ค้นหา โทรศัพท์มือถือ mobilephone

รีวิวโทรศัพท์มือถือ : รีวิว Vivo S1 สมาร์ทโฟนกล้องหน้า 32MP พร้อม Triple AI Camera และสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ

รีวิว Vivo S1 สมาร์ทโฟนกล้องหน้า 32MP พร้อม Triple AI Camera และสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ

วันที่ : 8 ก.ค. 62
เข้าชม : 11,917 ครั้ง

รีวิว Vivo S1 สมาร์ทโฟนกล้องหน้า 32MP พร้อม Triple AI Camera และสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ
มาถึงไทยเรียบร้อยสำหรับ Vivo S1 สมาร์ทโฟนซีรีย์ S รุ่นแรกในไทยของ วีโว่ ภายใต้คอนเซ็ปท์ "Unlock Your Style" กับการปลดล็อครูปแบบเดิมๆ ไปสู่ความแปลกใหม่อีกขั้น ที่ทางวีโว่นำมาใส่บนสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ซึ่งเมื่อแรกจับต้องยอมรับเลยว่า ภาพในหัวมันรู้สึกได้ถึงความเข้ามือ สีสันตัวเครื่องสวยและหรู พร้อมทั้งสเปกและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ใส่มามันช่างดูลงตัวไปหมด ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลัง Triple camera ที่ทำงานด้วยระบบ AI เหมือนกับกล้องหน้าความละเอียดสูง 32 ใช้ AI ในการประมวลผลและทำงานด้วยเช่นกัน


หรือจะเป็นระบบสแกนนิ้วมือแบบ On screen (บนหน้าจอ) ก็ใส่มาให้ด้วย และทำงานได้เร็วทันใจ ส่วนรายละเอียดและความสามารถด้านอื่นๆ จะเป็นอย่างไร? ความน่าซื้อของรุ่นนี้อยู่ตรงไหน มีจุดไหนบ้างที่ทำได้ดี ตามไปพิสูจน์พร้อมกันด้านล่างได้เลยครับ รับรองว่าอ่านจบแล้วจะต้องชอบกันแน่นอนกับซีรีย์ "S" รุ่นแรกจากวีโว่



แกะกล่อง Vivo S1
Vivo S1 มาพร้อมกล่องโทนสีขาว ด้านหน้ามีโลโก้ "S" ตัวใหญ่เด่นชัด ไม่ผิดรุ่นแน่นอน และบริเวณมุมขวาบนมีแถบแสดงรุ่น RAM 6GB และ ROM 128GB มาด้วย ตอนเลือกซื้อก็อย่าลืมสังเกตกันก่อนซื้อนะครับ จะได้ไม่ผิดรุ่น


สเปกตัวเครื่อง Vivo S1
รายละเอียดสเปกตัวเครื่อง Vivo S1 มีดังนี้
  • หน้าจอแสดงผล Halo FullView Display ขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียด 2340x1080 พิกเซล
  • CPU Helio MediaTek P65
  • GPU Mali G52 MC2
  • RAM 6GB
  • RAM 128GB
  • MicroSD Card up to 256GB
  • Triple camera 16+8+2 ล้านพิกเซล (Main+UltraWide+Depthphoto)
  • Front camera 32 ล้านพิกเซล (AI Selfie)
  • FunTouch OS 9 base on Android OS 9.0
  • Bluetooth 5.0
  • รองรับซิมการ์ด 2 ซิม 
  • รองรับเครือข่าย 3G คลื่น 2100, 900, 850 MHz
  • รองรับเครือข่าย 4G LTE (TDD) คลื่น 2600, 2300, 2500 MHz
  • รองรับเครือข่าย 4G LTE (FDD) คลื่น 2100, 1800, 900, 850 MHz
  • Battery 4,500 mAh


ดีไซน์ (Design)
Vivo S1 ใช้การออกแบบตัวเครื่องที่เมื่อแรกจับรู้สึกได้เลยว่า เปลี่ยนแนวไปจากสมาร์ทโฟนวีโว่รุ่นก่อนไปพอสมควร โดยมีการนำการเล่นสีสันแบบเกรเดี้ยน (gradient) บนฝาหลังมาปรับแต่งใหม่ ทำให้ตัวเครื่องดูสดใส สวย และดูมีระดับมากๆ ยอมรับเลยว่าแรกจับเซอร์ไพรส์เลยล่ะ ในขณะที่มิติตัวเครื่องกว้าง 159.53 x ยาว 75.23 x หนา 8.13 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักรวม 179 กรัม

ด้านหน้าตัวเครื่อง มาพร้อมหน้าจอแสดงผล Super AMOLED Halo display ขนาด 6.38 นิ้ว ความละเอียด 2340 x 1080 พิกเซล (FullHD+) และมีกล้องหน้าความละเอียดสูง 32 ล้านพิกเซล (F2.0, AI Beauty)

ด้านล่างตัวเครื่อง มีลำโพงเสียง, พอร์ตเชื่อมต่อ MicroUSB, ไมค์สนทนา และรูเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง มีปุ่มเรียกผู้ช่วยอัจฉริยะ (ค่าเริ่มต้นเป็น Google Assistance) และช่องถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Triple slot (2 ซิมการ์ด + 1 MicroSD Card) 

ด้านขวาของตัวเครื่อง มีปุ่มปรับระดับเสียงเพิ่ม-ลด (ปุ่ม Volume) และปุ่มเปิด-ปิดตัวเครื่อง (ปุ่ม Power)

ด้านหลังของตัวเครื่อง มาพร้อมกล้องถ่ายรูป AI แบบ Triple camera ความละเอียด 16 + 8 + 2 ล้านพิกเซล (Main + Ultrawide + Depthphoto) มีไฟแฟลช LED 

ลองจับใส่เคสใสที่แถมมาในกล่อง สวยเหมือนกัน



FunTouch OS 9 Base on Android 9.0 
ด้านซอฟท์แวร์ยังคงใช้ FunTouch OS เป็นหัวใจหลักในการทำงานบนตัวเครื่องเหมือนเช่นเดิม โดยครั้งนี้อัปเดตกันมาถึงเวอร์ชั่นที่ 9 แล้ว ซึ่งใช้พื้นฐานของ Android OS 9.0 Pie ในการพัฒนาด้วย ทำให้จะได้รับฟีเจอร์เด่นๆ อย่างพวก Clone app หรือฟีเจอร์ MultiTasking และแน่นอนว่ามีบริการจากวีโว่อย่าง V-appStore, iTheme มาด้วยเช่นกัน

สำหรับลูกเล่นการใช้งานต่างๆ หากใครที่เคยได้เล่นสมาร์ทโฟนวีโว่มาก่อนบอกเลยว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้งานเลยครับ เพราะทุกอย่างยังถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งเดิมๆ แถมยังมีการจัดรวมหมวดหมู่ให้เรียกใช้งานง่ายขึ้นด้วย ส่วนใครที่ย้ายมาจากแบรนด์อื่นก็ไม่ยากที่จะเรียนรู้การใช้งานเบื้องต้นครับ เพราะตัว UI ผมว่าเขาออกแบบมาให้เรียกใช้งานได้ง่ายพอสมควรนะ จากหน้าเมนูต่างๆ เราสามารถเรียกใช้งานแอปฯ ต่างๆ ได้จากหน้าโฮมเลยสะดวกดี


ฟีเจอร์เด่น (Multi-Tasking / Clone app, MotorBike mode)
ด้านฟีเจอร์/ลูกเล่นเด่นๆ เป็นอีกสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสมาร์ทโฟนวีโว่ สำหรับเวอร์ชั่นใหม่นี้ก็ถูกถ่ายทอดลงมาให้กันแบบครบถ้วนเลย ทั้งดึงมาจาก FunTouch OS เวอร์ชั่นก่อนและรับมาใหม่จาก Android Pie ทำให้การใช้งานหลากหลายพอสมควร ซึ่งที่ชอบมากๆ ก็คือ มีโหมดสำหรับขี่มอเตอร์ไซต์ด้วย แต่ไม่แนะนำให้คุยโทรศัพท์ตอนขับขี่นะครับ มันอันตราย!


แบ่งหน้าจอหรือจะโคลนแอปพลิเคชั่นพวกไลน์, เฟซบุ๊กก็ใช้ได้นะ


In-Display Fingerprint Scanning
อีกสิ่งหนึ่งที่เซอร์ไพรส์พอสมควรกับการใส่ระบบสแกนนิ้วมือบนหน้าจอมาให้ด้วย สำหรับการใช้งานจริงบอกได้เลยว่า หายห่วง สแกนได้ไวมาก แถมเราสามารถใช้ระบบสแกนนี้เป็นการยืนยันตัวตนสำหรับซื้อแอปพลิเคชั่นบน Google Play Store หรือแอปพลิเคชั่นอื่นๆ ได้ด้วยนะ สะดวกดีครับ และที่ชอบเลยคือเอฟเฟกต์ตอนสแกนยังคงความเท่ไว้เหมือนรุ่นพี่จริงๆ ซึ่งเราสามารถเลือกเปลี่ยนเอฟเฟกต์ได้ด้วยนะ เปลี่ยนได้จากในเมนูการสแกนนิ้วเลย 



ประสิทธิภาพการทำงาน - ความบันเทิง

Vivo S1 เลือกใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P65 เป็นซีพียูแบบ 8 แกนสมอง สถาปัตยกรรม ARM Cortex A55 จับคู่ทำงานร่วมกับ RAM 6GB และหน่วยความจำภายใน 128GB ทำให้การใช้งานในระดับพื้นฐาน - ทั่วไปบนตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเชียล, เปิดไฟล์เอกสาร PDF - MS Office สลับหน้าต่างทำงานไปมา ทำได้เนียนตาแบบสบายๆ ไม่มีอาการหน่วงให้เห็น


แล้วสำหรับงานกราฟิก แต่งภาพ หรือตัดต่อวีดีโอง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชั่นล่ะเป็นไงบ้าง? ตอบเลยครับว่า "สบายมาก" ทำได้ลื่นไหลไม่ต่างจากการใช้งานทั่วไปเลย แต่ก็ยังคงมีบางครั้งที่มีอาการคิดของตัวตัวซอฟท์แวร์ให้เห็นกันบ้างก็ตาม ซึ่งนั้นก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใดครับ ส่วนการใช้งานหน้าจอสภาพกลางแจ้ง เมื่อเปิดความสว่างสุดก็พอเห็นหน้าจอ เพื่อใช้งานได้ครับไม่ได้มองไม่เห็นเลย ซึ่งภาพรวมของประสิทธิภาพการทำงานบน Vivo S1 เมื่อเทียบกับราคาผมถือว่าสอบผ่านตามมาตรฐานที่ควรจะเป็นครับ 


ระบบเสียงเป็นไงบ้าง? สำหรับด้านเสียงนั่นเจ้า S1 จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีระบบเสียงในระดับทั่วไปครับ เสียงผ่านลำโพงจะเป็นโทนเสียงใส เมื่อเปิดเสียงระดับสุดตัวลำโพงก็จะมีอาการเสียงแตกบ้าง และด้วยลำโพงเป็นแบบโมโนเลยทำให้ถ้าหากไปอยู่ในห้องที่กว้างหรือมีเสียงรบกวนมาก ก็อาจสู้ไม่ไหว แต่ถ้าอยู่ในห้องนอนเปิดนอนฟังเพลงคนเดียวชิลล์ๆ อันนี้ผ่านเลยครับ 


คะแนนทดสอบประสิทธิภาพการทำงานด้วยแอปพลิเคชั่น Benchmark 
  • ทดสอบด้วยแอปฯ AnTuTu Benchmark ได้คะแนน 145,691 คะแนน 
  • ทดสอบด้วยแอปฯ GeekBench 4 ได้คะแนน Single Core 1819 และ Multi Core 5888 คะแนน 
  • ทดสอบด้วยแอปฯ MultiTouch Tester รองรับการสัมผัสสูงสุด 10 จุด 
  • การจับสัญญาณทดสอบด้วย GPS Tester จับสัญญาณได้ระดับปานกลาง (สังเกตจากแถบสี)



เกม (Games)


สำหรับการเล่นเกมบน Vivo S1 นั้น จากสเปกตัวเครื่องที่เลือกใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio P65 ทำงานร่วม GPU Mali G52 MC2 ที่เป็นกราฟิกการ์ดระดับกลาง ทำให้การเล่นเกมทั่วไปแน่นอนว่าไม่มีปัญหาเล่นได้ลื่นไหล ไม่มีกระตุกหรือหน่วงให้เห็นแน่นอน แต่สำหรับเกมที่ต้องใช้กราฟิกในระดับที่สูงขึ้นอย่างเกม ยอดฮิต ROV, PUBG หรือ Identity การตอบสนองต่อการเล่นภาพรวมจัดว่าทำได้ดีในระดับทั่วไป เฟรมเรทวิ่งอยู่ประมาณ 28-30 มีตกลงมาแถวๆ 20 ต้นๆ บ้างนานๆ ครั้ง รวมถึงไม่สามารถเปิดโหมด High Frame rate ได้ ส่วนการทัชหรือลากนิ้วยังไม่ติดนิ้วเท่าไรนัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียความรู้สึกสนุกแต่อย่างใดครับ ยังคงเล่นได้สนุกๆ เลย

Vivo S1 ยังมาพร้อมโหมดสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะด้วยชื่อว่า Game Space โดยโหมดนี้จะทำการปรับทรัพยากรบนตัวเครื่องให้เหมาะสมเองอัตโนมัติทำให้ตอนเล่นเกมเราสามารถดึงประสิทธิภาพสูงสุดของตัวเครื่องขณะเล่นได้ รวมถึงยังสามารถเลือกตั้งค่าต่างๆ บนตัวเครื่อง เพื่อไม่ให้มีการรบกวนจากการแจ้งเตือนต่างๆ หรือการโทรได้ด้วย จัดว่าดีนะครับ เพราะจากที่ลองใช้งานดู มันทำให้เราโฟกัสอยู่กับเกมที่เล่นอยู่ได้ดีขึ้นด้วย ไม่พลาดจากสายเรียกเข้ายามต้อง Kill ถือว่าเป็นฟีเจอร์ดีๆ ที่แนะนำว่าลองเปิดใช้งานกันดู





แบตเตอรี่ (Battery)

แบตเตอรี่เป็นอีกไฮไลท์สำคัญของรุ่นนี้เลยครับ เพราะว่าทางวีโว่ได้ใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4,500mAh มาให้ ทำให้การใช้งานยืนระยะได้ยาวนานมากๆ จากที่ผมลองใช้งานจริงในหนึ่งวัน โดยเริ่มจากเช้าช่วงเดินทางมาทำงานก็มีเปิดเพลงสตรีมมิ่ง เข้าดูโซเชียล คุยไลน์สั่งงานบาง รวมๆ ก็ 1-2 ชั่วโมง ช่วงกลางวันพักเที่ยงก็หยิบขึ้นมาคุยโทรศัพท์ เล่นเกม ถ่ายรูปอาหาร อีกประมาณ 1 ชั่วโมง ตกเย็นก็แบบที่เห็นในภาพเลยครับ เหลือแบตฯ อยู่ 64% เลยทีเดียว ผมนับว่าเป็นรุ่นที่แบตเตอรี่อึดไม่น้อยหน้าใครแน่นอน



กล้องถ่ายรูป


มากันที่เรื่องของกล้องถ่ายรูปที่เป็น Main Hilight ของรุ่นนี้กันบ้าง โดย Vivo S1 ได้ติดตั้งกล้อง AI Triple camera ความละเอียด 16 + 8 + 2 ล้านพิกเซล มาให้ โดยตัวกล้องมีการทำงานแบ่งเป็นเลนส์ปกติ, เลนส์ UltraWide และเลนส์ Depthphoto พร้อมมีไฟแฟลช LED มาให้ด้วย และใช้การประมวลผลภาพด้วยระบบ AI ทำให้เราสามารถถ่ายภาพได้สนุกและสมจริงมากขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญมาก่อนก็ได้ กดถ่ายเสร็จ AI ก็ปรับแต่งให้เรียบร้อยทันที สะดวกดีครับ ส่วนการใช้งานต่างๆ ในหน้าเมนูกล้องก็ไม่มีความซ้ำซ้อนอะไร ทุกอย่างถูกดึงมาไว้เรียกใช้งานได้ง่าย

หน้าเมนูกล้องถ่ายรูป

ซึ่งหลังจากที่ได้ลองเล่นกล้องของ S1 ส่วนตัวต้องยอมรับเลยครับว่า รู้สึกประหลาดใจพอสมควร เพราะตอนแรกคิดไว้ว่าน่าจะทำได้ในระดับพื้นฐานของสมาร์ทโฟนทั่วไป แต่ผลงานของภาพที่ได้หลังถ่ายเสร็จ เจ้า Vivo S1 ทำได้ดีมากๆ เมื่อเทียบกับราคาค่าตัวที่เปิดมา แถมยังใส่เลนส์มุมกว้างมาด้วย ทำให้เราสร้างผลงานของภาพถ่ายได้หลากหลายมากขึ้น และเลนส์มุมกว้างที่ให้มาก็จัดการเรื่องปัญหาภาพบิดเบี้ยวได้ดี ทำให้บ้านไม่เบี้ยว เอวไม่เคล็ดด้วย ลองไปพิสูจน์จากภาพตัวอย่างกันด้านล่างได้เลยครับ

ภาพตัวอย่างจากกล้อง AI Triple camera บน Vivo S1








ภาพบุคคล (Portrait)








โหมดปรับค่ารูรับแสง (Manual mode)




อาหาร (Foods)




ภาพจากเลนส์มุมกว้าง (Wide mode)











กล้องหน้าความละเอียดสูง
นอกจากกล้องหลังที่ดีแล้ว ทางวีโว่ยังใส่กล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล (F2.0) มาให้ด้วย และแน่นอนว่ามีโหมด AI Beauty ให้ใช้งานกันเหมือนเดิม สำหรับกล้องหน้าของ Vivo S1 จากที่ได้ลองถ่ายเล่นดูนั้น ผลลัพธ์ที่ได้ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานของวีโว่เหมือนเดิมครับ ภาพมีรายละเอียด ความคมชัด และความหน้าใสเนียนไม่เว่อร์มาก มาครบทั้งหมด รวมถึงลูกเล่นซนๆ อย่างสติ๊กเกอร์ก็ยังใส่มาให้เหมือนเดิม ลองไปชมภาพตัวอย่างกันครับ


ภาพตัวอย่างจากกล้องหน้า Vivo S1
  
  
  
  
ลองเล่นสติ๊กเกอร์สักหน่อย
  
  
สรุป Vivo S1 เป็นอย่างไร?

จากที่ได้ลองเล่น Vivo S1 มาสักระยะ ผมมองว่าเป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นของวีโว่ในปีนี้ที่ทำได้ดี คุ้มค่า น่าซื้อมากๆ ไม่แพ้ V15 Series เลยทีเดียว และเชื่อว่าใครที่ได้ลองสัมผัสแรกแล้วจะหลงรักแน่นอน เพราะตัวเครื่องออกแบบมาได้สวยงามพรีเมี่ยมมากๆ ในขณะที่หน้าจอก็แสดงภาพได้สวยคมชัดไม่แพ้ใครเลย รวมถึงน่าจะเป็นเพียง ไม่กี่รุ่นในเรทราคานี้ที่ใส่สแกนนิ้วมือบนหน้าจอมาให้ ใจปล้ำมากๆ ครับ และที่สำคัญเรื่องของกล้องถ่ายรูปไม่ว่าจะกล้องหน้าหรือกลัองหลักให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาดมากๆ ครับ ถ้าจะให้นิยามรุ่นนี้ คงบอกได้เลยว่า Vivo S1 "จอดี กล้องสวย มีสแกนนิ้วบนจอ ฟีเจอร์แน่น" ในราคาที่จับต้องได้

ข้อดี
  • จอแสดงผลใหญ่ แสดงผลได้คมชัดสวยงาม
  • บอดี้แน่นหนา งานออกแบบสวยงามดูพรีเมี่ยม
  • แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4,500 mAh
  • มีสแกนนิ้วมือบนหน้าจอมาให้ (In display fingerprint scanning)
  • กล้องหน้าความละเอียดสูง 32 ล้านพิกเซล ให้ผลลัพธ์ที่ดี
  • กล้องหลัง 3 ตัว พลัง AI ให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ

จุดสังเกต
  • พอร์ตเชื่อมต่อยังเป็น MicroUSB
  • ใช้ชาร์จไว 9V2A

สำหรับการวางจำหน่าย ทาง วีโว่ ประเทศไทย เตรียมวางจำหน่าย Vivo S1 ในราคา 8,999 บาท โดยเริ่มเปิดให้ Pre-order ตั้งแต่วันที่ 20 - 31 กรกฎาคม 2562 ที่ Vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งจองผ่านช่องทางออนไลน์ Lazada ที่ pages.lazada.co.th/wow/i/th/THCampaign/VivoS1Launch และสามารถรับเครื่องพร้อมของแถมในวันที่ 1 สิงหาคม 2562 เป็นต้นไป โดย Vivo S1 มีให้เลือกกันทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำ Diamond Black และสีฟ้า Skyline Blue

แก้ไขล่าสุด : 7 ส.ค. 62
โดย
:
วินระพี นาคสวัสดิ์
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวโทรศัพท์มือถือล่าสุด