ค้นหา โทรศัพท์มือถือ mobilephone

รีวิวโทรศัพท์มือถือ : รีวิว Samsung Galaxy Note 10+ สัมผัสสุดยอดประสบการณ์สมาร์ทโฟน ที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เคย

รีวิว Samsung Galaxy Note 10+ สัมผัสสุดยอดประสบการณ์สมาร์ทโฟน ที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เคย

วันที่ : 28 ส.ค. 62
เข้าชม : 19,740 ครั้ง

รีวิว Samsung Galaxy Note 10+ สัมผัสสุดยอดประสบการณ์สมาร์ทโฟน ที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าที่เคย
หลังจาก Samsung Galaxy Note 10 Series สมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดของ ซัมซุง เปิดตัวในประเทศไทยก็ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ เป็นอย่างมาก เรียกได้ว่ากระแสดีเกินคาดเลยละครับ โดยในปีนี้เป็นครั้งแรกที่เปิดตัวออกมาให้เลือกหลายโมเดล ได้แก่ Samsung Galaxy Note 10 และ Samsung Galaxy Note 10+ ซึ่งมาพร้อมดีไซน์ที่สวยงาม มีความบางและเบาที่สุดเท่าที่ Galaxy Note Series เคยมีมา เป็นจุดเด่นที่ทำให้รู้สึกทึ่ง และประทับใจมากๆ 
รวมทั้งหน้าจอ Dynamic Amoled แบบ Cinematic Infinity O Display ปรับปรุงใหม่ ที่มอบประสบการณ์ความบันเทิงสมบูรณ์แบบ พร้อมกล้องหลัง 4 ตัว และกล้องหน้าคุณภาพสูง การันตีการเป็นกล้องถ่ายภาพที่ดีที่สุดในโลก ด้วยคะแนนกล้องจาก DxOMark นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบกันสั่นที่ดีที่สุด แถมยังมาพร้อมชาร์จเร็ว 45W Super Fast Charge และฟีเจอร์ใหม่ของ S Pen ที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายยิ่งขึ้น และสนุกได้มากกว่าที่เคย

Unbox Review : แกะกล่อง Samsung Galaxy Note10+ สมาร์ทโฟนประสิทธิภาพทรงพลังและดีไซน์เหนือชั้น
สำหรับราคาวางจำหน่าย Samsung Galaxy Note 10 Series ในประเทศไทย มีรายละเอียดดังนี้ครับ
  • Samsung Galaxy Note 10
    รุ่นความจุ RAM 8GB และ ROM 256GB ราคา 32,900
    จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Black และ Aura Pink
  • Samsung Galaxy Note 10+
    รุ่นความจุ RAM 12GB และ ROM 256GB ราคา 37,900
    และรุ่นความจุ RAM 12GB และ ROM 512GB ราคา 40,900
    โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Aura Glow, Aura Black และ Aura White
สำหรับในรีวิวนี้ เราจะมาพูดถึง Samsung Galaxy Note 10+ มาดูกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะน่าประทับใจขนาดไหน สำหรับสีที่ผมได้รับมารีวิวจะเป็นสียอดนิยมอย่าง Aura Glow ดูโดดเด่น และสวยงามมากๆ เป็นสมาร์ทโฟนที่ยิ่งสัมผัสยิ่งชอบ จนอยากซื้อมาใช้เองเลยละ ใครสนใจแนะนำครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน



การเชื่อมต่อ
Samsung Galaxy Note 10+ มาพร้อมการเชื่อมต่อดังนี้
  • GSM 850 / 900 / 1800 / 1900
  • HSDPA 850 / 900 / 1700(AWS) / 1900 / 2100
  • LTE band 1(2100), 2(1900), 3(1800), 4(1700/2100), 5(850), 7(2600), 8(900), 12(700), 13(700), 14(700), 18(800), 19(800), 20(800), 25(1900), 26(850), 28(700), 29(700), 30(2300), 46, 48, 66(1700/2100), 71(600) - SM-N975U1
  • HSPA 42.2/5.76 Mbps, LTE-A (7CA) Cat20 2048/150 Mbps
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
  • Bluetooth 5.0, A2DP, LE, aptX
  • NFC
  • GPS, A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO
  • USB Type-C 3.1



การประมวลผล
Samsung Galaxy Note 10+ มาพร้อมรายละเอียดสเปค และผลคะแนนทดสอบดังต่อไปนี้
  • หน้าจอ Dynamic AMOLED แบบ Cinematic Infinity O Display ขนาด 6.8 นิ้ว ความละเอียด QHD+1440 x 3040 pixels (498 ppi) อัตราส่วน 19:9 กระจก Corning Gorilla Glass 6 รองรับ HDR10+
  • ชิปเซ็ต Exynos 9825
  • CPU Octa-core (2x2.73 GHz Mongoose M4 & 2x2.4 GHz Cortex-A75 & 4x1.9 GHz Cortex-A55)
  • GPU Mali-G76 MP12
  • RAM 12GB
  • ROM 256GB และ 512GB (รองรับ MicroSD สูงสุด 1TB)
  • เซ็นเซอร์ Fingerprint (under display, ultrasonic), accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer
  • Always-on display
  • Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย One UI
  • กันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP68 (ป้องกันน้ำลึก 1.5 เมตรนาน 30 นาที)
  • ปากกา S Pen รองรับ Bluetooth และมีเซ็นเซอร์ accelerometer, gyro



ผลทดสอบของ Samsung Galaxy Note 10+
  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น AnTuTu Benchmark ทำไปได้ 348,783 คะแนน
  • ทดสอบ MultiTouch รองรับ 10 จุด
  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น AndroBench ทำความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 1525.34 MB/s และการเขียน 587.69 MB/s (UFS 3.0 Storage)
  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น Screen Info หน้าจอ 60 FPS
  • รองรับ DRM L1 สามารถรับชม Netflix HD
  • ทดสอบสัญญาณ GPS จับสัญญาณได้อย่างรวดเร็วดีมาก


แบตเตอรี่
Samsung Galaxy Note 10+ มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,300 mAh รองรับชาร์จเร็ว 45W Super Fast Charge, รองรับชาร์จไร้สาย Wireless Charging 2.0 ชาร์จเร็ว 20W และ รองรับ Reverse Charging (PowerShare) สามารถทำให้สมาร์ทโฟนของเรากลายเป็นแท่นชาร์จไร้สาย สามารถชาร์จให้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่น หรือชาร์จอุปกรณ์เสริมอย่าง Samsung Galaxy Buds ได้ครับสะดวกมากๆเลย โดยในกล่องจะแถมอะแดปเตอร์ Super-Fast Charging 25W มาให้นะครับ (โดยอะแดปเตอร์ Super-Fast Charging 45W จะมีวางจำหน่ายแยก ราคาอยู่ที่ 1,290 บาท)
จากการทดสอบแบตเตอรี่ถือว่าอึดขึ้นกว่าตอน Samsung Galaxy S10+ นะครับ แต่ก็ไม่ถึงกับอึดมาก ถ้าใช้งานเยอะๆ ก็ควรจะพก Power Bank นะครับ แต่โดยรวมถือว่าน่าพอใจทีเดียว และรุ่นนี้รองรับชาร์จเร็วมาตรฐานสูง ทำให้เราพกที่ชาร์จไปชาร์จไฟในร้านกาแฟ หรือที่ทำงาน เพียงไม่นานก็สามารถใช้งานต่อได้ทั้งวันแล้วโดยไม่มีสะดุด


อุปกรณ์ในกล่อง
Samsung Galaxy Note 10+ ภายในกล่องจะมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
  • ตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 10+
  • อะแดปเตอร์ Super-Fast Charging 25W
  • สาย USB Type-C
  • หูฟังแบบ In-Ear (Type-C) ของ AKG
  • เข็มจิ้มซิม
  • เคสใส (Jelly Case)
  • หัวปากกา พร้อมอุปกรณ์เปลี่ยน
  • คู่มือ






ดีไซน์
Samsung Galaxy Note 10+ มาพร้อมดีไซน์ทรงเหลี่ยมดูพรีเมี่ยม และดูโมเดิร์นมากๆ วัสดุโลหะและกระจก มีความบางเพียง 7.9 มม. และมีน้ำหนักเพียงแค่ 196 กรัมเท่านั้น เรียกได้ว่ามีความบางและเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยครับ สำหรับสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy Note Series ฉีกจากข้อจำกัดเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง แถมยังมาพร้อมโทนสีใหม่ที่ดูหวือหวาอย่างที่ซัมซุงแทบจะไม่เคยทำมาก่อนอย่าง Aura Glow พร้อมรองรับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68, หน้าจอชนิด Dynamic Amoled แบบ Cinematic Infinity O Display ขนาด 6.8 นิ้ว, ความละเอียด QHD+ รองรับ HDR10+, รองรับ Always On Display, ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 6 และมาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลที่ช่วยลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายระดับพิกเซล โดยที่ไม่ทำให้การแสดงผลของสีบนหน้าจอลดลง ช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้งานได้ดีขึ้นกว่าที่เคย ผ่านการรับรองจากสถาบัน TUV Rheinland
กล้องหน้าแบบเจาะรู Cinematic Infinity O Display ความละเอียด 10MP F2.2 โดยจะวางตำแหน่งที่ตรงกลาง ดูสวยงามและลงตัวมากกว่ารุ่นที่แล้วอย่างชัดเจน รวมทั้งหน้าจอรองรับสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ Ultrasonic Fingerprint Scanner (ควบคู่กับระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง Knox Security) ซึ่งมีความแม่นยำ และรวดเร็วยิ่งกว่าที่เคย ถือว่าพัฒนาขึ้นมาจากรุ่นที่แล้วเยอะมากๆเลยครับ




Samsung Galaxy Note 10+ ด้านหลังตัวเครื่องจะเป็นกระจก สีสันของ Aura Glow ดูสวยงามมากๆ มีการสะท้อนจนออกมาเป็นสีรุ้ง แต่ค่อนข้างเป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย ด้านหลังตัวเครื่องเงาวับจนสามารถใช้แทนกระจกได้เลยครับ นอกจากนี้ด้านหลังจะมีกล้อง 4 ตัว ความละเอียด 12MP F1.5-F2.2 + 16MP F2.2 + 12MP F2.1 + TOF (DepthVision)



รุ่นนี้จะตัดปุ่มลัด Bixby ออกไปแล้วนะครับ โดยด้านขวาจะเรียบๆ ด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power สามารถตั้งค่าให้กดค้างหรือกดสองครั้งเป็นคำสั่งเรียกใช้งาน Bixby หรือแอปอื่นๆ เช่น Google Assistant ส่วนด้านบนมีไมค์ตัดเสียงรบกวน, ลำโพง, ถาดใส่ซิม ส่วนด้านล่างมีไมโครโฟน, USB Type-C, ลำโพง และช่องใส่ปากกา S Pen





S Pen

Highlight Features : แนะนำฟีเจอร์เด่นบน Samsung Galaxy Note10+
S Pen รุ่นใหม่ รองรับแรงกด 4,096 ระดับ มาพร้อมเทคโนโลยี Bluetooth Low Energy ควบคุมการสั่งงานระยะไกล ต่อยอดจากรุ่นที่แล้ว Galaxy Note 9 โดยการเพิ่มฟีเจอร์ Air Actions แค่คลิกสามารถเปลี่ยนหน้าพรีเซนเทชั่น เล่นและหยุดวีดีโอ หรือกดถ่ายรูป ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมฟังก์ชั่นที่ต้องการได้ผ่านการตวัดปากกา S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังพัฒนาซอฟต์แวร์ Air Actions ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลายรูปแบบ ผ่านการแสดงออกของท่าทางได้อย่างสร้างสรรค์มากๆ เลยครับ และพร้อมเปิดให้ผู้พัฒนานำไปต่อยอดกับแอปพลิเคชั่นต่างๆ ในอนาคตอีกด้วย
โดยในตอนนี้สามารถบังคับในส่วนกล้อง และความบันเทิง รวมทั้งงานเอกสารได้ครับ ยกตัวอย่างเช่น คลิกที่ปุ่มเพื่อถ่ายภาพ, คลิกปุ่มที่ S Pen แล้วตวัดปากกาขึ้น-ลงเพื่อสลับกล้อง หรือเพิ่ม-ลดเสียงในแอปพลิเคชั่น Music, ตวัดปากกาซ้าย-ขวาเพื่อเปลี่ยนฟังก์ชั่น หรือเพื่อเลื่อนภาพในแอปพลิเคชั่น Gallery, หมุนปากกา S Pen ตามเข็ม หรือทวนเข็มนาฬิกาเพื่อซูมกล้องเป็นต้น



Screen off memo มีให้เลือกได้ 5 สีแล้วนะครับ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนปากกา S Pen กันแล้ว (แต่เดิมสีของลายเส้นจะยึดตามสีของปากกาครับ รุ่นที่แล้วใครต้องการเปลี่ยนสีลายเส้นต้องเปลี่ยนปากกากันเลยทีเดียว) ฟีเจอร์นี้ช่วยให้เราจดข้อความ หรือวาดรูปเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่ดึง S Pen ออกมาจากเครื่องเท่านั้นเอง

S Pen มาพร้อมฟีเจอร์แปลงลายมือเป็นตัวพิมพ์ สามารถคัดลอก แก้ไข และส่งต่อได้ทันที ซึ่งพัฒนามาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม สามารถเรียนรู้ลายมือหวัดๆ อ่านยากได้ ซึ่งแต่ก่อนไม่สามารถทำได้นะครับ เป็นการพัฒนาที่ใช้ระบบ AI เข้ามาช่วย แถมยังรองรับได้หลายภาษา แน่นอนครับว่าภาษาไทยก็สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้สบายๆ

AR Doodle เป็นลูกเล่นที่น่ารักมากๆครับ สามารถวาดภาพลงบนวีดีโอได้ และลายเส้นของเราก็จะเคลื่อนไหวตามท่าทางของบุคคลแบบ 3 มิติเลยทีเดียว โดยระบบจะจดจำใบหน้าของแบบด้วยครับ จะแสดงผลเมื่อเราส่องไปที่หน้าของแบบที่เราเลือกเท่านั้น น่ารักมากๆ

หน้าจอและอินเตอร์เฟส
Samsung Galaxy Note 10+ ทำงานบน Android 9 Pie ครอบทับด้วย One UI หน้าตาการใช้งานสวยงามครับ ผมขอยกให้สวยที่สุดบนระบบ Android เลยละกัน ความรวดเร็วและความลื่นไหลยอดเยี่ยมมากครับ หน้าจอ Dynamic Amoled แบบ Cinematic Infinity O Display ดูสวยงามและเต็มตา โดยส่วนตัวแม้ว่ากล้องหน้าจะดูขัดตาไปบ้างแต่ก็ดีกว่ารุ่นที่แล้วอย่าง Samsung Galaxy s10+ และ Galaxy S10 นะครับ เพราะกล้องหน้ามีขนาดเล็กลง หน้าซ้ายสุดจะเป็นในส่วนของ Bixby Home รวมข้อมูล แอปพลิเคชั่น และการแจ้งเตือนต่างๆ นอกจากนี้ยังเรียนรู้กิจวัตรประจำวันเพื่อปรับแต่งเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู่ใช้ และมีแถบด้านข้างในการสั่งใช้งานเป็นทางลัดเปิดแอปพลิเคชั่นที่เราต้องการเรียกว่า Apps edge สามารถเลือกแอปพลิเคชั่นที่เราใช้งานบ่อยๆเอาใว้ตรงนี้ได้ครับ รวมทั้งสามารถดาวน์โหลดรูปแบบของแถบซึ่งมีให้เลือกดาวน์โหลดมากมาย ตามความต้องการมีทั้งฟรีและที่มีค่าใช้จ่าย



รองรับการใช้งาน Smart Gesture และฟีเจอร์ Dual Messenger สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่น Social ได้ 2 ID ในเครื่องเดียว และมาพร้อม Galaxy Store แหล่งรวมแอปพลิเคชั่นพิเศษจากซัมซุง และ Galaxy Themes รวมธีม, วอลเปเปอร์, ไอคอน, AOD ครบถ้วนไม่ต้องไปหาที่อื่น


Multi Window (การแบ่งหน้าจอ) ใช้งานได้อย่างลื่นไหล และมีหลายๆคนถามมานะครับว่าใช้งานยังไง จริงๆ ก็เหมือนเดิมครับ แค่เมนูการใช้งานจะซ่อนมากยิ่งขึ้นเพราะซัมซุงเปลี่ยนมาใช้ One UI นั่นเอง ให้เข้าไปที่ Multi Tasking แตะค้างที่ไอค่อนจะมีเมนูคำสั่งให้เลือก เลือกไปที่ "เปิดในมุมมองแยกหน้าจอ" เท่านี้ก็ใช้งานได้เลยครับ แล้วเปิดเลือกแอปพลิเคชั่นอื่นที่รองรับใช้งานแบ่ง 2 หน้าจอได้เลย นอกจากนี้ยังเลือกให้แสดงผลเป็นแบบหน้าต่างป๊อปอัพได้ด้วยนะครับ

Game Launcher ฟีเจอร์รวมเกมทุกเกมบนสมาร์ทโฟนของเราเอาไว้ที่เดียว ปิดการแจ้งเตือนขณะเล่นเกม, ประหยัดพลังงานขณะเล่นเกม รวมทั้งสามารถบันทึกคลิปวีดีโอระหว่างเล่นเกมเป็นต้น ผมทดสอบด้วยเกมยอดนิยมอย่าง ROV ค่าเฟรมเรตจะอยู่ที่ 59 - 60 FPS นิ่งๆเลยครับ เล่นได้ลื่นไหลน่าประทับใจ รวมทั้งรองรับระบบเสียง Dolby Atmos ยิ่งเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมให้มากยิ่งขึ้น

ด้วยหน้าจอ Dynamic Amoled แบบ Cinematic Infinity O Display กล้องหน้าแบบเจาะรูโดยมีขนาดที่เล็กลง วางตำแหน่งที่ตรงกลาง ทำให้ดูไม่เกะกะสายตามากนัก เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ และขอบหน้าจอของ Samsung Galaxy Note 10+ มีความบางยิ่งกว่าเดิม ทำให้สามารถรับชมหน้าจอได้อย่างเต็มตามากยิ่งขึ้น รองรับระบบ HDR10+ พร้อม Dynamic Tone Mapping ให้การแสดงผลการเล่นวีดีโอได้คมชัด สีสันสดใส

การถ่ายภาพ
Samsung Galaxy Note 10+ มาพร้อมกล้องหน้าแบบเจาะรู Cinematic Infinity O Display โดยจะวางตำแหน่งที่ตรงกลาง ความละเอียด 10MP F2.2, Dual Pixel PDAF, Auto Focus , HDR10+ และกล้องหลัง 4 ตัว มีรายละเอียดดังนี้
  • 12MP F1.5-F2.2, 26 มม., Wide, Dual Pixel PDAF, OIS
  • 16MP F2.2 12 มม. Ultrawide
  • 12MP F2.1, 52 มม. Telephoto, AF, OIS, Lossless Zoom 2X
  • TOF (DepthVision)
  • รองรับฟีเจอร์ Dual Pixel, Dual Aperture, Live Focus, Live Focus Video, HDR10+, Super Slow motion บันทึกวีดีโอความละเอียด 2160P 60FPS, 1080P 240FPS, 720P 960FPS, HDR, dual-video rec.

โดดเด่นในเรื่องกันสั่นขั้นเทพตอนบันทึกวีดีโอ ระบบกันสั่นอัจฉริยะ Super Steady ที่เรียกได้ว่าดีที่สุดของวันนี้บนสมาร์ทโฟน รวมทั้งยังสามารถบันทึกวีดีโอแบบหน้าชัดหลังละลายพร้อมโบเก้ ที่มาพร้อมเอฟเฟกต์พิเศษแบบเรียลไทม์ได้ด้วยนะครับ อันนี้ว้าวมากๆ
และยังมีฟีเจอร์ที่โดดเด่นอย่าง Zoom-in Mic เวลาเราซูมภาพไมค์จะจับเสียงที่ต้นทางที่เราเลือกได้ครับ เช่น เราอยู่ในงานแล้วเสียงดังมาก จนกลบเสียงของวิทยากร เราสามารถซูมภาพไปที่ตัววิทยากรเพื่อจับเสียงของเขาหรือเธอให้ดังคมชัดยิ่งขึ้นได้ เป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์และผมชอบมากๆเลยครับ

นอกจากนี้ยังได้ใส่ฟีเจอร์ตัดต่อวีดีโอ ใส่เอฟเฟค ใส่คำบรรยาย เปลี่ยนความเร็ว หรือเพิ่มภาพประกอบอย่างง่ายๆผ่านปากกา S Pen มาให้ด้วย งานนี้ไม่จำเป็นต้องซื้อแอปพลิเคชั่นตัดต่อวีดีโอบนสมาร์ทโฟนกันอีกต่อไปแล้ว และด้วยกล้อง DepthVision ทำให้ Samsung Galaxy Note 10+ สามารถทำงานร่วมกับ AR ในการประเมินขนาดของสิ่งต่างๆได้อย่างง่ายดาย ผ่านแอปพลิเคชั่น Quick Measure และฟีเจอร์ 3D Scanner ช่วยให้สามารถถ่ายรูปวัตถุได้ 360 องศา ปั้นเป็นรูป 3D และเปลี่ยนเป็นไฟล์ GIF เพื่อแชร์หรือนำไปใช้งานได้อย่างง่ายดาย

และที่ผมชอบมากๆ คือในส่วนของ AR Emoji ที่ฉลาดกว่าเดิม สามารถแสดงสีหน้าได้ละเอียดมากขึ้น และนำมาใช้งานได้อย่างหลากหลาย นอกจากเอามาเล่นเป็นสติกเกอร์ได้แล้ว ยังเอามาใส่เป็นหน้ากาก, เป็นตัวละคร, เป็นตัวละครตัวเล็กๆเอามาถ่ายรูปคู่กับเรา และเอามาเล่นเป็นตัวละครน่ารักๆเวลาถ่ายรูป โดยตัวละครจะเลียนแบบท่าทางของเราได้ด้วยครับ ผมว่าจะต้องถูกใจกันอย่างแน่นอนสนุกมากๆ พูดไปอาจจะไม่เห็นภาพ มาดูตัวอย่างกันได้เลย

ฟีเจอร์ AR Emoji บนสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note10+


มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดละครับ กล้องของ Samsung Galaxy Note 10+ ได้คะแนนกล้องหลังรวม 113 คะแนน และคะแนนกล้องหน้า 99 คะแนน ได้คะแนนท็อปทั้งในส่วนของกล้องหลังและกล้องหน้าเลย ทำให้เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ครับ (จากคะแนนของ DxOMark) โดยรุ่นที่ได้รับการทดสอบคือ Samsung Galaxy Note 10+ 5G ซึ่งโมดูลกล้องก็จะเหมือนกับโมเดลที่วางจำหน่ายในบ้านเรานะครับ แปลว่ารุ่นที่วางจำหน่ายในไทยก็ได้คะแนนสูงสุดไปด้วยนั่นเองครับ
สำหรับรุ่นนี้จะรองรับ Lossless Zoom 2X และ Ultrawide และยังคงมาพร้อม Dual Aperture จากการทดสอบกล้องคุณภาพดีมากครับ แนวภาพเหมือนกับ Samsung Galaxy S10+ จัดเป็นกล้องบนสมาร์ทโฟนที่ดีอันดับต้นๆในตอนนี้เลย ถ่ายภาพสวยทุกสภาพแสง แถมยังสามารถถ่าย Selfie ด้วย Night Mode ได้ด้วยนะครับ คุณภาพน่าทึ่งมากๆ มาชมตัวอย่างภาพถ่ายจากสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันได้เลยครับ
ตัวอย่างภาพถ่าย Selfie ด้วย Samsung Galaxy Note 10+






ตัวอย่างภาพถ่าย Selfie ด้วย Samsung Galaxy Note 10+ (Night Mode)

ตัวอย่างภาพถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 10+ (Normal Lens)











ตัวอย่างภาพถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 10+ (Lossless Zoom 2X)







ตัวอย่างภาพถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 10+ (Ultrawide)






ตัวอย่างภาพถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 10+ 
(Live Focus หรือหน้าชัดหลังละลาย พร้อมเอฟเฟกต์โบเก้หลากหลายรูปแบบ)








ตัวอย่างภาพถ่ายด้วย Samsung Galaxy Note 10+ (Night Mode)






สรุป
Samsung Galaxy Note 10+ เป็นสมาร์ทโฟนที่ยิ่งได้เล่นจะยิ่งประทับใจครับ ลูกเล่นแพรวพราวจริงๆ หลายคนที่ไม่เคยลอง S Pen อาจจะรู้สึกว่าไกลตัวจะได้ใช้ ผมบอกเลยครับถ้าคุณได้ใช้จะวางไม่ลงจริงๆ และจะได้ใช้มันอย่างแน่นอน เผลอๆ อาจจะกลายเป็นว่าถ้าไม่ใช่ Galaxy Note ก็ไม่อยากไปใช้สมาร์ทโฟนทั่วไปอีกแล้วละ เป็นตระกูลสมาร์ทโฟนที่มีจุดเด่น และเป็นจุดแข็งที่ประทับใจมากๆ 
โดยเฉพาะในรุ่น Samsung Galaxy Note 10+ ที่อัดแน่นมาด้วยจุดเด่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของดีไซน์บางและเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา หน้าจอ Dynamic Amoled แบบ Cinematic Infinity O Display ที่สวยงามที่สุดในตอนนี้ สเปคแรงการใช้งานรวดเร็วและลื่นไหล One UI ที่สวยงามที่สุดบนสมาร์ทโฟนระบบ Android รวมทั้ง S Pen ที่แม้ว่ายังคงรองรับแรงกด 4,096 ระดับ (ถึงขีดสุดในตอนนี้แล้ว) แต่ทางซัมซุงก็บรรจงใส่ลูกเล่นใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ อาจจะดูเหมือนว่าเป็นเพียงลูกเล่นที่พยายามใส่เข้ามา แต่มันก็ตอบโจทย์ของผู้ใช้ที่เรียกร้องกันเข้ามาด้วยนะครับ จะเห็นได้ว่าซัมซุงรับฟังผู้บริโภคเสมอ



และลูกเล่นสำคัญอันดับ 1 ของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนอย่างเรื่องของกล้อง (ถึงแม้ว่ายังคงให้ Lossless Zoom 2X มาเท่านั้น ทั้งที่กระแสของกล้องบนสมาร์ทโฟนทุกวันนี้เน้นไปในเรื่องของการซูม) แต่ว่ากล้องของ Samsung Galaxy Note 10+ ก็มีคุณภาพสูงมากครับ ถ่ายออกมาสวยงามทุกสภาพแสงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นกลางแจ้ง ในร่ม แสงน้อย กลางคืน หรือการถ่ายย้อนแสงก็ล้วนน่าประทับใจมากๆ การถ่ายภาพแบบ Ultrawide ก็ดูลงตัวและสวยงามมากๆ 
ที่ผมชอบมากคือ Live Focus หรือหน้าชัดหลังละลาย บนสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ทำออกมาได้ดีมากครับ สวยมีมิติและตัดขอบได้เนียนดูเป็นธรรมชาติ ในส่วนของวีดีโอยังยอดเยี่ยม ระบบกันสั่น Super Steady ทำได้ดีที่สุดบนสมาร์ทโฟนสำหรับตอนนี้ แถมลูกเล่นบันทึกวีดีโอแบบหน้าชัดหลังละลาย ยังทำออกมาได้ดีมากๆ อีกด้วย รับรองว่าไม่ผิดหวังกันอย่างแน่นอน รวมถึง Zoom-in Mic นั้นมีประโยชน์มากๆ ครับ สายถ่ายวีดีโอได้จุใจและจบงานบนสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวได้เลยด้วยฟีเจอร์ตัดต่อวีดีโอเวอร์ชั่นใหม่บน Samsung Galaxy Note 10+ นอกจากนี้ ลูกเล่นสนุกๆ ของ AR Emoji ก็ทำออกมาได้น่าประทับใจมากๆ เช่นกัน

ที่จะลืมไม่ได้เลยคือเรื่องของแบตเตอรี่รุ่นนี้มาพร้อมชาร์จเร็ว 45W Super Fast Charge, รองรับชาร์จไร้สาย Wireless Charging 2.0 ชาร์จเร็ว 20W และ รองรับ Reverse Charging (PowerShare) งานนี้ใครจะมาค่อนขอดซัมซุงไม่ได้อีกแล้วนะครับ รอบนี้เขาจัดเต็มจริงๆ รวมทั้งราคาที่เปิดตัวมาถูกกว่าที่เคย ยิ่งทำให้เป็นตัวเลือกระดับท็อปที่คู่ควรแก่การเป็นเจ้าของ ใครสนใจ Samsung Galaxy Note 10+ แนะนำว่าต้องไปลองเลยครับ แล้วคุณจะชอบมันมากเหมือนอย่างที่ผมตกหลุมรักมันตอนนี้เลยครับ

จุดเด่นของ Samsung Galaxy Note 10+
  1. ดีไซน์พรีเมี่ยม บางและเบาที่สุดเท่าที่ Galaxy Note Series เคยมีมา จับถนัดมือ สวยงาม วัสดุโลหะและกระจก
  2. หน้าจอ Dynamic Amoled แบบ Cinematic Infinity O Display สวยงามไร้ที่ติ มาพร้อมเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลที่ช่วยลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายระดับพิกเซล โดยที่ไม่ทำให้การแสดงผลของสีบนหน้าจอลดลง ช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้งานได้ดีขึ้นกว่าที่เคย ผ่านการรับรองจากสถาบัน TUV Rheinland
  3. สเปคแรง การทำงานรวดเร็ว และลื่นไหล
  4. S Pen ที่มาพร้อมลูกเล่นมากมาย
  5. Fingerprint (under display) หรือสแกนนิ้วมือใต้หน้าจอ ทำงานรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม
  6. คุณภาพกล้องดีมากทั้งกล้องหน้า-หลัง ถ่ายสวยทุกสภาพแสง ได้รับการรับรองอันดับ 1 จาก DxOMark พร้อมลูกเล่นมากมาย
  7. บันทึกวีดีโอคุณภาพสูง สามารถบันทึกวีดีโอแบบหน้าชัดหลังละลายพร้อมเอฟเฟกต์พิเศษ
  8. ระบบกันสั่น Super Steady ดีที่สุดบนสมาร์ทโฟนในตอนนี้
  9. ฟีเจอร์ Zoom-in Mic ช่วยให้บันทึกเสียงที่เราต้องการได้ ในสภาวะจำเป็น
  10. รองรับชาร์จเร็ว 45W Super Fast Charge, รองรับชาร์จไร้สาย Wireless Charging 2.0 ชาร์จเร็ว 20W และ รองรับ Reverse Charging (PowerShare)
จุดสังเกตุของ Samsung Galaxy Note 10+
  1. กล้องหน้า Cinematic Infinity O Display แม้จะมีขนาดเล็กลง แต่ก็ยังคงรบกวนสายตาเวลารับชมวีดีโอ หรือเล่นเกม
  2. กล้องความละเอียดไม่สูง และรองรับเพียง Lossless Zoom 2X
  3. แบตเตอรี่ค่อนข้างลดเร็วไปหน่อย
  4. ตัวเครื่องเงาวับเป็นรอยนิ้วมือง่ายมากๆ
  5. ไม่มีพอร์ทหูฟัง 3.5 มม. แต่ก็มีเหตุผลครับ ช่วยให้สามารถเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ให้มากขึ้น รวมทั้งระบบสั่นของตัวเครื่องก็หนักแน่นยิ่งขึ้นอีกด้วย


แก้ไขล่าสุด : 24 ต.ค. 62
โดย
:
ธีระ อังรัตนันท์
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวโทรศัพท์มือถือล่าสุด