• โทรศัพท์มือถือ
  • โทรศัพท์มือถือ
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว OPPO Enco Free หูฟัง True wireless น้ำหนักเบา เสียงดี ฟังสนุก ดีไซน์สวย

    9 มี.ค. 63 3,133

    รีวิว OPPO Enco Free หูฟัง True wireless น้ำหนักเบา เสียงดี ฟังสนุก ดีไซน์สวย

    OPPO Enco Free เป็นหูฟังไร้สาย True wireless แบบ EarBuds รุ่นแรกของ ออปโป้ ที่ทำออกมาตอบรับความต้องการของผู้ใช้งานในยุคนี้ กับความต้องการดีไวซ์ไร้สายเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังช่วยเสริมแกร่งในด้าน Ecosystem ของบริษัทได้ด้วย เพียงแต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของออปโป้กับวงการเสียงเพลงนะครับ เพราะหากย้อนกลับไปสัก 4-5 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าน่าจะมีคนเคยเห็นเครื่องเล่นบลูเรย์ของ OPPO วางจำหน่ายในร้านไอทีชั้นนำในบ้านเรากันมาบ้างแน่นอน ดังนั้นจึงน่าเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าการมาครั้งนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ส่วนจะทำได้ดีมากแค่ไหนนั้น? ตามผมไปหาคำตอบของคำถามนี้พร้อมกันได้เลยครับ!!

    แกะกล่อง (Unbox)

    OPPO Enco Free เลือกใช้ขนาดกล่องผลิตภัณฑ์ที่ดูแปลกตาสักหน่อย เพราะส่วนมากถ้าเป็นกล่องหูฟังมักจะเลือกใช้ขนาดเล็กทรงสี่เหลี่ยม แต่ของออปโป้จะเลือกใช้กล่องทรงสี่เหลี่ยมที่มีขนาดสูงกว่าหน่อย เลือกใช้โทนสีขาวอมเทา ด้านในเมื่อเปิดฝากล่องขึ้นมาก็จะพบกับตัว หูฟังพร้อมตลับชาร์จ OPPO Enco Free ทันที พร้อมกับอุปกรณ์เสริมดังนี้
    • คู่มือการใช้งาน
    • สายชาร์จ USB-C
    • จุกยางหูฟังสำหรับเปลี่ยนรูปแบบการฟัง (S (semi-in-ear), M (in-ear) และ L (in-ear))

    งานออกแบบ (Design)

    หูฟังไร้สาย True wireless OPPO Enco Free ใช้คอนเซ็ปท์ Dynamically design เพื่อให้สอดรับกับปรัชญาของตัวโปรดักส์ที่ว่า "A Perfect pair for your smartphone" ดังนั้นเส้นสายและรูปทรงของตัวหูฟังจะถูกออกแบบมาให้มีความโค้งกระชับเข้ากับรูหูของผู้ใช้ทุกเพศทุกวัย และสามารถใช้งานกับกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวันได้โดยไม่ต้องกังวลเลยล่ะครับ ซึ่งผมลองใส่ใช้งานดู ก็รู้สึกว่าตัวหูฟังมีน้ำหนักเบาสบายมากแทบจะไม่รู้สึกว่าใส่หูฟังอยู่เลย
    ตัวหูฟังทั้งสองข้าง ทางออปโป้ออกแบบมาให้มีความอเนกประสงค์ต่อรูปแบบการใช้งานของแต่ละคนมากๆ เพราะเราสามารถเลือกจะปรับเปลี่ยนสไตล์ของหูฟังตามความชอบได้ด้วยจุกยางที่แถมมาให้ในกล่อง ในขณะที่ด้านข้างของหูฟังจะมีแทบเส้นสีเทา ซึ่งเป็นสีที่มีคุณสมบัติเรื่องแสงในที่มืดด้วยทำให้ได้อารมณ์เรียบหรูพอสมควร
    และบริเวณแทบเส้นดังกล่าว ยังเป็นจุด "Touch command" หรือแตะเพื่อสั่งการตัวหูฟังได้ เช่น แตะเลื่อนขึ้น-ลงที่หูฟังด้านซ้ายจะเป็นการเพิ่ม-ลดเสียง ถ้าแตะสั่งการรูปแบบเดียวกันที่หูฟังด้านขวาก็จะกลายเป็นการเปลี่ยนเพลงไปข้างหน้าหรือย้อนกลับ หรือแตะสองครั้งเพื่อรับ-วางสายก็ทำได้เช่นกัน
    ตัวกล่องตลับของหูฟัง บริเวณด้านหน้ากล่องจะมีไฟแสดงสถานะการเชื่อมต่อและการชาร์จ ในขณะที่ด้านข้างของกล่องจะมีปุ่มกดสำหรับ Pair Bluetooth ส่วนด้านล่างเป็นพอร์ตชาร์จ USB-C 
    คุณสมบัติของ OPPO Enco Free
    • ขนาด Driver : 13.4 มิลลิเมตร
    • Driver sensitive : 120db @1KHz @1mW
    • การตอบสนอง : 16Hz - 20KHz
    • Microphone sensitive : -42 dBV/Pa
    • รองรับ Bluetooth 5.0
    • ระยะการเชื่อมต่อแบบไร้สาย : 10 เมตร
    • ความจุของแบตเตอรี่ : หูฟัง 31 mAh // ตลับชาร์จ 410 mAh
    • พอร์ตชาร์จ USB-C
    • รองรับระบบเสียง Dolby Atmos (ใช้งานร่วมกับมือถือ OPPO)
    • คุณสมบัติการกันน้ำ : IPX4
    • น้ำหนักรวมตลับชาร์จ : 48.2 กรัม

    จุดเด่นของ OPPO Enco Free Truewireless Headphone

    ระบบตัดเสียงแบบ AI
    OPPO Enco Free ติดตั้งระบบตัดเสียงรบกวนขณะสนทนาสายเรียกเข้ามาให้ด้วย ซึ่งใช้หลักการ dual microphone beam-forming ที่ทำงานร่วมกับระบบ AI ของออปโป้ ในการประเมินและควบคุมระดับเสียงรบกวนจากภายนอกให้เข้ามารบกวนการใช้งานด้านเสียงของผู้ใช้ให้น้อยที่สุดหรือไม่มีเลย ซึ่งส่วนตัวเมื่อลองใช้แล้วรู้สึกว่า การตัดเสียงขณะสนทนาสายทำได้ดีพอสมควร คู่สนทนายืนยันว่าฟังเสียงชัดเจน คมชัด เพียงแต่เมื่อมีเสียงรบกวนจากภายนอกในระดับที่สูงมาก เมื่อระบบตัดเสียงรบกวนทำงาน กลายเป็นว่าปลายสายจะได้ยินเสียงเราออกไปในทางเสียงก้องซะอย่างงั้น ซึ่งจุดนี้ผมคิดว่าน่าจะแก้ไขได้ด้วยการอัปเดทซอฟต์แวร์
    การเชื่อมต่อ Bluetooth รูปแบบ Binaural
    หูฟังไร้สาย Enco Free เป็นหูฟังไร้สายที่เชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Bluetooth 5.0 มีระยะการเชื่อมต่ออยู่ที่ประมาณ 10 เมตร และใช้การเชื่อมต่อรูปแบบ Binaural ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อที่หูฟังแต่ละข้างจะมีอิสระต่อกัน ทำให้เกิดค่าความหน่วงที่ต่ำมากๆ ส่งผลให้อัตราการดีเลย์ของเสียงนั้นต่ำหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งทางออปโป้เคลมไว้ว่ามีค่า Latency อยู่ที่ 120 ms เท่านั้น และเมื่อใช้งานจริงไม่ว่าจะเล่นเกมหรือดูหนังฟังเสียงได้ราบรื่นเหมือนใช้งานหูฟังแบบเสียบสายเลยล่ะครับ
    การขับเสียง (Dynamic) ผ่านไดร์เวอร์ขนาด 13.4 มิลลิเมตร
    ด้านเสียงกันบ้าง ซึ่งอย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่าออปโป้เป็นแบรนด์ที่มีประสบการณ์ด้านเสียงและความบันเทิงมาก่อนแล้ว ดังนั้นการออกแบบมิติเสียงของ Enco Free จึงทำได้ค่อนข้างลงตัว เพียงแต่อยู่ที่ว่าคนฟังจะชื่นชอบสไตล์ของเสียงแบบนี้หรือไม่เท่านั้นเอง โดย OPPO Enco Free ถูกติดตั้งไดร์เวอร์ขนาด 13.4 มิลลิเมตรมาให้ในตัว 
    รวมถึงใช้แผงวงจร FPC (flexible printed circuit) ที่เป็นวงจรแม่เหล็กคู่ โดยตัวไดอะแฟรมคอมโพสิตทำมาจากโดมไททาเนียมหุ้มด้วยแมกนาเลียม ซึงเป็นแผนวงจรที่มักจะติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์เสียงระดับสูง ทำงานร่วมกับชิป ACC ที่ทางออปโป้ติดตั้งมาให้ ดังนั้นในเรื่องของเสียงการขับพลังเบส มิติเสียงจะโอบกระชับคนฟังในระดับหนึ่ง รายละเอียดของชิ้นดนตรีจะค่อนข้างครบ สเตทเวทีกลางๆ เพียงแต่รูปแบบเสียงดูเหมือนทางออปโป้จะTunerไว้สไตล์ Flat เน้นฟังสบาย ไม่หนักหูเกินไป และฟังได้เรื่อยๆ ซึ่งถ้าชอบแนวร็อคๆ หรือ R&B หน่อยแนะนำปรับ EQ อีกนิดก็ลงตัวแล้วครับ
    รองรับฟังก์ชั่น Pop and play และ Play and Stop
    สำหรับการเชื่อมต่อของ OPPO Enco Free กับอุปกรณ์ที่ใช้งานด้วย อย่างเช่น สมาร์ทโฟน สามารถทำได้ง่ายมากๆ ครับ เพียงแค่เปิดฝาตลับของหูฟัง แล้วเลือกค้นหาและเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth บนสมาร์ทโฟนเป็นอันเสร็จ ใช้ฟังเพลงเล่นเกมได้ทันที แต่ถ้าหากใช้สมาร์ทโฟนของ OPPO ที่มาพร้อม ColorOS 7.0 ขึ้นไปก็จะได้ฟีเจอร์ Pop&Play ที่เมื่อเปิดฝาแล้วจะเชื่อมต่อหูฟังให้ทันที 
    นอกจากนี้ตัวหูฟังยังมีฟังก์ชั่น "Play&Stop" ซึ่งในขณะที่เรากำลังใช้งานอยู่ ถ้าหากเราถอดหูฟังข้างใดข้างหนึ่งออกเพลงหรือเสียงที่กำลังฟังอยู่ก็จะหยุดเล่น (Hold) ให้อัตโนมัติ และเมื่อเราใส่กลับเพลงหรือเสียงก็จะกลับมาเล่นให้อัตโนมัติด้วยเช่นกัน
    ปรับรูปแบบการใช้งานได้ตามต้องการ
    เป็นกริมมิกเล็กๆ ที่ผมชอบนะ สำหรับการใส่จุกยางหูฟังรูปแบบต่างๆ มาให้ผู้ใช้งานเลือกปรับเปลี่ยนตามสไตล์หูฟังที่เราชอบ ซึ่งในกล่องทางออปโป้ใส่จุกยางสำหรับใช้งานร่วมกับตัวหูฟังมาให้ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ Semi-in ear และ in-ear ทำให้เราสามารถเปลี่ยนรูปแบบจาก Earbuds เป็น in-ear ตามต้องการ ขอชมออปโป้เลยว่าใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ ได้ดีมากเหมือนเช่นเดิมครับ

    บทสรุป

    OPPO Enco Free เป็นหูฟังไร้สายที่เปิดวางจำหน่ายในราคา 3,999 บาท ซึ่งเมื่อมองภาพรวมของคุณสมบัติต่างๆ รวมถึงการปรับแต่งเสียงเริ่มต้นแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเป็นหูฟังไร้สายที่ครอบคลุมการใช้งานในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี และน่าจะตอบโจทย์ให้กับผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์การทำงานออฟฟิศ ใส่เดินทางเพื่อเพิ่มความสะดวก หรือใช้สำหรับฟังเพลงเพลินๆ ระหว่างพักผ่อนหรือเดินทางก็ทำได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว ส่วนสายgเกมเมอร์ถ้าคุณกำลังมองหาหูฟังไร้สายสำหรับเล่นเกมที่ให้มิติเสียงครบทุกด้าน เสียงดีเลย์ต่ำจนแทบไม่มี คุณภาพดี OPPO Enco Free เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ให้กับคุณได้แน่นอนครับ 
    • วินระพี นาคสวัสดิ์
    • วินระพี นาคสวัสดิ์
      MOBILE GURU Thailand

    บทความล่าสุดอื่นๆ