• รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • ฮั่นแน่! รีวิว ฮอนด้า CBR250RR สปอร์ตเมดอินเจแปน ฟิลเซอร์กิตราคาสตรีท (Test Ride Review)

    29 เม.ย. 62 9,264
    ฮั่นแน่! รีวิว ฮอนด้า CBR250RR สปอร์ตเมดอินเจแปน ฟิลเซอร์กิตราคาสตรีท (Test Ride Review)
    หลังจาก เอ.พี.ฮอนด้า เปิดตัว CBR250RR มอเตอร์ไซค์สายพันธ์สปอร์ตรุ่นล่าสุด ที่ผลิตและนำเข้าจากญี่ปุ่น ด้วยพิกัดคลาส 250 ซีซี พร้อมสร้างความฮือฮาในกลุ่มไบค์เกอร์ที่เฝ้ารอการนำเข้ารุ่น RR เรซซิ่ง รีพลีก้า รหัสร้อนน้องเล็ก หลังจากมีกระแสในโลกออนไลน์มาตลอด ก็ได้เวลาลองของ CBR250RR "made in japan" ว่าจะดุเด็ดเผ็ดร้อน สมราคาแค่ไหน

    ทีมงาน MotorBike Guru Thailand เช็คราคา.คอม ได้รับเชิญให้เข้าร่วมทดสอบพร้อมกับเพื่อนสื่อมวลชนชั้นนำกว่า 40 คน โดยงานนี้จัดการทดสอบแบบเต็มรอบเต็มแรงกัน ณ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา


    รูปแบบการทดสอบแบ่งผู้ทดสอบออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 12 คน ตามจำนวนรถที่เตรียมไว้ทั้งหมด ช่วงเช้าทีมงานได้มีการอธิบายรายละเอียดข้อมูลตัวรถเพื่อทราบถึงจุดเด่นต่างๆ เช่น เทคโนโลยีคันเร่งไฟฟ้า, โหมดการขี่ 3 ระดับ, สวิงอาร์มอะลูมิเนียม ที่หล่อขึ้นรูปแบบ GDC (Gravity Die Casting) ให้ความแข็งแรง น้ำหนักเบา, โครงสร้างเฟรมถัก Truss Frame ให้สมดุลย์น้ำหนักบาลานซ์ดี แข็งแรง เบา,  Lap Timer โหมดจับเวลารอบแข่งขัน ฯลฯ พร้อมกับแนะนำการขี่รถรุ่นนี้ในสนามว่าโค้งไหนควรใช้เกียร์ใด และรอบที่เหมาะสมในการเปลี่ยนเกียร์ (ราว 12,500 รอบต่อนาที)
    ผู้เขียนได้อยู่ในกลุ่มที่ 2 โดยจะได้ขี่ทดสอบทั้งหมด 3 ช่วง มีเวลาช่วงละ 15-20 นาที มีช่วงพัก 10 นาทีระหว่างกลุ่ม และฟรีรันในช่วงท้ายถ้าใครยังต้องการขี่อีก ในวันทดสอบอากาศบริเวณสนามจัดว่าดีกว่าที่คาดไว้ มีแดดน้อยและไม่มีฝน จริงๆ อุณหภูมิก่อนหน้านี้ร้อนมาหลายวัน และวันเดินทางมาก็มีฝนตกช่วงสระบุรี - โคราช ทำให้การทดสอบวันนี้ไม่ต้องสู้กับความร้อนมากนัก

    เริ่มทดสอบได้ขี่คันสีแดง (Grand Prix Red) ก่อน เมื่อลองนั่งคร่อมด้วยชุดเรซซิ่งสูท เบาะนั่งที่สูง 790 มม. ให้ความสบายในการขึ้น-ลง ท่านั่ง ตำแหน่งแฮนด์ องศาการวางเท้า ให้ความรู้สึกแตกต่างจากรุ่นพี่ในตระกูล CBR 500&650 ซีรี่ส์ ที่เพิ่งทดสอบในสนามแห่งนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
    เมื่อได้สัญญานกลุ่มรถทดสอบทยอยออกตัวจากพิทสู่สนาม โดยมีผู้ฝึกสอนนักแข่งทีมฮอนด้าขี่นำสู่สนามและปิดท้าย สำหรับผู้เขียนได้ปรับโหมดการขี่ไว้ที่ Sport ช่วงรอบแรกยังเป็นการบล็อคความเร็วตามกัน เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับตัวรถ ทั้งการจัดท่าทาง การใช้เกียร์ ในแต่ละโค้ง หลังจากผ่านไปรอบก็เข้าสู่การทดสอบแบบอิสระ ลองกันได้เต็มที่รอบสนาม หลังจากขี่ผ่านไป 2-3 รอบ พบว่า ความรู้สึกที่ได้จากตัวรถแตกต่างจาก CBR รุ่นพี่ 500&650 ที่เน้นเป็นรถสตรีทมากกว่า ให้ความรู้สึกเป็นสปอร์ตเซอร์กิตจริงๆ และตัวรถที่มีน้ำหนัก 168 กก. และเฟรมที่ออกแบบมาดี ช่วยทำให้การควบคุมตัวรถง่าย การเปลี่ยนเกียร์ทำได้ดีมาก กระชับไหลลื่นต่อเนื่อง คันเร่งไฟฟ้าตอบสนองคม ฉับไว ช่วงล่างและเบรกในช่วงแรกที่ยังขี่แบบสบายๆ ก็ตอบสนองได้อย่างน่าประทับใจ ฟิลลิ่งเบรกตอบกลับให้การชะลอหยุดที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้การลงน้ำหนักเบรกได้ละเอียดขึ้น ผ่านไปในช่วงรอบแรกเหมือนได้พูดคุยทำความรู้จักกันพอสมควร






    ช่วงทดสอบสองและสามผู้เขียนเริ่มต้นขี่ด้วยโหมด Sport ไปสักพักก็หันไปปรับเป็น Sport+ รอบที่แช่คลานออกจากพิทมาด้วยเกียร์สองไหลพรวดตวัดขึ้นไปจนรู้สึกได้ การขี่ในช่วงนี้เน้นการเปลี่ยนเกียร์ที่ 12,500 รอบต่อนาทีตลอด และมีโอกาสใช้เกียร์ 6 จากโค้ง 1-3 หลายรอบจนเริ่มขยับจุดเบรกให้ลึกขึ้น เพราะมั่นใจระบบเบรกของตัวรถที่รับมือได้ดีทุกย่านความเร็ว จังหวะพลิกเข้าโค้ง ตัวรถตอบสนองเป็นหนึ่งเดียว ให้สมดุลที่ดี ทำให้ง่ายและสนุกไปกับการขี่ในสนาม จากโค้ง 4 ไป โค้ง 5 ช่วงก่อนถึงโค้งเป็นจังหวะที่น่าอึดอัดสำหรับการขึ้นหรือลงเกียร์ ผู้เขียนใช้แบนด์วิธเกียร์ 5 ลากยาวเข้าโค้ง ก่อนไปยก เบรกและลงเกียร์ 4 เข้าโค้ง 6 ลากยาวเข้า 7 ดันขึ้นเป็น 5 แล้วลงมาที่ 4 โยนเข้าโค้ง 8 ผ่านโค้ง 9 ต่อ โค้ง 10 ที่เป็นเอส พบว่าการถ่ายน้ำหนักทำได้อย่างคล่องตัว ตัวรถตอบสนองไปในทิศทางอย่างใจต้องการ การเบรกจากความเร็วสูง แล้วลดเกียร์ลงก่อนเข้าโค้ง 12 CBR250RR ที่แม้ไม่มีสลิปเปอร์คลัตช์แต่ตัวรถก็รักษาอาการได้อย่างเสถียรไม่มีแกว่ง การเร่งออกจากโค้งด้วยเกียร์ 2 พร้อมไล่ความเร็วอย่างต่อเนื่องพบว่า พลังจากเครื่องยนต์ 249 ซีซี DOHC 4 วาล์ว 2 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ ถ่ายทอดพลังออกมาได้อย่างไหลลื่นจังหวะเปลี่ยนเกียร์ที่รอบสูงตัวรถรักษาสมดุลได้ดี จนถึงจุดเบรก ลดเกียร์มาเป็น 4 แล้วโยนเข้าโค้งแรก สนุกกับ CBR250RR ต่อไปจนจบ

    สรุป การทดสอบในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างจาก CBR series รุ่นพี่ชัดเจน CBR250RR ดูเหมาะกับกลุ่มผู้ขี่ที่ชัดเจนด้านมอเตอร์สปอร์ต ต้องการรถสปอร์ตสเปคใกล้เคียงรถสนาม เอาไว้ฝึกปรือฝีมือ แข่งแบบคลับเรซ จริงๆ มีโหมด Comfort ที่ยังไม่ได้ลอง อาจเหมาะกับการขี่บนถนนหรือใช้งานในชีวิตประจำวัน คงต้องนำมาทดสอบแบบใช้งานจริงอีกครั้งถ้ามีโอกาส CBR250RR ดูเหมาะกับกลุ่มนักขี่รุ่นเยาว์ที่ขยับมาใช้รถสปอร์ตจริงจังเพื่อฝึกพัฒนาตน พร้อมปูทางสู่การขยับสู่คลาสที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต การได้ใช้รถที่ดีและเหมาะสมย่อมช่วยให้ผู้ขี่พัฒนาได้เร็ว ส่วนผู้ที่ชื่นชอบสปอร์ตไลท์เวท คลาสเล็ก CBR250RR ก็ยังเป็นรุ่นที่ใช่เช่นกัน ยิ่งเป็นงาน made in japan ด้วยแล้ว อาจทำให้ใครหลายคนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ไปดูแล้วสัมผัสด้วยตัวเองก็จะได้คำตอบ

    รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ล่าสุด