ค้นหา โทรศัพท์มือถือ mobilephone

รีวิวโทรศัพท์มือถือ : รีวิว Huawei FreeBuds 3 หูฟังไร้สาย True wireless ANC ฟังก์ชั่นแน่น เสียงดี ในราคาชวนสัมผัส

รีวิว Huawei FreeBuds 3 หูฟังไร้สาย True wireless ANC ฟังก์ชั่นแน่น เสียงดี ในราคาชวนสัมผัส

วันที่ : 16 ธ.ค. 62
เข้าชม : 3,279 ครั้ง
รีวิว Huawei FreeBuds 3 หูฟังไร้สาย True wireless ANC ฟังก์ชั่นแน่น เสียงดี ในราคาชวนสัมผัส
Huawei FreeBuds 3 หูฟังไร้สาย True wireless รุ่นใหม่ของ หัวเว่ย ที่ส่งมาลุยตลาด Gadgets รวมถึงการสร้างระบบนิเวศน์ทรัพยากรของแบรนด์ ที่เตรียมจะเป็นเทรนด์ในปีหน้าของตลาดสมาร์ทโฟน โดยการมาครั้งนี้นอกจากจะมีการปรับดีไซน์ใหม่เกือบทั้งหมดจากรุ่นก่อนแล้ว ในด้านของความสามารถต่างๆ รวมถึงคุณภาพของเสียงที่ได้ ยกระดับขึ้นแบบเห็นได้ชัดเลยทีเดียว จนรู้สึกว่าถ้ามองไปที่ตลาดหูฟัง True wireless ช่วงราคาไม่เกิน 5,000 บาท ณ ตอนนี้ Huawei FreeBuds 3 น่าจะเป็นตัวเลือกหนึ่งในสามที่น่าสนใจก็ว่าได้ 

เกริ่นมาขนาดนี้ คิดว่าหลายคนน่าจะอยากรู้จัก และประสบการณ์การใช้งานเกี่ยวกับหูฟังไร้สายรุ่นใหม่จากหัวเว่ยกันแล้วใช่ไหมครับ ถ้าใช่ก็ตามผมไปสัมผัสพร้อมๆ กันผ่านบทความนี้ได้เลย!! 

Design (ดีไซน์)

Huawei FreeBuds 3 เป็นหูฟังแนว Open-fit ที่ครั้งนี้เลือกคอนเซ็ปท์การออกแบบเป็น "Dolphin Bionic" กับการนำสรีระของ "ปลาโลมา" มาออกแบบ ทำให้ส่วนที่เป็นลำโพง (Buds) จะโค้งมนเข้ารูปเหมือนกับหัวของปลาโลมา เมื่อใส่เข้าไปในหูจะกระชับเข้ากับรูหูทันที และไม่หลุดง่าย


ขยับลงมาก็เป็นส่วนของก้านไมค์และฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancelling) ที่ครั้งนี้ ทางหัวเว่ยใส่มาให้ด้วย ซึ่งทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Aerodynamic Mic Dust เป็นฟีเจอร์ตัดเสียงลมรบกวนขณะคุยสาย โดยทางหัวเว่ยเคลมไว้ว่าตัดเสียงลมได้ที่ความเร็ว 20 km/h เลยทีเดียว

ยังไม่พอ ที่บริเวณรอยต่อระหว่างก้านกับหูฟัง มี Bone Sensor ฝังอยู่ด้านใน โดยจะทำหน้าที่ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นจากการสนทนา (เวลาเราเปล่งเสียงจะมีการสั่นสะเทือนจากลำคอและโหนกแก้ม) และทำการปรับแต่งความเหมาะสมของระดับและคุณภาพเสียงให้อัตโนมัติ

ตลับเคสที่ให้มาด้วย จะเป็นทรงกลมด้านหลังมีโลโก้ของหัวเว่ยแปะอยู่ ซึ่งตรงนี้ขอตินิดนึงว่า ตอนแรกที่ใช้งานหลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าต้องเปิดฝาจากด้านของโลโก้ แต่จริงๆ เปิดด้านตรงข้ามนะครับ ในขณะที่ด้านล่างของตลับชาร์จที่พอร์ต USB-C และไฟแสดงสถานะการชาร์จ ส่วนเมื่อเปิดฝาแล้วด้านในจะร่องสำหรับใส่หูฟังลงไปและทำการชาร์จในตัว


มิติตัวหูฟัง Huawei FreeBuds 3 : กว้าง 20.4 x สูง 41.5 x หนา 17.8 มิลลิเมตร น้ำหนักรวมสองข้าง 9 กรัม
มิติตัวเคส (ตลับชาร์จ) : รัศมีวงกลม 60.9 น้ำหนักรวมตอนใส่หูฟังอยู่ที่ 48 กรัม

อุปกรณ์ในกล่อง
  • หูฟัง True wireless Huawei FreeBuds 3
  • ตลับชาร์จทรงกลม
  • สายชาร์จ USB-C
  • คู่มือการใช้งานเบื้องต้น


สเปค Huawei FreeBuds 3

รายละเอียดสเปคของ Huawei FreeBuds 3
  • ชิปประมวลผล Kirin A1
  • รองรับ Bletooth 5.0
  • รองรับชาร์จไร้สาย Qi 2W
  • Active Noise Cancelling
  • Aerodynamic Mic Dust
  • Driver ขนาด 14.2 มิลลิเมตร แบบไดนามิก
  • ตัวหูฟังรองรับการใช้งานสูงสุด 4 ชั่วโมง / ต่อการชาร์จ
  • ใช้งานร่วมกับตลับชาร์จจะรองรับการใช้งานได้สูงสุด 20 ชั่วโมง
  • รองรับการสั่งการด้วยการสัมผัส
  • รูปแบบของหูฟัง Open-fit
  • รองรับ Pop-up and Pair กับสมาร์ทโฟน Huawei เท่านั้น
  • รองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน Android OS และ iOS
  • แบตเตอรี่ตัวตลับ 410 mAh / ตัวหูฟัง 30 mAh ต่อข้าง


การใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน

สำหรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนนั้น เจ้า Huawei FreeBuds 3 รองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนทั้ง Android OS และ iOS เพียงแต่มีเงื่อนไขการใช้งานสักหน่อย โดยถ้าเป็นสมาร์ทโฟน Android จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชั่น "AI Life" ในการตั้งค่าและใช้งานฟังก์ชั่น Active Noise Cancelling ของตัวหูฟัง 



ซึ่งถ้าหากใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนของ Huawei ที่รัน EMUI 10 ขึ้นไป ก็จะได้ความสามารถ Pop & Pair ด้วย (เปิดฝาเชื่อมต่อทันที) ส่วนสมาร์ทโฟน Android OS รุ่นอื่นๆ ต้องเข้าไปเชื่อมต่อครั้งแรกผ่านแอปพลิเคชั่นก่อนนะครับ หลังจากนั้นถ้าตัวมือถือรองรับ Bluetooth 5.0 ขึ้นไป ตัวเครื่องก็จะจดจำการเชื่อมต่อไว้และเชื่อมต่อให้ทันทีที่เปิดบลูทูธ นอกนั้นต้องกดเชื่อมต่อเองครับ

ข้ามมาที่ iOS จะมีเงื่อนไขและความยุ่งยากในการใช้งานสักหน่อย เนื่องจากตอนนี้ทางหัวเว่ยถูกระงับด้านการค้ากับบริษัทอเมริกา ทำให้เมื่อเราต้องใช้งาน Huawei FreeBuds 3 ร่วมกับ iDevice จำเป็นต้องใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน Android OS เท่านั้น เพื่อตั้งค่าและปรับแต่งฟีเจอร์ต่างๆ เมื่อปรับแต่งเสร็จแล้วตัวหูฟังจึงจะจดจำการตั้งค่านั้นๆ ไว้ในตัว และสามารถใช้งานต่อยาวๆ ได้เลยครับ จะยุ่งยากแค่เมื่อเราต้องการจะปรับแต่งการตั้งค่าใหม่เท่านั้น ที่ต้องหาสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์มาใช้งาน

ประสบการณ์การใช้งาน

ผมได้มีโอกาสไปร่วมออกทริป One Day Trip กับทาง หัวเว่ย ประเทศไทย ซึ่งได้พาไปทดสอบใช้งานท่ามกลางสภาพแวดล้อมจริงไม่ว่าจะเป็นการเดินคุยโทรศัพท์ริมถนน ที่มีทั้งลมและเสียงรถยนต์บนถนน, ทดสอบฟังเพลงขณะอยู่บนรถไฟฟ้า ทีมีสัญญาณรบกวนมากมาย ตลอดจนพานั่งรถทัวร์ที่มีเสียงเครื่องยนต์ดังมากๆ และใช้งานหูฟัง Huawei FreeBuds 3 ไปด้วย ซึ่งผลที่ได้จากการทดสอบทำเอาประหลาดใจพอสมควร!! 

เริ่มจากเรื่องของเสียงก่อนเลย ผมทดสอบฟังเสียงด้วยแอปพลิเคชั่น Sportify ใช้คุณภาพเสียงสตรีมมิ่งระดับ HiFi ซึ่งเสียงที่ได้ยินผ่านตัวหูฟังออกมานั้นรู้สึกได้ว่า มีมิติ ฟังได้สนุก มีเสียงเบสมาให้พอสนุก ฟังนานๆ ไม่ล้าหู ส่วนคาแร็คเตอร์ของเสียงจะออกแนวสดใสกังวาล ซาวน์สเตจกลางๆ ในขณะที่ลองใช้งานร่วมกับ Youtube และ เล่นเกม เสียงไม่มีดีเลย์หายห่วงได้เลย และการมีชิป Kirin A1 ทำให้ตัวหูฟังสามารถเดาใจเราได้ว่าชอบรูปแบบเสียงแบบไหน และปรับให้อัตโนมัติได้ด้วยนะ ฉลาดดีครับ

มากันที่ด้านการพูดคุยโทรศัพท์กันบ้าง จากการทดสอบคุยคู่สนทนาปลายสายยืนยันว่า เสียงดังฟังชัดไม่จมน้ำ และเสียงไม่ดีเลย์ครับ สนทนาได้รู้เรื่องไม่ทำให้คนคุยด้วยหงุดหงิดแน่นอน และเมื่อลองใช้งาน Active Noise Cancelling เข้าไปด้วยพบว่าตัดเสียงรบกวนได้เนียนอยู่นะ แต่ยังได้ยินเสียงภายนอกอยู่บ้างคิดเป็นประมาณ 5-10% เท่านั้น 


แต่เมื่อใช้งานไปสักพัก ถ้าหากเราเจอลมพัดแรงฟังก์ชั่น ANC จะถูกยกเลิกทันที และเราก็ต้องมาตั้งค่าใหม่นะครับ ซึ่งบ้างครั้งก็น่าหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน ซึ่งการตั้งค่า ANC ของ Huawei FreeBuds 3 ก็จะต่างจากทั่วไปหน่อย ตรงที่เราต้องมาหมุนหาตำแหน่งการตัดเสียงเอาเอง เนื่องจาก Bone Sensor ที่ใส่มาจะตรวจวัดรูปแบบการตัดเสียงของแต่ละคนแตกต่างกันตามเหตุผลที่ผมได้เกริ่นไปด้านบน

สำหรับการใส่เดินทางและออกกำลังกาย ทำได้กระชับไม่หลุดง่ายครับ  โดยผมลองใส่วิ่ง, ลองเดินแล้วหมุนหน้าไป-มา ก็ไม่หลุดนะ แน่นมากๆ แต่กลับรู้สึกปวดๆ หูบ้างนิดหน่อยเมื่อใส่เดินไปนานๆ 2-3 ชั่วโมง ขึ้นไป และส่วนตัวเป็นคนชอบใช้งานหูฟังแบบ In-Ear ดังนั้นพอมาใช้งานแบบ Open-Fit เลยรู้สึกไม่ค่อยชิน ทำให้ขณะใส่เดินผมรู้สึกเหมือนหูฟังจะหลุดอยู่ตลอดเวลา (แต่ไม่ได้หลุดนะครับ) ซะงั้น


ภาพรวมทั้งหมด
Huawei FreeBuds 3 เป็นหูฟังไร้สาย True wireless ที่ผมมองว่า ฉลาด เสียงดี ฟังสนุก เหมาะกับคนที่ชอบแนวใสๆ ดนตรีไม่หนัก พวงด้วยฟังก์ชั่นแน่นๆ และคุ้มค่า เพราะในราคา 4,990 บาท แต่กลับได้ฟีเจอร์ ANC ที่ทำได้ดีมากๆ และอาจจะทำได้ดีที่สุดในกลุ่มหูฟังไร้สายแบรนด์มือถือเลยก็ว่าได้ครับ เพราะลองหลับตาแล้วนึกภาพหูฟังไร้สายแบรนด์มือถือในเรทราคานี้แล้ว ยังไง FreeBuds 3 ก็ต้องเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ต้องหยิบมาตัดสินใจแน่นอน ดังนั้นถ้าหากคุณกำลังมองหาหูฟังแนวนี้อยู่ และมีงบไม่เกิน 5,000 บาท FreeBuds 3 จะสามารถตอบโจทย์ให้คุณได้แน่นอน โดยเฉพาะคนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนของ Huawei หรือรันบน EMUI อยู่แล้ว เป็นของที่ "ต้องมี" สุดๆ ครับ พลาดไม่ได้เลย


การวางจำหน่าย
ทาง หัวเว่ย ประเทศไทย ได้เปิดวางจำหน่าย Huawei FreeBuds 3 ในราคา 4,990 บาท โดยมีสีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 2 สีคือ สีขาว Ceramic White และ สีดำ Carbon Black ซึ่งใครที่สนใจก็สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าไอทีชั้นนำ หรือ Huawei Brand Shop ทุกสาขา หรือใครสะดวกออนไลน์ก็สามารถสั่งซื้อผ่าน Huawei Official Shop บน Lazada ได้เช่นกันครับ


แก้ไขล่าสุด : 18 ธ.ค. 62
โดย
:
วินระพี นาคสวัสดิ์
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวโทรศัพท์มือถือล่าสุด