• รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • เฟิร์สไรด์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน Sportster S

    9 ก.ย. 64 233
    เฟิร์สไรด์ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน Sportster S
    ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน Sportster S ที่ได้รับการออกแบบใหม่หมด เพื่อเป็นก้าวแรกของยุคใหม่แห่งรถมอเตอร์ไซค์ตระกูลสปอร์ตสเตอร์ ด้วยเครื่องยนต์ V-Twin สองสูบ Revolution Max 1250T ให้กำลังสูงสุด 121 แรงม้า ตอบโจทย์การขี่ได้อย่างเต็มกำลัง ด้วยโครงรถที่เบาและแข็งแรง รวมไปถึงช่วงล่างชั้นยอดจึงสามารถตอบสนองการขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ รถตันจริงสามารถเข้าไปชมได้ที่ Harley-Davidson of Bangkok ซึ่งโอกาสนี้ได้ให้ทีมงาน MotorBikeGuru /Checkraka.com นำรถออกมาขี่บันทึกภาพช่วงสั้นๆ ก่อน จึงพอมีรายละเอียดมาฝากกันเบื้องต้นกับการลองขี่ครั้งแรก
    สเปคและจุดเด่น
    ความโดดเด่นของ ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน Sportster S  ริ่มจากสไตล์ที่ดุดันทรงพลัง ถังน้ำมันและส่วนท้ายรถถูกประกบเข้ากับเครื่องยนต์ เพื่อให้แก่นกลางตัวรถดูน่าดึงดูด ยางหน้าขนาดใหญ่แบบไร้บังโคลนนั้นให้ความรู้สึกเหมือนกับสไตล์บ็อบเบอร์สุดคลาสสิก ท่อไอเสียยกสูง และที่นั่งเดี่ยวทรงเพรียว ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากตัวแข่งรุ่น XR750 โช้กอัพหน้าแบบอัพไซด์ดาวน์ และยางขนาดใหญ่ สะท้อนการเป็นตัวสปอร์ตสมรรถนะสูง
    เครื่องยนต์ V-Twin Revolution Max 1250T ขนาด 1,250 ซีซี ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำรุ่นใหม่ล่าสุด มีแรงบิดมหาศาลที่ความเร็วรอบต่ำ ทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีตั้งแต่ออกตัวไปจนถึงย่านความเร็วกลาง การใช้วัสดุน้ำหนักเบาได้ช่วยให้อัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าดีขึ้น สังเกตุจากการขยับรถที่ง่ายเกินคาด โดยใช้ถังน้ำมันขนาด 11.8 ลิตร เติมเต็มถังรถจะหนักเพียง 228 กิโลกรัม ท่อไอเสียแบบสองหนึ่งสอง วางในตำแหน่งสูงเพื่อให้เกิดเสียงเข้มความถี่ต่ำ
    ด้านเทคโนโลยี Sportster S มี 3 โหมดขับขี่ให้เลือกตามความเหมาะสมได้แก่ Sport  Road และ Rain และสามารถตั้งโหมดการขับขี่เองได้ถึงสองรูปแบบ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เด่นอย่าง Cornering Rider Safety Enhancements ออกแบบเพื่อปรับให้ล้อสามารถเกาะถนนได้ดีในขณะตอนเร่ง ยก หรือหยุดรถ ไม่ว่าบนทางตรงหรือโค้ง
    เรือนไมล์ทรงกลมฟูลดิจิตอล TFT ขนาด 4.0 นิ้ว แสดงข้อมูลการทำงานรถที่จำเป็นครบถ้วน ทั้งยังรองรับการใช้งานอินโฟเทนเมนต์จากสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์บลูทูธติดหมวก นอกจากนี้ระบบไฟของ รถเป็นฟูล LED โดยเฉพาะไฟหน้ารูปทรงไข่แคปซูล Daymaker Signature ที่ออกแบบให้สว่างเท่ากัน 
    ระบบกันสะเทือนด้านหน้าใช้โช้คอัพ SHOWA แบบอัพไซด์ดาวน์ 43 มม. หลังใช้โช้คไฮดรอลิก SHOWA Piggyback ปรับตั้งได้ ส่วนล้อเป็นงานอะลูมิเนียมหล่อน้ำหนักเบา พร้อมระบบเบรค Brembo ด้านหน้าปั๊มเบรกสี่พอตกับจานเบรก 320 มม. หลังปั๊มเบรกสองพอตกับจานเบรกขนาด 260 มม.
    การเดินทางและสมรรถนะ
    สัมผัสแรกกับ Sportster S เริ่มต้นด้วยการตัดสินใจที่ท้าทายไม่น้อยเพราะมีเวลาจำกัดมาก และต้องเลือกที่จะขี่ลุยฝนจากโชว์รูมฯ พระราม ๙ ออกไปตามเส้นทางที่วางไว้ในเมือง โดยหวังไว้ว่าฝนที่ตกพรำๆ หนักสลับเบาจะหยุดในอีกสักพัก แต่เอาเข้าจริงกลับตกหนักกว่าเดิม ทำให้การขี่รถที่ไม่เคยไม่คุ้นอย่าง Sportster S น่าจะเป็นความยากลำบากไม่น้อย และเป็นการขี่ในเมืองที่ต้องฝ่าการจราจรหนาแน่นไปด้วย ด้วยความคุ้นเคยกับการขี่ฮาร์ลีย์-เดวิดสันมาหลายรุ่นจึงคิดว่างานนี้ต้องมีสมาธิมากๆ และขี่แบบระวังที่สุด ซึ่งก่อนออกมีเจ้าหน้าที่โชว์รูมอธิบาการทำงานเบื้องต้นมาก็เลยใช้โหมด RAIN ตั้งแต่แรก แต่พอเอาเข้าจริงพบว่า Sportster S ให้ความรู้สึกและการขี่ที่ไม่เหมือนเอชดีที่คุ้นเคย คือขี่ง่ายกว่าเดิม ด้วยลุคที่ดูลงตัวกับการผสมผสานความเป็นเทรดิชันเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ดูเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ยังตอบโจทย์ด้านผู้ขี่รุ่นใหม่ด้วย เพราะขี่ง่ายแบบเกิดคาด ทั้งการเข้าเกียร์ เบรก การเดินคันเร่ง การรักษาบาลานซ์รถ ขยับรถมันง่ายขึ้นเยอะ แปลกใจและก็ดีใจที่เอชดีทำ Sportster S ได้น่าสนใจขนาดนี้ เอาเป็นว่าท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ขี่ได้ลำบากที่สุดของการขี่รถใหญ่อย่างเอชดีในเมืองตอนฝนตกหนัก ยังสามารถขี่คอนโทรลรถได้โดยไม่เครียด เป็นการขี่ช่วงสั้นที่ต้องหาไลน์ดีๆ และหาที่จอดถ่ายซึ่งตรงนี้ลำบากกว่าการขี่ สุดท้ายทุกอย่างก็ลุล่วง และทิ้งความคาใจเอาไว้ว่า ถ้าได้ขี่ Sportster S บนเส้นทางยาวที่เหมาะสม เล่นโค้งกับการเดินทางไกลน่าจะมีอะไรมากล่าวถึงได้มากกว่านี้ เอาเป็นว่าขี่ครั้งแรกก็ชอบ แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ ก็ตาม ท่านั่งที่ผ่อนคลาย เบาะนุ่ม ขาถึงพื้น แฮนด์องศาลีนเข้าหาตัวกำลังดี คนเอเชียอย่างผู้เขียนที่สูงแค่ 171 ซม. หนัก 64 กก. กลับไม่รู้สึกว่าเอชดี Sportster S เป็นรถที่ใหญ่เกินตัวแต่อย่างใด แอบคิดว่าถ้าได้ลองขี่มากกว่านี้แล้วชอบคิดว่าใช่ วันหนึ่งจะต้องจัดมาจอดที่บ้านเป็นของตัวเองให้ได้
    บทสรุปและความคุ้มค่า
    ฮาร์ลีย์-เดวิดสัน Sportster S ใหม่ จำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเปิดราคาที่ 709,000 บาท จากที่ได้สัมผัสการขี่ช่วงสั้นๆ ประกอบกับพิจารณาตัวรถในหลากหลายมุม ด้วยขุมพลังระดับนี้ ชิ้นงานประกอบ และรายละเอียดที่ปราณีต ผนวกกับการออกแบบให้ทันสมัยสมเป็นรุ่นส่งต่อยุคได้อย่างดี ส่วนตัวมองว่าราคาระดับนี้กับการได้ครอบครอง Sportster S ที่เป็นรุ่นแรกในกลุ่มสปอร์ตของยุคใหม่ นับว่าน่าสนใจจริงๆ ถ้าคุณมองหามอเตอร์ไซค์คู่ใจในกลุ่มโรดสเตอร์, สปอร์ต, เฮอริเทจ อะไรขี่ง่ายดูดีทั้งตอนจอด ขี่ช้า-เร็ว ให้อิมเมจที่แข็งแกร่ง สุขุม ดุดัน และดูได้นานร่วมสมัย Sportster S ใหม่ คือ ตัวเลือกที่ โดดเด่นจริงๆ แม้ยังไม่ได้ใช้เวลาขี่จริงจังก็ตาม ซึ่งต้องหาโอกาสอีกครั้งให้ได้ เอาเป็นว่าแค่เดินดูรอบรถ พินิจพิเคราะห์ทุกจุด งานประกอบ การขี่ที่ง่ายเป็นมิตรกว่าที่คาด บวกกับสเปคทรงพลัง และราคาแค่นี้ ขอเลือกให้เป็นหนึ่งในรุ่นเด่นของปีนี้เลย
    • ชลัคร ช่วยชู
    • ชลัคร ช่วยชู
      Motorbike GURU Thailand