ค้นหา รถมอเตอร์ไซค์ใหม่ motorcycle
ข่าว-โปรโมชั่นรถมอเตอร์ไซค์

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มอบอิสระแห่งทางเลือก ด้วยข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

วันที่ : 25 มี.ค. 63
เข้าดูทั้งหมด : 213 คน
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มอบอิสระแห่งทางเลือก ด้วยข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

 
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นในการมอบอิสระแห่งทางเลือก ด้วยข้อเสนอพิเศษมากมายจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด กับตระกูล G, C, F และ R
เริ่มด้วยน้องเล็ก บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R 209,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สีพิเศษ 214,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และ บีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS 219,000 (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) สีพิเศษ 234,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R เป็นรถมอเตอร์ไซค์โรดสเตอร์จากบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นแรกที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดต่ำกว่า 500 ซีซี ด้วยเครื่องยนต์หนึ่งสูบที่มีน้ำหนักเบาแต่สมรรถนะสูง ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ upside-down fork พร้อมช่วงล้อสั้นที่ให้ความคล่องตัว แต่ออกแบบให้มีสวิงอาร์มที่ยาวเพื่อเพิ่มความสมดุลในการขับขี่ ที่นั่งสูงจากพื้นเพียง 785 มิลลิเมตร ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ในท่วงท่าที่สะดวกสบาย ส่วนหัวใจหลักของบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R คือ เครื่องยนต์หนึ่งสูบ 313 ซีซี ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ และระบบหัวฉีดน้ำมันแบบไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 25 กิโลวัตต์/34 แรงม้า ที่ 9,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 28 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที จึงสามารถขับเคลื่อนตัวถังที่มีน้ำหนักเบาเพียง 158.5 กิโลกรัมได้อย่างคล่องตัว

ส่วน บีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS ถือเป็นรถมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นที่สองต่อจากบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ที่ใช้เครื่องยนต์หนึ่งสูบ 313 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำเช่นเดียวกัน ล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว และระบบกันสะเทือนหน้าที่มีขนาดยาว ยังช่วยให้ผู้ขับขี่อยู่ในท่านั่งหลังตรงที่ผ่อนคลาย พร้อมช่วยในการบังคับทิศทางที่คล่องแคล่วและแม่นยำอีกด้วย
สำหรับระบบช่วงล่างของบีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS ใหม่ มีความคล้ายคลึงกับบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ด้วยเฟรมตัวถังเหล็กกล้า และท้ายรถแบบ bolt-on ที่มีความทนทานและแข็งแกร่ง อันเป็นปัจจัยสำคัญทำให้รถมอเตอร์ไซค์คันนี้โดดเด่น ทั้งในเรื่องของเสถียรภาพในการขับขี่ และความแม่นยำในการบังคับทิศทาง นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS ใหม่ ยังพกระบบช่วงล้างล้อหน้าแบบ upside-down fork มาคู่กับระบบช่วงล่างล้อหลังแบบสวิงอาร์มอะลูมิเนียมเดี่ยวและสปริงที่ติดตั้งบนสวิงอาร์มโดยตรง

ด้านสกู๊ตเตอร์มี บีเอ็มดับเบิลยู C 400 X 349,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) Exclusive Style 379,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และบีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT 399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู C 400 X ใหม่ ผสมผสานเสน่ห์และความคล่องตัวของสกู๊ตเตอร์เข้ากับความหรูหราระดับพรีเมียมในแบบของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด เพื่อมอบทั้งความสะดวกสบายในการฟันฝ่าการจราจรในเมือง และความสนุกสนานในทุกขณะ โดดเด่นจากด้านหน้าด้วยไฟ LED ในรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ และแผงกันลมในขนาดที่พอดี ส่วนช่องเก็บของแบ่งพื้นที่ภายในเป็นสองส่วน เพื่อความสะดวกสบายและเป็นระเบียบ พร้อมด้วยช่องเก็บหมวกกันน็อก Flexcase ที่พับเก็บอยู่ใต้เบาะแบบตอนเดียว ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู C 400 X ตอบได้ทุกโจทย์ในชีวิตประจำวัน และยังพร้อมรับมือกับการเดินทางไกลได้อีกด้วย ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์หนึ่งสูบที่พัฒนาขึ้นเพื่อมุ่งเน้นความประหยัดน้ำมันโดยเฉพาะ มอบพละกำลังสูงสุด 25 กิโลวัตต์ / 34 แรงม้า ลงสู่ล้อหลังด้วยระบบเกียร์ CVT และสวิงอาร์มที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน และมอบความนุ่มสบายในขณะขับขี่ พร้อมเสริมความสะดวกสบายด้วยหน้าจอ TFT Screen ขนาด 6.5 นิ้ว พร้อม BMW ConnectedRide ที่สามารถเชื่อมต่อและแสดงข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน และหมวกกันน็อกที่รองรับระบบบลูทูธได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย 
 
บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT สมาชิกใหม่ล่าสุดในตระกูลสกู๊ตเตอร์ขนาดกลาง มอบความสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมสมรรถนะการขับขี่แบบทัวริ่งในสไตล์แกรน ทัวริสโม ให้เพลิดเพลินทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ระยะใกล้หรือไกล นอกจากเฟรมเหล็กกล้าที่มอบความแข็งแกร่งให้กับระบบช่วงล่างเช่นเดียวกับในรุ่นบีเอ็มดับเบิลยู C 400 X แล้ว 

บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT ยังมาพร้อมโช๊คหน้าแบบเทเลสโคปิก โช๊คหลังแบบสปริงสตรัทคู่ พร้อมด้วยดิสก์เบรกคู่ที่ล้อหน้า ดิสก์เบรกเดี่ยวที่ล้อหลัง และระบบ ABS เพื่อมอบความปลอดภัยด้วยแรงเบรกแบบเต็มประสิทธิภาพ ตอกย้ำความเป็นแกรนทัวริสโมด้วยกระจกบังลม ที่ได้รับการออกแบบมาให้สูงกว่าบีเอ็มดับเบิลยู C 400 X และช่องเก็บของแบ่งพื้นที่ภายในเป็นสองส่วนเพื่อความสะดวกสบายและเป็นระเบียบ พร้อมด้วยช่องเก็บหมวกกันน็อก Flexcase ที่พับเก็บอยู่ใต้เบาะแบบตอนเดียว อีกทั้งยังมอบความสะดวกสบายให้แก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยพนักพิงแยกบนที่นั่งสำหรับผู้ขับขี่ และบอร์ดวางเท้าสำหรับผู้โดยสาร ให้ขับขี่อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ตอบได้ทุกโจทย์ในชีวิตประจำวัน

ส่วนสายแอดเวนเจอร์รุ่นเริ่มต้น บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS 499,000 บาท สำหรับสี Austin Yellow Metallic (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 539,000 บาท สำหรับสี Stereo Metallic Matt (Exclusive Style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และรุ่นพี่ บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS 575,000 บาท สำหรับสี Light White Uni (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 615,000 บาท สำหรับสี Pollux Metallic Matt (Exclusive style) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS ได้รับการออกแบบมาเพื่อสิงห์นักบิดขาลุยผู้หลงใหลในจิตวิญญาณ และรูปลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโร่ มาพร้อมที่นั่งที่ได้รับการออกแบบให้มีตำแหน่งต่ำลง ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์สองสูบแถวเรียงขนาด 853 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ พกพากำลังสูงสุด 57 กิโลวัตต์ / 77 แรงม้า ที่ 7,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 83 นิวตันเมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที บีเอ็มดับเบิลยู 
F 750 GS และบีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS มาในโครงสร้างเฟรมเหล็กกล้าแบบ monocoque เพื่อความแข็งแกร่งในการต้านทานแรงบิดและการขับขี่ที่แม่นยำยิ่งขึ้น ระบบกันสะเทือนล้อหน้าและล้อหลังสามารถตอบสนองได้อย่างฉับไว ด้วยช่วงล่างแบบเทเลสโคปิก และสวิงอาร์มคู่อะลูมิเนียมพร้อม Central Spring strut พร้อมปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ด้วยระบบไฮดรอลิค อีกทั้งยังสามารถขับขี่ได้อย่างสนุกสนานด้วยโหมดการขับขี่ Rain และ Road ปลอดภัยทุกการเข้าโค้งด้วยระบบเบรก ABS มาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และระบบ ASC (Automatic Stability Control)
บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS มาพร้อมพละกำลังของเครื่องยนต์สองสูบแถวเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 853 ซีซี เช่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS แต่ทรงพลังกว่าด้วยกำลัง 70 กิโลวัตต์ / 95 แรงม้า ที่ 8,250 รอบต่อนาที และแรงบิด 92 นิวตันเมตรที่ 6,250 รอบต่อนาที โดยในรุ่น Exclusive Style มาพร้อม Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่ Dynamic, Enduro และ Enduro Pro พร้อมเทคโนโลยีทันสมัย อาทิ Dynamic ESA, Dynamic Traction Control (DTC), Keyless Ride และ ABS 
บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure 675,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักผจญภัยที่มองหาเพื่อนสองล้อคู่ใจในการออกสำรวจโลกด้วยมุมมองที่แปลกใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์สองสูบแถวเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 853 ซีซี ส่งกำลังสูงสุด 70 กิโลวัตต์ / 95 แรงม้า ที่ 8,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 92 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ได้รับการตั้งค่าแกนข้อเหวี่ยงแบบ 90 องศา และองศาการจุดระเบิดที่ 270/450 องศาเพื่อให้เครื่องยนต์มีเสียงที่ทรงพลังและเร้าใจยิ่งขึ้น
บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure ได้รับการพัฒนาให้ลดแรงสั่นสะเทือนด้วยเพลาคู่พร้อมระบบ counterbalance ทำงานคู่กับเกียร์ 6 สปีดที่อยู่ด้านซ้ายมือของผู้ขับขี่ตอบโจทย์การขับขี่ที่หลากหลายของนักบิดด้วยโหมดการขับขี่ Rain และ Road พร้อม Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่ Dynamic, Enduro และ Enduro Pro พร้อมเทคโนโลยีทันสมัย เช่น Dynamic ESA, Dynamic Traction Control (DTC) และ Keyless Ride ที่ได้รับการติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน ปลอดภัยทุกการเข้าโค้งด้วยระบบเบรก ABS มาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด และระบบ ASC (Automatic Stability Control) พร้อมไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Dynamic Brake Light) มาพร้อมกระจกกันลมขนาดใหญ่ขึ้น สามารถปรับได้ 2 ระดับ รวมถึงการ์ดแฮนด์ เพิ่มการป้องกันจากสภาพลมและฝนให้แก่ผู้ขับขี่ อุปกรณ์พื้นฐานยังมีไฟหน้า LED ที่วางเท้าแบบเอนดูโร่ คันคลัทช์และเบรกปรับได้ โครงป้องกันเครื่องยนต์ และที่วางสัมภาระด้านท้ายในวัสดุสแตนเลสสตีล
 
บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS Adventure Rallye Style


บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS สานต่อเอกลักษณ์ความทรงพลัง ผสานกับสมรรถนะการควบคุมที่ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์นักผจญภัยที่ต้องการท่องโลกกว้างทุกรูปแบบ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ลูกสูบนอน 2 สูบ ขนาด 1,254 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศและของเหลว เติมเต็มสมรรถนะเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี BMW ShiftCam ที่เสริมความสมดุลของเพลาลูกเบี้ยวและจังหวะการทำงานของเครื่องยนต์ มอบพละกำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ / 136 แรงม้า ที่ 7,750 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 143 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบต่อนาที ช่วยให้รถมีสมรรถนะสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางหรือช่วงปลาย นอกจากนี้ เพลาลูกเบี้ยวยังเปลี่ยนมาขับเคลื่อนด้วยห่วงโซ่ฟันแทนโซ่ส่งกำลังแบบเดิม ส่วนระบบหัวฉีดคู่และระบบไอเสียใหม่ ผ่านการรับรองมาตรฐานยูโร 4 ที่เน้นประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษสู่อากาศ

ระบบกันสะเทือนล้อหลังมีสวิงอาร์มอะลูมิเนียมเดี่ยว ที่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดและการยุบตัวของสปริงได้ด้วยระบบไฮดรอลิค ส่วนระบบช่วงล่างที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า หรือ Dynamic ESA นั้นจะปรับการตอบสนองของโช๊คอัพได้ฉับไว ปรับค่าการสั่นสะเทือนให้เหมาะสมตามสภาพถนน ทำให้ขับขี่สบาย และบังคับตัวรถได้ดี โดยบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS มาพร้อมโหมดการขับขี่สองแบบคือ Rain และ Road และ Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร คือ Dynamic, Dynamic Pro, Enduro และEnduro Pro เสริมด้วยระบบควบคุมการทรงตัวแบบอัตโนมัติ (ASC) และระบบช่วยออกตัวในทางลาดชัน (Hill Start Control) เพิ่มความปลอดภัยทุกการเข้าโค้งด้วยระบบ Dynamic Traction Control และ ABS Pro ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนระบบ Dynamic Brake Control หรือ DBC ช่วยให้เบรกหลังทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยการตัดกำลังของเครื่องยนต์เมื่อเบรกในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ยังบังคับรถและควบคุมได้ในทุกสภาวะการขับขี่ ฟังก์ชันเหล่านี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับสนุก เพิ่มความปลอดภัย และมั่นใจในทุกเส้นทาง
 
บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure (Limited Edition) Exclusive Style สี Kalamata Metallic Matt สะท้อนดีเอ็นเอของนักผจญภัยด้วยสมรรถนะเต็มพิกัด เพื่อการขับขี่ออฟโรดอย่างแท้จริง มาพร้อมโหมดการขับขี่สองแบบคือ Rain และ Road และ Riding Modes Pro ที่เพิ่มโหมดการขับขี่แบบโปร คือ Dynamic, Dynamic Pro, Enduro และ Enduro Pro

สำหรับดีไซน์ของบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ใหม่ นั้นได้แสดงเอกลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์สายผจญภัยได้อย่างโดดเด่น ขนาดตัวด้านกว้างนั้นกว้างกว่าบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS อย่างชัดเจน ขยายขนาดกระจกบังลมด้านหน้าให้กว้างขึ้นและสูงขึ้น ปรับระดับได้ ลดลมปะทะได้ดีขึ้น เสริมด้วยการ์ดแฮนด์ แข็งแรงทนทาน และชุดแครชบาร์ด้านข้างเพื่อป้องกันการกระแทก ส่วนตัวถังน้ำมันปรับให้จุมากขึ้นถึง 30 ลิตร เหมาะสำหรับการขับขี่ระยะไกล มาพร้อมไฟหน้า LED สะดุดตา ล้อซี่ลวด ลาย Cross Spoke และชุดกล่องสัมภาระอะลูมิเนียม (Aluminum Panniers) 3 ใบ ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS และบีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS Adventure ต่างมาพร้อมกับจอแสดงผลสีแบบ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ ทั้งยังมาพร้อมกับ BMW Motorrad Multi-Controller ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงการทำงานของรถและการเชื่อมต่อได้สะดวก

ข้อเสนอพิเศษสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด: 3ASY RIDE
ลูกค้าที่จองมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดรุ่นที่กำหนดด้วยการผ่อนชำระ และมีกำหนดส่งมอบตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2563 จะได้รับฟรี โปรแกรมบำรุงรักษา BMW Motorrad Service Inclusive ระยะเวลา 3 ปี*** และการรับประกัน 3 ปี พร้อมข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย 
ข้อเสนอพิเศษสำหรับมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ ได้แก่:
  1. บีเอ็มดับเบิลยู G 310 R / G 310 GS ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 3,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 3 เดือน
  2. บีเอ็มดับเบิลยู C 400 X / C 400 GT ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 5,XXX บาท
  3. บีเอ็มดับเบิลยู F 750 GS / F 850 GS ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 7,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 3 เดือน
  4. บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GSA ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 10,XXX บาท
  5. บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 GS / R 1250 GSA ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 17,XXX บาท
  6. บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 GS / R 1200 GSA ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 15,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 8 เดือน
  7. บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 RT ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 20,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 3 เดือน
  8. บีเอ็มดับเบิลยู F 800 R ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 7,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 3 เดือน
  9. บีเอ็มดับเบิลยู R 1200 R ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 17,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 3 เดือน
  10. บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 R / S 1000 XR / S 1000 RR (2018) ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 10,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 3 เดือน
  11. บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Pure ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 13,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 2 เดือน
  12. บีเอ็มดับเบิลยู R nineT Racer / R nineT Scrambler / R nineT Urban G/S / R nineT ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 15,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 1 เดือน
  13. บีเอ็มดับเบิลยู K 1600 Grand America ผ่อนชำระรายเดือนเริ่มต้นที่ 26,XXX บาท พร้อมเว้นผ่อนชำระนาน 1 เดือน
*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
***ไม่รวมบีเอ็มดับเบิลยู C 650 GT, C 650 Sport, R 1250 RT และ K 1600 B

ข่าว-โปรโมชั่นรถมอเตอร์ไซค์ล่าสุด