ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รถเปิดตัวใหม่ 2018 - 2019

Mercedes-Benz

  ...  

Mercedes-Benz ครองแชมป์ตลาดรถยนต์หรู 18 ปีซ้อน พร้อมเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ตระกูล Mercedes-AMG 53

วันที่ : 7 ก.พ. 62
เข้าดูทั้งหมด: 2,268 คน

Mercedes-Benz ครองแชมป์ตลาดรถยนต์หรู 18 ปีซ้อน พร้อมเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ตระกูล Mercedes-AMG 53
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดแถลงผลประกอบการประจำปี 2561 ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์หรูเมืองไทย 18 ปีซ้อน ด้วยยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 15,785 คัน พร้อมเดินหน้าเต็มตัวในปี 2562 ด้วยการเตรียมนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่กว่า 20 รุ่น ครอบคลุมในทุกเซกเมนต์ ปูพรมกิจกรรมการตลาดต่อเนื่องเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ Mercedes-Benz, Mercedes-AMG, Mercedes-Maybach และ EQ ล่าสุดเปิดตัวรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ตระกูล Mercedes-AMG อย่าง CLS 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ และ E 53 4MATIC+ Coupe รุ่นนำเข้า พร้อมเสริมทัพด้วยบริการหลังการขาย เตรียมเปิด "คลังอะไหล่แห่งใหม่" ที่ครบวงจรที่สุดในเดือนกุมภาพันธ์ และวางแผนแต่งตั้งผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเพิ่มอีกสี่แห่งภายในสิ้นปี 2562

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด (ซ้าย) และ มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ (ขวา) ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
รถยนต์ Mercedes-AMG ตระกูล 53 ที่เปิดตัวในครั้งนี้คือผลลัพธ์ของการผสมผสานเครื่องยนต์แบบแถวเรียง 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร ที่ให้กำลัง 435 แรงม้า แรงบิด 520 นิวตัน-เมตร กับรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ต และอัตราการใช้พลังงานที่เยี่ยมยอด รถยนต์ตระกูลนี้มีระบบ EQ Boost รวมถึงสามารถสร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลต์ได้ ระบบ EQ Boost เป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษ อีกทั้งยังเป็นระบบที่เป็นตัวกลางช่วยประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับระบบเกียร์ด้วย


Mercedes-AMG ปัจจุบันเปิดตัวไปแล้วทั้งหมด 8 รุ่น 
Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ (รุ่นประกอบในประเทศ)

Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบแผงบังคับลมคู่สีเงินชุบโครเมียม กระโปรงหลังรูปแบบใหม่สอดรับกับปลายท่อไอเสียทรงกลมแบบ AMG Sports exhaust system, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว, ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED with ULTRA RANGE Highbeam ที่มีคุณสมบัติพิเศษมากมายที่เหนือกว่าระบบไฟหน้า LED มาตรฐาน (ที่มีหลอดไฟ LED 84 หลอดต่อข้าง) เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ขณะขับผ่านสี่แยกหรือวงเวียน ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเมือง ระบบไฟส่องสว่างสำหรับสภาวะอากาศเลวร้าย และสามารถส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร รวมถึงหลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

กระจังหน้าแบบแผงบังคับลมคู่สีเงินชุบโครเมียม กับ ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED with ULTRA RANGE Highbeam

ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว


Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ ภายในตกแต่งโดยเน้นความหรูหรา สปอร์ตเข้ากับสมรรถนะ เพิ่มเติมความสะดวกสบายด้วยจอแสดงผลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ทำงานร่วมกับ MB Audio 20 พร้อม Touchpad และ Controller ที่ผู้ขับขี่จะสามารถปรับแต่งการแสดงผลของแผงหน้าปัดได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ "Classic" "Sport" และ "Progressive" อีกทั้งยังสามารถเลือกแสดงข้อมูลต่างๆ ได้เพิ่มเติมตามต้องการอีกด้วย โดยผู้ขับขี่ยังจะสามารถควบคุมรถด้วยพวงมาลัยแบบพิเศษ AMG Performance Steering Wheel ที่เพิ่มความกระชับและมั่นใจตลอดการขับขี่ นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มสุนทรียภาพของการเดินทางด้วยระบบไฟในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี และระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester surround sound system

ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยี ที่มีมาอย่างมากมายเพื่อช่วยให้การขับขี่สะดวกสบายขึ้น อาทิ ระบบ AMG DYNAMIC SELECT, ระบบ PRE-SAFE Plus และระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display) นอกจากนี้ เทคโนโลยีเกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G transmission ที่เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีเลือกใช้เป็นระบบเกียร์ที่ตอบสนองดีขึ้นเมื่อผู้ขับขี่เปลี่ยนเกียร์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ แบบแปรผันได้สมบูรณ์แบบ รวมไปถึงระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension ที่ทำงานโดยอัตโนมัตินั้นยังช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกรื่นรมย์มากยิ่งกว่าที่เคย 
Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ ราคา 5,350,000 บาท 
Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupe 
Mercedes-AMG E 53 4 MATIC+Coupe เป็นรถยนต์คูเป้ที่สมบูรณ์ที่สุด สะท้อนผ่านการออกแบบที่เปี่ยมพลัง สวยงาม และน่าดึงดูดใจ สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับได้ในทุกย่านความเร็ว ภายนอกได้รับการออกแบบให้สะท้อนสมรรถนะผ่านรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง ฝากระโปรงและช่องพาวเวอร์โดม พร้อมตกแต่งกระจกมองข้างและขอบบานกระจกด้วยสีดำที่ช่วยเสริมความสปอร์ตขึ้นไปอีกขั้น ท่อไอเสียแบบ AMG Sport exhaust system ปลายท่อไอเสียคู่แบบ 2 round twin tailpipe look สปอยเลอร์ด้านหลังบนฝากระโปรงท้ายแบบ AMG Spoiler lip ปลายสปอยเลอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยเสริมคุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว ตกแต่งด้วยสีดำ พร้อมเทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยี ไฟเบอร์ออฟติก รวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED

ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 20 นิ้ว

ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยี ไฟเบอร์ออฟติก

Mercedes-AMG E 53 4 MATIC+Coupe ภายในตกแต่งด้วยวัสดุ Metal-weave และ Black piano เบาะที่นั่งหุ้มของเอเอ็มจีและตราสัญลักษณ์เอเอ็มจี ด้วย ARTICO leather ตัดสลับ DINAMICA Microfibre เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พวงมาลัยแบบ AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง nappa ตกแต่งด้วย DINAMICA Microfibre ที่เป็นพวงมาลัยนิรภัยพร้อมเพาเวอร์ปรับระดับด้วยไฟฟ้า แบบปรับน้ำหนักตามระดับความเร็ว เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า รวมถึงเพลิดเพลินกับระบบมัลติมีเดีย อย่างหน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ Digital widescreen cockpit ระบบ MB Audio 20 พร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay และ Android Auto ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สาย ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester surround sound system รวมถึงระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64 สี 

ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยี  E 53 4MATIC+ Coupe  โดดเด่นด้วยระบบปรับรูปแบบการขับขี่แบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้โหมดการขับขี่ให้สอดคล้องกับความต้องการได้ ซึ่งทำให้ผู้เป็นเจ้าของสามารถสัมผัสถึงการขับขี่แบบเร้าใจหรือการขับขี่แบบนุ่มสบายตลอดการเดินทางได้ในคันเดียว ระบบกุญแจ KEYLESS-GO พร้อมเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติไม่ต้องใช้มือ (HAND-FREE ACCESS) ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2-Zones ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System) ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) ระบบนำทาง (navigation system) ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ รวมไปถึงระบบช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension 
Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupe ราคา 6,990,000 บาท

มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (กลาง)
มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ปี 2561 Mercedes-Benz ครองตำแหน่งแบรนด์รถหรูระดับพรีเมี่ยมที่มียอดขายมากที่สุดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน จากยอดจำหน่าย 2,310,185 คัน และยังเป็นสถิติการเติบโตที่ต่อเนื่องถึง 8 ปี โดยมีรถยนต์ตระกูลเอสยูวีเป็นหัวใจหลักด้วยยอด 820,721 คัน นอกจากนี้ Mercedes-AMG ยังมียอดจำหน่ายสูงถึงหกหลักมาจากการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รวมถึงจัดแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเพิ่มเติมรถยนต์ตระกูล 53 อีกทั้งรถยนต์ในกลุ่มคอมแพคคาร์ที่ได้ถูกจำหน่ายออกไปในจำนวนมากกว่า 609,000 คัน สำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่สำคัญ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 7.8% จากยอดขาย 943,473 คัน 

โดย Mercedes-Benz ประเทศไทย ทำลายสถิติด้วยยอดจำหน่ายรถยนต์สูงถึง 15,785 คัน เติบโตขึ้น 9% ซึ่งนับเป็นยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้สามารถครองตำแหน่งอันดับ 1 ในตลาดรถหรูไว้ได้เป็นปีที่ 18 ติดต่อกัน สำหรับปี 2562 Mercedes-Benz ยังคงมุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ผ่านรถยนต์รุ่นต่างๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องโดยบริษัทฯ วางแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่มากกว่า 20 รุ่น พร้อมเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ด้วยการวางแผนสร้างระบบนิเวศรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การแนะนำรถยนต์ใหม่ การให้บริการหลังการขาย การขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และการเดินสายการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ด้านบริการลูกค้าบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์ในการแต่งตั้งผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการไว้ให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยในพื้นที่ต่างจังหวัดจะมีผู้จำหน่ายจังหวัดละหนึ่งแห่งเท่านั้น และในปีนี้เตรียมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเพิ่มอีกสี่แห่ง ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ซึ่งจะส่งผลให้ Mercedes-Benz มีผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการรวม 36 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้"

มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "สำหรับการเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า Mercedes-Benz ได้ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ที่จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตรถยนต์ Mercedes-Benz ให้สูงขึ้น มีการจับมือกับสามเครือโรงแรมชั้นนำ ขยายจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ ทำให้ในปัจจุบัน Mercedes-Benz มีจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ารวมกว่า 200 แห่ง อีกทั้งจัดงาน "Mercedes-Benz EQ Tech Day" เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตภายใต้แบรนด์ EQ และยังได้นำรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบ EQA เข้ามาจัดแสดงให้สื่อมวลชน และผู้บริโภคได้ชมกันอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังเตรียมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ EQ ตลอดทั้งปีทั้ง EQ Power รถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริด EQ Power+ ที่เป็นส่วนหนึ่งในรถยนต์แบรนด์ Mercedes-AMG และกลุ่มรถยนต์แต่ง และ EQ สำหรับรถยนต์ Battery Electric Vehicles หรือ BEV พร้อมวางแผนขยายจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 80 แห่ง โดยจะเลือกสถานที่ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้บริโภคเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้ามาใช้บริการ"

"สำหรับกิจกรรมการตลาดเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ ในปี 2562 บริษัทฯ ได้สานต่อกลยุทธ์ Best Customer Experience เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ผ่านการทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ภายใต้โกลบอลแพลทฟอร์ม "She's Mercedes" อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งในปีที่ผ่านมากิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า และผู้ที่ชื่นชอบแบรนด์ Mercedes-Benz อีกทั้งมีการสื่อสารบนช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้งทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมที่ปัจจุบันมียอดผู้ติดตามกว่า 812,285 คน และ 121,214 คนตามลำดับ" มร.ฟรังค์ กล่าวเพิ่มเติม

นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าคือหัวใจในการบริการ จึงได้วางกลยุทธ์ในการให้บริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า โดยการนำเสนอแคมเปญบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างการรับรู้ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส โปรแกรมการบำรุงรักษา และการรับประกันสำหรับลูกค้า, อะไหล่ REMAN แท้ที่ผ่านกระบวนการ Remanufacturing จากโรงงานผู้ผลิต และผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง Mercedes-Benz Engine Oil 
ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเน้นย้ำความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิคจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ รวมถึงการสนับสนุนนักเรียนอาชีวะภายใต้โครงการเยอรมัน-ไทย เพื่อความเป็นเลิศในการศึกษาทวิภาคี (GTDEE) ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั้งหมดสี่แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก และวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก บ้านโป่ง โดยในปีที่ผ่านมามีนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรดังกล่าวและเข้าทำงานที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว จำนวน 30 คน และในปี 2562 นี้มีนักเรียนที่เข้าร่วมโปรแกรมการฝึกอบรมกับบริษัท และเซ็นสัญญาเข้าทำงานกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการหลังจบหลักสูตรในปี 2563 แล้วอีกจำนวน 52 คน ทั้งนี้บริษัทฯ กำลังขยายศูนย์ฝึกอบรมให้สามารถเพิ่มศักยภาพการฝึกอบรม โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2562 นี้"

และเพื่อยกระดับการบริการในทุกมิติ ครอบคลุมทั้งบริการด้านการบำรุงรักษา และการขยายพื้นที่ให้บริการเพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยเตรียมเปิด "คลังอะไหล่แห่งใหม่" (Parts Distribution Center) บนถนนบางนา-ตราด กม. 19 ซึ่งคลังอะไหล่แห่งนี้จะมีระบบการจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำหน้าที่วิเคราะห์และจัดเก็บอะไหล่ ให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายอะไหล่รถยนต์ให้ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ พร้อมให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น และในส่วนความพร้อมเพื่อสร้างเครือข่ายที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ทั่วประเทศนั้น ปัจจุบัน Mercedes-Benz มีผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการจำนวน 32 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 17 แห่ง และต่างจังหวัด 15 แห่ง และเตรียมแต่งตั้งผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับแบรนด์รถยนต์ Mercedes-Benz เพิ่มอีก 4 แห่ง โดยแบ่งเป็นพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร 2 แห่ง และต่างจังหวัดอีก 2 แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเพิ่มขึ้นเป็น 36 แห่ง และในปีนี้ยังมีแผนขยายศูนย์บริการสีและตัวถังที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์อีก 4 แห่งรวมเป็น 15 แห่งทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกค้าให้ได้มากที่สุด

รถยนต์เปิดตัวใหม่ล่าสุด