ค้นหา โทรศัพท์มือถือ mobilephone

รีวิวโทรศัพท์มือถือ : รีวิว Samsung Galaxy S20+ สมาร์ทโฟนกล้อง 64MP ซูม 30X พร้อมถ่ายวีดีโอ 8K และหน้าจอ 120Hz

รีวิว Samsung Galaxy S20+ สมาร์ทโฟนกล้อง 64MP ซูม 30X พร้อมถ่ายวีดีโอ 8K และหน้าจอ 120Hz

วันที่ : 25 ก.พ. 63
เข้าชม : 3,564 ครั้ง
รีวิว Samsung Galaxy S20+ สมาร์ทโฟนกล้อง 64MP ซูม 30X พร้อมถ่ายวีดีโอ 8K และหน้าจอ 120Hz
Samsung Galaxy S20+ เป็นสมาร์ทโฟนน้องคนกลางในซีรีย์ S20 ของ ซัมซุง ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดไว้สำหรับกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการความครบเครื่องของ S20 Series โดย Galaxy S20+ มีการปรับสเปคจากรุ่นท็อปลงมาเล็กน้อย แต่ยังคงได้ฟีเจอร์เพทๆ ของรุ่นพี่มาเกือบทั้งหมด ทำให้ภาพรวมกลายเป็นรุ่นที่หลายคนให้ความสนใจไม่น้อยหน้ารุ่นพี่เลยทีเดียว 

ซึ่งจุดเด่นของน้องคนกลาง Galaxy S20+ นอกจากเรื่องของกล้องถ่ายรูปความละเอียด 64MP แล้ว ยังมีรายละเอียดอีกหลายจุด ที่ผมอยากพาทุกคนไปสัมผัสและเปิดประสบการณ์กับสมาร์ทโฟนน้องคนกลางรุ่นนี้ของซัมซุงพร้อมกัน เพื่อไขข้อสงสัยและเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของหลายๆ คนที่อาจลังเลใจว่า จะไปให้สุดที่ Samsung Galaxy S20 Ultra 5G หรือเลือก Galaxy S20+ ก็เพียงพอกับการใช้งานแล้วด้วยครับ ถ้าพร้อมแล้ว! ไปลุยหาคำตอบด้วยกันครับ


งานออกแบบ (Design)

Samsung Galaxy S20+ ยังคงมาพร้อมการออกแบบที่ใช้หน้าจอแสดงผล Infinity O Display เป็นจุดเด่นของงานดีไซน์ โดยมีขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.7 นิ้ว ความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ QHD+ (525 ppi) ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 6 และเป็นครั้งแรกกับ Refresh rate ระดับ 120Hz บนจอ Dynamic AMOLED 2X ของซัมซุง
ขนาดตัวเครื่อง Samsung Galaxy S20+ : กว้าง 161.9 x สูง 73.7 x หนา 7.8 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักตัวเครื่องรวม 186 กรัม

เหนือหน้าจอขึ้นไป มีกล้องหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล (F2.2) ใช้เทคโนโลยี Dual Pixel และระบบโฟกัสภาพแบบ PDAF ส่วนที่ขอบตัวเครื่องด้านบนมีช่องสำหรับซิมการ์ด รองรับซิมการ์ดแบบ Dual SIM (เลือกใช้งานซิมการ์ด 2 ร่วมกับ MicroSD Card)

ด้านขวาของตัวเครื่อง มีปุ่มกดปรับระดับเสียงเพิ่ม-ลด (Volume) และปุ่มกดเรียก Bixby Voice Assistance ซึ่งสามารถเลือกตั้งค่าให้กลับมาใช้เป็นปุ่มเปิด-ปิดตัวเครื่อง (Power) ได้ 


ด้านล่างตัวเครื่อง มีลำโพงเสียงตัวเครื่อง-สนทนา และพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C

ด้านหลังตัวเครื่อง มีกล้องถ่ายรูปดีไซน์ใหม่ทรงสี่เหลี่ยมพร้อมกับกล้อง Quad camera ประกอบด้วย กล้องหลักที่ใช้เลนส์มุมกว้าง (Wide) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F1.8), กล้องมุมกว้างพิเศษ (Ultrawide) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F2.2) กล้อง Telephoto ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (F2.0) และกล้อง TOF พร้อมไฟแฟลช LED



สเปค Samsung Galaxy S20+


รายละเอียดสเปคตัวเครื่องของ Samsung Galaxy S20+
  • หน้าจอแสดงผล Infinity O Display Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 3200x1440 พิกเซล (refresh rate 120Hz, HDR10+)
  • CPU Exynos 990 
  • GPU Mali G77 MP11
  • RAM 8GB (LPDDR5)
  • ROM 128GB (UFS 3.0)
  • MicroSD Card 1TB (SDXC)
  • Android 10 with OneUI 2
  • กล้องหลัง Quad camera พร้อมไฟแฟลช LED 
    • Wide : 12 MP (F1.8)
    • Ultrawide : 12 MP (F2.2)
    • Telephoto : 64 MP (F2.0)
    • 3D TOF 
  • กล้องหน้าความละเอียด 10 ล้านพิกเซล (F2.2)
  • Under display Fingerprint scanner (Ultrasonic)
  • Bluetooth 5.0
  • WiFi 802.11 a/b/g/n/ac/ax
  • กันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • Battery 4500 mAh (รองรับชาร์จไว 25W, Wireless Fast Charge 15W)

Android 10 With OneUI 2


สำหรับด้านซอฟต์แวร์ของ Samsung Galaxy S20+ ได้รับ Android OS เวอร์ชั่น 10 ตั้งแต่เปิดเครื่องเลย ซึ่งจะครอบทับในส่วนของอินเทอร์เฟซ (UI) ด้วย OneUI 2 ที่มีการปรับปรุงและเก็บรายละเอียดต่างๆ ของงานดีไซน์จากเวอร์ชั่นแรกเพิ่มเติมจนมีความเป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากขึ้นเยอะ ซึ่งส่วนตัวถ้าจะให้กล่าวถึง UI ของมือถือแอนดรอยด์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานก็คงจะมีชื่อของซัมซุงอยู่ในลิสต์ด้วยแน่นอน 


ในขณะที่ภาพรวมต่างๆ ของรูปแบบการใช้งานบน OneUI 2 ถ้าใครเคยใช้งานสมาร์ทโฟนของซัมซุงมาก่อนตั้งแต่ TouchWiz UI ก็ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน ทุกอย่างยังคงถูกวางรูปแบบให้ใกล้กับของเดิมมากๆ ส่วนถ้าหากเป็นผู้ใช้งานใหม่ผมมองว่าไม่ต่างอะไรกับผู้ใช้งานเก่าเลยครับ สามารถจดจำและใช้งานได้คล่องภายในไม่นานแน่นอน ส่วนการป้องกันข้อมูลบนตัวเครื่อง Galaxy S20+ ยังคงเลือกใช้งานระบบสแกนนิ้วมือใต้หน้าจอเป็นระบบป้องกันหลัก และมีระบบทางเลือกอย่าง ปลดล็อกด้วยใบหน้า, สแกนม่านตา รวมถึงใส่รหัสผ่าน (Password) หรือ Pin มาให้เหมือนเดิม

สำหรับการแสดงผลบนหน้าจอแสดงผล Dynamic AMOLED 2X ตัวหน้าจอจะรองรับการแสดงผล refresh rate 120Hz บนระดับความละเอียด FullHD+ เท่านั้นนะครับ ถ้าหากปรับเป็น QHD+ ตัวระบบจะปรับเรทไปที่ 60Hz ส่วนด้านเสียงทางซัมซุงยังคงใส่ "Dolby Atmos" มาให้เหมือนเดิม ทำให้การฟังเพลงหรือดูหนังเต็มอิ่มจากเสียงปกติแบบสัมผัสได้ นอกจากนี้ยังมีการทำแยกออกมาเป็นทางเลือกให้สายเกมด้วย ซึ่งแนะนำว่าให้ลองเปิดโหมดนี้เล่นเกมดูครับ จะได้อรรถรสมากขึ้น เพราะเสียงเพลงและซาวน์ต่างๆ ในเกมจะมีมิติเสียงที่ดีขึ้นแบบสัมผัสได้

Samsung Global Goals
อีกหนึ่งโปรเจ็คดีๆ ที่น่าจะมีหลายคนเห็นแล้วอาจจะมองข้ามไป ซึ่งเป็นอะไรที่น่าเสียดายมากๆ ครับ ผมเลยอยากหยิบยกมาแนะนำกัน กับโครงการ "Samsung Global Goals" เป็นโครงการที่ทางซัมซุงร่วมมือกับองค์กรของสหประชาชาติหลายหน่วยในการช่วยเหลือประชากรทั่วโลกผ่านโครงการต่างๆ ของทางสหประชาชาติ ซึ่งเราสามารถเข้าไปหนึ่งในความช่วยเหลือนั้นได้ด้วยการบริจาค (Donate) ผ่าน Ads Donate หรือการยินยอมให้มีการแสดงโฆษณาบนตัวเครื่องของเราในรูปแบบต่างๆ โดยสามารถเลือกได้ครับว่าจะให้โชว์แบบไหนเช่น ขณะชาร์จแบบเท่านั้น หรือ เลือกใช้ภาพพื้นหลังของโครงการ ก็ได้เช่นกัน โดยค่าโฆษณาทั้งหมดจะเข้าสู่บัญชีของเราพร้อมกับแสดงให้เราดูว่าได้เงินมาเท่าไร และเราก็สามารถเลือกบริจาคเข้าตามโครงการต่างๆ ได้ตามต้องการเลย

กล้องถ่ายรูป


มากันที่ไฮไลท์หลักของ Samsung Galaxy S20+ กันบ้าง กับเรื่องของ "กล้องถ่ายรูป" ที่ครั้งนี้มีการปรับดีไซน์ของกล้องใหม่ และติดตั้งกล้องประสิทธิภาพสูงมาให้ใช้งานกันมากถึง 4 ตัว (Quad camera) ประกอบด้วย 
  • กล้องมุมกว้าง (Wide) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F1.8)
  • กล้องมุมกว้างพิเศษ (Ultrawide) ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F2.2)
  • กล้อง Telephoto ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล (F2.0)
  • กล้อง TOF


โหมดถ่ายรูปบน Samsung Galaxy S20+
ส่วนตัวคิดว่า คาแร็คเตอร์ของภาพถ่ายยังคงมีความละหม้ายกับ Galaxy S10 Plus อยู่พอสมควรครับ โดยจะเน้นไปที่สีสดใส ถ่ายภาพกลางแจ้งได้เก่งกาจ สภาวะแสงน้อยหรือมืดเลยก็เอาอยู่และถ่ายได้สวยไม่แพ้ใครในพิกัดเดียวกัน ส่วนที่เพิ่มเข้ามาคงเป็นเรื่องของการซูมภาพที่ถึงแม้จะซูมได้ไม่ดุเท่ารุ่นพี่ แต่แค่นี้ก็โหดอยู่นะ ซึ่ง Galaxy S20+ พกความสามารถในการซูมมามากสุดถึง 30x โดยเป็นการซูมภาพแบบ Digital Zoom ส่วนการซูมแบบ Hybrid Optic Zoom ทำได้ที่ 3X ครับ
ตัวอย่างภาพถ่ายใช้การซุมภาพจากกล้อง Samsung Galaxy S20+

ระยะปกติ 1.0X

ระยะซูมภาพ 3X

ระยะซูมภาพ 10X

ระยะซูมภาพ 30X
SingleTake และ Custom Filter

สองโหมดถ่ายภาพใหม่ที่ทางซัมซุงใส่เข้ามาให้บน Galaxy S20+ ซึ่งหลังจากที่ลองเล่นแล้ว รู้สึกเลยว่าเป็นฟีเจอร์เข้ามาช่วยเพิ่มความสนุกให้กับการถ่ายรูปบนสมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดี โดยความสามารถของ SingleTake คือการที่เรากดถ่ายรูปเพียงครั้งเดียว แต่กลับได้หลายภาพออกมาหลายช็อตหลายโมเมนต์จากฟีเจอร์ทั้งหมดบนตัวเครื่องเป็นอะไรที่ดีงามมากๆ เลยครับ 

ส่วนอีกฟีเจอร์หนึ่งคือ Custom Filter เป็นความสามารถที่โกงสุดๆ กับการไปดึงโทนสีภาพของภาพเป้าหมาย ที่เราอยากได้มาใส่ในภาพถ่ายของเราเอง ซึ่งโทนที่ดึงมาจะมีความใกล้เคียงกับภาพต้นฉบับประมาณ 70-80% เลยทีเดียว งานนี้คงได้เข้าไปส่อง IG เพื่อนๆ บ่อยๆ แน่นอน
ตัวอย่างภาพถ่ายใช้ฟีเจอร์ Custom Filter



ตัวอย่างภาพถ่ายทั่วไปจากกล้อง Samsung Galaxy S20+
  • กลางแจ้ง (Outdoor )






  • ภาพบุคคล (Portrait)





  • ภาพมุมกว้าง (Wide)





  • ภาพกลางคืน (Night)



คุณสมบัติการถ่ายวีดีโอ
  • ระดับความละเอียด : 8K, 4K, 4K (60fps), FullHD, FullHD (60fps), HD
  • Slow-motion : 1080p@240fps, 720@960fps
  • HDR10+ Support
  • Selfie VDO : 2160p@30fps, 2160@60fps, 1080@30fps


ภาพตัวอย่างจากกล้องหน้า Samsung Galaxy S20+





ประสิทธิภาพการทำงาน - เล่นเกม


การเล่นเกมบน Samsung Galaxy S20+ ในเรื่องของการรองรับแน่นอนครับว่า สามารถเลือกเล่นได้ทุกเกมบนแพลตฟอร์มของ Android OS ได้แบบไม่มีปัญหาใดๆ ในขณะที่เกมยอดนิยมอย่าง ROV, PUBG, Freefire หรือ ROM ก็สามารถปรับความละเอียดและเปิดโหมดกราฟฟิกระดับสูงได้ทั้งหมด ส่วนเรื่องของ FPS ก็ยังคงมีสวิงลงมาให้เห็นเหมือนกัน เมื่อเล่นติดต่อกันไปสักพักใหญ่ๆ รวมถึงความร้อนที่เกิดบนตัวเครื่องสัมผัสได้เลยว่า "ร้อน" ครับ คิดว่าเครื่องที่ขายจริงน่าจะมีการอัปเดทซอฟต์แวร์แก้ในเรื่องนี้แน่นอน ไม่งั้นถือเล่นนานๆ ไม่ได้แน่นอน



ด้านการทำงานในส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะสลับแอปพลิเคชั่นไปมา เปิดหน้าต่างแอปฯขึ้นมาพร้อมกันหลายแอปฯ ตัดต่อวีดีโอ แต่งรูปภาพ หรือใช้งานด้านไฟล์เอกสารก็ทำได้ราบรื่นไม่มีปัญหามาติดขัดกวนใจ ด้วยสเปคระดับ Flagship แบบนี้


คะแนนและผลการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานด้วยแอปพลิเคชั่น Benchmark 
  • ทดสอบด้วยแอปฯ AnTuTu Benchmark ได้คะแนน 512,122 คะแนน 
  • ทดสอบอัตรา Read / Write ของหน่วยความจำภายในด้วยแอปฯ AndroBench ทำความเร็วได้ Read 1561.89 MB/s | Write 675.52 MB/s 
  • ทดสอบระบบสัมผัส Multitouch รองรับสูงสุด 10 จุด
  • ทดสอบ Sensor บนตัวเครื่องด้วยแอปฯ Android Sensor Box ไม่พบ Temperature และ Barometer Sensor



สรุป

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนน่าจะมีคำตอบอยู่ในใจกันบ้างแล้วใช่ไหมครับว่า เลือกอย่างไรดี? สำหรับผมเมื่อได้ลองใช้เจ้าน้องคนกลาง Samsung Galaxy S20+ มาหลายวันก็รู้สึกชอบในความครบเครื่องของรุ่นนี้อยู่ไม่น้อยเลยล่ะครับ ถึงแม้จะบางอย่างจะรู้สึกว่าไม่สุดเท่าไรนัก แต่เมื่อใช้งานจริงกลับรู้สึกว่ามันเพียงพอต่อการใช้งานในหนึ่งวันเป็นอย่างมาก 

ในขณะที่ด้านกล้องถ่ายรูปมิติและคาแร็คเตอร์ของภาพชวนให้นึกถึง S10+ อยู่ไม่น้อย กับความเก่งในตอนแสงกลางวัน และเอาอยู่ในตอนกลางคืนหรือแสงน้อย เพียงแต่ Galaxy S20+ มีเทคโนโลยีที่สดใหม่และดีกว่า แถมยังมีราคาเปิดตัวเมื่อเทียบกันแล้วถูกกว่า S10+ อยู่เกือบ 4,000 บาทเลย
ด้านวีดีโอก็ครบเครื่องสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบกันสั่น Super Steady ที่พิสูจน์มาแล้วในรุ่นก่อน หรือการรองรับการถ่ายภาพวีดีโอความละเอียด 8K เป็นรุ่นแรก เป็นต้น และยิ่งได้เซ็นเซอร์กล้องความละเอียดสูง ยิ่งทำให้ภาพมีรายละเอียดที่ดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด ทำให้ภาพรวมของ Galaxy S20+ กลายเป็นสมาร์ทโฟนครบเครื่อง มีความเก่งกาจรอบตัวอีกรุ่นของตลาด Flagship ก็ว่าได้ ที่เหลือก็คงอยู่ที่คุณแล้วล่ะครับว่าตัดสินใจอย่างไร แต่อยากชวนให้ไปลองสัมผัสน้องคนรอง Galaxy S20+ กันดูก่อนจะตัดสินใจ เพราะคุณอาจจะเปลี่ยนใจเมื่อได้สัมผัสก็เป็นได้


Samsung Galaxy S20+ จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ในราคา 31,900 บาท มีสีตัวเครื่องให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 3 สี คือ สีดำ Cosmic Black, สีเทา Cosmic Grey และสีฟ้า Cloud Blue
แก้ไขล่าสุด : 27 ก.พ. 63
โดย
:
วินระพี นาคสวัสดิ์
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวโทรศัพท์มือถือล่าสุด