ค้นหา คอนโดใหม่ condo
รีวิวคอนโดใหม่ : รีวิว-เยี่ยมชม น็อตติ้ง ฮิลล์ พหล-เกษตร (Notting Hill Phahol-Kaset)

รีวิว-เยี่ยมชม น็อตติ้ง ฮิลล์ พหล-เกษตร (Notting Hill Phahol-Kaset)

วันที่ : 12 มี.ค. 58
เข้าดูทั้งหมด: 14,479 คน

น็อตติ้ง ฮิลล์ พหล-เกษตร (Notting Hill Phahol-Kaset)
วันนี้ CheckRaka.com ขอพาทุกท่านมาเยี่ยมชมคอนโด Low-Rise ติดถนนพหลโยธิน ใกล้แยกเกษตร กับ นอตติ้ง ฮิลล์ พหล-เกษตร (Notting Hill Phahol-Kaset) ที่มีการออกแบบและให้บริการในสไตล์โรงแรม Boutique เป็นคอนโดหรู ที่มีความเป็นส่วนตัว เปรียบเสมือนการพักในโรงแรมระดับ Hi-Class จะเหมือนโรงแรมมากน้อยแค่ไหนเรามาดูรีวิวโครงการนี้กันเลยค่ะ


ข้อมูลโครงการโดยรวม
  • เจ้าของ และผู้พัฒนาโครงการ: บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด
  • ที่ตั้งโครงการ: ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.
  • อาคารชุดพักอาศัย 1 อาคาร สูง 8 ชั้น รวม 194 ยูนิต
  • ขนาดที่ดินทั้งโครงการ: 1-2-16.1 ไร่
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว 
  • ห้องชุดมี 6 รูปแบบหลักๆ ได้แก่ สตูดิโอ, 1 ห้องนอน และแบบ 2 ห้องนอน
  • ที่จอดรถประมาณ 42% (ไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  • ราคาเริ่มต้น 1.79 ล้านบาท สําหรับห้องแบบ Standard ขนาดประมาณ 20.3 ตร.ม.
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการประมาณปลายปี 2559
  • วันที่เข้าเยี่ยมชม-รีวิวคอนโด 6 ก.พ. 2558
เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการ
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2552 เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ในตอนต้น และปัจจุบันเพิ่มเป็น 301.58 ล้านบาท ทางบริษัทฯ มุ่งพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมเป็นหลัก โดยโครงการที่ผ่านมาของบริษัท มีมากกว่า 10 โครงการ เช่น โครงการ Sense of London คอนโดมิเนียม, Kensington ซอยสุขุมวิท 107, Notting Hill ซอยสุขุมวิท 107, KnightsBridge ซอยสุขุมวิท 107, The Knight I และ The Knight II ซอยสุขุมวิท 107, B-Loft สุขุมวิท 105 และ สุขุมวิท 115, Tropicana สุขุมวิท, B-Republic ซอยสุขุมวิท 101, Villa lasalle สุขุมวิท 105, KnightsBridge Sky River Ocean สุขุมวิท 27, Hotting Hill ติวานนท์ และโครงการล่าสุด Notting Hill พหล-เกษตร 
ทำเลที่ตั้ง
โครงการนี้ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน ใกล้โรงเรียนปราโมชวิทยาทาน หมู่ 6 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. โดยมีระยะทางเพียง 180 เมตรจากสถานีบางบัว ซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (ส่วนต่อขยายในอนาคต) มีการคมนาคมที่สะดวก ใกล้ห้างสรรพสินค้า ใกล้สถานศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำหลายสถาบัน ใกล้สถานพยาบาล ใกล้สถานที่ราชการ และยังสามารถเชื่อมต่อถนนหลัก และสถานที่สำคัญต่างๆ อาทิเช่น
  • ถนนงามวงศ์วาน
  • ถนนรัชดาภิเษก
  • ถนนเจ้งวัฒนะ
  • ถนนรามอินทรา
  • ถนนวิภาวดีรังสิต

ภาพแผนที่โครงการน็อตติ้ง ฮิลล์ พหล-เกษตร

ภาพแผนที่โครงการแจกแจงให้เห็นระยะใกล้-ไกลของโครงการกับสถานที่ หรือ Landmark รอบๆ โครงการที่น่าสนใจตำแหน่ง GPS โดยประมาณของโครงการ = 13.859999, 100.587101
(คลิกเพื่อชมพิกัดบน Google Maps)

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 2 กม.

กรมป่าไม้ อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 1.5 กม.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 500 ม.

กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 300 ม.

มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 2 กม.

Tesco Lotus สะพานใหม่ อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 3.7 กม.

โรงพยาบาลเซ็นทรัล เยนเนอรัล อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 4 กม

เซ็นทรัลรามอินทรา อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 3 กม.

เมเจอร์รัชโยธิน อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 4 กม.

เซ็นทรัลลาดพร้าว อยู่ห่างจากโครงการประมาณ 5.5 กม.
การเดินทางเข้า - ออกโครงการ
เส้นทางที่ 1 - ขาเข้าโครงการจากแยกเกษตร

เราไปดูเส้นทางการเดินทางเริ่มจากแยกเกษตร (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) กันดีกว่าค่ะ

ขับตรงมาจากเซ็นทรัลลาดพร้าวเจอแยกเกษตรมุ่งหน้าตรงไปตามถนนพหลโยธิน

ผ่านกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก และโรงแรมมารวยการ์เด้น ฝั่งขวามือ

ยังคงขับตรงไปเรื่อยๆ เริ่มใกล้ตัวโครงการแล้วค่ะ ซ้ายมือเป็นป้ายบอกว่าเกือบถึงวัดบางบัว
ส่วนขวามือคือมหาวิทยาลัยศรีปทุม

ถ้าเลี้ยวซ้ายเข้าซอยพหลโยธิน 49/1 จะสามารถทะลุไปออกซอยวิภาวดี 60 ได้ค่ะ

ขับขึ้นสะพานข้ามคลองบางบัว (สะพานทองจรรยา) ชิดซ้ายไว้เลยค่ะ

ลงสะพานมาจะเห็นป้ายโครงการอยู่ซ้ายมือค่ะ ส่วนด้านขวามือเป็นพื้นที่ของราบ 11 

จากนั้นให้เตรียมเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าโครงการทันที แต่ก็ค่อนข้างปลอดภัยจากรถที่ตามมาข้างหลัง
เพราะมีระยะห่างระหว่างช่วงเลี้ยวลงคอสะพานพอสมควรค่ะ
เส้นทางที่ 2 - ขาเข้าโครงการจากวงเวียนอนุสาวรีย์หลักสี่

เส้นทางที่ 1 - ขาออกโครงการไปแยกเกษตร

เส้นทางที่ 2 - ขาออกโครงการไปวงเวียนหลักสี่

2. การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (ส่วนต่อขยาย) หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต
โครงการส่วนต่อขยาย หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต มีระยะทางประมาณ 19 กิโลเมตร ลักษณะเป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับตลอดเส้นทาง มีสถานียกระดับจำนวน 16 สถานี แนวเส้นทางเริ่มต้น ต่อเนื่องจากแนวเส้นทางของโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (BTS) ที่สถานีหมอชิต ข้ามทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์บริเวณห้าแยก ลาดพร้าว ผ่านแยกรัชโยธิน แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไปจนถึงบริเวณแยกหลักสี่และเบี่ยงออกด้านขวาเลียบไปตามขอบอุโมงค์ลอดแยกหลักสี่ และเบี่ยงเข้าสู่เกาะกลางดังเดิม ไปจนถึงบริเวณสะพานใหม่หน้าตลาดยิ่งเจริญ โดยเมื่อถึงประมาณกิโลเมตรที่ 25 ของถนนพหลโยธิน แนวเส้นทาง จะเบี่ยงไปทางด้านทิศตะวันออก (ด้านเหนือของพื้นที่ประตูกรุงเทพฯ) ข้ามคลองสอง ผ่านบริเวณด้านข้างของสถานีตำรวจภูธรคูคต เข้าสู่บริเวณเกาะกลางของถนนลำลูกกา และสิ้นสุดที่บริเวณคลองสอง (บริเวณสถานีคูคต) ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารจอดรถ มีสถานียกระดับ 16 สถานี (ขอบคุณข้อมูลจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย)

แผนที่แสดงแนวเส้นทางและตำแหน่งสถานีบางบัว ซึ่งใกล้กับตัวโครงการเพียง 180 เมตรเท่านั้น

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

ภาพจำลองสถานีบางบัว (รหัสสถานี N15) ตั้งอยู่บริเวณโรงเรียนบางบัว ห่างจากโครงการเพียง 180 เมตร

แผนที่รถไฟฟ้า BTS
(ขอบคุณภาพประกอบจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย)
การเดินทางด้วยรถเมล์

การเดินทางด้วยรถโดยสาร (รถเมล์ประจำทาง) มีหลายสายด้วยกัน แต่จะยกตัวอย่างสายรถเมล์หลักๆ 3 สายดังนี้ค่ะ
  • สาย 26 มีนบุรี - อนุสาวรีย์ : เริ่มต้นที่ตลาดมีนบุรี แยกขวาไปตามถนนสีหบุรานุกิจ ผ่านสี่แยกมีนบุรี ไปตามถนนรามอินทรา ผ่านโรงเรียนเศรษฐบุตรบำเพ็ญ โรงเรียนบางชัน สวนสยาม โรงพยาบาลนพรัตน์ แฟชั่นไอส์แลนด์ ซาฟารีเวิลด์ รพ.สินแพทย์แยก กม. 8 โรงเรียนวัดคู้บอน ถนนรามอินทรา อนุสาวรีย์หลักสี่บางเขน แยกซ้ายไปตามถนนพหลโยธิน ผ่าน สน.บางเขน ผ่านกรมทหารราบที่ 11 เตรียมลงจากรถตรงป้ายรถเมล์เพื่อข้ามสะพานลอยเข้าโครงการน็อตติ้ง ฮิลล์ พหล-เกษตร
  • สาย 34 รังสิต - หัวลำโพง : เริ่มที่รังสิต วิ่งผ่านรพ.ปทุมเวช ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ถนนพหลโยธิน รพ.ธัญบุรี รพ.แพทย์รังสิต ม.รังสิตเซียร์รังสิต สี่มุมเมือง แยกลำลูกกา รพ.ภูมิพล รพ.เซ็นทรัลเยนเนอรัล อนุสาวรีย์บางเขน สน.บางเขน ผ่านกรมทหารราบที่ 11 เตรียมลงจากรถตรงป้ายรถเมล์เพื่อข้ามสะพานลอยเข้าโครงการน็อตติ้ง ฮิลล์ พหล-เกษตร
  • สาย 512 หมอชิตใหม่ - ปากคลองตลาด : เริ่มต้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ จตุจักร ไปตามถนนกำแพงเพชร 2 แยกซ้าย ถนนกำแพงเพชร แยกซ้ายถนนพหลโยธิน ผ่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมป่าไม้ โรงเรียนบางบัว เตรียมลงป้ายรถเมล์แรกหลังจากลงสะพานข้ามคลองบางบัว (ขอบคุณข้อมูลจากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ)
สภาพแวดล้อมใกล้เคียง

แผนที่สภาพแวดล้อมและสถานที่สำคัญบริเวณรอบโครงการ

เดี๋ยวเราลองออกไปสำรวจ บริเวณรอบโครงการกันค่ะ เริ่มจากเดินเลี้ยวขวาออกจากโครงการ

เดินฝ่าแดดตรงขึ้นไปเรื่อยๆ เลยค่ะ

ขวามือคือโรงเรียนปราโมชวิทยาทาน รั้วของโรงเรียนจะติดกันกับโครงการเลย

ถัดไปก่อนถึงจุดกลับรถใต้สะพานจะเป็นอู่ซ่อมรถ

ตรงไฮไลท์สีเหลืองเป็นเลนที่รถวิ่งลอดใต้สะพานมาจากถนนผลาสินธุ์ และสามารถเลี้ยวซ้ายเข้าโครงการได้ทันที

แต่ถ้ามาจากวงเวียนหลักสี่ (ฝั่งตรงข้ามโครงการ) ให้เบี่ยงซ้ายเข้าถนนผลาสินธุ์ก่อนที่จะลอดใต้สะพานข้าม
คลองบางบัว จากนั้นวิ่งเข้าโครงการได้เลย จุดกลับรถตรงนี้ถือว่าดีมากเลยเพราะไม่ต้องไปกลับรถไกลมากค่ะ

กลับมาที่หน้าโครงการ ถ้าเลือกเดินไปทางด้านซ้ายของโครงการ สิ่งแรกที่เห็นคือสะพานลอย 

ลองเดินขึ้นสะพานลอยกันดูค่ะ มองหันกลับไปที่หน้าโครงการก็จะเห็นที่ตั้ง Sales Gallery อยู่ริมถนนอย่างชัดเจน

และถ้าเดินลงสะพานลอยไปฝั่งตรงข้ามโครงการ (หน้ากรมทหารราบที่ 11)
ก็จะเจอป้ายรถเมล์ทันที สะดวกต่อการเดินทางมากจริงๆ ค่ะ

เดินย้อนกลับมา ลงสะพานลอยฝั่งเดียวกับโครงการ ก็เจอป้ายรถเมล์อีกครั้ง

ตึกแถวช่วงนี้มีความสูง 4-5 ชั้น อาจจะบดบังวิวเล็กน้อยกับอาคารของโครงการฝั่งทิศเหนือ

ประมาณ 70 เมตรจะเจอทางเข้าหมู่บ้านถาวรวิลล่าบางบัว 2

เดินเลยช่วงตึกแถวมา จะเจอกับหน่วยงานราชการติดกัน 2 หน่วยงานจุดแรกเป็นกรมทางหลวงชนบท

ถัดไปก็จะเจอกับสำนักงานที่ดิน สาขาบางเขน จะโอนที่ โอนบ้านก็สะดวกเลยค่ะ

ติดกันเป็นสวนอาหารบางบัวร้านดังของย่านนี้ บนเนื้อที่กว่า 4 ไร่ ที่นี่มีห้องจัดเลี้ยงและมีอาหารขึ้นชื่อหลายเมนู 
เดินเลยไปอีกนิดจะเจออาคารพาณิชย์ ที่มีร้านอาหารชื่อดังหลายร้านอยู่ติดๆ กันเรียกได้ว่าอยู่ที่นี่ไม่อดตายแน่นอนค่ะ 
รูปแบบตึก และตัวโครงการโดยรวม
โครงการ Notting Hill พหล-เกษตร อยู่ติดถนนพหลโยธิน ตัวโครงการเป็นอาคาร Low-Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ 1-2-16.1ไร่ การออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Luxury Vintage พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานสไตล์ Modern English และการบริการแบบ Hotel Service โดยเริ่มก่อสร้างประมาณไตรมาส 2 ปี 2558 และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณไตรมาส 3 ปี 2559

โมเดลโครงการมุมมองจากทิศตะวันออกฝั่งถนนพหลโยธิน
และฝั่งทิศใต้ติดกับโรงเรียนปราโมชวิทยาทาน และอู่ซ่อมรถ

โมเดลโครงการมุมมองจากทางฝั่งทิศตะวันตก อยู่ติดกับโรงเรียนปราโมชวิทยาทาน

โมเดลโครงการมุมมองจากทางฝั่งทิศเหนือ ติดกับอาคารพาณิชย์ สูงประมาณ 4-5 ชั้น

FLOOR PLAN แสดงตำแหน่งชั้น 2 ของโครงการ (คลิกดูภาพขนาดใหญ่) 
ซึ่งชั้นนี้แบ่งออกเป็นส่วนของสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และส่วนของห้องพักอาศัยจำนวน 26 ยูนิต

FLOOR PLAN แสดงตำแหน่งชั้น 3-8 ของโครงการ (คลิกดูภาพขนาดใหญ่)
ซึ่งเป็นส่วนของห้องพักอาศัยทั้งหมด โดยแต่ละชั้นจะมีจำนวน 28 ยูนิต

บริเวณด้านหน้าสำนักงานขายค่ะ
ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวก
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการถือว่ามีมาให้ลูกบ้านเยอะพอสมควรเลยทีเดียว โดยสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณชั้น 2 และชั้นดาดฟ้าของโครงการ และความพิเศษอีกย่างหนึ่งของโครงการนี้คือ นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐานที่ทางโครงการมีมาให้แล้ว ยังมีบริการแบบ Hotel service มาให้ลูกบ้านอีกด้วย
สิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐาน
  1. Lobby ตกแต่งสไตล์ Boutique
  2. ห้องฟิตเนส พร้อมเครื่องเล่น
  3. สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ขนาด 18 x 6 เมตร พร้อมสระเด็ก
  4. ที่จอดรถ 81 คัน หรือประมาณ 42% (แบบไม่รวมจอดซ้อนคัน)
  5. ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว
  6. สวนสีเขียวที่บนชั้นดาดฟ้า
  7. กล้อง CCTV
  8. Access Card Control คีย์การ์ดเข้าห้องพัก
  9. Digital Door Lock ระบบกลอนประตูอิเล็กทรอนิกส์
  10. พนักงานรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง
Hotel Service 
  1. House Keeper บริการทำความสะอาดห้องพักฟรี 2 ครั้ง/เดือน
  2. Laundry Service บริการรับซักรีดเสื้อผ้า
  3. Reception บริการรับจ่ายบิล ค่าน้ำ/ ค่าไฟ
  4. Concierge บริการช่วยถือสัมภาระ และบริการเรียกรถแท็กซี่
  5. Room Service บริการรับสั่งอาหารแบบ Delivery ให้ถึงห้อง

ภาพจำลองบรรยากาศภายใน Lobby

ภาพจำลองบรรยากาศสระว่ายน้ำ ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 2 ของโครงการ

ภาพจำลองบรรยากาศภายในห้องฟิตเนส พร้อมเครื่องเล่น ซึ่งอยู่ที่ชั้น 2 เช่นกัน

ภาพจำลองบรรยากาศ Open Air Sculpture Park บริเวณชั้นดาดฟ้า

ภาพจำลองบรรยากาศ Leisure Hyde Park บริเวณชั้นดาดฟ้า

ภาพจำลองบรรยากาศ 4 Season Gazebo บริเวณชั้นดาดฟ้า
ภาพห้องตัวอย่างและ Lay out
สำหรับห้องของโครงการนี้ ขายแบบ Fully Fitted โดยมีห้องให้เลือก 6 Type ด้วยกัน แบ่งเป็นแบบ สตูดิโอ, 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน จำนวนยูนิตพักอาศัยรวมทั้งหมด 194 ยูนิต โดยจะมีเฟอร์นิเจอร์แบบ Built-in มาให้ค่อนข้างครบ และมีเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวมาให้บางส่วน ซึ่งแต่ละ Type มีขนาดตามนี้
  1. ห้องแบบ STANDARD  (1 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว) - เนื้อที่ 21.5 ตร.ม. จำนวน 49 ยูนิต
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้องขนาดใหญ่)
  2. ห้องแบบ SUPERIOR (1 ห้องนอน, 1 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว) - เนื้อที่ 25.3 - 27.7 ตร.ม. จำนวน 35 ยูนิต
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้องขนาดใหญ่)
  3. ห้องแบบ DELUXE (1 ห้องนอน, 1 ห้องอเนกประสงค์, 1 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว) - เนื้อที่ 30.8 - 36.7 ตร.ม. จำนวน 61 ยูนิต (คลิกเพื่อชมแปลนห้องขนาดใหญ่)
  4. ห้องแบบ SUITE (2 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว) - เนื้อที่ 42.6 - 45.7 ตร.ม. จำนวน 21 ยูนิต
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้องขนาดใหญ่)
  5. ห้องแบบ GRAND SUITE (2 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว) - เนื้อที่ 52.4 - 53.5 ตร.ม. จำนวน 21 ยูนิต
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้องขนาดใหญ่)
  6. ห้องแบบ PENTHOUSE (2 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ห้องครัว) - เนื้อที่ 68.4 ตร.ม. จำนวน 7 ยูนิต
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้องขนาดใหญ่
1) ภาพห้องตัวอย่างแบบ DELUXE  ขนาด 30.8 - 36.7 ตร.ม
สำหรับห้อง Deluxe จะเป็นแบบ 1 Bed Plus คือได้ 1 ห้องนอน และอีก 1 ห้องอเนกประสงค์ เหมือนซื้อในราคา 1 ห้องนอน แต่ได้ไปถึง 2 ห้อง ซึ่งจะปรับให้เป็นห้องนอน วางเตียงขนาดเล็กแบบ 3.5 ฟุต ก็ได้ หรือจะทำเป็นห้องทำงาน ห้องเก็บของก็ได้เช่นกัน โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ทางโครงการให้มากับห้องนี้ ประกอบด้วย ชุดครัว Built-in, แอร์ Daikin ขนาด 9,000 BTU 3 เครื่อง (ห้องนอน, น้องนั่งเล่น และห้องอเนกประสงค์), ตู้เสื้อผ้า, เตียง, ชั้นวางทีวี, ฉากกั้นอาบน้ำ และ Digital Door Lock

Layout ห้องแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 30 ตร.ม. 
มี 1 ห้องนอน 1 ห้องอเนกประสงค์ 1 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น และ 1 ห้องครัว (แบบเปิด)

สำหรับประตูห้องที่ได้จะเป็นประตูไม้สำเร็จรูปขนาด 90 x 200 ซม. ภายในห้องด้านซ้ายจะเป็นส่วนของ Living room เชื่อมต่อกับมุมทานข้าว และถัดไปเป็นห้องนอน ด้านขวาเป็นตำแหน่งของชั้นวางทีวี เชื่อมต่อกับทางเข้าห้องครัวและห้องน้ำ พื้นห้องเป็นพื้นกระเบื้องยางลายไม้ ทนน้ำได้ดี ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.4 เมตร ผนังทาสีขาวฉาบเรียบแบบมาตรฐาน

เข้ามาในห้องทางขวามือจะเป็นมุมของชั้นวางทีวี แบบบานเปิด และชั้นวางของเล็กๆ (ได้ทั้งหมดยกเว้นทีวี)
พร้อมเครื่องปรับอากาศ ยี่ห้อ Daikin ขนาด 9,000 BTU ที่ติดตั้งมาให้ด้วย 1 เครื่อง 

ส่วนทางด้านซ้ายจะเป็นส่วนของ Living room ที่สามารถวางโซฟาแบบ 2 ที่นั่ง
(โซฟาไม่ได้ให้นะคะ เป็นเพียงของตกแต่งเท่านั้น)

ห้อง Living room นี้จะมีเครื่องเสียงระบบ Sound Touch System หน้าจอระบบสัมผัส เสมือนเป็น Home Theater เล็กๆ สามารถต่อ SD Card, Bluetooth หรือ Mobile ได้หมด โดยจะมีลำโพงบนเพดานพร้อมติดตั้งให้ 2 จุด
อยู่บริเวณห้องนอน 1 จุด และห้อง Living room อีก 1 จุด

เนื่องจากมุมของโต๊ะทานข้าวค่อนข้างที่จะมีพื้นที่จำกัด จึงนั่งได้เพียง 1 ที่เท่านั้น
แต่ถ้าเอาชั้นวางของออกแล้วขยับโซฟามามาทางซ้ายอีกหน่อย น่าจะทำให้นั่งสบายขึ้นค่ะ

ห้องนอนกั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 2 บาน สามารถปรับเลื่อนเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งให้กับห้องนอนได้

ภายในห้องนอนมีเตียงขนาด 5 ฟุตให้ บริเวณใต้เตียงมีส่วนของลิ้นชัก สามารถเก็บของเล็กๆ น้อยๆ ได้

บริเวณปลายเตียง ทางโครงการติดตั้งแอร์ Daikin ขนาด 9,000 BTU มาให้ด้วย
ส่วนผนังจะเป็นแบบฉาบเรียบสีขาว งานผนัง งานตกแต่ง และโต๊ะเครื่องแป้งไม่ได้ให้นะคะ

หน้าต่างห้องนอนเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อนแบบ Bay Window เพิ่มความรู้สึกเสมือนได้อยู่ห้องมุม
ส่วนด้านซ้ายเป็นกระจกแบบบานเลื่อน

ตู้เสื้อผ้า Built-in ที่โครงการให้มา จากภาพจะอยู่ทางด้านซ้ายของเตียง

และติดกับห้องนอนจะเป็นส่วนของห้องอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 2 บาน

ภายในห้องอเนกประสงค์จะจัดเป็นห้องนั่งเล่น  หรือห้องนอนที่วางเตียงขนาดเล็กแบบ 3.5 ฟุต
หรือจะทำเป็นห้องทำงาน หรือห้องเก็บของก็ได้เช่นกัน โดยโครงการติดตั้งแอร์ Daikin มาให้ด้วย 1 ตัว

ฝ้าจริงของโครงการไม่ได้ Drop มาให้นะคะ
ส่วนประตูระเบียงเป็นประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 2 บาน กรอบอลูมิเนียมสีดำ

พี้นที่ระเบียงความยาวประมาณ 2 เมตร สำหรับใช้งาน และวางเครื่องซักผ้า

คอยล์ร้อนแอร์ 3 ตัวแขวนไว้ด้านบน เป่าลมร้อนออกด้านนอก
เวลาใช้งานจริงลมร้อนก็จะไม่พัดตีเข้ามาในห้อง พร้อมไฟซาลาเปา 1 ดวง

ติดกันกับห้องอเนกประสงค์จะเป็นส่วนของห้องครัว และถัดไปคือห้องน้ำ

ในส่วนของห้องครัวเป็นแบบครัวเปิดเหมือนครัวฝรั่ง ได้ชุดครัว Built-in ตามนี้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดูดควัน,
เตาไฟฟ้า 2 หัว และอ่างล่างจานหลุมเดียวของ Teka ยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีให้

ตำแหน่งของที่วางตู้เย็น อยู่บริเวณด้านข้างของประตูทางเข้าห้องน้ำค่ะ (ตู้เย็นไม่ได้ให้)

ธรณีประตูกั้นระหว่างห้องน้ำกับห้องครัวสูงประมาณ 5 ซม.

พื้นห้องน้ำเป็นกระเบื้อง แยกส่วนแห้ง และส่วนเปียกไว้อย่างจัดเจน

ส่วนของห้องน้ำได้ตามนี้ อ่างล้างหน้า และโถสุขภัณฑ์ของ American Standard
ได้ฉากกั้นอาบน้ำเป็นกระจกเทมเปอร์บานเลื่อน พร้อมฝักบัว
2) ภาพห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน Suite ขนาด 42.6 - 45.7 ตร.ม
สำหรับห้อง Suite จะเป็นแบบ 2 ห้องนอน ซึ่งความพิเศษจะอยู่ที่ห้อง Master Bedroom ซึ่งมีห้องน้ำในตัว พร้อมเซ็ตอ่างอาบน้ำ โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ให้มากับห้องนี้ ประกอบด้วย ชุดครัว Built-in, แอร์ Daikin ขนาด 9,000 BTU 2 เครื่อง (ห้อง Master Bedroom และห้องนอนเล็ก), แอร์ Daikin ขนาด 12,000 BTU 1 เครื่องที่ Living Room, ตู้เสื้อผ้า, เตียง, ชั้นวางทีวี, ฉากกั้นอาบน้ำ และ Digital Door Lock

Layout ห้องแบบ 2 ห้องนอน Suite ขนาด 42.6 - 45.7 ตร.ม
มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องนั่งเล่น และ 1 ห้องครัว (แบบเปิด)

สำหรับประตูห้องที่ได้จะเป็นประตูไม้สำเร็จรูป MDF พร้อมระบบ Digital Door Lock ของ Samsung

สามารถล็อคได้ 3 ระบบ (แบบ Password แบบ Card และแบบ Manual ปกติ)
ส่วนด้านในเป็น Double Lock สามารถล็อคได้แบบปกติ

เข้ามาด้านในห้อง พื้นห้องเป็นพื้นกระเบื้องยางลายไม้ ความสูงจากพื้นถึงเพดาน 2.4 เมตร
ไฟดาวน์ไลท์แบบสี่เหลี่ยม ผนังทาสีขาวฉาบเรียบแบบมาตรฐาน

ทางด้านซ้ายมือจะเป็นส่วนของห้องครัว ที่เชื่อมต่อกับห้อง Master Bedroom และห้อง Living room

ห้องครัวเป็นครัวแบบเปิด พร้อมชุดครัว Built-in ได้ตามนี้เลยค่ะ
อ่างล้างจานหลุมเดียว, เตาไฟฟ้าแบบ 2 หัว และเครื่องดูดควัน ยกเว้นตู้เย็นนะคะที่ไม่ได้ให้

หน้าจอระบบ Sound Touch System ของห้องนี้จะติดตั้งอยู่บริเวณเคาน์เตอร์ครัวค่ะ พร้อมลำโพง 2 ตัว
อยู่ที่ Living room และ Master Bedroom ห้องละ 1 ตัว

ห้อง Living room สามารถวางโซฟาแบบ 2 ที่นั่งพร้อมโต๊ะกลางได้ 1 ตัว (โคมไฟไม่ได้นะคะ)
ฝั่งตรงข้ามเป็นตำแหน่งของชั้นวางทีวี

ทางโครงการให้ชั้นวางทีวี (แต่ไม่ให้ทีวีนะคะ) พร้อมแอร์ Daikin ขนาด 9,000 BTU พร้อมติดตั้งให้ 1 ตัว

ระเบียงสำหรับใช้งานขนาดประมาณ 2.4x0.74 เมตร สามารถวางเครื่องซักผ้าขนาด 7.5 กก. ได้

คอยล์ร้อนแอร์ 3 ตัว แขวนด้านบน เป่าลมร้อนออกด้านนอก

เข้ามาใน Master Bedroom ทางด้านขวามือจะได้เตียงขนาด 5 ฟุต แบบลอยตัว
พร้อมลิ้นชักเก็บของเล็กๆ ใต้เตียง ซึ่งทางโครงการให้มา

หน้าต่างแบบ Bay Window พร้อมกระจกบานเลื่อนอยู่ทางฝั่งซ้าย

ผนังห้องจริงเป็นผนังทาสีขาวฉาบเรียบ ไม่มีกระจกให้นะคะ
ในห้องนี้มีแอร์ Daikin ขนาด 9,000 BTU พร้อมติดตั้งให้ด้วยอีก 1 ตัว

ตำแหน่งลำโพงในห้อง Master Bedroom

ตู้เสื้อผ้า Built-in แบบบานเปิด 2 บาน จากภาพจะอยู่ทางฝั่งซ้ายของเตียง

 Master Bedroom มีห้องน้ำในตัวด้วยค่ะ

ภายในห้องน้ำได้ อ่างล้างหน้า พร้อมโถสุขภัณฑ์จาก American Standard
นอกจากนี้ยังมีอ่างอาบน้ำพร้อมฝักบัวมาให้อีกด้วยค่ะ

ส่วนของห้องนอนเล็กจะอยู่ระหว่างส่วนของห้อง Living room และห้องน้ำเล็กอีกห้องนึงค่ะ

ภายในห้องนอนเล็ก ผนังจริงเป็นฉาบเรียบทาสีขาว ไม่ได้ Drop ฝ้า ไฟแบบดาวน์ไลท์
ไฟหัวเตียงไม่มีให้เป็นเพียงแค่ของตกแต่ง

ได้เตียงขนาด 5 ฟุต มีลิ้นชักใต้เตียง ไว้สำหรับเก็บของเล็กๆ น้อยๆ ได้ค่ะ

หน้าต่างห้องนอนเล็กเป็นกระจกบานเลื่อนแบบธรรมดา ไม่ใช่ Bay Window แบบห้อง Master Bedroom
ส่วนตำแหน่งมุมเสาของจริงก็เว้าตามนี้เลยเป๊ะเลยค่ะ

ตู้เสื้อผ้า Built-in แบบบานเปิด 2 บาน จากภาพตั้งอยู่ทางซ้ายของเตียงนอน

พื้นที่ปลายเตียงยังพอมีพื้นที่สำหรับตั้งโต๊ะวางของได้ หรือจะติดทีวีไว้ที่ผนังก็ยังได้ ส่วนผนังจริงเป็นผนังฉาบเรียบสีขาวเท่านั้น กระจกที่เห็นเป็นเพียงของตกแต่ง ในห้องนี้ทางโครงการติดตั้งแอร์ Daikin ขนาด 9,000 BTU มาให้ด้วยอีก 1 ตัว

ห้องนอนเล็กอยู่ติดกับห้องน้ำค่ะ ซึ่งห้องน้ำนี้ ใช้แชร์กับส่วนของ Living room ด้วย
เวลามีแขกมาจะได้ไม่ต้องเข้าไปใช้ห้องน้ำภายในห้องนอน

แต่ห้องน้ำนี้จะพิเศษกว่าตรงที่กระจกเทมเปอร์ที่กั้นระหว่างส่วนแห้ง และส่วนเปียกมีลักษณะทรงโค้ง
ส่วนอ่างล้างหน้า และโถสุขภัณฑ์ เป็นของ American Standard เหมือนกันค่ะ

ฝักบัวของห้องนี้ก็เป็นของ American Standard เหมือนกันค่ะ
ราคาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยประมาณ (6 ก.พ. 58)
ราคา (ณ 6 ก.พ. 58) เริ่มต้น 1.79 ล้านบาท
ตัวอย่างราคาห้อง
  • ห้องแบบ STANDARD  (สตูดิโอ)
    ขนาด 20.3 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นประมาณ 1.79 ล้านบาท
  • ห้องแบบ SUPERIOR (1 ห้องนอน)
    ขนาด 25.3 - 27.7 ตร.ม. ปัจจุบัน Sold Out แล้ว
  • ห้องแบบ DELUXE (1 ห้องนอน)
    ขนาด 36.7 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นประมาณ 3.2 ล้านบาท
  • ห้องแบบ SUITE (2 ห้องนอน)
    ขนาด 42.6 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นประมาณ 3.5 ล้านบาท
  • ห้องแบบ GRAND SUITE (2 ห้องนอน)
    ขนาด 52.4 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นประมาณ 4.4 ล้านบาท
  • ห้องแบบ PENTHOUSE (2 ห้องนอน)
    ขนาด 68.4 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นประมาณ 5.9 ล้านบาท
ค่าส่วนกลาง: 46 บาท/ตร.ม./เดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี ณ วันโอนกรรมสิทธิ์)
เงินกองทุนส่วนกลาง: 460 บาท/ตร.ม. (ชำระครั้งเดียว ณ วันโอนกรรมสิทธิ์)
ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์: ผู้ซื้อและผู้ขายแบ่งชำระกันคนละครึ่ง
ค่ามิเตอร์ไฟฟ้า: ผู้จะซื้อเป็นผู้ชำระ
ค่าเงินประกันมิเตอร์น้ำ: ผู้จะซื้อเป็นผู้ชำระ
Promotion พิเศษ!
  • จองพร้อมทำสัญญาวันนี้ เลือกรับฟรี! เครื่องใช้ไฟฟ้า 3 รายการ อาทิ ทีวี, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, ไมโครเวฟ
  • หรือจะเลือกรับเครื่องเสียงระบบ Sound Touch System พร้อมติดตั้ง
ภาพรวมโดยสรุปของโครงการ
  • การเดินทางเข้าออกโครงการ ตัวโครงการตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธินฝั่งขาออก หากขับรถเลยโครงการตรงขึ้นไป จะเจอกับวงเวียนอนุสาวรีย์บางเขน ตรงนี้จะสามารถเชื่อมไปยังถนนสายอื่นๆ ได้ค่อนข้างมาก ได้แก่ ถนนเจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา และถนนวิภาวดีรังสิต เช่น หากจะเดินทางไปยังสนามบินดอนเมือง ก็สามารถเลี้ยวซ้ายแรกตรงอนุสาวรีย์บางเขนเพื่อจะไปเจอกับถนนแจ้งวัฒนะ และไปออกทางคู่ขนานถนนวิภาวดีรังสิตได้ หรือจะเลือกวิ่งเข้าเมืองก็มีที่กลับรถซึ่งไม่ไกลจากหน้าโครงการ แล้วตรงขึ้นข้ามสะพานบางบัว ผ่านม.ศรีปทุม ตรงขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะเจอกับแยกเกษตร ซึ่งก็เลือกเส้นทางที่จะไปได้ ทั้งเส้นลาดพร้าว รัชดาภิเษก และงามวงศ์วาน แต่ปัญหารถติดของถนนพหลโยธินก็ยังมีบ้างเป็นบางช่วงเวลา ถ้าเลือกเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะในส่วนการเดินทางด้วยรถเมล์ หรือรถตู้ ก็สะดวกมากๆ เพราะมีป้ายรถเมล์อยู่หน้าโครงการ และข้ามสะพานลอยไปก็เป็นป้ายรถเมล์อยู่หน้ากรมทหารราบที่ 11 อีก และในอนาคตก็มีรถไฟฟ้าสายสีเขียววิ่งผ่านหน้าโครงการ รวมถึงมีสถานีที่อยู่ห่างจากโครงการเพียงแค่ 180 เมตรเท่านั้น
  • ทำเลรอบโครงการ โครงการนี้ตั้งอยู่ระหว่างโรงเรียนปราโมชวิทยาทานมีความสูง 2 ชั้น (ฝั่งทิศใต้) และอาคารพาณิชย์สูง 4-5 ชั้น (ฝั่งทิศเหนือ) ตรงข้ามโครงการ (ฝั่งทิศตะวันออก) ก็เป็นพื้นที่โล่งของกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และโซนด้านหลังโครงการ (ฝั่งทิศตะวันตก) เป็นคลองบางบัว ระยะของการเดินมองหาร้านอาหาร หรือข้างของเครื่องใช้ ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากบริเวณรอบๆ โครงการ 100-200 เมตร จะเป็นในส่วนของโรงเรียน ร้านซ่อมรถ และร้านแต่งรถมากกว่า แต่ถ้าเลี้ยวซ้ายออกจากโครงการไป เลือกเดินออกกำลังกายเบาๆ ออกไปหาของกินร้านอาหารต่างๆ ส่วนมากจะอยู่เชิงสะพานข้ามคลองบางบัว หรือถ้าจะหาอะไรอร่อยๆ หนักๆ ให้ลองปั่นจักรยานขึ้นไปทางวัดพระศรีมหาธาตุจุดนั้นจะมีของกิน ร้านอาหาร ร้านข้าวต้ม ร้านเสริมสวย ร้านเสื้อผ้า เยอะกว่าเพราะจะมีหอพักของนักศึกษาทั้งจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยเกริก และมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครพักอยู่ในซอยพหลโยธิน 55 กันเป็นจำนวนมากเรียกได้ว่าคึกคักทีเดียวค่ะซอยนี้ แต่ก็มีระยะทางที่ไกลกว่าพอสมควรเลย
  • อาคารและตัวโครงการโดยรวม - เป็นโครงการขนาดเล็ก ออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Luxury Vintage เป็นอาคาร Low-Rise สูง 8 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 1-2-16.1 ไร่  มีจำนวนยูนิตเพื่อการอยู่อาศัยทั้งหมด 194 ยูนิต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐาน เช่น ฟิตเนส, ล็อบบี้, สวนสไตล์ Modern English บนชั้นดาดฟ้า, ประตูระบบ Digital Door Lock พร้อมที่จอดรถอีกประมาณ 42% (แบบไม่รวมจอดซ้อนคัน), สระว่ายน้ำขนาด 18 x 6 เมตร พร้อมสระเด็ก (แต่อาจไม่ค่อยเป็นส่วนตัวมากนัก เพราะอยู่ที่ชั้น 2 แถมหันหน้าเข้าหาถนนพหลโยธิน), ลิฟต์โดยสารอีก 2 ตัว โดยคิดเป็นอัตราส่วนการใช้ลิฟต์ อยู่ที่ประมาณ 97 ยูนิตต่อลิฟต์ 1 ตัว นอกจากนี้ยังพิเศษด้วยบริการแบบ Hotel Service ที่ทางโครงการมอบให้กับลูกบ้านอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น บริการทำความสะอาดห้องพักฟรี 2 ครั้ง/เดือน, รับซักรีดเสื้อผ้า, รับจ่ายบิล ค่าน้ำ/ ค่าไฟ, บริการช่วยถือสัมภาระ, บริการเรียกรถแท็กซี่ และบริการรับสั่งอาหารแบบ Delivery ซึ่งทั้งหมดนี้ คิดค่าบริการฟรี เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกบ้านดีค่ะ
  • รูปแบบห้องและวัสดุ - ลักษณะห้องพักอาศัยแบ่งเป็น 3 แบบหลักด้วยกัน ตั้งแต่ สตูดิโอ - 2 ห้องนอน ส่วนแปลนห้องนั้นมีให้เลือกถึง 6 Type ด้วยกัน โดย Type ที่ขายดีที่สุดคือห้อง Superior ขนาด 25.3 - 27.7 ตร.ม. ที่แบ่งฟังก์ชันพื้นที่ครัวแบบปิด แยกออกจากพื้นที่ส่วน Living อย่างชัดเจน ตัดปัญหาเรื่องกลิ่นในการทำอาหาร และแบ่งฟังก์ชั่นห้องนอนด้วยประตูบานสไลด์หน้าบานทึบทรงสูงกั้นห้องนอน เพิ่มความเป็นส่วนตัว แต่ต้องบอกว่าสำหรับบางมุมของห้องในโครงการนี้อาจจะมีพื้นที่จำกัดไปนิดนึง ไม่ค่อยสะดวกในการใช้งานจริงเท่าที่ควร อย่างเช่นมุมทานข้าว ในส่วนของวัสดุที่ให้นั้น ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับราคาคอนโด
  • ราคา - ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรของโครงการนี้เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 88,200 บาท/ตารางเมตร สำหรับห้องแบบ Fully Fitted บวกกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่โครงการให้มา ซึ่งถือว่าเป็น Range ราคาที่น่าสนใจ โดยรวมแล้วโครงการนี้ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมติดถนนใหญ่ และไม่ไกลจากรถไฟฟ้า (สายสีเขียวเข้มในอนาคต)
สถานะปัจจุบันของโครงการ (6 ก.พ. 58)
ปัจจุบันโครงการ Notting Hill พหลฯ-เกษตร มียอดขายไปแล้วกว่า 60% ซึ่งในส่วนของห้อง Superior แบบ 1 ห้องนอน นั้นได้ Sold out ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนห้อง Type อื่นๆ ก็ยังพอเหลือให้จับจองอยู่อีกพอสมควร โดยราคาที่ขายอยู่ตอนนี้ยังคงเป็นราคา Pre-Sale โดยห้องที่ยังคงเหลือจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันนี้มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1.79 ล้านบาท
ติดต่อโครงการ โทร. 02-986-0880 หรือ www.nottinghillcondo.com
แก้ไขล่าสุด : 12 มี.ค. 58
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวคอนโดใหม่ล่าสุด