ค้นหา โทรศัพท์มือถือ mobilephone

รีวิวโทรศัพท์มือถือ : รีวิว Nextbit Robin มาพร้อมเทคโนโลยี Cloud-First รุ่นแรกของโลก ความจำไม่มีวันเต็ม

รีวิว Nextbit Robin มาพร้อมเทคโนโลยี Cloud-First รุ่นแรกของโลก ความจำไม่มีวันเต็ม

วันที่ : 19 ก.ย. 59
เข้าชม : 7,134 ครั้ง

Nextbit Robin มาพร้อมเทคโนโลยี Cloud-First รุ่นแรกของโลก ความจำไม่มีวันเต็ม

Nextbit Robin นอกจากมาพร้อมเทคโนโลยี Cloud-First รุ่นแรกของโลก ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของหน่วยความจำไม่มีวันเต็ม เพราะมีการบริหารหน่วยความจำบน Cloud แล้วยังมีสเปคที่น่าสนใจ รวมทั้ง Design ที่สวยงามสะดุดตาจริงๆ การันตีด้วยรางวัล Red Dot Design Awards 2016 สมาร์ทโฟนรุ่นนี้พึ่งเปิดตัวในโครงการ Kickstarter ในสหรัฐอเมริกา ในชื่อบริษัท Nextbit ไปเมื่อปีที่แล้วนี้เอง และวางจำหน่ายในต่างประเทศไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุดเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแล้วครับ ในบ้านเรามีมาให้เลือก 2 สีครับ ได้แก่ สี Mint และ Midnight ในราคาเครื่องละ 12,900 บาท
อุปกรณ์ในกล่อง
อุปกรณ์ในกล่องของ Nextbit Robin มีมาให้ค่อนข้างน้อยครับ แต่กล่องออกแบบสวยมากๆ ออกแบบรูปทรงยาว ด้านในออกแบบเหมือนหนังสือมีอธิบายการใช้งานของเทคโนโลยี Cloud-First ไม่ค่อยได้เห็นหีบห่อที่สร้างสรรค์ขนาดนี้บนสมาร์ทโฟนมานานแล้วครับ ในกล่องจะมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
  • ตัวเครื่อง
  • สาย USB Type-C
  • เข้มจิ้มซิมรูป Cloud
ในกล่องจะไม่มีอะแดปเตอร์ และหูฟังมาให้นะครับ ต้องหาซื้อแยกเอง

ดีไซน์
Nextbit Robin มาพร้อม Design ที่เรียกได้ว่าชวนว้าวมากครับ บอกได้เลยว่าสวยมากๆ และโดดเด่นจริงๆ ทั้งรูปทรงเหลี่ยมที่ดูทันสมัย เรียบง่าย แต่ชวนมอง รวมทั้งโทนสีเบาๆ ที่ดูแฟชั่นและมีรสนิยม สำหรับในแง่ของ Design ผมให้คะแนนสูงมากเลยละ สมกับที่ได้รับรางวัล Red Dot Design Awards 2016 จริงๆ
วัสดุตัวเครื่องจะเป็นพลาสติกทั้งเครื่อง แต่ผิวสัมผัสดีมากให้ความรู้สึกนุ่มนวล สบายมือ เป็นผิวด้านนิ่มๆ น่าใช้ ขนาดตัวเครื่อง 149 x 72 x 7 มม. น้ำหนัก 150 กรัม ขนาดกำลังเหมาะมือเลยครับ ตอนแรกเห็นว่าเป็นเหลี่ยมๆอาจจะจับถือยาก ที่ไหนได้จับกระชับมือดีมากทีเดียว หน้าจอ IPS ขนาด 5.2 นิ้วความละเอียด Full HD 1080P, กระจก Gorilla Glass 4

กล่องทรงยาว ดูเก๋มากๆ ตัวเครื่องอย่างสวยเลย

ด้านหน้าออกแบบให้มีลำโพงทั้งด้านบนและด้านล่าง คุณภาพเสียงดีมากครับ ไม่ดังมาก
แต่เพราะตรงบริเวณกล้องหน้าออกแบบให้เซนเซอร์มีขนาดใหญ่เท่ากับกล้องหน้าด้วยรับกับลำโพงสนทนาพอดี
สวยมากครับ กล้องหน้ามีความละเอียด 5MP

ด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง ออกแบบเป็นทรงกลม


ด้านขวามีปุ่ม Power ซึ่งทำงานเป็นตัวเซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ และถัดมาจะเป็นช่องใส่ซิม (รุ่นนี้รองรับซิมเดียว และเพิ่ม Micro SD Card ไม่ได้นะครับเพราะเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยี Cloud-First)

ด้านบนมีช่องหูฟังมาตราฐานขนาด 3.5 มม. และไมค์ตัดเสียงรบกวน (แต่ไม่มีหูฟังมาให้นะครับ)

ด้านล่างจะมีพอร์ท USB Type-C และช่องไมโครโฟน

ด้านหลังน่ารักมากครับมีชุดกล้องความละเอียด 13MP พร้อมไฟแฟลชทูโทน
และด้านหลังมีสัญลักษณ์ Cloud-First ด้วยนะครับ

เข็มจิ้มซิมที่ออกแบบได้สร้างสรรค์มากๆ สมกับเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นในเรื่อง Design
ในส่วนของแบตเตอรี่ Nextbit Robin มาพร้อมความจุ 2680 mAh รองรับ Quick Charge 2.0 จากการใช้งานต้องบอกว่าสูบแบตเตอรี่น่าดูครับ และตัวเครื่องค่อนข้างร้อนเร็ว ควรพกพา Power Bank ติดตัวไปด้วย
หน้าจอและอินเตอร์เฟส
Nextbit Robin มาพร้อมเทคโนโลยี Cloud-First แถมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์มากถึง 100 GB ฟรี เป็นครั้งแรกของโลก สำหรับระบบ Cloud-First มีจุดเด่นอยู่ที่ทำผู้ใช้งานสามารถจัดเก็บข้อมูลทุกอย่าง รวมถึงแอปพลิเคชั่นและมัลติมีเดียไว้บนคลาวด์ได้แบบไม่มีวันเต็ม 
นอกจากนี้ ยังมีความอัจฉริยะโดยเมื่อหน่วยความจำในตัวเครื่องใกล้เต็ม โทรศัพท์จะทำการสำรองข้อมูล รูปภาพ วีดีโอ และแอปพลิเคชั่นที่ไม่ค่อยได้ใช้งานขึ้นไว้ที่ระบบคลาวด์แบบอัตโนมัติ จากนั้น Nextbit Robin จะทำการปรับขนาดไฟล์ของรูปภาพ และวีดีโอ ที่อยู่บนเครื่องให้มีขนาดเล็กลง และลบแอปพลิเคชั่นออกจากเครื่อง เหลือแต่เพียงไอคอนทิ้งไว้ เพื่อทำให้พื้นที่ในเครื่องว่างให้ได้มากที่สุด และหากผู้ใช้งานต้องการเรียกใช้แอปพลิเคชันหรือข้อมูลที่ถูกซิ้งค์ขึ้นคลาวด์ไปแล้ว ก็สามารถเรียกคืนกลับได้ในทันทีที่ต้องการ

Nextbit Robin ทำงานบน Android 6.0.1 Marshmallow หน้าตา Nextbit UI ออกแบบได้สวยงามครับ เรียบง่าย ลูกเล่นน้อยแต่ดูดี โดยใช้แรงบรรดาลใจจากรูปทรงสี่เหลี่ยมและทรงกลม มาออกแบบทั้งตัวเครื่องและ UI เลยครับ มาพร้อมเซนเซอร์ครบครัน Proximity sensor, Accelerometer, Ambient light sensor, Gyroscope และ Compass จากการทดลองใช้งาน ความเร็วและความลื่นไหลทำได้ดีมาก ดูสะอาดตาจริงๆ และปลดล็อค Bootloader มาให้ด้วยนะครับ
และต้องบอกว่า Nextbit UI ดูโล่งมากจริงๆ ไม่มีการติดตั้งแอปพลิเคชั่นเสริมใดๆ เข้ามาเลย นอกจากที่มาจาก Google และแอปพลิเคชั่นพื้นฐานเท่านั้นเอง ใครที่อยากได้แอปพลิเคชั่นเพื่อจะช่วยให้ใช้งานได้สะดวกต้องเข้าไปดาวน์โหลดใน Play Store กันเอง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีนะสำหรับคนที่ไม่ชอบ Bloatware

ฟังก์ชั่น Cloud-First ที่เป็นพระเอกของ Nextbit Robin สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ใน การตั้งค่า > Smart Storage โดย Nextbit จะมอบพื้นที่ Cloud มาให้ฟรีๆ 100GB (จากข้อมูลในงานเปิดตัวมีความเป็นไปได้ ที่ในอนาคตจะเปิดให้ผู้ใช้สามารถซื้อพื้นที่เพิ่มได้อีก) สามารถตั้งค่าให้เรา Back Up ข้อมูลผ่าน WIFI เท่านั้น (จะตั้งมาเป็นค่าพื้นฐาน), Back Up เฉพาะตอนชาร์จแบตเตอรี่, ตั้งค่าให้ Back Up แอพพลิเคชั่น, Back Up เฉพาะรูปถ่าย โดยการใช้งานฟังก์ชั่นนี้จะต้องเข้าใช้งานด้วย Google Account นะครับง่ายมากๆ เลย
การถ่ายภาพ
กล้องของ Nextbit Robin มีความละเอียด 13MP และกล้องหน้าความละเอียด 5MP สามารถบันทึกวีดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 4K เลยทีเดียว (กล้องหน้าบันทึก Full HD 1080P) สามารถปรับ Manual ได้โดยจะสามารถปรับระบบโฟกัสได้เอง, ปรับ White Balanced, ชดเชยแสง และปรับ ISO สามารถปรับได้ตั้งแต่ 100-3200 รวมทั้งสามารถถ่าย HDR ได้ด้วย

คุณภาพกล้องของ Nextbit Robin คุณภาพอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนไปทางดีครับ ภาพออกแนวนุ่มๆ ไม่ค่อยคม สีสันดูสมจริง และกล้องหน้าต้องขอชมครับว่าคมชัดดีมาก น่าเสียดายก็ต้องไม่มี Beauty Mode แบบที่สาวๆชอบมาให้ (ใครอยากได้ต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมาใช้เอง) มาดูตัวอย่างภาพถ่ายกันครับ ทุกภาพย่อขนาด และใส่โลโก้เท่านั้น ไม่มีการแต่งภาพเด็ดขาด













การประมวลผล
Nextbit Robin มาพร้อมสเปคที่โอเคเลยนะครับ เป็นสเปคของเรือธงปีที่แล้ว สเปคจะคล้ายๆ LG G4 โดยจะมาพร้อมชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 808, CPU hexa-core 2GHz, RAM 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB และ Cloud 100GB (รุ่นนี้ไม่สามารถเพิ่ม Micro SD Card ได้นะครับ) มาดูคะแนนทดสอบกัน



  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น Quadrant Standard ทำไปได้ 29412 คะแนน
  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น MultiTouch Tester รองรับ 10 จุด
  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น NenaMark2 ทำไปได้ 62.0 fps
  • ทดสอบสัญญาณ GPS จับสัญญาณได้อย่างรวดเร็วดี
การเชื่อมต่อ
Nextbit Robin มาพร้อมการเชื่อต่อที่ครบถ้วนทั้ง Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.0 LE, NFC และ USB Type C รวมทั้งรองรับ 3G HSPA 850/900/1700/1800/1900/2100 และ 4G LTE Bands 1/2/3/4/5/7/8/12/17/20/28 เรียกได้ว่าไม่มีกั๊กเลยครับ
การเล่นสื่อมีเดียต่างๆ
สำหรับรุ่นนี้อย่างที่บอกครับว่า Nextbit Robin ไม่มีการติดตั้งแอปพลิเคชั่นมาให้มากมาย จะมีก็แต่แอปพลิเคชั่นพื้นฐาน เครื่องเล่นเพลงก็ใช้ Play Music และวีดีโอก็เล่นผ่านแอปพลิเคชั่น Gallery ในเครื่องเท่านั้น (ทดสอบด้วยไฟล์ขนาด Full HD ลื่นไหลดีครับ) ซึ่งใครที่ไม่ชอบก็ไปหาดาวน์โหลดเพิ่มกันเองได้ครับ และรุ่นนี้ไม่มีหูฟังแถมมาให้ แต่เท่าที่ลองทดสอบดูเสียงดีไม่เบาเลย ใช้ได้นะครับเนี่ย (รุ่นนี้ไม่มีวิทยุนะครับ)


ในส่วนของเกมทดสอบด้วยเกมอย่าง WWE Immortals ผลออกมาเล่นได้อย่างลื่นไหลดีมาก

สรุป
Nextbit Robin เป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์ใหม่ที่น่าสนใจครับ มีจุดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยี Cloud-First และในเรื่องของ Design ที่สวยงาม และโดดเด่นมากจริงๆ ในส่วนสเปคก็ถือว่าแรงมากนะครับสำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลาง การใช้งานก็รวดเร็วและลื่นไหล Nextbit UI แม้ลูกเล่นจะน้อยแต่ก็ดูสะอาดตา สวยน่าใช้ น่าจะถูกใจหลายๆ คน แถมยังถูกใจขาซนเพราะปลดล็อค Bootloader มาให้ด้วย จะติก็ตรงในกล่องอุปกรณ์ใส่มาน้อยไปหน่อยนะครับ
แต่สำหรับโปรโมชั่นตอนนี้จะได้รับอุปกรณ์เสริม 3 อย่างได้แก่ อะแดปเตอร์ Quick Charge (จริงๆควรจะแถมอยู่แล้วนะ5555), ฟิล์มกระจก และเคสใส ใครที่สนใจก็ไปหาซื้อกันได้แล้วครับที่ Power Mall ในราคา 12,900 บาทและในอนาคตมีแผนจะขยายช่องทางการจัดหน่ายใน Big C และ TG Fone เพิ่มขึ้นและมีแผนจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่แบรนด์ Nextbit รุ่นใหม่ๆ ข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง

ข้อดีของ Nextbit Robin
  • Design สวยงามได้รางวัล Red Dot Design Awards 2016
  • มาพร้อมเทคโนโลยี Cloud-First รุ่นแรกของโลก ได้พื้นที่ Cloud 100GB
  • สเปคสูงน่าใช้งาน Qualcomm Snapdragon 808, RAM 3GB
  • Nextbit เบาและเรียบง่าย การใช้งานรวดเร็วและลื่นไหล
  • มาพร้อมเซนเซอร์แสกนลายนิ้วมือ
  • ลำโพงคู่
  • ปลดล็อค Bootloader มาให้
ข้อด้อยของ Nextbit Robin
  • แบตเตอรี่ไม่อึด
  • ตัวเครื่องร้อนเร็ว
  • อุปกรณ์มาตราฐานในกล่องมีมาให้น้อย

แก้ไขล่าสุด : 7 ก.ย. 60
โดย
:
ธีระ อังรัตนันท์
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวโทรศัพท์มือถือล่าสุด