ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รวม 5 SUV น่าใช้ใน Motor Expo 2016

รวม 5 SUV น่าใช้ใน Motor Expo 2016

 
วันที่ : 1 ธ.ค. 59
เข้าดูทั้งหมด: 20,950 ครั้ง
รวม 5 SUV น่าใช้ใน Motor Expo 2016


ความนิยมใน SUV บ้านเราช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ผู้หลิตรถหลายแบรนด์ หันมาให้ความสำคัญพร้อมเพิ่มรุ่นหลักและย่อยมากขึ้น ด้วยสภาพถนนและเหตุการณ์น้ำท่วมบ่อยครั้ง ทำให้ผู้ใช้หลายคนหันมามอง SUV แทนรถเก๋งแบบเดิมๆ เพราะสามารถใช้เป็นรถครอบครัวและเดินทางในชีวิตประจำวันได้ นอกจากนี้ยังให้ความมั่นใจในการขับด้วยมุมมองที่ดีกว่า SUV รุ่นใหม่ หลายแบรนด์ ต่างมีรูปลักษณ์ที่สวยและโดดเด่น อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป 
SUV รุ่นใด แบบไหน น่าใช้และโดนใจที่สุด ทีมงานเช็คราคา.คอม ได้เดินสำรวจในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33 หรือ Motor Expo 2016 พร้อมนำภาพและข้อมูลมานำเสนอให้อ่านกันครับ
Chevrolet Trailblazer LTZ
 
Chevrolet Trailblazer LTZ ออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกภายในห้องโดยสารใหม่ พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีและความปลอดภัยอย่างครบครัน นอกจากนี้ยังเป็นเอสยูวีรุ่นแรกในเซกเมนต์ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นรีโมท สตาร์ท แอปเปิล คาร์เพลย์ และสิริ อายส์ ฟรี  ส่วนขุมพลังขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGT (Variable Geometry Turbocharger) ให้แรงม้าสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที 

Ford Everest 2.2L Titanium+

Ford Everest 2.2L Titanium+ มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยในการขับแบบอัจฉริยะ (Advanced-Driving Assist Technology) ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล Duratorq TDCi VG Turbo ขนาด 2.2 ลิตร ถ่ายกำลังสู่สองล้อหลัง ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สำหรับการขับปลอดภัยบนเส้นทางในเมืองและนอกเมือง ฟอร์ดได้ติดตั้งระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC 3 ที่พัฒนาให้ใช้งานง่ายและสะดวกสบายกว่าเดิม พร้อมระบบเพื่อความบันเทิงเต็มรูปแบบ ส่วนห้องโดยสารขนาด 7 ที่นั่ง ทั้งประณีต นั่งสบาย และใช้งานสะดวกด้วยคุณสมบัติมากมาย ทั้งหลังคาแบบพาโนรามิคมูนรูฟขนาดใหญ่เปิดกว้างได้ถึงแถวที่นั่งด้านหลัง ช่องเก็บของเพื่อวางแก้วน้ำและอื่นๆ กว่า 30 ช่อง ปลั๊กต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง และปลั๊กไฟบ้านเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น เบาะนั่งสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับทุกการใช้งานได้โดยเบาะนั่งแถวที่สองและสาม สามารถแยกพับและพับเก็บให้แบนราบได้ทั้งสองแถว เพื่อการบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ได้ถึง 2,010 ลิตร

Toyota Fortuner TRD Sportivo

Hilux Fortunner TRD Sportivo ภายนอกโดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเต็มคัน เริ่มด้วยกระจังหน้าแบบรมดำพร้อมกันชนหน้าดีไซน์ใหม่, ล้ออัลลอย TRD 20 นิ้ว ดีไซน์ใหม่, หลังคาแบบสปอร์ต Black Top เคลือบฟิล์มดำ, สคัฟเพลทพร้อมไฟเรืองแสงสัญลักษณ์ TRD, กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ TRD Sportivo พร้อมแถบโครเมียมประตูท้ายรมดำ, ท่อไอเสียสแตนเลส TRD ดีไซน์สปอร์ต, สัญลักษณ์รุ่น TRD Sportivo, ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟสัญลักษณ์ TRD 
ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งเพิ่มเติม เช่น ภายในสีดำแดงสไตล์สปอร์ต วัสดุหนังสีดำสลับแดง พร้อมชุดแต่งลายเคฟลาร์ และแถบโครเมียมรมดำ, เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำสลับแดงพร้อมเดินด้ายแดง สไตล์สปอร์ต, มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron ดีไซน์ใหม่ ด้วยลายเคฟลาร์ และไฟแสดงผลสีแดง, ชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง 11 ลำโพง, ระบบนำทาง (Navigator) รองรับ T-Connect พร้อมเครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อ Bluetooth และกล้องมองหลัง, ปุ่ม Push Start พร้อมสัญลักษณ์ TRD และกุญแจ Smart Key พร้อมสัญลักษณ์ TRD ตอบรับทุกการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร (เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด) ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,400 รอบต่อนาที

Isuzu MU-X 3.0 Ddi

Isuzu MU-X Blue Power 3.0 Ddi ใช้ขุมพลัง "บลูเพาเวอร์" นวัตกรรมเทคโนโลยีดีเซลแห่งอนาคต ที่ทำงานเงียบ ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมปลดปล่อยพละกำลังอย่างราบรื่น  และทันท่วงทีในทุกช่วงความเร็ว ขับเคลื่อนเต็มพลังกว่ากับรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power แรงม้าสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 - 2,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ทำงานรวดเร็ว นุ่มนวลพร้อมโหมด REV Tronic เลือกเปลี่ยนเกียร์เอง
Mitsubishi Pajero Sport 4WD GT Premium

Mitsubishi Pajero Sport 4WD GT Premium ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ใหม่ รหัส 4N15 MIVEC คลีนดีเซล ขนาด 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 สปีดที่พัฒนาขึ้นใหม่ พร้อมสปอร์ตโหมดและทำงานควบคู่กับระบบตัดกำลังไปยังเพลาขับโดยอัตโนมัติ เมื่อเหยียบเบรก (INC : Idle Neutral Control) และระบบ G-Sensor จึงประหยัดน้ำมันขึ้น 17% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มีระบบ Super Select 4WD–II  เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิที่สมบูรณ์แบบ ด้วยโหมดขับเคลื่อนแบบออฟโรดที่สามารถเลือกรูปแบบการส่งกำลังเครื่องยนต์ให้เหมาะกับสภาพพื้นผิวและเส้นทางในการขับขี่ได้มากถึง 4  รูปแบบ รวมถึงระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control System) 

ติดตามข่าว Motor Expo เพิ่มเติมผ่านทาง Facebook

ไฮไลท์ Motor Expo 2016

ย้อนรอย Motor Expo 2015

ไฮไลท์ Motor Expo 2016
ย้อนรอย Motor Expo 2015
รวม Motor Expo ปีต่างๆ