• สินเชื่อเงินสด
  • สินเชื่อเงินสด
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • เราจะได้อะไรใหม่จากประกันสังคมหลัง 20 ต.ค. นี้?

    14 ต.ค. 58 4,606
    เราจะได้อะไรใหม่จากประกันสังคมหลัง 20 ต.ค. นี้?
    จากบทความตอนที่แล้ว ... เงินของเรา เขาเอาไปทำอะไร?! ได้กล่าวถึงรายละเอียดของ "เงินประกันสังคม" ว่าที่เขาหักไปทุกๆ เดือนนั้น เอาไปทำอะไรบ้าง? แล้วเราในฐานะผู้ประกันตน จะได้สิทธิประโยชน์มากน้อยเพียงไร และวันนี้ก็มีข่าวดีมาบอกให้ทราบกันว่า ทางประกันสังคมนั้นมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมที่จะนำมามอบให้ผู้ประกันตนทั้งหลาย ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ต.ค. ที่จะถึงนี้ค่ะ ส่วนเราจะได้รับอะไรใหม่ๆ บ้างนั้น ลองมาดูกันเลย
    1. ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
    จากเดิมที่ได้แค่ค่าตรวจโรค ค่าบำบัดทางการแพทย์ ค่ากินอยู่และค่ารักษาพยาบาล จะได้เพิ่มค่าส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตนอีกด้วย
    2. ผู้จงใจให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และตาย
    จากเดิมที่ไม่ได้รับความคุ้มครองเลย จะได้เพิ่มสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตนที่จงใจให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพและตาย หรือยอมให้คนอื่นทำให้เกิดขึ้น
    3. กรณีทุพพลภาพ
    จากเดิมที่ผู้ประกันตนต้องเสียสมรรถภาพของร่างกายอย่างน้อยร้อยละ 50 ถึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทน และถ้าทุพพลภาพก่อนวันที่ 31 มี.ค. 58 จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้แค่ 15 ปี แต่หลังจากนี้ ถึงแม้สูญเสียไม่ถึงร้อยละ 50 ก็จะได้รับความคุ้มครองกรณีนี้ด้วย และยังจะได้รับเงินทดแทนกรณีขาดรายได้ไปตลอดชีวิต
    4. ผู้เจ็บป่วยเรื้อรัง หรือผู้ทุพพลภาพ
    จากเดิมที่ไม่ได้รับเงินทดแทนกรณีตาย แต่หลังจากนี้จะได้รับเงินทดแทนกรณีตาย ถึงแม้จะส่งเงินสมทบไม่ครบตามสิทธิก็ตาม
    5. กรณีคลอดบุตร
    จากเดิมมีสิทธิได้รับไม่เกิน 2 ครั้ง แบบเหมาจ่ายครั้งละ 13,000 บาท พร้อมเงินสงเคราะห์การหยุดงาน 90 วัน สิ่งที่จะได้เพิ่มคือ ไม่มีสิทธิได้รับโดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง พร้อมทั้งเงินสงเคราะห์การหยุดงาน 90 วัน ไม่เกิน 2 ครั้ง
    6. กรณีสงเคราะห์บุตร
    จากเดิมที่ได้รับสำหรับบุตรอายุ 0 - 6 ปี ครั้งละไม่เกิน 2 คน เหมาจ่ายรายเดือนๆ ละ 400 บาทต่อคน จะได้เพิ่มเป็นรับครั้งละไม่เกิน 3 คน
    7. กรณีว่างงาน
    จากเดิมที่จะได้รับเงินทดแทนเมื่อถูกเลิกจ้างหรือลาออก จะได้ความคุ้มครองเพิ่มกรณีที่ว่างงาน กรณีที่นายจ้างต้องหยุดกิจการชั่วคราวเนื่องจากเหตุสุดวิสัย โดยที่ยังไม่มีการเลิกจ้าง 
    8. กรณีตาย
    แบ่งเป็น 2 กรณี คือ
    กรณีที่ 1: จากเดิมที่ก่อนถึงแก่ความตายส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือนขึ้นไป จะจ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับค้าจ้าง 1.5 เดือน เพิ่มเป็นถ้าก่อนถึงแก่ความตายส่งเงินสมทบตามจำนวนเดือนที่กล่าวมาข้างต้น จะจ่ายเงินสงเคราะห์เป็นจำนวนเท่ากับค่าจ้าง 2 เดือน
    กรณีที่ 2: จากเดิมที่ก่อนถึงแก่ความตายส่งเงินสมทบมาแล้วตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป  จะจ่ายเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 5 เดือน เพิ่มเป็นถ้าก่อนถึงแก่ความตายส่งเงินสมทบตามจำนวนเดือนที่กล่าวมาข้างต้น จะจ่ายเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน
    และในส่วนอื่นๆ ที่เพิ่มเติมจากเดิมของประกันสังคมคือ
    • เงินสมทบ
      รัฐบาลสามารถออกประกาศลดหย่อนการออกเงินสมทบเพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตน และนายจ้างให้ได้รับผ่อนปรนการเก็บเงินสมทบในท้องที่ที่เกิดภัยพิบัติ
      กำหนดให้รัฐบาลร่วมจ่ายเงินสมทบให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ไม่เกินก่งหนึ่งของเงินสมทบที่ได้รับจากผู้ประกันตน
    • ปรับปรุงหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิประโยชน์
      - ผู้ประกันตนสามารถทำหนังสือระบุคนที่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพไว้ล่วงหน้าได้ โดยมีสิทธิได้รับร่วมกับทายาท แต่หากไม่มีทายาทจะให้สิทธิแก่ พี่ น้อง ปู่ ยา ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา
      - ขยายระยะเวลาการยื่นคำร้องขอรับประโยชน์ทดแทนจาก 1 ปี เป็น 2 ปี
    • ขยายความคุ้มครอง
      -
      ขยายความคุ้มครองลูกจ้างส่วนราชการ ไปถึงลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ
      - ขยายความคุ้มครองให้กับลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในต่างประเทศและไปประจำทำงานในต่างประเทศ
    และนอกจากนี้ยังกำหนดให้อสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานประกันสังคมได้มาจากการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนไม่เป็นที่ราชพัสดุ จะมีผลทำให้สำนักงานประกันสังคมสามารถนำเงินกองทุนไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนสูง และยังเพิ่มความโปร่งใส สามารถตรวจสอบการทำงานของสำนักงานประกันสังคมได้อย่างแน่นอน
    ขอขอบคุณข้อมูลจาก: พ.ร.บ. ประกันสังคมฉบับที่ 4 www.sso.go.th

    ข่าว-โปรโมชั่นล่าสุดอื่นๆ

    สมัครออนไลน์