ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รวมรถเด่น รถใหม่ ในงาน MOTOR EXPO 2018 - มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35

รวมรถเด่น รถใหม่ ในงาน MOTOR EXPO 2018 - มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35

 
วันที่ : 18 ต.ค. 61
เข้าดูทั้งหมด: 7,539 ครั้ง
รวมรถเด่น รถใหม่ ในงาน MOTOR EXPO 2018 - มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35


สำรวจรถเด่นสารพัดยี่ห้อที่นำรถใหม่ล่าสุด รุ่นยอดนิยม รุ่นแต่งพิเศษ และต้นแบบ มาอวดโฉมกันในบูธงาน MOTOR EXPO 2018 คันไหนสวยเด่นโดนใจ ทีมงานเช็คราคา.คอม คัดมาให้ชมอย่างหลากหลายพร้อมอัพเดตต่อเนื่อง
Audi-อาวดี้

Audi Thailand (อาวดี้ ประเทศไทย) สร้างความคึกคักให้ตลาดรถยนต์หรู และภายในงาน Motor Expo 2018 ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด "Audi A6  Avant 55 TFSI quattro S line" ด้วยดีไซน์ล้ำสมัย เหนือระดับในทุกมิติ หรูหรา ปราดเปรียว สปอร์ต สะดวกสบาย ตอบสนองทุกการเดินทางอย่างยอดเยี่ยม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่

The new Audi  A6  Avant ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างสูงในยุโรป จากการเป็นยนตรกรรมที่ขับสนุกในทุกสภาพถนน แฝงด้วยความหรูหรา ความสะดวกสบายทุกการเดินทาง ได้รับการออกแบบภายนอก ให้โดดเด่น สวยงาม  สะท้อนถึงความเป็นดีเอ็นเอของ Audi และเป็นการออกแบบแบบยุคใหม่ที่ก้าวล้ำนำสมัยทุกมิติ ให้ความรู้สึกหรูหรา ไปพร้อมๆ กับอารมณ์สปอร์ต และมีสมรรถนะการขับขี่ที่พร้อมให้ประสบการณ์ความมั่นใจดีเยี่ยม ภายใต้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการพัฒนาล่าสุดแบบ quattro with ultra technology ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนที่สามารถเปลี่ยนการขับในโหมด 4 ล้อ หรือ 2 ล้อ ภายในเสี้ยววินาที ทั้งเกาะถนน และช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น และยังมาพร้อมกับระบบไฟหน้าแบบ Matrix LED ช่วยให้การส่องสว่างสอดคล้องกับสภาพเส้นทาง ลดการรบกวนสายตาผู้ใช้รถคันอื่นอัตโนมัติ แต่ส่องสว่างในพื้นที่อื่นๆ ด้านหน้าได้ไกล ช่วยให้ผู้ขับขี่มีทัศนวิสัยในการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้นในช่วงค่ำคืน เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางได้มากขึ้น

ภายในห้องโดยสาร ถูกออกแบบให้เป็นไปตามแนวคิดใหม่ "New Audi design language" ซึ่งนอกจากความสวยงาม โฉบเฉี่ยว สปอร์ต พื้นที่ในห้องโดยสารที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ส่งผลให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความสะดวกสบายเมื่ออยู่ในรถ ไม่อึดอัด เมื่อยล้า ขณะที่พื้นที่การบรรทุกสัมภาระกว้างขวางรองรับได้มากถึง 565 ลิตร และเพิ่มได้เป็น 1,680 ลิตร หากพับเบาะนั่งแถวหลังลง และเพิ่มความสะดวกในการใช้งานของลูกค้า เช่น จอมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว และมาพร้อมระบบ MMI Navigation Plus ส่วนจอขนาด 8.6 นิ้วด้านล่าง ใช้สำหรับควบคุมระบบปรับอากาศ แบบแยกอิสระ 4 โซน เพิ่มความพึงพอใจให้กับทุกที่นั่งในทุกการเดินทาง และยังเพิ่มความสุนทรีย์ ความเพลิดเพลินในการเดินทาง ด้วยระบบเสียง 3 มิติ คุณภาพสูงจากเครื่องเสียง Bang & Olufsen ที่โด่งดัง และได้รับการยอมรับไปทั่วโลก 
ขุมพลัง The new Audi  A6  Avant ให้ทั้งพละกำลัง ความนุ่มนวล ความประหยัด และการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยี Mild Hybrid (MHEV) ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน วี 6 ขนาด 3.0 ลิตร กับระบบไฟฟ้า 48 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า และอัตราเร่งที่เร้าใจ 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 5.3 วินาที สำหรับ "The new A6 Avant  55  TFSI quattro S line" ที่อาวดี้ประเทศไทยนำเข้ามาจำหน่าย ยังได้รับการออกแบบให้มีความหรูหรา โฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย ด้วยหลังคาแบบพาโนรามิค ที่ใช้งานสะดวกด้วยการควบคุมการเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า และยังถูกเสริมความดุดัน สวยงาม และอารมณ์สปอร์ตเพิ่มขึ้นไปอีก ด้วยชุดแต่งแบบ S line  เช่น กันชนหน้า กันชนหลัง และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ภายในเพิ่มความหรูหรา ด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังคุณภาพสูง Valcona ทรง S sports ตกแต่งแบบ diamond cut พร้อมสัญลักษณ์ S line และพวงมาลัยแบบสปอร์ต 3 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ หรือมัลติฟังก์ชัน

ซึ่งนอกจากจะมีเงื่อนไขและแคมเปญสุดพิเศษส่งท้ายปีมอบให้ลูกค้า ด้วยแคมเปญ "รูดแสนบาท ได้แสนพอยท์" พร้อมกล้อง Leica Q-P รุ่นใหม่ล่าสุด มูลค่า 180,000 บาท สำหรับลูกค้า 100 ท่านแรก (ยกเว้นQ 2 และ A6 Avant ซึ่งเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) แล้ว ในงาน Motor expo ยังให้ลูกค้า Audi สามารถมาสัมผัส ยนตรกรรมรุ่นใหม่ รุ่นยอดนิยม  ที่ทางอาวดี้จะยกขบวนมาให้ชมอย่างใกล้ชิด อาทิ รถสปอร์ตคูเป้ TT  หนึ่งในไอคอนแห่ง Audi ที่ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง และพรีเมียม SUV ตระกูล Q series ที่นอกจาก Q5, Q7 แล้ว ยังมี Q8 เรือธงของ Audi SUV มาด้วย ส่วนในกลุ่ม พรีเมี่ยมซีดาน A7 Sportback, A8 L ที่มาพร้อมความหรูหรา สปอร์ต และดีไซน์สะกดใจ งดงามทุกมุมมอง ก็พร้อมมาอวดโฉมในงานนี้ด้วย ราคาจำหน่าย The new A6 Avant  55  TFSI quattro S line ราคา 4,999,000 บาท
มิตซูบิชิ-MITSUBISHI

มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors) ประสบความสำเร็จในตลาดรถกระบะเรื่อยมาจนมาถึงปีนี้ก็นับเป็นปีที่ 40 แห่งความสำเร็จ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรเชั่น จึงได้จัดงานเปิดตัวรถ New Mitsubishi Triton หรือ L200 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ผลิตขึ้น ณ ศูนย์การผลิตแหลมฉบัง ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นศูนย์การผลิตและส่งออก โดย  Triton (L200) เป็นรถยนต์เชิงกลยุทธ์ระดับโลกของ มิตซูบิชิ หลังจากเปิดตัวในประเทศไทย ก็จะทยอยเปิดตัวสู่ตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, โอเชียเนีย, ตะวันออกกลาง, ยุโรป, แอฟริกา และลาตินอเมริกา รวมกว่า 150 ประเทศทั่วโลก 

New Mitsubishi Triton พัฒนาภายใต้แนวคิด "แกร่งดังหินผา" ทั้งภายในและภายนอก เพื่อสะท้อนถึงความ 'แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค' รวมทั้งความสะดวกสบายในการขับขี่ ด้านหน้าโดดเด่นด้วยการออกแบบ "Dynamic Shield" ผสานเข้ากับเส้นสายอันดุดันของฝากระโปรงหน้า พร้อมไฟหน้าดีไซน์ใหม่ 

ตัวถังผสานกันอย่างลงตัวด้วยส่วนโค้งมนตัดกับเส้นสายอันโฉบเฉี่ยว พร้อมซุ้มล้อขนาดใหญ่เน้นความแกร่ง และทันสมัยของ New Mitsubishi Triton รวมถึงชุดไฟท้าย และกันชนดีไซน์ใหม่เพิ่มความบึกบึน
New Mitsibishi Triton ออกแบบห้องโดยสารภายในใหม่ ดูทันสมัย และสะท้อนถึงความแกร่ง ด้วยการออกแบบแผงควบคุมตลอดจนช่องแอร์ อย่างประณีตและพิถีพิถัน ด้วยการเลือกใช้วัสดุบุนุ่ม พร้อมทั้งมีระบบหมุนเวียนอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง (บางรุ่น) 
New Mitsubishi Triton มาพร้อมกับขุมพลัง 4N15 เครื่องยนต์ Mivec Clean Diesel ขนาด 2.4 ลิตร VG Turbo ให้กำลังแรงม้า 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบ/นาที กับแรงบิด 430 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที ผ่านการรองรับมาตรฐาน Euro4 ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีให้เลือกทั้งแบบ Super-Select 4WDII ที่พร้อมฝ่าฟันทุกอุปสรรคในทุกสภาพถนน หรือจะเลือกระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Easy-Swlect 4WD ที่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างสะดวก ซึ่งทั้ง 2 ระบบ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ในเส้นทางออฟโรดได้ดียิ่งขึ้น และปรับเปลี่ยนระบบส่งกำลังใหม่เป็นแบบ 6 สปีด เพื่อเพิ่มสมรรถนะในการเร่งแซง พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวล เทคโนโลยีการขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้มีการเพิ่มเติมโหมดใหม่สำหรับการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด ให้เหมาะสมกับรูปแบบการขับขี่ ได้แก่ Gravel, Mud & Snow, Sand และ Rock นอกจากนี้ ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้การขับขี่ลงทางลาดชันและเปียกลื่นเป็นไปอย่างมั่นใจและปลอดภัย
New Mitsubishi Triton สืบทอดความแกร่งจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยโครงสร้างตัวถังและแชสซีส์ที่ทนทาน พร้อมโครงสร้างห้องโดยสารนิรภัยช่วยซับแรงกระแทก พร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM), ระบบเตือนจุดอับสายตา และแจ้งเตือนขณะเปลี่ยนเลน (BSW with LCA), ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (RCTA), ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (UMS) และยังมีกล้องมองภาพรอบคันที่ช่วยให้มองเห็นภาพจากมุมสูง พร้อมเซ็นเซอร์ช่วยในการจอดรถ นอกจากนี้ New Mitsubishi Triton ยังได้พัฒนาระบบเบรกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการใช้ดิสก์เบรกใหญ่ขึ้นในคู่หน้าพร้อมคาลิปเปอร์เบรก ส่วนช่วงล่างซับแรงกระแทกได้ดีกว่าเดิมด้วยโช้คอัพหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 
หลังจากงานเปิดตัว New Mitsubishi Triton จะเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 พฤศจิกายน นี้ เป็นต้นไป จากนั้นจะทยอยเปิดตัวในตลาดอื่นๆ ครอบคลุม 150 ประเทศทั่วโลกต่อไป 
ราคาจำหน่าย New Mitsubishi Triton

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ New Mitsubishi Attrage ซิตี้คาร์ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่ธรรมดา โดดเด่นด้วยการปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ตอกย้ำความทันสมัยให้รถซิตี้คาร์ยอดนิยมและตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม ด้วยราคาเริ่มต้น 483,000 บาท
Mitsubishi Attrage คือ รถซิตี้คาร์ ทีมีคุณสมบัติโดดเด่นรอบด้าน ตั้งแต่การออกแบบและเทคโนโลยีไปจนถึงความปลอดภัยและสมรรถนะ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาความพิเศษ ความมั่นใจและสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า โดย มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ มาพร้อมกับกระจังหน้าดีไซน์ฮันนี่โคมบ์ พร้อมคิ้วฝากระโปรงท้ายตกแต่งโครเมียมรมดำ และยังสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สีดำขนาด 15 นิ้ว
ภายในห้องโดยสาร มีทั้งเซ็นทรัลล็อก พร้อมปุ่มล็อกและปลดล็อก แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าและฝาปิด ที่พักแขนบริเวณเบาะคนขับ และเบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้ สำหรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีทั้งกระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ พร้อมปรับระดับสูง-ต่ำได้ และช่องเก็บของด้านหลังเบาะที่นั่งคู่หน้า และมือจับเหนือศีรษะแบบพับได้ เพิ่มสัมผัสเหนือระดับด้วยเบาะหนังสีดำ (เฉพาะรุ่น GLS-LTD) 
New Mitsubishi Attrage เพียบพร้อมด้วยติดตั้งเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย อาทิ กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ พวงมาลัยหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบครูสคอนโทรล ระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์รองรับ Apple CarPlay1  พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI1 และสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์บลูทูธแบบไร้สาย พร้อมจอแสดงภาพระบบสัมผัสรองรับ DVD/MP3 
มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ออกจำหน่าย 4 รุ่น 6 สี ได้แก่ สีแดง Wine Red สีขาวมุก White Pearl สีดำ Pyreness Black รวมถึงสีเมทัลลิกทั้งสีฟ้า Cerulean Blue Mica สีเงิน Cool Silver และสีเทา Titanium Gray 
ราคา Mitsubishi Attrage 
  •  
  • Mitsubishi Attrage GLX 5MT ราคา 483,000 บาท
  • Mitsubishi Attrage GLX CVT ราคา 517,000 บาท
  • Mitsubishi-Attrage GLS CVT ราคา 572,000 บาท   
  • Mitsubishi-Attrage GLS LTD CVT ราคา 613,000 บาท 
โตโยต้า-TOYOTA 

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์ซีดานขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด All NEW Toyota Camry ที่สุดของยนตรกรรมแห่งความเหนือระดับ ด้วยภาพลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต หรูหรา ภายในกว้างขวาง พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมจากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยผสานยนตรกรรมกับผู้ขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก 

All NEW Toyota Camry พัฒนาภายใต้แนวคิด Unprecedented Change ปรากฎการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ดีไซน์ภายนอกสปอร์ต หรูหรา ภายในกว้างขวาง พิถีพิถันในทุกการออกแบบ รูปลักษณ์สปอร์ต เส้นสายที่คมชัด ดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และยังคงรักษาพื้นที่ภายในกว้างขวาง ทันสมัย สัมผัสได้ถึงความละเอียดปราณีตในการออกแบบ เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ง่ายต่อการใช้งานทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่สุดของสมรรถนะการขับขี่ สร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ระบบส่งกำลังใหม่ คือ เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร Dynamic Force และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกับความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังรถได้สูงสุด ส่งผลให้มีอัตราการเร่งแบบสปอร์ตและการขับขี่ที่เร้าใจ สำหรับรุ่นไฮบริด ที่มาพร้อมกับไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในอัตราการเร่งที่ดีขึ้น และสามารถประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น
ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย ความสะดวกสบายของผู้โดยสารถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลัก ที่เรามุ่งเน้นพัฒนาสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ โดยเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถปรับเอนได้ (Rear Reclining Seat) ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตลอดการเดินทาง และT-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วยให้คุณอัพเดตสถานะรถได้ตลอดเวลา 

มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับโลกของรถโตโยต้า เพิ่มความมั่นใจสูงสุดความปลอดภัยของผู้โดยสาร ถือเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกของโตโยต้า โดยคัมรี ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุดไว้มากมาย อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PRE-COLLISION SYSTEM) ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (LANE DEPARTURE ALERT) พร้อมด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 9 ลูก ซึ่งถือได้ว่ามากที่สุดในรถระดับเดียวกัน
เลือกเป็นเจ้าของ The All-New CAMRY 4 รุ่น และ 7 สี Attitude Black, Silver Metallic, Phantom Brown, Graphite Metallic, Premium Red, Platinum White Pearl และBurning Black (เฉพาะรุ่น 2.5 HV Premium) พร้อมสีภายในสองสี (สีดำ และสีเบจ)
ราคา TOYOTA CAMRY 2019
  •  
  • รุ่น 2.5 HV Premium เกียร์อัตโนมัติ 1,799,000 บาท***
  • รุ่น 2.5 HV เกียร์อัตโนมัติ 1,639,000 บาท***
  • รุ่น 2.5G เกียร์อัตโนมัติ 1,589,000 บาท***
  • รุ่น 2.0G เกียร์อัตโนมัติ 1,445,000 บาท*** (สำหรับสีพิเศษ Platinum White Pearl เพิ่ม 10,000 บาท)
    ***ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ
อีซูซุ -ISUZU

Isuzu รุกตลาดรถปิกอัพส่งท้ายปีด้วยการเปิดตัวยนตกรรมรุ่นพิเศษ ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ สเทลธ์ (Stealth) ที่มาพร้อมชุดแต่ง Stealth Black Package รอบคัน เข้มเต็มพิกัดทั้งภายนอกและภายใน ควบคู่กับการปรับโฉมรุ่นไฮ-แลนเดอร์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ ให้สปอร์ตล้ำสมัย และลุคใหม่ของสปอร์ตออฟโรด ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส MAX 4x4 พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์และเสริมส่งภาพลักษณ์ของผู้ใช้รถให้โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์

ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ สเทลธ์ (Stealth) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบ Stealth ที่แสดงออกถึงความแข็งแกร่ง ดุดัน เหนือระดับในทุกองศาจากชุดแต่ง Stealth Black Package ดีไซน์พิเศษ จัดทำพิเศษเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์เท่านั้น สเกิร์ตหน้า โดดเด่นด้วยเส้น Stealth Line ดีไซน์ต่อเนื่องรับกับไฟหน้า และสเกิร์ตหน้า สปอร์ตอีกระดับกับกรอบไฟตัดหมอกสีดำ ทรงพลังทุกองศากับล้ออัลลอยทูโทน ขนาด 18 นิ้ว และกันชนท้ายดีไซน์ใหม่ ดุดันเต็มมิติ Stealth Black Interior ล้ำสมัยทุกฟังก์ชั่น ทุกรายละเอียด กับบรรยากาศห้องโดยสารดีไซน์ใหม่ ! ทูโทน เท่ ล้ำสมัย สไตล์สปอร์ต ยกระดับความหรูหราด้วยเบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำ พร้อมสัญลักษณ์ Stealth ที่แผงข้างประตู ส่วนสีมีให้เลือก 2 สี ด้วยกันคือ Australian Coal Black หรือ Everest Pearl White กับราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 887,000 บาท
นอกจากนี้ยังได้ทำการปรับโฉม อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ สู่ความสปอร์ต ล้ำสมัย มีระดับยิ่งขึ้น ด้วยใหม่! กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ บึกบึน ทรงพลังยิ่งขึ้น และใหม่ ! ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมนวัตกรรมแห่งความปลอดภัย ใหม่ ! BOS (Brake Override System) ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ)

ใหม่ ! อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส MAX 4x4 การปรับเปลี่ยนลุคใหม่ของสปอร์ตออฟโรด ทั้งภายนอกและภายใน บึกบึน ทรงพลัง เท่ทุกมุมมองสไตล์สปอร์ตมีระดับ ห้องโดยสารหรูหรายิ่งขึ้น ชุดแต่ง MAX 4X4 ดีไซน์ใหม่ เปลี่ยนทุกอุปสรรคให้เป็นความเร้าใจถึงขีดสุด ด้วยยอดแห่งสมรรถนะความแกร่งที่พิสูจน์แล้วจากการแข่งขันครอสคันทรีสุดโหดระดับนานาชาติ และความแรงจัดของเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ที่ให้กำลังแรงม้าและแรงบิดสูง เพื่อให้ผู้ใช้รถได้สัมผัสสุดยอดแห่งประสบการณ์ลุยในแบบฉบับออฟโรดตัวจริง 

ด้วย Bumper Ganish โทนเทาดำตัดรับกระจังหน้า เท่เข้มลงตัว, Front Bumper Guard  ทูโทนดีไซน์ใหม่! ให้ความรู้สึกบึกบึน  เพิ่มมิติความเข้ม, ล้ออัลลอยทูโทน  ขนาด 18 นิ้ว สี Matt Black  เท่สะดุดตา  ได้อารมณ์สปอร์ต, กันชนท้ายโทนเทาดำ  เท่ เข้ม ดุดัน, เบาะนั่งกึ่งหนังแท้  สไตล์ทูโทน น้ำตาล-ดำ เดินด้านสีส้มรอบตัวเบาะ พร้อมปักสัญลักษณ์ V-Cross เท่ หรู ในทุกรายละเอียด, หน้าจอใหม่ ! ขนาดใหญ่ 8 นิ้ว ใช้งานสะดวกขึ้น พร้อมระบบสัมผัสตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และยังเป็นครั้งแรกในวงการรถปิกอัพ ใหม่! กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ  พร้อมกล้องบันทึกภาพวิดีโอด้านหน้าขณะขับขี่ เพิ่มความมั่นใจตลอดการเดินทางอีกขั้นของนวัตกรรมระบบความปลอดภัย ใหม่! BOS (Brake Override System) ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ) เลือกความเท่ของ ใหม่ ! อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส MAX 4x4  มาพร้อมทางเลือก 4 สี ได้แก่  Etna Red, Australian Coal Black, Everest Pearl White และ Arctic Silver ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,064,000 บาท
โตโยต้า - TOYOTA 

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ Yaris รถยนต์นั่งขนาดเล็กยอดนิยมของคนไทย 2 รุ่นใหม่  โตโยต้า ยาริส จีพลัส (Yaris G+) ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ล้ำสมัย ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน  และ โตโยต้ายาริส เอทีฟ เอสพลัส (Yaris ATIV S+) ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกที่สปอร์ต โฉบเฉี่ยว ภายในสปอร์ต หรูหรา ดูล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น  ตอบโจทย์ทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีความทันสมัยสมบูรณ์แบบตอบรับกับไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว 

โตโยต้า ยาริส จีพลัส (Yaris G+) มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เครื่องเสียง พร้อม DVD หน้าจอสัมผัส 7 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อ Bluetooth, USB, HDMI และ Micro SD Card ตอบรับความบันเทิงได้หลากหลายรูปแบบ ลำโพง 6 ตำแหน่งรอบคัน เต็มอิ่มความรื่นรมย์ ในทุกการเดินทาง กล้องมองหลัง ในขณะถอยรถ ช่วยมุมมองการถอยรถจอดได้อย่างแม่นยำ มั่นใจยิ่งขึ้น

ภายนอกเปลี่ยนให้ดูคมเข้ม ดุดัน กระจังหน้าสีดำเงา เพิ่มความคมเข้ม ทันสมัย กระจกมองข้างสีดำเงาพร้อมไฟเลี้ยว สอดรับกับกระจังหน้า เติมเต็มความสปอร์ต ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ปัดเงาสีทูโทน สะท้อนภาพลักษณ์สปอร์ตที่ทันสมัย
ภายในปรับให้ดูสปอร์ต หรูหรา ภายในตกแต่งสีดำเปียโนแบล็ค เบาะนั่งหุ้มหนัง ตกแต่งด้ายสีแดง พวงมาลัยหุ้มหนัง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมจอ LCD
Toyota Yaris มีให้เลือก 5 รุ่น และ 7 สี คือ เงินไมก้า-Citrus Mica Metallic ส้ม-Orange Metallic แดง-Red Mica Metallic ขาว-Super White เงิน-Silver Metallic เทา-Gray Metallic และดำไมก้า-Attitude Black Mica
  • Toyota Yaris รุ่น G+ ใหม่ เกียร์อัตโนมัติ ราคา 639,000 บาท**
  • Toyota Yaris รุ่น G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 619,000 บาท**
  • Toyota Yaris รุ่น E เกียร์อัตโนมัติ ราคา 569,000 บาท**
  • Toyota Yaris รุ่น J เกียร์อัตโนมัติ ราคา 539,000 บาท**
  • Toyota Yaris รุ่น J ECO เกียร์อัตโนมัติ ราคา 489,000 บาท**

Toyota Yaris ATIV S+ ถูกปรับให้สปอร์ต ล้ำสมัย ด้วยกระจังหน้าสีดำเงา ด้านล่างตกแต่งด้วยแถบสีแดง กระจกมองข้างสีดำเงาพร้อมไฟเลี้ยวตกแต่งด้วยแถบสีแดง สอดรับกับกระจังหน้า เติมเต็มความสปอร์ต ไฟตัดหมอกหน้า พร้อมวัสดุตกแต่งไฟตัดหมอกสีดำเงา ความโฉบเฉี่ยว โดดเด่น พร้อมเพิ่มทัศนวิสัยขณะหมอกลงจัดหรือฝนตกหนัก ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ปัดเงาสีทูโทน

ภายในล้ำสมัย ให้ความหรูหราอย่างมีสไตล์ ภายในตกแต่งสีดำเปียโนแบล็ค สปอร์ต เบาะนั่งหุ้มหนัง ตกแต่งด้ายสีแดง พรีเมียม หรูหรา เบาะนั่งทรงสปอร์ตคู่หน้าโอบกระชับ รองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมจอ LCD ปรับระดับอุณหภูมิง่ายดาย 
Toyota Yaris ATIV มีให้เลือก 5 รุ่น และ 7 สี พร้อมภายในสีดำสปอร์ต ในทุกรุ่น คือ แดงไมก้า-Red Mica Metallic เทา-Gray Metallic เงิน-Silver Metallic น้ำตาล-Quartz Brown Metallic ขาว-Super White ดำไมก้า-Attitude Black Mica และดำ-Dark Blue Mica Metallic
  • Toyota Yaris ATIV รุ่น S + ใหม่ เกียร์อัตโนมัติ ราคา 639,000 บาท**
  • Toyota Yaris ATIV รุ่น G เกียร์อัตโนมัติ ราคา 609,000 บาท**
  • Toyota Yaris ATIV รุ่น E เกียร์อัตโนมัติ ราคา 559,000 บาท**
  • Toyota Yaris ATIV รุ่น J เกียร์อัตโนมัติ ราคา 529,000 บาท**
  • Toyota Yaris ATIV รุ่น J ECO เกียร์อัตโนมัติ ราคา 479,000 บาท**
     
ฟอร์ด - FORD

ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว Mustang  2 รุ่น คือ 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack และ รุ่น 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียวกว่าเดิม ด้านหลังลาดแบบ Fastback โดยรวมดีไซน์เน้นไปทางหลักอากาศพลศาสตร์มากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์อันทรงพลังและระบบกันสะเทือนที่เหนือกว่า ทั้งยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะและออปชั่นเสริมมากมาย สำหรับผู้ขับขี่ชาวไทยที่หลงใหลในเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของรถแห่งตำนานรุ่นนี้
เครื่องยนต์ 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack พัฒนาให้พลังและรอบเครื่องสูงกว่าที่เคยมี ด้วยระบบหัวฉีด Dual-Fuel ที่ผสานระบบไดเร็คอินเจคชั่นแรงดันสูง และระบบฉีดเชื้อเพลิงที่ท่อแบบแรงดันต่ำ ให้กำลัง 460 แรงม้า ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.3 วินาที 
เครื่องยนต์ 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ให้พลัง 300 แรงม้า ผสานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ใน 5 วินาที ประหยัดน้ำมันได้ 10.8 กิโลเมตร/ลิตร และยังมีฟังก์ชั่น Overboost ยังช่วยเพิ่มแรงดันอากาศจากเทอร์โบทุกครั้งที่ เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ได้สนุกสนานกับเครื่องยนต์ที่ตอบสนองได้รวดเร็วดั่งใจในทุกการเร่งเครื่อง

ภายนอก Mustang ยังคงเอกลักษณ์ที่เป็นที่จดจำตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ฝากระโปรงหน้าได้รับการปรับให้แบนราบลงพร้อมช่องระบายอากาศในตัวและดีไซน์กระจังหน้าที่ต่ำลง ทำให้ดุดัน โฉบเฉี่ยว และยังเหมาะกับการขับขี่ ภายในตกแต่งอย่างหรูหราทันสมัยด้วยวัสดุที่ให้สัมผัสนุ่มสบายมือ พร้อมแผงหน้าปัดแสดงผลดิจิตอลขนาด 12 นิ้ว เพื่อประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือชั้นและความสะดวกสบายสูงสุดของผู้โดยสาร เมื่อปลดล็อคประตู ปุ่มสตาร์ทรถจะกระพริบไฟสีแดงทันทีจนกว่าจะสตาร์ทรถ โดยจะกระพริบด้วยความเร็ว 30 ครั้งต่อนาที เท่ากับอัตราการเต้นของหัวใจของม้าป่ามัสแตงขณะพัก
ราคาจำหน่ายช่วงเปิดตัว สำหรับ Ford Mustang ทั้งสองรุ่น
  • Ford Mustang 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack ราคา 4,799,000 บาท 
  • Ford Mustang 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ราคา 3,599,000 บาท
ซูบารุ - SUBARU

บริษัท มอเตอร์ อิมเมจ แนะนำ The New Subaru Outback 2.5i-S ที่จะนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ตลอดจนความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจมากยิ่งขึ้น 
ด้านดีไซน์ได้รับการปรับโฉมกันชนด้านหน้า และกระจังหน้าแบบหกเหลี่ยม ที่นอกจากจะมีคุณภาพสูงและทนทานแล้ว ยังช่วยให้รถมีรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง ล้อแม็กลายใหม่ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ซึ่งส่งผลให้ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์มากยิ่งขึ้น 
เครื่องยนต์ยังเป็นแบบ Boxer ขนาด 2.5 ลิตร ที่พัฒนาขึ้นช่วยให้ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และมีน้ำหนักเบาลงถึง 8% ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ CVT มีโหมดใช้งาน 7 สปีด และการตอบสนองของลิ้นปีกผีเสื้อที่ไวขึ้นก็ช่วยให้อัตราการเร่งดีขึ้น ได้ความรู้สึกแบบรถสปอร์ต การเปลี่ยนโซ่สายพานส่งกำลังให้มีความละเอียดยิ่งขึ้นส่งผลให้ช่วยลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์สู่ห้องโดยสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงได้ประมาณร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน
The New Subaru Outback 2.5i-S  ยังโดดเด่นด้านสมรรถนะด้วยระบบระบบ STABLEX-Ride เพื่อการขับขี่ที่มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น การบังคับพวงมาลัยที่ดียิ่งขึ้น และการสั่นสะเทือนของตัวถังที่น้อยลง ระบบ X-MODE ช่วยให้ควบคุมเครื่องยนต์ได้มีประสิทธิภาพ ระบบ ymmetrical All-Wheel Drive (S-AWD) และระบบเบรคทำให้การขับขี่ปลอดภัยในทุกสภาพถนน
ราคา : The New Subaru Outback 2.5i-S ราคา 2,512,000 บาท 
เมอร์เซเดส-เบนซ์ - MERCEDES-BENZ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The C 220d รุ่นประกอบไทย พร้อมทางเลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ C 220 d Avantgarde, C 220 d Exclusive และ C 220 d AMG Dynamic โดยดีไซน์ภายนอก The C 220 d ปรับโฉมใหม่ Face-lift ให้สปอร์ตหรูหรา ทุกมุมมอง กระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมี่ยม พร้อมตราสัญลักษณ์ Mercedes-Benz และล้ออัลลอยแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว ส่วน The C 220 d Exclusive จะเป็นกระจังหน้าแบบคลาสสิค และล้ออัลลอยแบบ multi-spoke ขนาด 18 นิ้ว ด้าน The C 220 d AMG Dynamic จะติดตั้งกระจังหน้าแบบ diamond grille สีเงิน และ ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว ตกแต่งด้วยสีดำ โดยมีกันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้างเป็นดีไซน์สปอร์ตแบบ AMG Bodystyling โคมไฟหน้าและหลังแบบใหม่ได้รับการออกแบบโดยใช้เส้นโค้งเป็นองค์ประกอบหลัก พร้อมใช้วัสดุคุณภาพสูงเพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดในแง่รูปลักษณ์ 

ภายในห้องโดยสาร ถูกออกแบบให้มีความหรูหราสไตล์สปอร์ต และมีโครงสร้างที่ดูต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียว โดยรุ่น The C 220 d Avantgarde จะมาพร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control ในขณะที่ The C 220 d Exclusive และ The C 220 d AMG Dynamic จะใช้พวงมาลัยที่มาพร้อมระบบพาวเวอร์ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าและ ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ซึ่งในรุ่น The C 220 d AMG Dynamic จะเพิ่มพวงมาลัยที่มา พร้อมกับระบบมัลติฟังก์ชัน ตกแต่งแบบสปอร์ตท้ายตัด พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Control โดยรุ่น The C 220 d Avantgarde และ The C 220 d Exclusive ใช้เบาะหุ้มด้วยหนัง ARTICO และ The C 220 d AMG Dynamic ใช้เบาะหุ้มหนังแบบสปอร์ต โดยเบาะด้านหลังของทุกรุ่นสามารถพับลงได้แบบ 1/3 และ 2/3 อีกด้วย

The C 220 d มากับขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 1,950 ซีซี 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร เกียร์ 9 จังหวะ ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.ใน 6.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. และยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่รุ่นล่าสุดสำหรับตระกูล The C-Class ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับระบบที่ใช้ในรถยนต์ The S-Class อาทิ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ช่วยเสริมเรื่องความปลอดภัย และยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น อาทิ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system - ABS), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-Start Assist, ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ABA (Active Brake Assist system), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันลมยาง (Tyre pressure loss warning system), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST), เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC), ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ (Active Parking Assist), ระบบ DYNAMIC SELECT คือแบบ Sport, Sport+ และ Comfort 
ราคา : เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัว The C 220 d รุ่นประกอบไทย 
  • C 220 d Avantgarde ราคา 2,349,000 บาท 
  • C 220 d Exclusive ราคา 2,690,000 บาท
  • C 220 d AMG Dynamic ราคา 2,890,000 บาท
มาสด้า - MAZDA

Mazda BT-50 PRO THUNDER 2018 ดีไซน์แกร่งพร้อมทุกเส้นทางด้วยรถรุ่นพิเศษที่เพิ่มเติมชุดแต่งและออปชั่น ภายนอกตกแต่งด้วยสติกเกอร์ลายกราฟฟิกด้านข้าง พร้อมดีไซน์กันชนหน้าใหม่ เพิ่มกระจังหน้าแบบโครเมียมดีไซน์ใหม่ ให้มุมมองความสปอร์ตและเพิ่มความหรูหรามากยิ่งขึ้น มีให้เลือกทั้ง ฟรีสไตล์แคบ หรือบานแค็ปเปิดได้ 
Mazda BT-50 PRO THUNDER 2018  เต็มสมรรถนะด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ Di-Thunder Pro 2 ขนาด 3.2 และ 2.2 ลิตร ทำงานร่วมกับเทอร์โบแปรผันใหม่ (Variable-Nozzle Turbocharger) และอินเตอร์คูลเลอร์ใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมระบบคอมมอนเรลไดเร็กอินเจ็กชั่น นอกจากนี้ยังใช้เกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ ให้อัตราทดในแต่ละเกียร์ที่สัมพันธ์กัน ภายใต้คันเกียร์แบบสั้น (Short Shifter) ช่วยให้สามารถควบคุมการส่งกำลังที่ดี ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ง่ายต่อการเปลียนเกียร์ ประหยัดน้ำมันและช่วยลดมลพิษไอเสียในบรรยากาศ   
ปลอดภัยเหนือระดับ... มั่นใจตลอดเส้นทาง ด้วยโครงสร้างตัวถังขึ้นรูปจากเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงที่แข็งแกร่งและมีน้ำหนักเหมาะสมกับขนาดเครื่องยนต์, ระบบเพิ่มแรงเบรกฉุกเฉิน EBA (Emergency Brake Assist), ระบบเบรกอัตโนมัติ BOS (Brake Override System), ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินกะพริบเมื่อเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal), เข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ 3 จุด 2 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น, เครื่องเล่น DVD พร้อมระบบนำทาง Navigator, เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (LSD) และ กล้องมองหลัง
Mazda BT-50 PRO THUNDER 2018  เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มผู้ชื่นชอบรถกระบะแบบอเนกประสงค์ แต่ให้ความสปอร์ตหรู ช่วงล่างดี ห้องโดยสารกว้าง สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย โดยตัวเลือกจะมีทั้งแบบ FSC Hi-Race เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และรุ่น 4 ประตู DBL Hi-Racer ทั้งแบบเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ประกอบด้วย สีขาว คูลไวท์, สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิค, สีดำ เจ็ทแบล็ก และสีขาวมุก สโนว์เฟลก 
ราคาจำหน่าย รวมอุปกรณ์ตกแต่ง
Mazda BT-50 PRO THUNDER FSC Hi-Racer 2.2L 6MT ราคา 701,000 บาท*
Mazda BT-50 PRO THUNDER DBL Hi-Racer 2.2L 6MT ราคา 792,000 บาท*
Mazda BT-50 PRO THUNDER DBL Hi-Racer 2.2L 6AT ราคา 952,000 บาท**
(*สีเมทัลลิค เพิ่ม 7,000 บาท และ **สีขาวมุก สโนว์เฟลก เพิ่ม 7,000 บาท)
วอลโว่ - VOLVO

หลังจาก วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประสบความสำเร็จกับรุ่น XC60 ก็ได้แนะนำ Volvo XC40 รถคอมแพกต์เอสยูวีที่พัฒนาภายใต้แนวคิด "Designed to Break the Norms" โดดเด่นทั้งการดีไซน์ การจัดสรรพื้นที่ใช้สอย และเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่ครบครัน พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม CMA หรือ Compact Modular Architecture สามารถนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ซึ่งเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาพร้อมสรรพ บริการอันชาญฉลาด และเทคนิคการเก็บสัมภาระขั้นสุดยอดที่มอบโซลูชั่นการเก็บสิ่งของในห้องโดยสารแนวใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน สมรรถนะการควบคุมที่ฉับไวที่มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่รุ่นใหม่แสดงให้เห็นถึงแนวทางใหม่ของ Volvo ในการสร้างสรรค์รถเอสยูวีขนาดเล็กเพื่อการขับขี่ในตัวเมืองที่ดีเยี่ยมภายใต้รูปลักษณ์ที่ทั้งสวยงาม Volvo XC40  มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ประกอบด้วย XC40 T4 Momentum, XC40 T4 Momentum With White Roof และ XC40 T5 AWD R-Design ซึ่งรวมถึงระบบการเก็บสัมภาระที่น่าทึ่งและพื้นที่เก็บของที่ใหญ่กว่า พร้อมประตูท้ายระบบไฟฟ้าที่สามารถเปิดได้โดยไม่ต้องใช้มือจับและเทคโนโลยีอัจฉริยะอีกมากมาย อาทิ แท่นชาร์จอุปกรณ์แบบไร้สาย เป็นต้น ซึ่งแสดงถึงภาพลักษณ์ที่สวยงามทันสมัยในสไตล์รถสวีเดนขนานแท้

ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Shark Nose และ Clamshell Hood โดดเด่นด้วยไฟหน้าที่มีรูปทรงจำลองมาจากค้อนเทพเจ้าธอร์พร้อมเคลือบพื้นผิวอย่างสวยงามที่สอดรับกับกรอบตะแกรงทรงโค้งอย่างลงตัว รูปแบบการดีไซน์ที่มีความโค้งเว้านี้ยังถูกนำไปใช้กับส่วนล่างของประตูหลัง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ตัวรถด้านข้างได้เป็นอย่างดีจนสามารถคว้ารางวัล Car of the Year 2018 จาก What Car? รวมถึงรางวัล Autocar Car of the Year 2018 และ Autocar Game Changer of the Year
ในด้านสมรรถนะ Volvo XC40 จะมอบความปลอดภัยและเพลิดเพลินในการขับขี่จากเครื่องยนต์ T4 (190 แรงม้า) และ T5 (252 แรงม้า) ในรุ่น T4 ใช้เครื่องยนต์ 1,969 ซีซี ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดแบบ Geartronic ให้กำลัง 190 แรงม้า ที่ 4,700 รอบต่อนาที ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 210 กม./ชม. โดยมีอัตรากินน้ำมัน 13.5 กม./ลิตร ส่วนเครื่องยนต์ T5 จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อน AWD ที่โดดเด่นที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ให้กำลัง 252 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ 1,800-4,800 รอบต่อนาที โดยลักษณะการบิดจะเป็นแบบ Flat torque curve ซึ่งมอบการทำงานที่ดีเยี่ยมไม่ว่าจะมีน้ำหนักบรรทุกแบบใด มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม. นอกจากนี้ ยังประหยัดน้ำมันเป็นเลิศที่ 12.5 กม./ลิตร
ภายในห้องโดยสารถูกติดตั้งด้วยระบบแสงสว่างรุ่นใหม่ เพื่อสร้างบรรยากาศภายในรถให้รู้สึกอบอุ่นและสวยงามแบบร่วมสมัย โดยใช้ไฟแอลอีดีเพื่อขับความเงางามของการตกแต่งด้วยอลูมิเนียมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น การผสมผสานที่ลงตัวนี้ช่วยสร้างความรู้สึกตื่นตัว สร้างสรรค์ และเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ซึ่งพบได้ใน XC40 เท่านั้น ส่วนเบาะนั่งได้รับการยกย่องมาช้านานในเรื่องความสบายของเบาะที่นั่งที่สอดรับกับสรีระและการขับขี่ระยะไกลได้อย่างดีเยี่ยม ในรุ่น R-Design เบาะนั่งจะบุ Charcoal Nappa Leather และผ้าทอ Nubuck เสริมด้วยแนวตะเข็บและเดินแนวด้ายสีบลอนด์สวยงามสะดุดตา เบาะของนักขับและผู้โดยสารเบาะหน้าจะมีตำแหน่งที่สูงกว่า เพื่อมอบทัศนวิสัยที่ชัดเจนและสัมผัสแห่งการควบคุมที่ดีเยี่ยมตลอดเวลา
ราคาจำหน่าย 
XC40 T4 Momentum ราคา 2,090,000 บาท
XC40 T4 Momentum With White Roof ราคา 2,090,000 บาท
XC40 T5 AWD R-Design ราคา 2,390,000 บาท
อาวดี้ - AUDI

Audi Q8 55TFSI quattro S Line SUV พลัง 340 แรงม้าเปิดตัวมาพร้อมกับดีไซน์สุดหรู ดุดัน ภายในกว้างขวาง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ด้วยไฟหน้าแบบ HD Matrix LED และ เอฟเฟกต์ไฟด้านหน้า-หลัง  (Light staging)

ภายในของ Audi Q8 55TFSI quattro S Line หรูหราด้วยคอนโซลผสานความหรูและทรงสปอร์ต ระบบ MMI Naigator plus with MMI touch response พร้อมจอควบคุมแบบมัลติฟังก์ชัน เบาะคู่หน้าแบบ S Sport หุ้มหนัง Valcona ตกแต่งแบบ diamond cut และสัญลักษณ์ S Line เค่รืองเสียงจาก Bang & Olufen ระบบ 3 มิติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระ ซ้าย-ขวาและช่องแอร์ด้านหลัง


Audi Q8 55TFSI quattro S Line ใหม่ บทใหม่แห่งเทคโนโลยีระดับผู้นำ เปิดตัวด้วยราคา 6,799,000 บาท 
บีเอ็มดับเบิลยู - BMW

BMW M850i xDrive Coupe มาพร้อมพร้อมไฟหน้า LED ที่ติดตั้งระบบ BMW Laserlight ในรูปทรงที่เล็กเรียวกว่าไฟหน้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นอื่นๆ โดยไฟหลักทั้งสองดวงนำมาใช้งานได้ทั้งสำหรับไฟขับขี่ในเวลากลางวัน (daytime driving lights) และการควบคุมไฟสูง-ต่ำแบบอัตโนมัติด้วย High-beam assistant กับเครื่องยนต์ BMW TwinPower Turbo V8 รุ่นพัฒนาใหม่ล่าสุด และความเร้าใจจากสมรรถนะที่เหนือระดับยิ่งขึ้นจากชุดแต่ง M Performance ล้วนกระตุ้นการสูบฉีดของอะดรีนาลีน



ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว บีเอ็มดับเบิลยู M850i xDrive Coupe โลดแล่นด้วยขุมพลังเบนซิน 8 สูบ ขนาด 4.4 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 390 กิโลวัตต์/530 แรงม้า ที่ 5,500 - 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800 - 4,600 รอบต่อนาที เร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.7 วินาที ที่ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาพร้อมราคา 12,999,000 บาท


BMW M2 Competition มาพร้อมกับรายละเอียดการดีไซน์ต่าง ๆ ที่ปรับเปลี่ยนไป ทั้งในด้านรูปโฉมและสมรรถนะ นับตั้งแต่สีตัวถังใหม่ล่าสุด Metallic Hockenheim Silver มุมมองด้านหน้าของตัวรถดุดันยิ่งขึ้นด้วยช่องดักอากาศขนาดใหญ่ และกระจังหน้าทรงไตคู่แบบสองซี่สีดำเงา เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศและการทำงานของเครื่องยนต์ กระโปรงหน้าได้รับการออกแบบเพื่อพัฒนาอากาศพลศาสตร์และเน้นย้ำถึงมิติความกว้างของตัวรถ กระจกข้างแบบก้านคู่ให้ลุคเอ็กซ์คลูซีฟยิ่งขึ้น รับกับล้ออัลลอยสไตล์ M ขนาด 19 นิ้วสีดำลาย Y-spoke เสริมลุคสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยท่อไอเสียแบบคู่ควบคุมวาล์วด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ 
ขุมพลังเบนซิน 6 สูบ ขนาด 3 ลิตรพร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ส่งพลังสูงสุด 410 แรงม้า ที่ 5,230 -7,000 รอบต่อนาที เพิ่มขึ้นจาก M2 Coupe ถึง 40 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นจาก 465 นิวตันเมตร เป็น 550 นิวตันเมตร ที่ 2,350 - 5,230 รอบต่อนาที โลดแล่นจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.2 วินาที ที่ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานเข้าจังหวะกับเกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ พร้อม Drivelogic และระบบระบายความร้อนที่ได้รับการพัฒนาให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ราคา 6,290,000 บาท



BMW M4 Convertible Edition 30 Years รุ่นพิเศษที่ผลิตมาในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันทั่วโลก และเพียง 2 คันในประเทศไทย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองสามทศวรรษแห่งความสำเร็จ ขุมพลังเบนซิน 6 สูบ ส่งพละกำลังสูงสุด 450 แรงม้า เสริมสมรรถนะความแรงเร้าใจด้วยชุดแต่ง M Competition ที่มีทั้งโหมดการขับขี่ M Drive ช่วงล่างแบบ adaptive M ที่สามารถตั้งค่าโหมด SPORT เพื่อความมันส์ในการขับขี่ และระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (Dynamic Stability Control) พร้อมโหมด M Dynamic (MDM) นอกจากสมรรถนะระดับรถแข่งแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู M4 รุ่นพิเศษนี้ยังมีตัวถังวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) และรูปทรงสุดเพรียวลมที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตที่จุดประกายนำทางไปสู่การสร้างสรรค์บีเอ็มดับเบิลยู M3 Convertible รุ่นแรก ในฐานะต้นตำรับของความแรงแบบเปิดประทุนจากบีเอ็มดับเบิลยู สะกดทุกสายตาในสีเหลือง Mandarin II และ สีฟ้าเมทัลลิก Macao Blue ที่ตัดกับขอบหน้าต่างแบบ BMW Individual High-Gloss Shadow Line กระจังหน้าทรงไตคู่ ช่องระบายอากาศด้านข้างสไตล์ M และสัญลักษณ์ชื่อรุ่น ทั้งยังพิเศษยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบ M ขนาด 20 นิ้วลาย Star-spoke ในสี Orbit Grey ที่ได้รับการดีไซน์มาอย่างเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะสำหรับรุ่นพิเศษนี้ ราคา 8,799,000 บาท

Mini Hatch 3 Door Cooper S Oxford
รุ่นพิเศษที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 60 คันเท่านั้น โดยมาพร้อมเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากรุ่นปกติมากมาย นับตั้งแต่ตัวถังสีแดง Pure Burgundy ตัดด้วยหลังคาสีดำและกระจกมองข้างสี Melting Silver มีลูกเล่นรอบคันด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นล้ออัลลอยลายขนาด 17 นิ้ว สีดำลาย Cosmos Spoke สะดุดตาด้วยสติ๊กเกอร์ลายทางคู่อันเป็นเอกลักษณ์ที่บริเวณด้านหน้ารถ ด้านหลังรถ และมือจับประตู ส่วนฝาปิดถังน้ำมัน กรอบไฟหน้าหลัง ดุดันด้วยสี Piano Black ทำให้ตัวรถโดยรวมมีความสปอร์ตเร้าใจในสไตล์มินิ ขณะที่ไฟท้ายยังโดดเด่นด้วยรูปทรงและเส้นไฟ LED ลายธงยูเนียนแจ็ค สะท้อนความเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษอย่างแท้จริง

Mini Hatch 5 Door Cooper S Oxford Edition
ครั้งแรกของมินิในการนำเทคโนโลยี 3D Printing หรือการพิมพ์แบบ 3 มิติ มาใช้เสริมสร้างรถยนต์รุ่นนี้ให้มีเอกลักษณ์แตกต่างมากยิ่งขึ้น โดยบริเวณแถบด้านข้าง จะประทับชื่อรุ่น 'OXFORD' ไว้อย่างเด่นชัด ขุมพลังเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบส่งกำลังด้วยคันเกียร์ที่เป็นระบบไฟฟ้า เกียร์อัตโนมัติ Steptronic 7 สปีด คลัตช์คู่ (Double Clutch Transmission)
ติดตามข่าว Motor Expo เพิ่มเติมผ่านทาง Facebook

ไฮไลท์ Motor Expo 2018

ย้อนรอย Motor Expo 2017

ไฮไลท์ Motor Expo 2018
ย้อนรอย Motor Expo 2017
รวม Motor Expo ปีต่างๆ