ค้นหา โทรศัพท์มือถือ mobilephone

โทรศัพท์มือถือเปิดตัวใหม่ 2018 - 2019

iPhone Xs, iPhone Xs Max และ iPhone Xr ไอโฟนที่แรงขึ้นกว่าเดิมด้วย CPU A12 ปรับดีไซน์เล็กน้อย เพิ่มเติมให้ลงตัวมากขึ้น

วันที่ : 12 ก.ย. 61
เข้าชม : 3,387 ครั้ง

iPhone Xs, Xs Max และ Xr ไอโฟนที่แรงขึ้นกว่าเดิมด้วย CPU A12 ปรับดีไซน์เล็กน้อย ลงตัวมากขึ้น
สิ้นสุดการรอคอย Apple ประกาศเปิดตัว iPhone สามรุ่นใหม่ ได้แก่ iPhone Xr, iPhone Xs และ iPhone Xs Max เดินหน้าสานต่อความสำเร็จจากรุ่นก่อน พร้อมตีบวกพลังด้วยชิปประมวลผลรุ่นใหม่ Apple A12 Bionic กับครั้งแรกที่เป็น CPU 7 nm. รุ่นแรกของ Apple รวมทั้งยังใส่ฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามาด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบ Machien Learning, AR Technology, ขนาดความจุ 512GB และกล้องถ่ายรูปใหม่ที่มีการปรับตัวรับแสงให้กว้างขึ้น แน่นอนว่าราคาก็ใหม่และสูงขึ้นด้วยเช่นกัน รายละเอียดเป็นอย่างไรตามไปดูพร้อมกันได้เลย

iPhone Xs Max
iPhone รุ่นท็อปไลน์สุดของปีนี้ มาพร้อมดีไซน์แบบฟลูพรีเมี่ยมด้วยการเลือกใช้วัสดุสแตนเลสเกรดเดียวกับเครื่องมือศัลยกรรมผสมผสานเข้ากับเทคนิคการลงสีแบบ PVD ที่มีการเคลือบผิวด้วยไอสาร ทำให้ตัวบอดี้ดูสวยสะท้อนแสง ในขณะที่ด้านหน้าจอแสดงผลเลือกใช้หน้าจอ OLED Super Retina ขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ iPhone ด้วยขนาดหน้าจอ 6.5 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 ความละเอียด 2688x1242 พิกเซล (120Hz) รองรับ HDR10 และ Dolby Vision ซึ่งถึงแม้ขนาดหน้าจอจะใหญ่ขึ้นแต่ทาง Apple บอกว่ามีขนาดตัวเครื่องเท่ากับ iPhone 8 Plus เท่านั้น ส่วนด้านของขุมพลังเลือกใช้ CPU Apple A12 Bionic รุ่นใหม่ที่เป็น CPU ขนาด 7 nm. รุ่นแรกของ Apple และมีหน่วยประมวลผล NPU ในตัว
ขยับมาที่ข้างหน้าของตัวเครื่องยังคงมาพร้อมแถบระบบเซ็นเซอร์ Face ID เหมือน iPhone X โดยครั้งนี้ Apple ได้ยกเลิกการยืนยันตัวผ่านระบบสแกนนิ้วมือออกทุกรุ่นอย่างเป็นทางการ ด้านกล้องถ่ายรูปยังคงใช้กล้องคู่ความละเอียด 12+12 ล้านพิกเซล (F1.8/F2.4) มีการปรับปรุงเซ็นเซอร์รับภาพให้กว้างขึ้นอีกจากรุ่นก่อน ทำให้สามารถ่ายภาพ Bokeh ได้ดีขึ้น รวมทั้งยังสามารถปรับค่า F หลังการถ่ายได้ด้วย 

นอกจากนี้ Smart HDR เป็นอีกฟีเจอร์ที่ทาง Apple ได้ทำการปรับปรุงรายละเอียดในการประมวลผลใหม่ มีการนำ Machien Learning มาช่วย ทำให้ตัวกล้องสามารถบันทึกภาพที่ดีที่สุดออกมาได้ภายในพริบตา ทำให้ได้ภาพ HDR ที่เหมือนถ่ายในสภาวะแสงปกติ และรองรับการบันทึกเสียงด้วยระบบเสียงสเตอริโอ เนื่องจากตัวเครื่องได้มีใส่เทคโนโลยีเสียง Wired Stereo มาให้ จึงทำให้รองรับช่วงไดนามิกของเสียงที่กว้างขึ้นจากเดิม 2 เท่า กล้องหน้ายังคงใช้กล้องตัวเดิมที่มาพร้อมความละเอียด 7 ล้านพิกเซล

iPhone Xs
เป็นรุ่นที่จับ iPhone X มาแต่งหน้าแต่งตัวเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย โดย iPhone Xs มาพร้อมตัวเครื่องสแตนเลส หน้าจอกันรอยขีดข่วน ซึ่งทาง Apple บอกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความทนทานสูงที่สุดตอนนี้ ในขณะที่ด้านรายละเอียดสเปกตัวเครื่องจะมีคุณสมบัติเหมือนกับ iPhone Xs Max เกือบทั้งหมด รวมถึงเรื่องของคุณสมบัติกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 (รองรับแล้ว!) และคุณสมบัติในการกันน้ำอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำเปล่า เช่น เบียร์, น้ำส้ม, น้ำอัดลมฯ ด้วยเช่นกัน
iPhone Xs มาพร้อมหน้าจอแสดงผล Super Retina ขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436x1125 พิกเซล (120Hz) โดยใช้ CPU A12, กล้องถ่ายรูปหน้า-หลัง เหมือนในรุ่น Max ทั้งหมด และมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของลำโพงเสียงตัวเครื่องให้มีความกว้างของเสียงมากขึ้น รวมทั้งรองรับฟีเจอร์ใหม่อย่าง "Dual SIM" ที่เป็นครั้งแรกของ iPhone ในการรองรับการใช้งานซิมการ์ดพร้อมกันสองซิม โดยที่ซิมที่สองจะใช้งานเป็น eSIM แต่ในรุ่นวางจำหน่ายที่จีนจะเป็นถาดซิมการ์ดปกติ

iPhone Xr
iPhone รุ่นประหยัดที่ Apple หมายมั่นเป็นรุ่นที่เป็นประตูเชื่อมต่อผู้ใช้งานอีกหลายล้านคน ให้สามารถเข้าถึง iPhone ได้ง่ายขึ้น โดยตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแสดงผล LCD Liquid Retina ขนาด 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1792x828 พิกเซล เลือกใช้วัสดุอลูมิเนียมซีรีย์ 7000 เป็นตัวบอดี้ของตัวเครื่อง ผสมผสานเข้ากับการลงสีตัวเครื่อง 7 ชั้นด้วยสีใหม่ 6 สี
ในขณะที่ฟังก์ชั่นอื่นๆ อย่าง Face ID, CPU Apple A12 Bionic ยังคงใส่มาให้ด้วย ด้านกล้องถ่ายรูปทาง Apple เลือกใช้กล้องเดี่ยวความละเอียด 12 ล้านพิกเซล (F1.8) และกล้องหน้า TrueDepth ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล ตัวเครื่องมีคุณสมบัติการกันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP67 

การวางจำหน่าย
Apple ประกาศวางจำหน่าย iPhone ทั้งสามรุ่น ดังนี้
  • iPhone Xs Max
    • รุ่น ROM 64 GB ราคา $1099 หรือประมาณ 35,900 บาท
    • รุ่น ROM 256GB ราคา $1249 หรือประมาณ 40,900 บาท
    • รุ่น ROM 512GB ราคา $1449 หรือประมาณ 47,900 บาท
  • iPhone Xs
    • รุ่น ROM 64 GB ราคา $999 หรือประมาณ 32,900 บาท
    • รุ่น ROM 256GB ราคา $1149 หรือประมาณ 37,900 บาท
    • รุ่น ROM 512GB ราคา $1349 หรือประมาณ 44,000 บาท
  • iPhone Xr
    • รุ่น ROM 64 GB ราคา $749 หรือประมาณ 25,900 บาท
    • รุ่น ROM 128GB ราคา $799 หรือประมาณ 27,900 บาท
    • รุ่น ROM 256GB ราคา $899 หรือประมาณ 30,900 บาท
โดยทาง Apple จะเปิดพรีออเดอร์ในกลุ่มประเทศ Tier 1 (ไม่มีประเทศไทย) ในวันที่ 14 กันยายน สำหรับ iPhone Xs Max และ Xs มีสีตัวเครื่องให้เลือกสามสี คือ สีขาว, สีดำ และสีทอง เริ่มวางจำหน่าย 21 กันยายน 2561 
ส่วน iPhone Xr จะเปิดให้พรีออเดอร์วันที่ 19 ตุลาคม พร้อมสีตัวเครื่องให้เลือก 6 สี คือ สีฟ้า, ส้ม, ดำ, ขาว, เหลือง และแดง สำหรับประเทศไทยไม่มีรายชื่ออยู่กลุ่ม Tier 1 และ 2 ดังนั้นคาดว่าน่าจะวางจำหน่ายในช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป
แก้ไขล่าสุด : 12 ก.ย. 61