บัญชี :
ข้อมูลความรู้ : บัญชีเงินฝาก

สรุปข้อเสนอ! เตรียมรื้อภาษีสรรพากรใหม่ จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง...

แก้ไขล่าสุด : 28 ก.ย. 61
เข้าดูทั้งหมด: 4,425 คน

สรุปข้อเสนอ! เตรียมรื้อภาษีสรรพากรใหม่ จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง...

จากที่ทางคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากร หรือ คกก. ได้จัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นเรื่องข้อเสนอปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากร โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สภาอุตสาหกรรมหอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย นักวิชาการ และประชาชน เข้าร่วม  ซึ่งจะนำความคิดเห็นที่ได้จากการสัมมนาประกอบการพิจารณาในการจัดทำร่างประมวลรัษฎากรให้มีความทันสมัย เป็นธรรม และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เพื่อช่วยขยายฐานภาษีบุคคลธรรมดาของคนไทยให้สูงขึ้นได้ถึง 35 ล้านคน จากปัจจุบันมีคนอยู่ในระบบภาษีเพียงกว่า 10 ล้านคน มีผู้เสียภาษีจริงเพียง 3 ล้านคน โดยมีข้อเสนอ 6 ประเด็น
ทั้งนี้ ข้อเสนอของคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากรที่ได้มีการจัดสัมมนา เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ยังไม่มีผลตามกฎหมาย และยังไม่ได้มีผลบังคับใช้แต่อย่างใด โดยสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปภาษีเพิ่มเติม ได้ที่นี่ 

1. ประเด็นธรรมาภิบาลการจัดเก็บภาษีและบริหารภาษีอากร 

มีกำหนดนโยบายเชิงรุกเพื่อขยายฐานการจัดเก็บภาษี เสนอให้ประชาชนทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี หรือมีเงินได้ถึงเกณฑ์มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และให้ประชาชนเปิดเผยจำนวนเงินได้ ที่ได้รับยกเว้นภาษีในแบบแสดงรายการ แม้ในปีภาษีดังกล่าวจะไม่มีภาษีที่ต้องชำระก็ตาม
เน้นการสร้างค่านิยมในการเสียภาษี โดยกำหนดนโยบายเพื่อจูงใจให้ผู้มีเงินได้เข้าสู่ระบบภาษี เช่น การช่วยเหลือผู้มีเงินได้น้อย และการให้สิทธิประโยชน์เชิงสวัสดิการที่มิใช่เป็นตัวเงินแก่ผู้เสียภาษีมาก เป็นต้น 

2. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ให้มีการจัดหมวดหมู่ และเรียบเรียงใหม่เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ โดยเสนอให้ปรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่เหลือ 3 ประเภท โดยแยกตามวิธีการคำนวณภาษี คือ
  1. เงินได้จากน้ำพักน้ำแรง (Earned Income) ได้แก่ เงินได้พึงประเมินมาตรา 40 (1), (2) และ (6) เช่น การจ้างแรงงาน การรับทำงานให้ การประกอบวิชาชีพอิสระ โดยจะมีการหักค่าใช้จ่ายในอัตราเหมา กำหนดวงเงินสูงสุด และปรับวงเงินทุกปี
  2. เงินได้จากทรัพย์สินและการลงทุน (Investment Income) เช่น เงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ ค่าเช่า โดยจะมีการหักค่าใช้จ่ายตามจริง
  3. เงินได้จากธุรกิจและอื่นๆ (Business Income) เช่น เงินได้จากธุรกิจ และจากบริบทการประกอบธุรกิจ เงินได้อื่นๆ นอกเหนือจาก 2 ประเภทแรก โดยจะมีการหักค่าใช้จ่ายตามจริง
และเสนอให้มีการหักค่าใช้จ่ายได้เพิ่มมากขึ้น ตามประเภทของประเภทเงินได้ จากปัจจุบันที่หักค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 100,000 บาท และเสนอให้มีการปรับลดเพดานอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาลงให้อยู่ในระดับ 25% จากเดิมสูงสุด 35% เพื่อให้ใกล้เคียงกับภาษีเงินได้ของนิติบุคคล และขยายช่วงเงินได้สำหรับแต่ละอัตรา เพื่อเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการประกอบธุรกิจ แต่ยังไม่พร้อมจะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

3. ภาษีเงินได้นิติบุคคล 

เสนอให้ปรับลดอัตราภาษีและภาระภาษีรวมอยู่ที่ไม่เกิน 25% จากที่ปัจจุบันภาษีนิติบุคคลของไทยเสียอยู่ที่ 20% และต้องเสียภาษีเงินปันผลอีกประมาณ 10% ทำให้มีภาระภาษีรวมประมาณ 28% รวมถึงให้กลุ่มบริษัทเดียวกันมีสิทธิคำนวณกำไรเสียภาษีรวมแบบกลุ่ม ป้องกันการถ่ายโอนสินค้าในกลุ่มบริษัทเดียวกันเพื่อบริหารให้เสียภาษีน้อยลง 
นอกจากนี้เสนอให้กำหนดอัตราภาษี ณ ที่จ่าย เพียงอัตราเดียวสำหรับเงินได้ทุกประเภท และปรับวงเงินขั้นต่ำที่จะต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระของผู้จ่ายเงินได้ในการตีความ 

4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษี VAT)

จากปัจจุบันนิติบุคคลต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีการเสนอให้ปรับเพิ่มเป็นมีรายได้เกิน 10 ล้านบาทต่อปี เพื่อแก้ปัญหาผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากผู้ประกอบการ SMEs ปัจจุบันมีรายได้อยู่ปีละ 7-8 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่มีรายได้ไม่ถึง 10 ล้านบาท ไม่ต้องจดทะเบียนขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่จะต้องเสียภาษีจากการขายจากรายรับ 2% ทดแทน
และเสนอให้ยกเลิกการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มให้กิจการบางประเภท เช่น บริการสอบบัญชี การว่าความ โรงเรียนกวดวิชา การให้บริการนักแสดง เป็นต้น และคงเหลือยกเว้นเฉพาะประเภทที่มีเหตุจำเป็นสมควร 

5. ภาษีธุรกิจเฉพาะ

เสนอให้มีการยกเลิกจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะอัตรา 0.1% จากรายรับจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 

6. ภาษีอากรแสตมป์

เสนอให้ยกเลิกการเก็บภาษีอากรแสตมป์ทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าซ้ำซ้อนกับการเก็บภาษีประเภทอื่น และมีจำนวนน้อยและยังมีค่าใช้จ่ายในการติดตามตรวจสอบสูงกว่าภาษีอากรแสตมป์เก็บได้ จึงอาจจะยกเลิกภาษีอากรแสตมป์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

ตามแผนงานในปี 2562 จะมีการเสนอแก้ไขกฎหมายกรมสรรพากรให้คณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายระยะเร่งด่วน โดยจะเร่งรัดและผลักดันร่างประมวลรัษฎากรให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สอดรับกับแผนปฏิรูปประเทศ
แก้ไขล่าสุด : 28 ก.ย. 61
โดย
:
ชนานาถ จินตกสิกรรม
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
ขอขอบคุณ : ขอบคุณข้อมูลจาก www.thaipost.net, กรมสรรพากร (Revenue Department) และ iTAX Thailand

ข้อมูลความรู้บัญชีเงินฝากล่าสุด