รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

Mercedes-Benz ขนทัพทดสอบ SUV สุดหรู สานต่อทำความดีเพื่อเด็กๆ

ข่าว 4 ต.ค. 59 8,561
Mercedes-Benz ขนทัพทดสอบ SUV สุดหรู สานต่อทำความดีเพื่อเด็กๆ


Mercedes-Benz ประเทศไทย จัดทดสอบกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์หลากหลายรุ่นทั้ง GLS 350 d 4MATIC AMG Premium, GLE 350 d 4MATIC Coupe AMG Dynamic, Plug-in hybrid 2 รุ่น GLE 500e 4MATIC AMG Dynamic และ Exclusive, SUV ขนาดกลางใหม่ 2 รุ่น GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic และ OFF-ROAD และน้องเล็กสุด GLA 250 4MATIC AMG Dynamic ซึ่งแต่ละรุ่นมีความหรูหราและสมรรถนะที่ดีไม่แพ้กัน นับเป็นครั้งแรกกับการทดสอบรูปแบบพิเศษนี้ ด้วยการพิสูจน์บนเส้นทางกรุงเทพฯ - พังงา ระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร พร้อมร่วมกิจกรรม "Mercedes-Benz Star Charity #stardrive #suv" ปลูกต้นพริกไทย ณ โรงเรียนเยาววิทย์ จ.พังงา เพื่อสานต่อความรับผิดชอบต่อสังคมของเมอร์เซเดส-เบนซ์    


เส้นทางการทดสอบ
การทดสอบกลุ่มเส้นทางกรุงเทพฯ - เริ่มต้นจากโรงแรมโหมดสาทร ถนนสาทร - ปลายทาง จ.พังงา ระยะทางกว่า 700 กม. โดยรถทดสอบ 6 รุ่น 15 คัน ผู้สื่อข่าวกว่า 30 คน รวม 4 วัน 3 คืน โดยในวันสุดท้ายขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ 
 

มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
จุดประสงค์นอกจากการทดสอบสมรรถนะของกลุ่ม SUV รุ่นใหม่ครั้งนี้ มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยถึงการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ "THE BEST" สะท้อนความมุ่งมั่นนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดทั้งด้านโปรดักส์และด้านการตอบแทนสังคม ด้วยการนำสื่อมวลชนลงพื้นที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคม นับเป็นการสานต่อกิจกรรมเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ได้ริเริ่มสนับสนุนการก่อตั้งโรงเรียนเยาววิทย์ ด้วยการนำสื่อมวลชนร่วมกันปลูกต้นพริกไทยหนึ่งร้อยต้น หนึ่งในโครงการด้านการเกษตรเพื่อให้เด็กๆ นำความรู้และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในอนาคต และสนับสนุนเงินทุนการศึกษา เพื่อเป็นประโยชน์แก่เด็กนักเรียนและบุคคลากร จำนวน 500,000 บาท    

พี่สื่อมวลชนร่วมกันปลูกต้นพริกไทยอย่างขะมักเขม้น


เรื่องเลอะเรื่องเล็ก

โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ก็มี
โรงเรียนเยาววิทย์นับเป็นสถานศึกษาสำหรับผู้ที่ด้อยโอกาสและตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขต่างๆ นั่นคือ
  • เป็นเด็กที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น คลื่นสึนามิ ฯลฯ
  • เป็นผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา เนื่องจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ที่อยู่อาศัย และที่อยู่ห่างไกลการคมนาคม
  • เป็นเด็กในชุมชนแออัด สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม หรือพ่อแม่ และผู้ปกครองยากจน ไม่สามารถส่งให้เข้ารับบริการ การศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐได้ หรือมีการย้ายถิ่นฐานบ่อย จนเด็กไม่สามารถเข้าเรียนตามระบบได้
  • เป็นเด็กเร่ร่อน ไม่มีพ่อแม่ หรือผู้ปกครองดูแล ขาดผู้อุปการะ หรือหากมี แต่ก็ไม่สามารถเลี้ยงดู และส่งเสียให้เข้ารับบริการ การศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐได้
  • เป็นเด็กกำพร้า ที่พ่อแม่ หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเสียชีวิต แยกทางกัน ผู้ปกครองหายสาบสูญ หรือผู้ปกครองไม่สามารถเลี้ยงดู หรือไร้สมรรถภาพ

น้องๆ ที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่ธรรมดาครับ สามารถพูด อ่านเขียนภาษาอังกฤษได้ดีมาก ซึ่งในวันที่ขบวนทดสอบเมอร์เซเดส-เบนซ์เดินทางไปถีง ทีมผู้บริหารบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้พูดคุยกับน้องๆ ซึ่งสามารถพูดคุยตอบโต้ได้อย่างคล่องแคล่ว โดยโรงเรียนแห่งนี้นับเป็นการสอนแบบ 2 ภาษาโดยให้ครูชาวต่างชาติเป็นผู้สอนภาษาอังกฤษ และให้ชาวไทยสอนภาษาไทยเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกัน และน้องๆ ที่นี่ยังมีความน่ารัก เรียบร้อยคอยดูแลต้อนรับคณะผู้บริหารฯ และสื่มมวลชนเป็นอย่างดีอีกด้วย


ปัจจุบันโรงเรียนเยาววิทย์เปิดสอนทั้งในระดับอนุบาลและชั้นประถม โดยเป็นลักษณะโรงเรียนประจำรองรับเด็กๆ กว่า 120 คน ตั้งแต่ 3 ถึง 18 ปี สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนเยาววิทย์ได้ที่ 29/55 หมู่ 1 ตำบลเหมาะ อำเภอกะปง จังหวัดพังงา 82170 ประเทศไทย 084-852-1809 หรือ info@yaowawit.org และ yaowawit.org
ขอขอบคุณบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้เชิญทีมงานเช็คราคา.คอมร่วมทดสอบและทำกิจกรรมดีดีเพื่อเด็กๆ ในครั้งนี้
การทดสอบวันแรกกับ MB GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD กรุงเทพฯ - ชุมพร
การทดสอบแบ่งเป็น 4 วันและขับรถจริง 3 วันเต็มๆ กับการขับฝูง SUV โดยใช้การสุ่มจับกุญแจรถแต่ละรุ่น เพื่อให้มีโอกาสได้ลองขับคละรุ่นกัน ซึ่งทีมงานเช็คราคาจับวันแรกในทดสอบขับ "Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD" เริ่มต้นจากโรงแรมโหมดสาทร - ร้านอาหารโอเอ็กซ์ ซีฟู้ด จ.ชุมพร และสลับคนขับพร้อมสลับรถรุ่นอื่นๆ ด้วยการสุ่มจับกุญแจอีกครั้ง หลังจากนั้นช่วงบ่ายๆ เดินทางต่อสู่โรงแรมโนโวเทล ชุมพร ลักชัวรี่ บีช รีสอร์ท แอนด์กอล์ฟ จ.ชุมพร เพื่อพัก 1 คืน 

Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD เติมเต็มเซกเมนต์รถยนต์ suv ขนาดกลางเปิดตัวช่วงต้นปี 2016 ก่อนหน้านี้ไม่นานก็ได้เพิ่มรุ่น coupe เพื่อความสปอร์ต ซึ่งในทริปนี้มียังไม่มีรุ่นคูเป้มาให้ลอง ทีมงานเช็คราคาได้ขับรุ่น GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD ภายนอกโฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า LED ปรับตามการเลี้ยวของพวงมาลัย เพิ่มความส่องสว่างขณะเข้าโค้ง กระจังหน้าที่คล้ายๆ รุ่น C-Class กันชนหน้าทรงสปอร์ต หลังคาตัดสีดำ (รุ่นที่เป็นสีขาว) รุ่น AMG จะมีพาโนรามิกรูฟมาด้วย 

ขนาดความสูงกำลังดี การเข้าออก-ขึ้นลงรถไม่ลำบากนัก เหมาะกับผู้ที่ชอบการใช้งานที่เน้นความสะดวกสบายทั้งการขับขี่ที่ไปได้ทุกสภาพถนน เป็นการผสานรถยนต์ซีดานและรถยนต์อเนกประสงค์เข้ากันอย่างลงตัว เรียกว่าใกล้เคียงสไตล์ Crossover ก็ว่าได้



ด้านข้างมองผ่านๆ ก็คล้ายกับรุ่น C-Class ยกสูง แต่ตรงส่วนท้ายที่เป็นสไตล์แฮตช์แบ็ก 5 ประตูและยังโดดเด่นด้วยไฟท้ายแนวนอน กันชนพร้อมแถบโครเมียมและปลายท่อทรงเหลี่ยมคู่ 

ภายในของ Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD คงความสปอร์ตหรูไว้อย่างครบถ้วนทั้งคอนโซลหน้าตกแต่งสลับลายไม้ มาตรวัดทรงกลมพร้อมจอแสดงข้อมูลการทำงานต่างๆ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ควบคุมระบบเครื่องเสียง การตั้งค่าบนมาตรวัด การรับ-วางสายโทรศัพท์ และควบคุมระบบครูซคอนโทรล 


ตรงกลางคอนโซลหน้าเป็นจอสัมผัสควบคุมได้ทั้งหน้าจอและระบบ COMAND Online แสดงภาพแบบ 3 มิติ บอกรายละเอียดครบทุกโหมดการทำงาน เช่น การปรับตั้งโหมดการขับขี่ Sport, Sport+ และ Comfort การตั้งระบบไฟส่องสว่าง เป็นต้น ระบบแอร์อัตโนมัติแยกปรับความเย็นซ้าย-ขวา กุญแจแบบ Keyless -Go พร้อมปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ ไฟหน้า ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และคันเกียร์อยู่ฝั่งขวาด้านหลังพวงมาลัย โดยโยกลงเป็นตำแหน่ง "D" โยกขึ่นหนึ่งสเต็ป "N" และโยกขึ้นสุด "R" ส่วนเกียร์ "P" ใช้กดปุ่มตรงปลายก้านคันเกียร์ สะดวกสบายและไม่เปลืองเนื้อที่ และคงความเป็นรถยุโรปสมบูรณ์แบบด้วยก้านไฟเลี้ยวอยู่ฝั่งซ้าย



GLC 250 d ก็หรูหราไม่แพ้รุ่นใหญ่ๆ 
คอนโซลกลางมีชุดควบคุม โดยใช้นิ้วสัมผัสเหมือนการใช้ Touchpad และสามารถใช้ปุ่มกลมๆ ควบคุมได้และถัดมาเป็นกล่องเก็บของพร้อมช่องเสียบ USB 2 จุด

เบาะคนขับนั่งสบายกระชับกำลังดี

ขนาดของตอนหลังก็ใกล้เคียงกับ C-Class

ส่วนเก็บของท้ายรถพร้อมฝาปิดบังสายตา
เบาะคู่หน้านั่งกระชับสไตล์กึ่งบักเก็ตซีทปรับไฟฟ้า เบาะหลังนั่งสบาย พร้อมที่เท้าแขน สามารถกดปุ่มพับแบบไฟฟ้าได้ทั้งฝั่งคนนั่งและห้องสัมภาระท้าย

พับเก็บเบาะหลังได้ด้วยสวิตช์ไฟฟ้า

เบาะตอนหลังพับเกือบแบนราบ

สวิชต์พับเก็บเบาะไฟฟ้าข้างผู้โดยสาร

ความปลอดภัยเต็มคัน ด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง และม่านถุงลม ระบบควบคุมการทรงตัว ESP, เบรกมือไฟฟ้า, เซ็นเซอร์นำรถเข้าจอด, ระบบช่วยนำรถเข้าจอด, กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง เป็นต้น 
สมรรถนะ Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD

ดูเรียบๆ ม้าเพียบนะครับ แรงบิดนี่สิสุดโหด 500 นิวตัน-เมตร!
Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2,143 ซีซี เทอร์โบคู่พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 204 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-1,800 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G - TRONIC) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering - wheel Gearshift Paddles) 
GLC 250 d ใหม่ ความนุ่มนวลและต่อเนื่องความทุกรอบความเร็วจากเกียร์ใหม่ 9 จังหวะ ลดความรู้สึกในการต่อจังหวะแต่ละเกียร์อย่างราบรื่น และช่วยให้การออกตัว เร่งแซง หรือแม้การลดจังหวะในขณะใช้ Engine Break เป็นไปอย่างนุ่มนวล และในขณะเดียวกันเมื่อคิกดาวน์ก็สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ได้รวดเร็วทันใจ พร้อมความแรงที่สั่งได้ ทำให้มั่นใจมากขึ้นทุกครั้งที่เร่งแซง  

ฟีลลิ่งสปอร์ต SUV แท้ๆ
อัตราเร่งดึงหน้าหงายและใช้เวลาจาก 0 - 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในพริบตา แรงบิดระดับ 500 นิวตันเมตรจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบที่พร้อมกระชากตัวรถขนาดกะทัดรัดให้พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างง่ายดาย การเร่งแซงในจังหวะต่างๆ ทั้งในช่วงคับขันหรือช่วงเร่งยาวๆ ตามขบวนด้านหน้านั้น ตามเท้าสั่งจริงๆ พร้อมๆ กับช่วงล่างที่หนึบกำลังดี เพราะใช้เพียงโหมดคอมฟอร์ด (ปกติ) ก็เพียงพอสำหรับความแรงระดับนี้ที่ให้ทั้งความนุ่มนวลขณะกระโดดคอสะพาน และเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจไม่มีเลื่อย แม้ความเร็วสูงๆ เว้นแต่ใครต้องการความมันและสนุกมากขึ้นก็ปรับโหมดขับขี่แบบสปอร์ตก็เพิ่มความมั่นใจมากขึ้นอีกขั้น

GLC 250 d แม้รุ่นเล็ก แต่ตามรุ่นใหญ่ได้สบายๆ
ระบบช่วงล่างที่หนึบและเกาะถนนแม้จะเป็นรถทรง SUV ยกสูงก็ตาม สามารถควบคุมได้อย่างมั่นใจ พวงมาลัยปรับน้ำหนักให้สอดคล้องกับความเร็วได้ดี ไม่ไวเกินไป และให้ความหนืดเวลาเข้าโค้งและควบคุมได้คมแม่นยำ อย่างเหลื่อเชื่อ แม้เจ้า GLC จะเป็นรถขนาดกลางแต่ก็ปรับช่วงล่างให้รับกับพลังเครื่องยนต์ลงตัว รวมทั้งระบบเบรกที่หนึบไว้ใจได้ในทุกสภาวะ แทบไม่ต้องใช้ระบบช่วยเหลือใดๆ เลย
เบาะนั่งคนขับที่โอบกระชับลำตัวและให้ความมั่นคงในทุกสภาพถนน และตำแหน่งการวางปุ่มควบคุมต่างๆ ที่ง่าย ปรับตัวไม่นานก็คุ้นเคย โดยเฉพาะคันเข้าเกียร์ทางด้านขวาของพวงมาลัย นอกนั้นระบบต่างๆ ก็ทำงานโดยอัตโนมัติทั้งไฟหน้า, ปัดน้ำฝน เป็นต้น เครื่องเสียงที่ในความนุ่มและหนักแน่นเกินพอต่อทุกการเดินทาง เบาะตอนหลังในรุ่นนี้ไม่มีโอกาสได้ลองนั่ง แต่ก็มีฟังก์ชั่นต่างๆ ให้ความสะดวกสบายมากมาย

สรุปการทดสอบขับ Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD
ให้ความสะดวกคล่องตัว ขึ้น-ลงง่าย ภายในฟังก์ชั่นใช้งานครบครันตอบสนองยุคดิจิทัล ความปลอดภัยที่ใช้งานได้จริงๆ เช่น กล้องมองรอบตัวรถ เซ็นเซอร์รอบคัน ระบบช่วยเหลือการขับขี่ในสภาวะขับขัน กำลังเครื่องยนต์แรงเกินตัว ขับทางไกลสบาย สมกับราคาค่าตัวทั้ง 2 รุ่นย่อยคือ
การทดสอบวันที่ 2 กับ Mercedes-benz GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic ชุมพร-กระบี่
วันที่สองของการทดสอบ Mercedes-Benz SUV ทีมงานเช็คราคาสุ่มจับกุญแจได้รุ่น GLE 500e 4MATIC AMG Dynamic Plug-in hybrid เดินทางต่อไปจนถึงปลายทางโรงแรมดุสิตธานี กระบี่ รีสอร์ท จ.กระบี่ เข้าพักอีก 2 คืน ซึ่ง GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic และ Exclusive นับเป็นรุ่นใหญ่รองจาก GLS 350 d 4MATIC AMG Premium ในกลุ่มการทดสอบทริปนี้ 

Mercedes-benz GLE 500 e นับเป็นรุ่นที่ต่อยอดจาก ML 250 ที่หรูหรา GLE 500e รุ่นใหม่นี้ มาพร้อมความประหยัดในสไตล์ Hybrid ที่สะดวกในการใช้งานเพียงเสียบปลั๊กไฟบ้านทั่วไปชาร์จได้ทันที ผสานความแรงของเครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบ ทวินเทอร์โบ 2,996 ซีซี 333 แรงม้า แรงบิดที่ 480 นิวตัน-เมตร เกียร์ 7 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC 


ภายนอกใหญ่โตสมฐานะ SUV ตระกูล E-Class หรือจะเรียกว่าเป็น E-Class ยกสูงก็ไม่ผิดนัก มีการการปรับปรุงชิ้นส่วนเพิ่มเติมให้เหมาะกับการเป็นรถอเนกประสงค์เต็มตัว ไฟหน้า LED ปรับตามการเลี้ยวของพวงมาลัยพร้อมไฟส่องสว่างเมื่อเข้าโค้ง หลังคาพาโนรามิค ซันรูฟระบบไฟฟ้า ไฟส่องสว่างในที่มืดในตำแหน่งกระจกมองข้าง มือจับประตู ส่วนท้าย สไตล์สปอร์ต กันชนพร้อมแผ่นดิฟฟิวเซอร์และปลายท่อทรงเหลี่ยมคู่ ที่กันชนฝั่งขวามีฝาปิดที่ชาร์ฟไฟเป็นสัญลักษณ์ว่า "รถคันนี้ปลั๊กอินนะครับ" 

ภายในยิ่งใหญ่สมฐานะ

เครื่องเสียงบิวท์อิน เอกลักษณ์รถยุโรป เล่น CD ได้ถึง 6 แผ่น
ภายใน Mercedes-benz GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic ในความหรูหรามีระดับ คอนโซลหน้าทรงหนาตรงกลางติดตั้งจอสัมผัสระบบ COMAND Online ลำโพง Harman Kardon รอบทิศทาง เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน iOS (Appply CarplayTM)
 
มาตรวัดออกแนวซูเปอร์คาร์มากว่าเป็นลักซ์ชัวรี่คาร์เสียอีก

ปรับตั้งโหมดสปอร์ตแยกได้ 3 ระบบ เครื่องยนต์, ช่วงล่าง และพวงมาลัย

Touchpad ควบคุมจอสัมผัสและสวิตช์เลือกโหมดการขับขี่ ชอบนุ่ม-Comfort / ชอบซิ่ง-Sport
มาตรวัดทรงกลมคงความสปอร์ตพร้อมจอแสดงข้อมูลต่างๆ ตรงกลางสั่งงานด้วยปุ่มบนพวงมาลัย พร้อมลูกเล่นการปรับใช้งานในโหมดการขับขี่ต่างๆ ทั้ง Individual (การปรับตั้งค่าระบบขับขี่อย่างละเอียดด้วยตนเอง), Sport, Comfort และบนทางเปียกลื่น จอสัมผัสตรงกลางปรับตั้งระบบของรถได้ทั้งคัน รวมถึง Ambient light สร้างบรรยากาศสดใสภายในรถ

ภายใน GLE โทนดำตัดครีม

เบาะตอนหลังนั่งสบายมากๆ แต่ระดับอยู่ต่ำไปนิดมองข้างหน้าไม่ค่อนเห็น

เบาะปรับไฟฟ้าพร้อมเมมโมรี่ 3 ระดับ

เบาะคู่หน้ากระชับลำตัวหุ้มหนัง Nappa (รุ่น AMG Dynamic) นั่งค่อนข้างสบาย ปรับได้หลายทิศทาง พร้อมหน่วยความจำ 3 รูปแบบ เบาะหลังปรับพับได้ด้วยไฟฟ้าเช่นกัน  

หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ 2 ตอนเปิด-ปิดไฟฟ้า

ความปลอดภัยมาแบบครบๆ ด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง และม่านถุงลม ระบบควบคุมการทรงตัว ESP, เบรกมือไฟฟ้า, เซ็นเซอร์นำรถเข้าจอด, ระบบช่วยนำรถเข้าจอด, กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง, ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบช่วงล่างถุงลม AIRMATIC ปรับระดับได้ เป็นต้น
สมรรถนะ Mercedes-benz GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic

Mercedes-benz GLE 500 e ใช้เครื่องยนต์เบนซิน วี6 สูบ 2,996 ซีซี เทอร์โบคู่พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 333 แรงม้าที่ 5,250 - 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 480 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 - 4,000 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ (7G - TRONIC) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering - wheel Gearshift Paddles) 

ความแรงระดับนี้ "ผมว่าเหมือนคือซูเปอร์คาร์นะเนี่ย"
การตอบสนองนั้นเร้าใจราวกับซูเปอร์คาร์ ด้วยพลังเครื่องยนต์รวมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากว่า 400 แรงม้า ฉุดกระชากตัวถังขนาดใหญ่โตให้ปลิวราวกับรถสปอร์ต จากอัตราเร่งของโรงงานที่เคลมไว้ 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพียง 5.3 วินาที จึงมีความเป็นไปได้จริง! เมื่อเริ่มออกตัวด้วยการคิกดาวน์ในทางโล่งๆ เสียงเครื่องยนต์วี6 สูบ คำรามแผ่วๆ อย่างดุดัน พร้อมความเร็วที่กวาดขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพียงไม่กี่วินาที และหากต้องการเร่งแซงก็เพียงเพิ่มน้ำหนักเท้าอีกเล็กน้อย พลังเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะพร้อมฉุดให้ไต่ระดับความเร็วขึ้นไปอย่างต่อเนื่องไม่มีการอั้น ระบบเกียร์ที่แม้จะมีเพียง 7 จังหวะ แต่ก็ไม่มีผลต่อการขับขี่ใดๆ เพราะเพียงพอสำหรับพละกำลังระดับนี้ และในรอบปลายก็ไม่มีอาการห้อยหรือแรงตกแต่อย่างใด

ขับทางไกลนิ่งควบคุมง่ายและสนุก
ช่วงล่างในโหมดปกติหรือ Comfort ให้ความนุ่มนวลและสบายตามคลาสของรถรุ่นนี้ แต่เมื่อเริ่มใช้ความเร็วสูงในทริปนี้ เพื่อทำเวลาให้ถึงตามจุดที่กำหนดเอาไว้ ก็เริ่มไม่เพียงพอจึงปรับตั้งค่าแยกเฉพาะระบบพวงมาลัยและช่วงล่างแบบ Sport ส่วนเครื่องยนต์ใช้โหมดปกติ ซึ่งกำลังและการตอบสนองของเครื่องยนต์นั้นเกินพออยู่แล้ว ปรับค่าเพียงช่วงล่างให้หนึบขึ้นและพวงมาลัยคมขึ้น เพิ่มความมั่นใจและขับขี่ได้สนุกมากขึ้น


ระบบเกียร์อันชาญฉลาดเปลี่ยนได้รวดเร็วตามน้ำหนักเท้า พร้อมการลดจังหวะเมื่อชะลอความเร็วเป็นการช่วยหน่วงใช้ช้าลง ระบบเบรกคู่หน้าขนาดโตจับม้ากว่า 400 ตัวได้อยู่หมัด พร้อมด้วยระบบช่วยเหลือการทรงตัวที่ทำงานได้ดี แม้จังหวะเร่งสุดกำลังและกระทืบเบรกอย่างแรงเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด ก็เอาอยู่มั่นใจทุกสภาวะการขับขี่ ข้อควรระวังต้องเผื่อระยะห่างด้านหน้าเวลาเบรกเอาไว้หากไม่คุ้นน้ำหนักเท้า เพราะด้วยน้ำหนักตัวรถที่มากและกำลังเครื่องยนต์ที่แรงเกินตัว ทำให้มีแรงเฉื่อยหน่วงๆ เล็กน้อย จึงต้องเรียนรู้น้ำหนักเบรกให้คุ้นเคยด้วยนะครับ "รถขนาดใหญ่+เครื่องแรง = เผื่อระยะเบรกมากๆ"


กระจกฝั่งขวามองเห็นชัดเจน


มุมมองกระจกซ้ายแคบแปลกๆ ต้องมองนานๆ จึงจะชินตา

การมองกระจกข้างฝั่งขวาเห็นชัดเจนกะระยะง่ายส่วนฝั่งซ้าย ดูเหมือนมีขนาดใหญ่ แต่ตัวเลนส์นั้นกลับถูกบีบแคบลง และมีส่วนที่หลอกตาในช่วงปลายสุด ต้องขับไปสักพักจึงจะเริ่มชินกับระยะที่เห็น ซึ่งก็นับว่ามองยากไปสักนิด ต้องใช้กระจกมองหลังช่วยค่อนข้างเยอะ

นั่งสบายสไตล์ผู้บริหาร 

เปิดวิสัยทัศน์ให้กว้างขึ้นด้วยซันรูฟ
เบาะนั่งกระชับโอบสรีระคนขับและคนนั่งได้ดี แม้จะโยนเปลี่ยนช่องทางแรงระดับไหนก็ไม่แกว่ง สำหรับ GLE 500e รุ่นนี้มีโอกาสได้ทดลองนั่งตอนหลัง ให้ความรู้สึกสบายเงียบและไม่โยน แม้ใช้ความเร็วสูงๆ แต่ระดับค่อนข้างต่ำหรือเสมอกับเบาะตอนหน้า จึงทำให้มองวิสัยทัศน์ด้านหน้าลำบาก หากปรับระดับเบาะนั่งสูงขึ้นอีกนิดก็น่าจะดี 

สรุปการทดสอบขับ Mercedes-benz GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic
อุปกรณ์ต่างๆ สะดวกสบาย ช่วงล่าง (Comfort) นุ่มนวล ภายในเงียบ พละกำลังแรงจนโหมดช่วงล่าง Comfort อาจไม่สนุกพอต้องใช้ Sport จึงจะควบคุมได้มั่นใจมากขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูงๆ เครื่องเสียงจาก Harman Kordon ลื่นหู ให้เสียงหนักแน่น นุ่มลึก รายละเอียดชัดเจนทุกโน้ตดนตรีสมคำล่ำลื่อจริงๆ ความปลอดภัยช่วยให้ควบคุมรถได้สบายหายห่วง คุ้มค่ากับรถระดับนี้ด้วยราคา 2 รุ่นย่อยคือ
นอกจากนี้ในการทดสอบเมอร์เซเดส-เบนซ์ครั้งนี้ยังมีรถ SUV อีกหลายรุ่นที่ไม่มีโอกาสทดลองขับเพราะสุ่มจับกุญแจไม่ได้ เช่น GLA 250 4MATIC AMG Dynamic GLS 350 d 4MATIC AMG Premium และ GLE 350 d 4MATIC Coupe AMG Dynamic


แม้รุ่น Mercedes-Benz GLA 250 4MATIC AMG Dynamic นั้น จะเล็กกว่าเพื่อน แต่กำลังก็ไม่ธรรมดาจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1,991 ซีซี เทอร์โบ 211 แรงม้า แรงบิดขนาด 350 นิวตัน-เมตร ท็อปสปีดจากโรงงานที่เคลมไว้ 23 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทีเดียว เรียกว่าตามติดรุ่นอื่นๆ ไม่เกิน 1 คันรถ! และราคาน่าสัมผัสเพียง 2,440,000 บาท 


สำหรับอีกรุ่นหนึ่งที่มีความหรูมากขึ้นไปอีกนั่นคือ Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium พี่ใหญ่สุดในกลุ่มการทดสอบครั้งนี้ แต่พละกำลังไม่แพ้กันด้วยเครื่องยนต์ดีเซลวี6 สูบ 2,987 ซีซี เทอร์โบ 258 แรงม้า แรงบิดมหาโหด 620 นิวตัน-เมตร และความเร็วปลายจากโรงงานแตะที่ 222 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคา 7,990,000 บาท

Mercedes-Benz SUV ตอบสนองความต้องการ ทุกระดับการใช้งาน และครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ในราคาที่เหมาะสมกับลูกค้า เริ่มจาก GLA ระดับเล็กสุดคล่องตัวในเมืองอเนกประสงค์ในคันเดียว GLC ยกระดับความหรูหราในสไตล์พร้อมลุย GLE สุดยอดรถอเนกประสงค์พลังไฮบริด รักษ์โลก ประหยัด กว้างขวางสมฐานะ และ GLS SUV 7 ที่นั่งพร้อมทุกการเดินทางตอบสนองการใช้งานครอบครัวขนาดใหญ่สบายๆ
พบกับครอบครัว Luxury SUV จาก Mercedes-Benz ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น สอบถามเพิ่มเติมบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร.02-032-8888
     
แท็กที่เกี่ยวข้อง รีวิว ทดสอบรถยนต์ test drive benz mercedes-benz mercedes-benz gl-class รีวิว ทดสอบรถยนต์ test drive benz mercedes-benz mercedes-benz gl-class รีวิว ทดสอบรถยนต์ test drive benz mercedes-benz mercedes-benz gl-class

ข่าวและอีเว้นท์โทรศัพท์มือถือล่าสุด