• โทรศัพท์มือถือ
  • โทรศัพท์มือถือ
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • เปรียบเทียบ Huawei Mate 10 Pro และ iPhone X มือถือเรือธงที่ดีที่สุดของวันนี้

    20 พ.ย. 60 7,493

    เปรียบเทียบ Huawei Mate 10 Pro และ iPhone X มือถือเรือธงที่ดีที่สุดของวันนี้

    ในวันนี้เราจะนำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Huawei Mate 10 Pro และ iPhone X มาเปรียบเทียบให้อ่านกันครับ สำหรับคนที่กำลังคิดหนักว่าจะเลือกซื้อรุ่นไหนดี แม้ว่าราคาจะต่างกันมากก็ตาม แต่ด้วยดีไซน์ จุดขาย ความสดใหม่ และชื่อชั้นของแบรนด์ ทำให้หลายคนมีความลังเลในสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้เป็นจำนวนมาก วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้เพื่อนๆ ได้เห็นกันครับ ว่าในแต่ละจุดเด่น ทั้งสองรุ่นนี้รุ่นไหนที่จะคุ้มค่าและน่าสนใจมากกว่ากัน

    ดีไซน์ และความสวยงามของหน้าจอ

    Huawei Mate 10 Pro มาพร้อมดีไซน์แบบใหม่ วัสดุเปลี่ยนมาใช้ฝาหลังกระจกและมีการใส่ Signature Stripe เพื่อความสวยงามสะดุดตาที่ด้านหลัง ขอบด้านข้างเป็นโลหะอลูมิเนียม หน้าจอ AMOLED ขนาด 6 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ไร้ขอบ ความละเอียด Full HD+ 1080 x 2160 pixels รองรับ HDR10 compliant กระจก Corning Gorilla Glass 5
    iPhone X ดีไซน์ไร้ขอบเป็นรุ่นแรกของ Apple วัสดุพรีเมียมโลหะสแตนเลส และกระจก หน้าจอ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 ไร้ขอบ ความละเอียด Super Retina 1125 x 2436 pixels รองรับ Dolby Vision, HDR10 compliant, True-tone display และ 3D Touch
    ในเรื่องดีไซน์ผมว่าสวยทั้งคู่เลยครับ Huawei Mate 10 Pro ออกแบบได้สวยงามเกินคาดมากๆ Signature Stripe ที่ด้านหลัง หลายๆ คนออกความเห็นก่อนหน้านี้ว่าดูตลก ดูไม่หรู แต่ที่ไหนได้ตัวจริงสวยกว่าภาพเรนเดอร์แบบคนละเรื่องเลย รับรองว่าเพื่อนๆ จะต้องประทับใจกับดีไซน์นี้อย่างแน่นอน สำหรับหน้าจอแม้จะเป็น AMOLED แต่สีสันไม่จัดจ้านนะครับ ดูอิ่มตัวและสวยแบบกระจ่างใส ส่วนทาง iPhone X โดยรวมสวยหรูดีครับ ให้ความรู้สึกว้าวตามแบบฉบับ Apple พรีเมี่ยมกว่าภาพเรนเดอร์เช่นกัน สำหรับหน้าจอที่หลายๆ คนบ่นเรื่องติ่งเซนเซอร์ที่ยื่นลงมาว่าดูตลก ผมว่ามันก็ดูแปลกๆ จริงๆ ครับ แต่ยังรับได้อยู่ครับ เพราะก็ดูสวยไปอีกแบบ เรื่องดีไซน์ผมให้เสมอกันเลยครับ สวยทั้งคู่ แต่เรื่องหน้าจอด้วยความละเอียดที่มากกว่าของ iPhone X ทำให้มันดูได้เปรียบจริงๆ ในจุดนี้ iPhone X เลยเฉือนชนะไปครับ

    สเปค

    Huawei Mate 10 Pro สเปคภายในมาพร้อมชิปเซ็ต Hisilicon Kirin 970, Octa-core (4x2.4 GHz Cortex-A73 & 4x1.8 GHz Cortex-A53), GPU Mali-G72 MP12, RAM 6GB, หน่วยความจำ 128GB (ไม่รองรับ MicroSD), Fingerprint (rear-mounted), accelerometer, gyro, proximity, barometer, compass, แบตเตอรี่ความจุ 4,000 mAh รองรับ Super Charge ผ่านการรับรองเรื่องความปลอดภัยจากหน่วยงานระดับโลก TUV Rheinland รองรับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP67
    iPhone X สเปคภายในมาพร้อมชิปเซ็ต Apple A11 Bionic, Hexa-core 2.39 GHz (2x Monsoon + 4x Mistral), GPU three-core graphics, RAM 3GB, หน่วยความจำ 64GB และ 256GB (ไม่รองรับ MicroSD), Face ID, accelerometer, gyro, proximity, compass, barometer, แบตเตอรี่ความจุ 2,716 mAh รองรับ Fast battery charging และ Qi wireless charging รองรับมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP67
    สำหรับการใช้งานจริงแน่นอนครับว่ามันแรงมากทั้งคู่ จุดแตกต่างจริงๆ ก็คือเรื่องของ OS นี่ล่ะครับ ซึ่งในตอนนี้ผมว่าทั้ง Android และ iOS ล้วนมอบการใช้งานที่ดีให้กับลูกค้าอยู่แล้ว แตกต่างจากสมัยก่อนมากๆ ในส่วนของความแรง Apple A11 Bionic ดูจะได้รับคำชมมากกว่า Hisilicon Kirin 970 แม้ว่า RAM จะต่างกันมาก แต่ด้วย OS ทำให้การใช้ทรัพยากรณ์แตกต่างกัน แต่แบตเตอรี่นี่สิครับ Huawei จัดมาเยอะกว่า ที่น่าสนใจคือมีการรับรองเรื่องความปลอดภัยจาก TUV Rheinland แต่น่าเสียดายที่ไม่รองรับชาร์จไร้สาย แตกต่างจาก Apple ที่จัดมาให้ด้วย (แต่ก็แอบน่าเสียดายตรงชาร์จไร้สายไม่รองรับชาร์จเร็วนี่สิครับ ทำให้ต้องแนะนำว่าชาร์จแบบปกติจะดีกว่า) แต่แบตเตอรี่ก็มีความจุที่ต่ำกว่ามาก สรุปแล้วผมว่า Huawei Mate 10 Pro ชนะในเรื่องนี้ครับ

    กล้อง

    Huawei Mate 10 Pro มาพร้อมกล้องคู่ Dual Camera ที่พัฒนาร่วมกับ Leica มาพร้อมเลนส์ Summilux-H ประกอบด้วยความละเอียด 20MP ค่ารูรับแสง F1.6 (Monochrome) + 12MP ค่ารูรับแสง F1.6 (RGB) รองรับ Optical Zoom 2X และระบบจับโฟกัส 4 ประเภทคือ PDAF + CAF + Laser + Depth Auto Focus และระบบกันสั่น OIS ไฟแฟลชคู่ LED (ทูโทน) บันทึกวิดีโอความละเอียด 4K 30fps และกล้องหน้าความละเอียด 8MP ค่ารูรับแสง F2.0
    iPhone X มาพร้อมกล้องคู่ Dual Camera ความละเอียด 12MP ค่ารูรับแสง F1.8 (กล้องมุมกว้าง) + 12MP ค่ารูรับแสง F2.4 (กล้องเทเลโฟโต้) บันทึกวิดีโอความละเอียด 4K 60fps รองรับระบบกันสั่น OIS และ Portrait Lighting กล้องหน้าความละเอียด 7MP ค่ารูรับแสง F2.2 รองรับฟีเจอร์ 3D Sensor, Aniemoji และ AR (Augmented Reality)
    สำหรับกล้อง Huawei Mate 10 Pro นั้นต้องบอกว่าเมนูการใช้งานยังคงเหมือนรุ่นก่อนๆ ครับ แต่ฉลาดตรงระบบ AI มันสามารถบอกเราได้เลยว่าเรากำลังถ่ายอะไรอยู่ มันแยกแยะได้เก่งมากจริงๆ ช่วยให้เราถ่ายภาพได้หลากหลายรูปแบบให้ออกมาสวยอย่างง่ายดาย (ขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละคนด้วยนะครับ) และ Portrait Mode ละลายหลังได้อย่างเป็นธรรมชาติกว่าเดิมมากๆ ผมว่ามันคือก้าวกระโดดของกล้องจาก Huawei เลยละครับ สมกับที่ร่วมพัฒนากับ Leica โดยเฉพาะภาพจากโหมดขาว-ดำ โทนสวยมากๆ แถมยังคมกริบกว่าเดิมอย่างชัดเจน ถ่ายอะไรก็สวย และไม่ใช่แค่กล้องหลังที่เก่งขึ้น กล้องหน้าก็เยี่ยมมากๆ Selfie ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และ Portrait Mode ของกล้องหน้า ละลายหลังได้อย่างสวยงามกว่าเดิม ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่ผมค่อนข้างจะหงุดหงิดกับกล้องหน้าของ Huawei แต่ตัวนี้ถือว่าสอบผ่านครับ
    ทางด้าน iPhone X กล้องรอบนี้ทำได้เยี่ยมมากครับ สวยมาก สีสันอิ่มจริงๆ และ Portrait Mode ก็สามารถละลายหลังได้อย่างเป็นธรรมชาติ รวมทั้งรอบนี้ปรับปรุงให้ดูสวยใสกว่าเดิม แต่ไม่หลอกตา ที่น่าสนใจ คือ Portrait Lighting ที่ช่วยในการปรับแสงได้อย่างเหลือเชื่อ มันสามารถปรับฉากหลังให้จมหายไปได้จริงๆ ผมว่ามันช่วยสร้างอะไรใหม่ๆ ให้เราได้มากเลยละ ส่วนใครที่บอกว่า iPhone ถ่าย Selfie ไม่สวย รอบนี้ทำได้ดีขึ้นครับ (แต่ก็ยังไม่เท่าแบรนด์ที่เด่นในจุดนี้) ที่น่าสนใจคือเรื่องละลายหลัง มันตัดขอบได้เก่งขึ้นมากเลย
    เรื่องกล้องของสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้กินกันไม่ลงจริงๆ เป็นจุดขายที่โดดเด่นของทั่งคู่เลย ใครที่ชอบการถ่ายภาพ ผมว่าสูสีนะ จับเครื่องไหนขึ้นมาก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างแน่นอน พกไปท่องเที่ยวแทนพกกล้องใหญ่ได้เลยครับ (สำหรับคนทั่วไป ไม่ใช่สายถ่ายภาพแบบจริงจัง)

    ราคา

    Huawei Mate 10 Pro รุ่นที่นำมาจำหน่ายในประเทศไทย จะเป็นรุ่น RAM 6GB, หน่วยความจำ 128GB (ไม่รองรับ MicroSD) ราคาเปิดตัว 27,900 บาท สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 18 - 26 พฤศจิกายน 2560 จะได้รับของแถมตามนี้ คือ Huawei Brand 2 Pro สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพรุ่นใหม่ล่าสุด มูลค่า 3,990 บาท และ Huawei Mate Dock 2 อุปกรณ์เชื่อมต่อจออิเล็กทรอนิกส์ มูลค่า 2,490 บาท พร้อมของแถมและโปรโมชั่นสุดพิเศษจากทั้ง 3 เครือข่ายยักษ์ใหญ่ AIS, TrueMove H และ dtac สามารถไปอ่านเพิ่มเติมได้ทางลิงก์นี้ครับ 
    iPhone X วางจำหน่ายในประเทศไทย 2 ความจุได้แก่ 64GB ราคา 40,500 บาท และความจุ 256GB ราคา 46,500 บาท สามารถสั่งซื้อได้ที่ www.apple.com หรือซื้อกับทาง 3 เครือข่ายยักษ์ใหญ่ AIS, TrueMove H และ dtac โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตามศูนย์บริการต่างๆ ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 ได้ตามลิงก์นี้ครับ
    ด้วยราคาที่ต่างกันมาก รวมทั้งของแถมต่างๆในช่วงสั่งจอง Huawei Mate 10 Pro คุ้มค่ากว่า iPhone X อย่างชัดเจน แต่มันมีเรื่องของความความพึงพอใจเข้ามาเป็นตัวแปรด้วยนะครับ สำหรับระบบ Android นั้นมีตัวเลือกที่เยอะมากๆ แต่ระบบ iOS มีแต่ iPhone เท่านั้น ทำให้ตัวเลือกมีไม่มากนัก แต่ยังไงซะถ้ามองที่ความคุ้มค่าของราคา ก็ต้องเป็นไปตามนี้ละครับ

    สรุป

    สุดท้ายเรามาฟันธงกันครับว่า Huawei Mate 10 Pro และ iPhone X รุ่นไหนมีความคุ้มค่ากว่ากัน มาถึงจุดนี้จากการเปรียบเทียบ 4 หัวข้อสำคัญ Huawei Mate 10 Pro ชนะในส่วนของ สเปค และ ราคา ส่วนทาง iPhone X ชนะในเรื่องดีไซน์ และความสวยงามของหน้าจอ ส่วนในเรื่องกล้องทั้งคู่เสมอกัน สำหรับการเปรียบเทียบในครั้งนี้ ถ้าใครให้ความสำคัญในเรื่องสเปคกับราคาเป็นสำคัญ ก็อาจจะเลือก Huawei Mate 10 Pro แต่ถ้าใครเน้นเรื่องของความสวยงาม หรือชอบระบบปฎิบัติการของ iOS ไม่มีปัญหาเรื่องราคาก็จัด iPhone X ได้เลยครับ ส่วนเรื่องกล้องทั้งคู่สูสีกัน อันนี้คงขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน

    หวังว่าบทความจะมีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ ในการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นะครับ สำหรับการเปรียบเทียบครั้งต่อไป เพื่อนๆ สามารถเสนอมาได้เลยนะครับผ่านทางแฟนเพจ Mobile GURU Thailand เราจะนำสมาร์ทโฟนที่เพื่อนสงสัย และให้ความสนใจมาเปรียบเทียบให้อ่านกันอย่างแน่นอน
    • ธีระ อังรัตนันท์
    • ธีระ อังรัตนันท์
      MOBILE GURU Thailand

    บทความล่าสุดอื่นๆ