่ใช้งานส่วนเปียกและส่วนแห้งแยกออกจากกันชัดเจน
    ติดกระจกเงาบานใหญ่มาให้ตามแบบนี้

    อ่างล้างหน้าของ Mogen สีขาวขนาดใหญ่ ด้านล่างมีช่องสำหรับเก็บของหรือวางผ้าขนหนูได้

    โถสุขภัณฑ์ของ Mogen

    ฉากกั้นอาบน้ำกระจกเทมเปอร์ มือจับรูปตัว U จับได้ถนัดมือ

    ชุดฝักบัวทรงกลมของ VRH ขนาดไม่ใหญ่มาก พร้อมที่วางสบู่ทรงสี่เหลี่ยมของ VRH

    บนเพดานติดตั้งพัดลมดูดอากาศมาให้

    ห้องครัวกั้นเป็นสัดส่วนด้วยประตูบานเลื่อน 2 ตอน ช่วยป้องกันกลิ่นอาหารลอยไปยังพื้นที่อื่นๆ ของได้ดี
    เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำอาหารบ่อยๆ

    พื้นปูด้วยลามิเนตทนน้ำและความชื้นได้ในระดับนึงเท่านั้น

    พื้นที่วางตู้เย็นกว้าง 65 ซม. ทางโครงการวางตู้เย็นได้ขนาด 7.4 คิว มาให้ดูเป็นตัวอย่าง วางตู้ติดประตูบานเลื่อน

    ได้ชุดครัว Built-in พร้อมช่องเก็บของด้านบนและด้านล่าง
    ระยะทำครัวระหว่างผนังกับเคาน์เตอร์ครัวกว้างประมาณ 70 ซม.

    ตำแหน่งเครื่องซักผ้า และไมโครเวฟวางไว้ใต้เคาน์เตอร์ครัว วางเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าขนาด 8 กิโลกรัม

    ช่องสำหรับเก็บของด้านบน บานพับตู้เป็นแบบ Soft Close

    ได้เตาไฟฟ้า 2 หัวของ Hafele สามารถปรับได้ 9 ระดับ

    ได้เครื่องดูดควันของ Hafele แบบระบบหมุนเวียน และจะส่งอากาศบริสุทธิ์ออกมาด้านบน สามารถปรับได้ 2 ระดับ
    ได้ที่ราวแขวนครัวติดผนังมาให้แบบนี้ แต่ไม่ได้ Backsplace ห้องจริงเป็นฉาบเรียบทาสี

    อ่างล้างจานหลุมเดียว พร้อมก๊อกน้ำหัวโค้งของ Haffele ออกแบบให้มีความลึกเป็นพิเศษเพื่อความสะดวกในการล้างจาน และช่วยป้องกันน้ำกระเด็นออกมาด้านนอก

    ช่องเก็บของด้านล่างใต้เคาน์เตอร์ครัว

    ประตูระเบียงเป็นบานเลื่อน 2 ตอน เปิดจากซ้ายไปขวา กรอบอลูมิเนียมสีดำ อยู่ติดกับเคาน์เตอร์ครัว
    สามารถเปิดประตูเพื่อช่วยระบายกลิ่นเวลาทำอาหารได้ดี

    ธรณีระเบียงยกสูง 13 ซม. พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิกกันลื่น ขนาด 30x30 ซม.

    คอมเพรสเซอร์ยกลอยไว้ที่ผนังฝั่งขวาของระเบียงทำให้สามารถใช้พื้นที่ตรงระเบียงได้อย่างเต็มพื้นที่
    ติดตั้งระแนงสำหรับบังสายตามาให้เรียบร้อย
    ราวระเบียงสูงประมาณ 120 ซม. สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป

    ปลั๊กไฟ และ สวิตซ์ไฟสีขาวของ Siemens
    2) ห้องแบบ 1 Bedroom Plus พื้นที่ใช้สอยขนาด 34 ตร.ม.


    เข้ามาเป็นโซนห้องนั่งเล่นวางโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง

    ระยะดูทีวี 230 ซม. กว้างกว่าห้องที่แล้ว

    ได้ชั้นวางทีวี Built-in

    ห้องนอนกั้นด้วยประตูบานเลื่อน 3 ตอน

    จากห้องนอนมองย้อนกลับไปยังประตูทางเข้าห้อง

    จากประตูถึงเตียงเหลือพื้นที่กว้างประมาณ 110 ซม. และปลายเตียงเหลือพื้นที่เดินประมาณ 40 ซม.

     ปลายเตียงติดตั้งปลั๊กไฟสำหรับติดตั้งทีวีไว้ให้แล้ว
    แนะนำให้ติดทีวีแบบแขวนผนังเพื่อให้เหลือทางเดินบริเวณปลายเตียงได้สะดวก

    ติดกับห้องนอนจะเป็นห้อง Plus หรือห้องอเนกประสงค์

    สามารถทำเป็นห้องแต่งตัว ห้องทำงาน หรือจะใส่เตียง 3.5 ฟุตทำเป็นห้องนอนก็ได้
    โดยห้องนี้จะอยู่ติดกับระเบียง

    พื้นที่ระเบียงห้องนี้จะเล็กกว่าห้องที่แล้ว ติดคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ทางขวา พร้อมที่บังสายตา

    Type นี้จะได้เป็นครัวเปิด แยกส่วนเตรียมอาหารออกจากเคาน์เตอร์ครัว
    เครื่องซักผ้าอยู่ใต้พื้นที่เตรียมอาหาร

    โดยพื้นที่สำหรับเตรียมอาหารสามารถเปิดขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้งานเวลาที่ต้องเตรียมอาหาร

    และพับเก็บได้เวลาที่ไม่ได้ใช้งานแล้วเป็นการประหยัดพื้นที่ไปในตัว

    ตำแหน่งห้องน้ำจะอยู่ใกล้กับเคาน์เตอร์ครัว

    สุขภัณฑ์ในห้องน้ำเป็นของ Mogen เหมือนกัน แต่พื้นที่ใช้สอยจะขนาดใหญ่กว่าห้องที่แล้วเล็กน้อย
    ราคาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยประมาณ (ณ 6 ส.ค. 2561)
    ราคาเริ่มต้น 
    • ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท สำหรับห้อง 1 Bedroom ขนาด 23.60 ตร.ม.
    • ราคาเริ่มต้น 2.95 ล้านบาท สำหรับห้อง 1 Bedroom ขนาด 28.40 ตร.ม.
    • ราคาเริ่มต้น 3.25 ล้านบาท สำหรับห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.90 ตร.ม.
    • ราคาเริ่มต้น 5.01 ล้านบาท สำหรับห้อง 2 Bedrooms ขนาด 51.20 ตร.ม.
    ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 
    • เงินกองทุน 500 บาท/ตร.ม. (ชำระครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์)
    • ค่าบำรุงส่วนกลาง 45 บาท/ตร.ม. (ชำระล่วงหน้า 1 ปี)
    • ผู้จะซื้อเป็นผู้ชำระค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า/ประปา/ และค่าติดตั้ง ณ วันโอนกรรมสิทธิ์
    • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุด ผู้ซื้อและผู้ชายชำระฝ่ายละครึ่ง
    • ค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ ผู้จะซื้อเป็นผู้ชำระ 
    โปรโมชั่น
    • ฟรี iPhone X 64 Gb
    • จอง + ทำสัญญา 100,000 ผ่อน 0% นาน 6 เดือน
    สถานะปัจจุบันของโครงการ (ณ 6 ส.ค. 2561)
    ไนท์บริดจ์ พหลโยธิน อินเตอร์เชนจ์ เตรียมเปิด Pre sales อย่างเป็นทางการ 15-16 ก.ย. นี้ ณ สำนักงานขายโครงการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการขอ EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) เปิดขายทุกชั้นทุกห้องมียอดขายไปแล้วกว่า 50% จะเริ่มก่อสร้างประมาณ Q2 ปี 2561 และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณ Q1 ปี 2563
    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Call Center 020 300 000 หรือ สำนักงานขาย 061-401-8000 หรือ www.knightsbridge.origin.co.th
    แก้ไขล่าสุด : 3 ก.ย. 61
    โดย
    :
    ดวงพร คล้ายมี
    กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

    รีวิวคอนโดใหม่ล่าสุด