ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
ข่าวรถใหม่

Subaru Palm Challenge 2018 แข่งอึดแตะรถกว่า 3 วันชิง XV 2.0 ไทยที่ 2 พ่ายเจ้าภาพแบบฉิวเฉียด

วันที่ : 2 พ.ย. 61
เข้าดูทั้งหมด : 686 คน
Subaru Palm Challenge 2018 แข่งอึดแตะรถกว่า 3 วันชิง XV 2.0 ไทยที่ 2พ่ายเจ้าภาพแบบฉิวเฉียด

กิจกรรมแตะรถลุ้นรถ หรือ The Ultimate challenge of mind and body 2018 ณ ประเทศสิงค์โปร์ เพื่อพิสูน์ความอึดที่ บริษัท มอเตอร์อิมเมจ (Motor image) รถยนต์ซูบารุจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 ปี จากการคัดเลือกตัวแทนหลากหลายประเทศ ไทย, สิงค์โปร์, ฮ่องกง, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ฟิลิปินส์, ไต้หวัน และเวียดนาม รวม 400 ชีวิต

ผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งของไทยคือ นายณรงค์ ฤทธิ์กาญจนพงศ์พานิช ทำเวลาแตะรถได้นานถึง 9 ชั่วโมง 31 นาที 32 วินาที ในการคัดเลือกตัวแทนเพื่อมาแข่งที่ประเทศสิงค์โปร์ พร้อมกับอีก 9 คนไทยประเภททีม 10 คน ที่จะมาช่วยบันทึกประวัติศาสตร์คนไทย ลุ้นชนะเลิศรับรถ Subaru XV ไปครอบครอง โดยแข่งขันนี้เริ่มเวลาเที่ยงตรงของวันที่ 27 ต.ค. 2018 ไปอีก 6 ชม.และพักเบรกเวลา 19.00 น. โดยปล่อยผู้เข้าแข่งขันทีละคันรันตามหมายเลขแบบสุ่มคันละ 5 นาที วนจนครบ และสลับทุก 6 ชม.ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผู้ชนะ 

บรรยากาศงานครั้งนี้ได้จัดกิจกรรมเปิดตัว New Subaru Forester ใหม่ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เปิดตัวในประเทศไทยไปแล้ว

มร. เกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม SUBARU CHALLENGE THE ASIA FACE OFF 2018 ครั้งนี้ ผู้ร่วมเข้าแข่งขันจากหลากหลายประเทศ มีความมุ่งมั่นจริงจังมากขึ้น ด้วยมูลค่าของรางวัลที่เพิ่มขึ้น จึงดึงดูดให้มีคนสนใจมากขึ้นในทุกๆ ปี ด้วยงบประมาณลงทุ่นกว่า 1 ล้านเหรียญสิงค์โปร์ และในปีต่อไปจะยิ่งเข้มข้นและสนุกมากขึ้น 

ในส่วนของทางด้านโรงงานประกอบรถยนต์ซูบารุ ลาดกระบัง เริ่มผลิต 4 โมเดล มีกำลังการผลิต 1 แสนคันต่อปี โดย Forester เป็นรุ่นแรกที่จะผลิต และใช้ชิ้นส่วนในไทยถึง 40% เครื่องยนต์นำเข้าจากญี่ปุ่น แต่ระบบช่วงล่างใช้ชิ้นส่วนในประเทศไทย โดยโรงงานแห่งนี้มีคนงานทั้งหมด 400 คน และมีวิศวกรญี่ปุ่นควบคุมการผลิต 15 คน มีพื้นที่ทั้งหมด 65 ไร่ ด้วยเงินลงทุนสร้าง 150 usd. dolla (ไม่รวมค่าที่ดิน) 




สำหรับการแข่งขัน Mediacorp Subaru Car Challenge 2018 ในช่วงโค้งสุดท้ายชั่วโมงที่ 70 ฝ่ายไทยยังอึดเหลือ 2 คน ที่ต้องสู้กับเจ้าภาพสิงค์โปร์ อีก 3 คนที่เหลือจากที่สิงคโปร์ส่งเข้ามาร่วมแข่งทั้งหมด 320 คน นับว่าคนไทยสู้ขาดใจ 




ผลการแข่งขันนั้นคนไทยฮึดสู้อย่างสบายๆ ยังเหลือ 2 คน คือ "คุณต้าร์" และ "คุณขาว" ฝ่ายเจ้าภาพเริ่มทยอยออกไปทีละคน จนเหลือ 2 คน จึงเริ่มใช้ความเข็มงวดโดยให้กรรมการจับจ้องผู้เข้าแข่งขันพร้อมกับตั้งกล้อง CCTV เพื่อจับความผิดพลาดให้ได้มากที่สุด แม้ฝ่ายไทยโดนกดดันอย่างหนัก แต่ก็ไม่ย่อท้อ จนเกิดฝนตกฟ้าคะนองอย่างหนักจนต้องประกาศให้พักเบรกชั่วคราว เนื่องจากเกรงจะเกิดอันตรายจากฟ้าผ่า นับเป็นโอกาสให้ทีมไทยอีก 2 คนได้พักฟื้นอีกครั้ง 






หลังจากฝนหยุดและเริ่มแข่งขันต่อไปนั้น สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับคนไทยนั่นคือ เพิ่งเริ่มแตะได้ไม่นานก็ถูกกรรมการเชิญให้ออกจากการแข่งไปอีก 1 คนด้วยความน่าฉงน จนตอนนี้เหลือเพียงพี่ "ต้าร์" ที่ยังนิ่งอยู่ ต่อมาฝั่งเจ้าภาพเหลือผู้เข้าแข่งเพียงคนเดียว เวลายืดเยื้อออกไปกว่า 70 ชม. และเหลือเพียงไม่ถึง 3 นาที ก็จะครบเวลา 6 ชม.ที่จะได้พักเบรกแล้ว


แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอีกครั้งกับทีมไทย มร. เกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมทีมกรรมการเดินตรวจสอบทั้ง 2 ทีมว่าจะมีใครที่มือแตะไม่ตรงกติกาหรือไม่ ไม่นานนักทุกอย่างทั้งบนเวที รถเข็นแพทย์ ก็ถูกเตรียมพร้อม เสมือนถึงเวลาต้องจบงานแข่งคร้งนี้แล้ว แม้ทีมสิงคโปร์ที่มือยังคงแตะได้เหนียวแน่น แต่ก็มีอาการ "ยืนไม่ไหว" ส่วนของไทยที่นิ่งมาก มีเพียงมือที่สั่นจากอาการหนาว สุดท้ายฝ่ายไทยจึงถูกกรรมการเตือนว่า "มือขยับไม่แนบกับตัวสติ๊กเกอร์บนรถ" ทั้งที่คุณ "ต้าร์" ใช้มืออีกข้างกดอย่างแนบสนิทเท่าที่ทำได้แล้วก็ตาม จึงถูกกรรมการเชิญตัวออกไปและสุดท้ายฝ่ายเจ้าภาพสิงคโปร์ชนะไปแบบฉิวเฉียด ด้วยความแปลกใจในสายตาผู้เข้าร่วมชม และสื่อมวลชนของไทยที่เข้าร่วมทำข่าวสังเกตุการณ์ในครั้งนี้

ผลการแข่งขันแม้คนไทยยืนแตะได้ 75 ชั่วโมง 17 นาที นับว่าสถิติสูงสุดของคนไทย แต่ก็ไม่อาจต้านทานเจ้าภาพสิงคโปร์ได้! โดยผู้ชนะสาว Analiza Mokhtar จากสิงคโปร์ รับรางวัลรถยนต์ Subaru XV ไปครอบครอง ส่วนคุณไพฑูรย์ สงวนนาม คนไทยรองแชมป์ รับเงินรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง 5,000 เหรียญสิงคโปร์ รางวัล asian winner 5,000 เหรียญสิงคโปร์ รางวัลเวลาสูงสุดอันดับหนึ่งของประเทศไทย 1,000 เหรียญสิงคโปร์ รางวัลส่วนแบ่งจากชนะประเภททีมครบ 10 คนนานที่สุด 1,000 เหรียญสิงคโปร์ และรางวัลพิเศษเมื่อผ่านทุกๆ 24/48/72 ชม.ครั้งละ 100 เหรียญสิงคโปร์ รวมมูลค่ากว่า 12,300 เหรียญสิงคโปร์ 

สำหรับคนไทยที่ร่วมงานในครั้งนี้นับว่าทำเวลาทั้งส่วนตัวและทีมไทยได้ดีที่สุด แม้จะพลาดท่าให้กับเจ้าภาพแบบมึนๆ แต่ปีหน้าหวังว่าคนไทยจะต้องเหลือครบ 10 ให้ถึง 70 ชั่วโมง และเอาชนะเจ้าภาพรวมถึงประเทศอื่นๆ ได้อย่างขาดลอย





ข่าว-โปรโมชั่นรถใหม่ล่าสุด