• รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • รถมอเตอร์ไซค์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว ทดสอบสมรรถนะสปอร์ตตระกูล CBR series แบบเต็มแรง! ไปกับ Track Days จาก ฮอนด้า

    22 เม.ย. 62 8,784
    รีวิว ทดสอบสมรรถนะสปอร์ตตระกูล CBR series แบบเต็มแรง! ไปกับ Track Days จาก ฮอนด้า
    บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดประสบการณ์ TRACK DAYS กับการทดสอบสุดพิเศษของรถตระกูล CBR series สปอร์ตบิ๊กไบค์ เช่น CBR500R, CBR650R, CBR1000RR และ CBR1000RR sp ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล บุรีรัมย์ เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบขี่ พร้อมกับ เซเลบ และนักแข่งทีมฮอนด้า รวมทั้งทีมงานมอเตอร์ไบค์ กูรู ของทาง เช็คราคา.คอม

    โดยงานนี้ คุณจุฑามาศ อินปริงกานันท์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายสื่อสารการตลาด ได้เดินทางมาให้การต้อนรับทีมสื่อมวลชนที่มาร่วมกิจกรรม CBR Series - Circuit Experience เป็นอย่างดี พร้อมมีนักแข่งทีมฮอนด้ามาเป็นผู้สอนเบื้องต้นก่อนการทดสอบ และมีทีมงานด้านผลิตภัณฑ์มาร่วมอธิบายรายละเอียดของรุ่นรถ CBR ที่ใช้ในการขี่ในสนามนี้ เพื่อความเข้าใจในตัวรถมากขึ้น
    สำหรับการทดสอบ ทางทีมผู้จัดได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ A, B และ C ซึ่งแต่ละกลุ่มจะได้ขี่ทั้งหมด 4 ช่วงการทดสอบ (ช่วงละ 20 นาที โดยประมาณ) ซึ่งผู้เขียนมีชื่ออยู่ในกลุ่ม B ที่จะเริ่มขี่ช่วงแรกต่อจากกลุ่ม A ในเวลา 10.30 น.
    เริ่มต้นช่วงแรกของการทดสอบกับรุ่น CBR650R โดยได้ขี่คันสี MAT JEANS BLUE METALLIC ซึ่งเป็นสีใหม่ การทดสอบเริ่มจากกลุ่ม A ก่อน ส่วนรถที่เตรียมไว้ทั้งหมดมีคละรุ่น 500R, 650R และ 1000RR หลังจากกลุ่ม A เข้ามาทีมงานตรวจเช็ครถเรียบร้อย กลุ่ม B ก็เข้าสแตนด์บายต่อ รอบแรกออกจากพิตมีกรวยสลาลอมดักเพื่อให้วอร์มก่อนเข้าแทร็ค แต่ละกลุ่มก็มีนักแข่งจากทีมฮอนด้าร่วมขี่ไปพร้อมกันเพื่อดูและแนะนำเทคนิคการขี่เพิ่มเติม ผู้เขียนออกไปขี่รอบสนามทั้งหมด 10 กว่ารอบ ประทับใจกับการตอบสนองของเครื่องยนต์ ท่านั่งที่เอื้อให้ขี่ในแทร็คง่ายขึ้น ระบบเบรกที่เอาอยู่ การควบคุมตัวรถในโค้ง ช่วงทางตรงที่ใช้ความเร็วสูงการใช้เกียร์ต่อเกียร์ในความต่อเนื่องอย่างฉับไว ตัวรถนิ่งอย่างน่าพอใจ ส่วนหนึ่งจากการปรับปรุงโช๊คอัพหน้าเป็นแบบหัวกลับ (Upside down) ขนาด 41 มิลลิเมตรจาก SHOWA สุดทางตรงยกและชะลอเบรกได้มั่นใจขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละรอบด้วยดิสก์เบรกคาลิปเปอร์ 4 พอท ในการปรับเปลี่ยนเกียร์แต่ละครั้งผู้เขียนเหลือบมองได้อย่างชัดเจนด้วยเรือนไมล์ดิจิตอลใหม่ของ CBR650R นั้นดูง่าย ดูคล้ายรุ่นพี่ CB 1000R ตัว Naked สำหรับการเบรกและชิฟท์เกียร์ลงก่อนเข้าโค้งในหลายๆ โค้ง ตัวรถที่มีระบบเทคโนโลยี Assist & Slipper Clutch ได้ช่วยลดอาการกระชากของล้อหลังในช่วงเปลี่ยนเกียร์สูงลงมาเกียร์ต่ำได้อย่างน่าพอใจคือ ถ้าไปขี่บนถนนเปิดทั่วไปเป็นประโยชน์มาก รวมทั้งระบบ Emergency Stop Tail Light แสดงไฟฉุกเฉินเมื่อรถเบรกกะทันหันด้วย 
    หลังจากขี่ได้ประมาณ 20 กว่านาที ก็ได้รับสัญญานให้เข้าพิตเพื่อส่งต่อให้กลุ่ม C ขี่ต่อ ผู้เขียนออกมาพัก จนช่วงบ่ายได้ลอง CBR650R อีก 2 ช่วง ตอกย้ำความเชื่อมั่นของตัวรถที่ให้สมรรถนะดีเยี่ยมแม้ขี่ในสนามแข่งระดับโลกก็ยังตอบสนองได้อย่างสนุก ส่วน CBR500R ผมได้มีโอกาสลอง 1 ช่วง พบว่าเป็นบิ๊กไบค์ที่ขี่ง่าย ให้ความแรงที่พอดี ควบคุมสบาย เหมาะกับผู้ที่อยากเริ่มต้นกับสปอร์ตบิ๊กไบค์ราคาประหยัดแต่คุณภาพดี ขี่สนุก ด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ 2 สูบ เสียงการทำงานจากเครื่องยนต์ผ่านท่ออาจไม่ดังปลุกเร้าเท่าไหร่ แม้ขี่รอบสูงในสนามแข่งก็ตาม โดยรวมราคา 217,000 บาท นับเป็นการเริ่มต้นกับสปอร์ตบิ๊กไบค์ที่คุ้มค่าไม่น้อย ก่อนขยับไปขี่รุ่นใหญ่
    บทสรุป CBR650R กับราคาค่าตัว 320,000 บาท แลกกับการได้ครอบครองสปอร์ตบิ๊กไบค์ที่พัฒนา และปรับปรุงขึ้นมาจากรุ่นก่อนในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบ ตำแหน่งจุดยึดต่างๆ ช่วงล่าง เทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมกับสมรรถนะที่โดดเด่น ขี่สนุก แรงดีพอกับการขี่ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นทั้งราคาและสิ่งที่ได้ เช่นเดียวกับรุ่น CBR500R ที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 217,000 บาท ก็เหมาะกับผู้ที่อยากเริ่มต้นขี่สปอร์ตบิ๊กไบค์ คือ ดีทั้งราคาและตัวรถ น่าเสียดายที่ผมยังไม่มีโอกาสได้ลองรุ่น CBR1000RR แต่เชื่อว่า Track Days ครั้งหน้าอาจมีโอกาสได้ขี่รุ่นพี่ใหญ่ในแทร็ค แล้วจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาบอกกันต่อไปครับ
    • ชลัคร ช่วยชู
    • ชลัคร ช่วยชู
      Motorbike GURU Thailand

    ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ