• รวมรถยนต์เปิดตัวใหม่ พร้อมโชว์ ในงาน MOTOR EXPO 2020

    1,318
    รวมรถยนต์เปิดตัวใหม่ พร้อมโชว์ ในงาน MOTOR EXPO 2020 

    รถยนต์ใหม่ที่ทยอยเปิดตัวทั้งก่อนและในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 หรือ MOTOR EXPO 2020 ธันวาคมนี้ น่าสนใจและมีให้ชมหลากหลายรุ่น พร้อมกับโปรโมชั่นดี ๆ ในงานอีกเพียบ ทั้งค่ายญี่ปุ่นและยุโรป นอกจากนี้อาจมี "บิ๊กเซอร์ไพรส์" ค่ายยักษ์ใหญ่แดน "โอป้า" ประเทศเกาหลีอีกด้วย มาดูกันก่อนว่ารถยนต์ใหม่ที่พร้อมจอดโชว์ในงานมีอะไรกันบ้างครับ

    ALL-NEW ISUZU MU-X ราคาเริ่มต้น 1.109 ล้านบาท

    ALL-NEW ISUZU MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์) รถยนตต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่งปรับโฉมใหม่ทั้งคัน เหนือทุกความเชื่อ...เหนือทุกความสำเร็จ ความหรูหราเต็มพิกัดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยสุดล้ำ ตอบโจทย์ความต้องการได้ครบทุกด้าน โครงสร้างแพลทฟอร์มที่ออกแบบใหม่ ด้วยแนวคิด ISUZU Symmetric Mobility ให้โครงสร้างตัวถัง แชสซีส์ การวางตำแหน่งเครื่องยนต์ และช่วงล่าง พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE ในราคาเริ่มต้น 1,109,000 บาท
    CRAFT YOUR ULTIMATE PLEASURE - สัมผัสใหม่แห่งความสะดวกสบายที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกสุดล้ำตลอดทั้งคัน พร้อมเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งการเดินทางให้สมบูรณ์แบบในทุกห้วงเวลา 
    • เบาะนั่งสามแถว ออกแบบให้นั่งสบายทั้ง 7 ที่นั่ง พร้อมปรับพับได้หลากหลายรูปแบบตามการใช้งาน
    • เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ฝั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง และเบาะฝั่งผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง
    • ระบบความบันเทิง ISUZU Ultimate Entertainment หน้าจอ Infotainment Display ขนาดใหญ่ 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto (เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน) พร้อมลำโพง 8 จุด ให้มิติเสียงรอบทิศทาง
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone แยกอิสระซ้าย-ขวา พร้อมฟิลเตอร์กรองฝุ่น PM 2.5
    • Charging Station รองรับการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลาย ทั้ง USB Fast Charger ช่องต่อ AC Power Socket 220V และช่องต่อ DC 12V
    • Power Tailgate ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบ Jam Protection  
    • ญแจ ISUZU Genius Entry สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วย Remote Engine Start และใช้เปิด-ปิดประตูท้ายไฟฟ้า
    ภายในหรูด้วยเบาะนั่งดีไซน์หรูสี Saddle Brown ตัดเย็บด้วยวัสดุพิเศษ เดินด้ายแบบเครื่องหนังชั้นหรู โอบกระชับรับทุกสัดส่วน พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX ช่วยลดการสะสมความร้อน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน พร้อม Sequential Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ระบบเปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า Power Tailgate ปลอดภัยด้วยระบบ Jam Protection พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความบันเทิงและความสะดวกสะบายครบครัน โดยมี Ambient Light และ Dome Light ช่วยเติมแต่งบรรยากาศหรูมีระดับ
    ISUZU MATRIX SAFETY INTELLIGENCE พัฒนาให้ระบบเพื่อความปลอดภัยทุกระบบกับเทคโนโลยี ADAS (Advanced Driver Assistance Systems) นวัตกรรมกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคันพร้อม  ABS, EBD, BA, BOS, ESC, TCS, HSA, HDC และ TSC เพื่อส่งมอบความมั่นใจและอุ่นใจเหนือระดับยามขับขี่    
    • ACC (Full Speed Range Adaptive Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop and Go 
    • FCW (Forward Collision Warning) ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า
    • AEB (Autonomous Emergency Braking) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ
    • LDW (Lane Departure Warning) ระบบแจ้งเตือนออกนอกเลน
    • AHB (Automatic High Beam) ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมติ
    • PMM (Pedal Misapplication Mitigation) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด
    • MSL (Manual Speed Limiter) ระบบตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง
    • BSM (Blind Spot Monitoring) ระบบแจ้งเตือนจุดอับสายตา
    • RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถยนต์
    • Parking Aid System ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์
    • MCB (Multi-Collision Brake) ระบบเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน
    มีให้เลือกครบครันด้วยสไตล์ที่หลากหลายรวม 4 รุ่น ได้แก่ Ultimate, Elegant, Luxury และ Active เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด ถ่ายทอดความแรงต่อเนื่องทุกช่วงความเร็ว ให้สมรรถนะการขับขี่เต็มอารมณ์สปอร์ต มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อน Rough Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และเบรกให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถผ่านอุปสรรคได้ดีขึ้น โดยทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L 
    ALL-NEW ISUZU MU-X (ออลนิว อีซูซุมิว-เอ็กซ์) มีทั้งหมด 7 รุ่นย่อย 
    • 1.9 Ative AT 1,109,000 บาท
    • 1.9 Luxury MT 1,254,000 บาท
    • 1.9 Luxury AT 1,304,000 บาท
    • 1.9 Elegant AT 1,349,000 บาท
    • 1.9 Ultimate AT 1,434,000 บาท
    • 3.0 Ultimate AT 1.479,000 บาท
    • 3.0 Ultimate 4WD AT 1,579,000 บาท

    ALL-NEW ISUZU X-SERIES 
    ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ (ALL-NEW ISUZU X-SERIES) พร้อมนิยามใหม่ "ท้าทายทุกลิมิต...สุดขีดสไตล์เอ็กซ์" หรือ INFINITE X-LIFE ยนตรกรรมดีไซน์เท่เหนือชั้น จัดเต็มด้วยชุดแต่ง X-Stylish Package ใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน ถ่ายทอดเอกลักษณ์แห่งจิตวิญญาณสายพันธุ์สปอร์ตที่หลงใหลในความเร็ว แรง เร้าใจ และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร ทั้งแนวสปอร์ตเรซซิ่งในรุ่น SPEED และสปอร์ตพรีเมียมในรุ่น HI-LANDER 
    โดยมีให้เลือก 2 รุ่นต่างสไตล์อย่างชัดเจน ได้แก่ ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น SPEED สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตสนุก ๆ แนวสปอร์ตเรซซิ่ง และ ออลนิว อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ รุ่น HI-LANDER ที่สื่อความเป็นตัวตนในแบบสปอร์ตพรีเมียม และมีไลฟ์สไตล์ทันสมัยเหนือระดับ พร้อมทะยานแรงเต็มขั้นด้วยขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ GEN 2 ตอบสนองฉับไว ทนทาน รองรับการขับขี่ที่สปอร์ตเร้าใจ ที่สุดแห่งความประหยัดน้ำมัน สมบูรณ์แบบด้วยระบบความบันเทิง ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีระบบความปลอดภัย
    Ford Ranger และ Everest 2020 กับ "The Final Edition"

    ภายนอกที่ใช้กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ทรงสี่เหลี่ยมพร้อมตะแกรงสี่ดำ ในรุ่น XL, XL Street, XL+, XLT และ ไวลด์แทรค ซึ่งดูดุดัน ทรงพลังมากยิ่งขึ้น พิเศษกว่าในรุ่นไวลด์แทรค ฝาปิดกระบะท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า ส่วนรุ่น EVEREST ปรับกระจังหน้าใหม่สไตล์สปอร์ต พร้อมโลโก้ฟอร์ดเป็นตัวอักษรนูน นอกจากนี้ในรุ่นย่อย TREND ล้ออัลลอยได้ปรับขึ้นเป็นขนาด 18 นิ้ว

    เพิ่มใหม่มี สีขาว Snowflake White Pearl ในรุ่นย่อย TREND, TITANIUM, TITANIUM+ และ SPORT สีใหม่ ฟ้า DEEP CRYSTAL BLUE ส่วนขุมพลังที่ใช้ในเรนเจอร์ และ เอฟเวอเรสต์ ยังคงเป็น ดีเซล 2.2 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว VG เทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ และดีเซล 2.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว เทอร์โบชาร์จเจอร์พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ทั้ง 2 บล็อคสามารถเติมเชื้อเพลิงได้ถึง B20 (ไบโอดีเซลที่มีส่วนผสมไม่เกิน 20%) 
    ไฮไลท์ของการจัดทัพปรับใหม่ครั้งนี้ส่วนหนึ่งอยู่ที่การเพิ่มรุ่นย่อย XL Street นับเป็นรุ่นที่เน้นอารมณ์สปอร์ต แบบกระบะซิ่งโดยใช้พื้นฐานจากรุ่น XL เติมแต่งให้ดูดุดันกับการซิ่งถนนด้วยสติ๊กเกอร์คาดตัวถังทั้งตามยาวและด้านข้าง มีสองสี ดำและขาว และกระจังหน้าที่เสริมกรอบสีแดงตัดกระจังดำ
    New Mazda CX-3 2021 Collection

    New Mazda CX-3 2021 Collection รถอเนกประสงค์เอสยูวีที่ส่งมอบความคุ้มค่า คุ้มราคาให้กับลูกค้าได้มากที่สุดในยุคนี้ อัดแน่นด้วยอุปกรณ์มาตรฐานครบครันในระดับราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟสุดล้ำและออฟชั่นเต็มคันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 7 แสนกว่าบาท นี่คือรถอเนกประสงค์ที่ให้คุณภาพเหนือราคา การปรับโฉมใหม่ของ CX-3 ยังคงเน้นการออกแบบภายนอกและภายในด้วยแนวทาง โคโดะ ดีไซน์ ที่มีความสง่างามและได้รับการยอมรับมาแล้วทั่วโลก มีบางสิ่งที่ถูกลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไป แต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรู ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Less is More" ด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความโฉบเฉี่ยวและทรงพลังในแบบฉบับรถเอสยูวี รวมถึงคุณภาพภายในห้องโดยสารระดับพรีเมียมตามแนวทางการพัฒนาของมาสด้า มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร 156 แรงม้า ที่ให้กำลังเครื่องยนต์มากที่สุดและประหยัดน้ำมันมากที่สุดถึง 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน
    New Mazda CX-3 2021 Collection ประกอบด้วย 4 รุ่น ดังนี้
    รุ่น BASE มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ราคาจำหน่าย 769,000 บาท ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานและระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน อาทิ ระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ กล้องมองหลังไฟ รองรับระบบ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบ Android Auto ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry) ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (Push Start Button) สัมผัสความคุ้มค่าเหนือกว่ารถอเนกประสงค์ในระดับเดียวกัน
    รุ่น BASE PLUS ออฟชั่นที่เพิ่มเติมเข้ามาคือไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED Signature ระบบไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ และระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้าแบบอัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control) ที่พักแขนพร้อมที่วางแก้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มาพร้อมถุงลมนิรภัยด้านข้าง และม่านนิรภัยรวม 6 ตำแหน่ง ราคาจำหน่ายเพียง 809,000 บาท เท่านั้น
    รุ่น COMFORT ราคาจำหน่าย 879,000 บาท เพิ่มความสะดวกสบายพร้อมกับระบบความปลอดภัยในอีกระดับ มาพร้อมหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทางพร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง ระบบเตือนเมื่อรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง สัมผัสเบาะหนังสีดำ และคอนโซลหน้าหุ้มด้วยผ้า Grand Luxe Suede สีเทา
    รุ่น PROACTIVE ราคาจำหน่าย 959,000 บาท ขีดสุดของรถอเนกประสงค์เอสยูวีแห่งปี เป็นรุ่นท็อปที่ มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานด้านความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัยระดับพรีเมียม สปอร์ตเต็มขั้นด้วยล้ออัลลอย18 นิ้ว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน i-Activsense ที่ใส่มาให้มากถึง 8 ระบบ ปกป้องทุกชีวิตให้ปลอดภัยสูงสุด
    Mitsubishi Outlander PHEV รถ SUV แบบปลั๊กอินไฮบริด

    Mitsubishi Outlander PHEV รถ SUV มากับคอนเซ็ปต์ "เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์" คือระบบสำหรับที่พักอาศัยซึ่งประกอบด้วยเครื่องอัดและจ่ายประจุไฟฟ้าแบบ Vehicle-to-Home หรือ V2H จะมีขนาดตัวรถในระดับ Compact SUV แบบ 5 ที่นั่ง มิติรถขนาด ยาว 4,695 มม. กว้าง  1,800 มม. 1,710 มม. ระยะฐานล้อ  2,670 มม. ระยะสูงใต้ท้องรถ 190 มม. ความจุถังน้ำมัน 45 ลิตร 
    มาพร้อมระบบปลั๊กอิน ไฮบริด โดยคาดว่าจะใช้เครื่องยนต์ 4B12 (MIVEC) 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 128 แรงม้า แรงบิด 199 นิวตันเมตร ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ AC Synchronous Permanent Magnetic 2 ชุดแยกหน้า 82 แรงม้า แรงบิด 137 นิวตันเมตร - หลัง 95 แรงม้า แรงบิด 195 นิวตันเมตร รวมพละกำลังสูงสุด 236 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 13.8 KWh 300 V ชาร์จไฟกระแสตรง DC (80%) ในเวลา 25 นาที ชาร์จไฟบ้าน AC 7 ชม.
    สำหรับราคาในรุ่น GT 1,640,000 บาท และรุ่น GT-Premium 1,749,000 บาท 
    Nissan Navara 2021 รถกะบะพันธุ์ดิบ Big Minor Change
    Nissan Navara 2021 รถกะบะพันธุ์ดิบ Big Minor Change รถกระบะอัจฉริยะพลังแรงที่กล้า เพื่อคนแกร่งหรือ Driven by the BRAVE โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดุดัน พร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์และการขับขี่ที่ทรงพลัง และความแกร่งที่ทำให้ทุกการผจญภัยตลอดจนการใช้งานหนักเป็นเรื่องง่าย มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย 

    มาพร้อมเครื่องยนต์รุ่น YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบเรียง DOHC ทวินเทอร์โบให้พลังแรงสูงสุด 190 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร (Nm) ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด (7AT) พร้อมโหมดขับขี่แบบแมนนวล (M mode) ทำให้ได้ทั้งพละกำลังและสมรรถนะในการขับขี่ ที่ควบคู่ไปกับอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดียิ่งขึ้น โดยรองรับน้ำมันดีเซลทุกประเภททั้ง B7, B10 และ B20 
    ราคารุ่นยกสูงใหม่  PRO-4X 4WD 7AT 1,149,000 บาท PRO-2X 2WD 7AT 999,000 บาท

    นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ที่เสริมความสดใหม่ด้วยสีภายนอก 2 สี ได้แก่ สีเหลือง ซันไลท์ (Sunlight Yellow)* และสีน้ำเงิน ไนท์บลู (Night Blue) พร้อมเสริมความหรูหราของห้องโดยสารภายในด้วยชุดแต่ง สไตลิช (Stylish package) ด้วยไฟแอมเบียนท์ที่ข้างแผงประตูและพื้นห้องโดยสารตอนหน้า พร้อมไฟ 'Welcome' เมื่อเปิดประตูหน้าและอุปกรณ์ตกแต่งวัสดุสีเงินบริเวณแผงอุปกรณ์ต่าง ๆ เสริมความพรีเมียมในห้องโดยสาร โดยมีให้เลือกในรุ่นย่อย V และ VL โดยยังคงราคาจำหน่ายในราคาเดิม พร้อมเสริมความอุ่นใจของลูกค้าขึ้นไปอีกขั้นด้วยการขยายเงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเป็น 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง**

    นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ในชุดแต่ง เอ็น-สปอร์ต แพ็คเกจ (N-Sport Package) ที่มีสีภายนอกแบบทูโทน ได้แก่ สีส้ม โมนาร์ช และ สีเทา กันเมทัลลิค มาพร้อมหลังคาสีดำ กระจกมองข้างสีดำ และล้ออัลลอยด์ขนาด 15 นิ้ว สีดำ เสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยกระจังหน้าและแถบสปอยเลอร์หลังสีดำ รวมถึงสติกเกอร์ตกแต่งที่ด้านข้าง และตราสัญลักษณ์ตกแต่ง N-SPORT ที่ด้านท้ายรถ ขณะที่ภายในเสริมความสปอร์ตด้วยแป้นวางเท้าแบบสปอร์ต บันไดประตู พรม และตราสัญลักษณ์ตกแต่ง N-SPORT ที่พวงมาลัย โดยมีจำหน่ายเฉพาะ อัลเมร่า ใหม่ รุ่น VL ในราคารถยนต์รวมแพ็คเกจอยู่ที่ 650,000 บาท และมีจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น

    ข้อมูลเพิ่มเติมวันเปิดตัว Nissan Navara 
    KIA Grand Carnival 2021

    All New  Kia Canival รถ Premium MPV รุ่นล่าสุดที่กว้างขวางสะดวกสบายมาพร้อมประตูสไลด์ไฟฟ้าที่จะช่วยให้การขึ้นลงรถเป็นเรื่องง่าย ไฟ paddle light ช่วยให้รู้ตำแหน่งที่ชัดเจนจอนจะก้าวลงจากรถในเวลากลางคืน โดดเด่นด้วยดีไซน์ไฟหน้า LED แบบมัลติรีเฟลกเตอร์พร้อม Daytime-Running Light ที่ทันสมัย ผสมผผสานกับกระจังหน้า Tiger Nose พร้อมไฟท้ายที่สะดุดตา เครื่องยนต์ดีเซล์ 2.2 ลิตร Smart Steam New R 2.2 TCI-VGT ให้กำลังสูงสุด 202  แรงม้า ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ระบบเครื่องเสียงพร้อมจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว ที่มาพร้อมการเชื่อมต่อผ่าน Android Auto/Apple Car Play





    • Canival SXL 2.549 ล้านบาท 
    • Canival EX 2.144 ล้านบาท 
    Honda 

    City e:HEV Full Hybrid พลัง 253 นิวตันเมตร ประหยัด 27.8 กม./ลิตร ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ (e:HEV) ยนตรกรรม Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์ซิตี้คาร์ในประเทศไทย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เป็นระบบ Full Hybrid ที่ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 - 3,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร เคาะราคาที่ 839,000 บาท

    Honda City Hatchback รถติตี้คาร์ 5 ประตูใหม่ สวยลงตัวอเนกประสงค์เริ่ม 599,000 บาท! ครั้งแรกในโลกกับการเผยโฉมฮอนด้า ซิตี้ ในรูปแบบ 5 ประตู กับ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ที่ประเทศไทย ผสานเอกลักษณ์ความอเนกประสงค์กับเบาะนั่ง อัลตราซีท (ULTR) และการขับขี่ที่สนุกสนานกับ ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้สมรรถนะการขับขี่สูงถึง 122 แรงม้า แรงบิด 173 นิวตัน-เมตร และประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตล้ำสมัย ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมยกระดับความสปอร์ตอีกขั้นในรุ่น RS ครบครันด้วยฟังก์ชันที่พร้อมตอบรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานระดับพรีเมียม และเทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์และทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน Honda CONNECT พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ถุงลม 6 ตำแหน่ง เป็นต้น
    MG HS PHEV รถเอสยูวีปลั๊กอินไฮบริด 284 แรงม้า กับราคา 1,359,000 บาท

    เปิดตัว NEW MG HS PHEV รถยนต์เทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบโมดูล ขนาดใหญ่ 16.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่โชว์รูม และศูนย์บริการเอ็มจีทั่วประเทศ
    ภายในด้วยสี 2-Tone Monaco Blue ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วย วัสดุ Soft Touch เบาะหนังคู่หน้าแบบ Sport Bucket Seat ตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมหลัง Panoramic Sunroof มาตรวัดแบบ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว และจอควบคุมกลางแบบทัชกรีนขนาด 10 นิ้ว ระบบเสียง BOSE 8.1 Sound System พร้อมสร้างบรรยากาศและสีสันให้กับการขับขี่ด้วย Interactive Ambient Light ที่สามารถปรับเฉดสีได้มากถึง 64 เฉดสี
    สำหรับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS)
    กลุ่มระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา RDA (Rear Drive Assist)
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
    • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
    • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
    กลุ่มระบบเตือนและควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS (Lane Assist System)
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
    • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
    กลุ่มระบบที่ช่วยในการขับขี่ FDA (Front Drive Assist)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
    • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
    มีสีตัวถังทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว Arctic White โดยมีสีภายในแบบ 2-Tone Monaco Blue  ในขณะที่ตัวถังสีแดง Scarlet Red และสีดำ Black Knight จะมาพร้อมการตกแต่งภายในสีดำ ในราคา 1,359,000 บาท
    Peugeot นำ 2008 มาโชว์ตัวก่อนขายจริงปีหน้า 

    บริษัท เบลฟอร์ต ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ เปอโยต์ อย่างเป็นทางการ ภายใต้กลุ่มธุรกิจ มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จัดทัพยนตรกรรมฝรั่งเศส บุกงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37 โดย เปอโยต์ ได้เตรียมจัดแสดงยนตรกรรมไฮไลท์ คือ เปอโยต์ 2008 เอสยูวี ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วงปีหน้า เด่นสะดุดตากับสีส้ม ‘Fusion Orange’ มาพร้อม 2 ยนตรกรรมยอดนิยม เปอโยต์ 3008 เอสยูวี ราคาเริ่มต้น 1.559 ล้านบาท และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง รถทุกรุ่นมาพร้อมการรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และแพ็คเกจบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปี ไม่จำกัดระยะทางและจำนวนครั้ง รวมถึงมีข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับฟรี! ประกันภัยนาน 3 ปี (เมื่อจัด Finance กับ Alphera รูปแบบลีสซิ่ง หรือ บอลลูน)* หรือ ฟรีประกันภัยนาน 1 ปี พร้อม iPhone 12 (128 GB)*
    Audi e-tron Sportback รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% สุดหรู รุ่นที่ 2

    The New e-tron Sportback รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โมเดลที่ 2 เป็นแบรนด์แรกในประเทศไทย สมรรถนะอันยอดเยี่ยม โดยเฉพาะระยะทางที่วิ่งได้ถึง 463 กิโลเมตร ต่อการชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง พร้อมเปิดจองและส่งมอบทันทีใน ราคา 5,299,000 บาท
    Audi e-tron Sportback 55 quattro S line เอสยูวีทรงสปอร์ตคูเป้ สมรรถนะสูง ทรงพลัง ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบไฟฟ้า (electric quattro) มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง ให้พละกำลังสูงสุดถึง 300 กิโลวัตต์ หรือ 408 แรงม้า ระยะทางวิ่งสูงสุด 463 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง (อ้างอิงตามผลการทดสอบโดยใช้มาตรฐาน NEDC) 
    BMW M2 CS รถสปอร์ตคูเป้ตัวแรง 450 แรงม้า 0 - 100 ใน 4 วินาที! ราคา 6.999 ล้านบาท

    BMW M2 CS ใหม่ รถสปอร์ตสมรรถนะสูงตระกูล M ผสานความเร้าใจจากสนามแข่งเข้ากับการขับขี่ในชีวิตประจำวันไว้ได้อย่างลงตัว สานต่อตำนานมอเตอร์สปอร์ตด้วยความเร็ว แรง เร้าใจทะลุพิกัดในสไตล์ M ด้วยสมรรถนะที่เหนือว่ารุ่นก่อนหน้าอย่าง M2 Competition ทั้งในด้านดีไซน์ ระบบขับเคลื่อน และสุนทรียภาพในการขับขี่ ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู M2 CS ใหม่นี้ นับเป็นรุ่นแรกของตระกูล M ในเซกเมนต์พรีเมียมคอมแพ็คที่ผลิตมาในรุ่นพิเศษและมีช่วงการผลิตที่จำกัด ราคาจำหน่าย 6,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)
    บีเอ็มดับเบิลยู เอ็มทู ซีเอส ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังสมรรถนะสูงจากเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี M TwinPower Turbo ส่งพละกำลัง 331 กิโลวัตต์/450 แรงม้า สูงกว่าบีเอ็มดับเบิลยู M2 Competition ถึง 29 กิโลวัตต์/40 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร โลดแล่นด้วยความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลา 4.0 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัทช์คู่ 7 สปีด พร้อมระบบ Drivelogic ก็พร้อมให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมดตามต้องการ ได้แก่ COMFORT SPORT และ SPORT+
    Lexus

    Lexus เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 3 รุ่นรวด เริ่มที่ รถยนต์ไฟฟ้า The New All-Electric Lexus UX 300e ครั้งแรกในประเทศไทย ปราณีต ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่ล้ำสมัย พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใครจากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) ซึ่งมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ การทรงตัวดีเยี่ยม ควบคุมรถได้ดั่งใจ พร้อมด้วยระบบการขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 150 กิโลวัตต์ หรือ 201 แรงม้า อัตราเร่งแรง ดุดัน มีสมรรถนะอันทรงพลัง และให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมในการขับขี่โดยไม่สร้างมลภาวะให้กับโลกเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยระยะทางวิ่งได้สูงสุด 360* กม.ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง  3,490,000 บาท 

    The New Lexus LS โดดเด่นด้วยความประณีตในการออกแบบรายละเอียดต่างๆ และคุณภาพแห่งวิศวกรรมการผลิตระดับโลก รวมถึงความพิถีพิถันและใส่ใจในทุกรายละเอียดจากช่างฝีมือชั้นครู ‘ทาคูมิ’ (Takumi craftsmanship) จุดประกายในทุกๆ ประสบการณ์การขับขี่ให้ หรูหรา เปี่ยมไปด้วยสุนทรียภาพ และความรื่นรมย์ตลอดการเดินทาง   ด้านสมรรถนะการขับขี่เลกซัส LS ใหม่ ได้รับการพัฒนาช่วงล่างใหม่ ให้มีเสถียรภาพและการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้น และยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลตามแบบฉบับของเลกซัส ครบครันไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย และระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System Plus เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด BladeScan Adaptive High-beam System เทคโนโลยีปรับไฟสูง-ต่ำอัจฉริยะที่ช่วยกระจายแสงไฟหน้าด้านหน้ารถอย่างแม่นยำ ราคา 11.55 ล้านบาท

    The New Lexus IS รถสปอร์ตซีดานหรูเหนือระดับ ให้ความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง โครงสร้างตัวถังรถยนต์ที่ออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม โดยคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ทำให้เกิดความสมดุลย์ประกอบกับการพัฒนาการขับขี่แบบใหม่ภายใต้หลัก Lexus Driving Signature ส่งผลให้มีสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น ทั้งในเรื่องอัตราเร่งช่วงต้นที่ดีขึ้น การควบคุมที่ตอบสนองได้อย่างทันใจ และยังคงความเงียบและนุ่มสบายในการขับขี่ในแบบฉบับของเลกซัสเอาไว้ แม้วิ่งอยู่บนอัตราเร่งสูงสุด ด้านดีไซน์ที่เน้นความโฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีทันสมัย มาพร้อมกับราคาที่ทำให้สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น เริ่ม 2.69 ล้านบาท 
    พิเศษสุด!! เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เหนือกว่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เลกซัสทุกรุ่นจากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการ
    รับสิทธิ์เป็นสมาชิก Lexus Club รวมทั้งสิทธิพิเศษจาก Lexus Privilege ผ่าน Mobile Application "Lexus Elite Club" พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ และสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมสุดเอกซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าคนสำคัญตลอดทั้งปี อุ่นใจในทุกการเดินทางด้วย การรับประกันคุณภาพรถยนต์และระบบไฮบริด 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง  และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดของรถยนต์เลกซัสทุกรุ่น 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง  พร้อมการบริการจากเลกซัส เซอร์วิส คอร์เนอร์ ในศูนย์บริการโตโยต้าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการด้วยมาตรฐานเลกซัส ทั้ง 15 แห่ง ทั่วประเทศ
    Koenigsegg Jesko Absolut รถไฮเปอร์คาร์ 350,000,000 ล้านบาท

    สำหรับอีก 1 ไฮไลท์ที่มาโชว์ในงานเรียกว่าเป็นบุญตาที่ได้เห็นตัวเป็นๆ กับรถที่ได้ฉายาว่าแรง เร็ว ที่สุดในโลก Koenigsegg Jesko Absolut (เคอนิกเส็กก์ เยสโก้ แอบซูลุท) แว่วว่าจะไม่มีผลิตรถที่แรงกว่านี้อีกแล้วทุกส่วนของ Jesko Absolut ถูกออกแบบมาให้ต้านลมให้รถนิ่งวิ่งปรู๊ดประดุจ F-15 ทุกส่วนประกอบของ Jesko Absolut ถูกออกแบบมาเพื่อลดค่าสัมประสิทธิ์การต้านลมของตัวถังและยังเพิ่มความนิ่งของตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้นอีกด้วย 
    เครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ซึ่งสามารถสร้างกำลังสูงสุดได้ที่ 1,600 แรงม้า (เมื่อใช้เชื้อเพลิง E85) และยังสามารถลากรอบได้ถึง 8500 รอบต่อนาที ตัวเครื่องยนต์ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบส่งกำลังแบบใหม่ที่ถูกพัฒนาและผลิตโดย Koenigsegg เอง 
    "รถไร้ตัวตน"
    นอกจากรถที่เปิดตัวก่อนงานไปแล้ว ในวันที่ทำบทความนั้น (4 พ.ย. 63) ลองมาดูว่า "รถไม่มีตัวตน" หรือ "ไม่มีการยืนยันว่าจะเปิดตัว" ที่คาดว่าจะเปิดตัวใกล้งานเข้าไปอีกหรืออาจเปิดในงานเลยก็ได้ ได้แก่ Honda City Hatchback, MG 5 และ Kia Grand Carnival จะมีการเปิดตัวหรือไม่ มาลุ้นกัน

    ข่าว-โปรโมชั่นรถยนต์ใหม่ล่าสุด