ค้นหา รถมอเตอร์ไซค์ใหม่ motorcycle
ข้อมูลความรู้ : รถมอเตอร์ไซค์ใหม่

เมื่อมาฝึกทักษะขี่รถบิ๊กไบค์กับ "Burn Rubber Riding Academy & Track Days" ได้อะไรกลับมาบ้าง

แก้ไขล่าสุด : 28 ต.ค. 62
เข้าดูทั้งหมด: 863 คน

เมื่อมาฝึกทักษะขี่รถบิ๊กไบค์กับ "Burn Rubber Riding Academy & Track Days" ได้อะไรกลับมาบ้าง 

รถจักรยานยนต์นับเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและมักถูกใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ สามารถซื้อรถบิ๊กไบค์ได้ง่ายขึ้นจากโปรโมชั่นแรง แคมเปญดุดัน จนทำให้เป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้นเยอะกว่าสมัยก่อน พร้อมกับผู้เป็นเจ้าของมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้นทักษะการขับขี่และการเรียนรู้เพื่อฝึกทักษะจึงมีความจำเป็นมากขึ้น ไม่ว่าจะขับขี่รถเล็กหรือรถใหญ่ก็ต้องฝึกฝนเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เสมอ ไม่เว้นแม้แต่ทีมงานเช็คราคาเองก็ขอลงเรียนคอร์สนี้กับทาง "Burn Rubber Riding Academy & Track Days" ด้วยเช่นกันครับ


คอร์สนี้คืออะไรดีจริงหรือ?


"Burn Rubber Riding Academy & Track Days" (เบิร์นรับเบอร์ ไรด์ดิ้ง อะคาเดมี่ แอนด์ แทร็ค เดย์) เป็นสถาบันสอนขับขี่ที่มีความแตกต่างจากที่อื่นๆ โดยครูฝึกที่มีความชำนาญ และเป็นอดีตนักแข่ง MotoGP นำทีมโดย มิสเตอร์ "จิอานลูก้า ลอซซี่" พร้อมด้วยหลักสูตรที่เทียบเท่ามาตรฐานระดับโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่สนใจการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์แนวมอเตอร์สปอร์ตได้ฝึกฝนทักษะและเรียนรู้ในสนามแข่งจริง มีความปลอดภัย และครูฝึกที่มีความชำนาญ โดยกิจกรรมแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบ "Academy" กับ "Track Days " 

"Riding Academy" โปรแกรมการฝึกฝนทักษะการขับขี่รถโดยหลักๆ แล้วจะเน้นไปทางขับขี่ในสนามมากกว่า ด้วยการสอนจัดท่าทางการขับในทางตรงและการเข้าโค้ง รวมถึงการใช้สายตามองโค้ง การใช้ระบบเบรกที่ถูกต้องและการเคารพกติกาเมื่อลงสนาม สอนกันตั้งแต่ระดับเริ่มต้นหรือว่า ขี่ไม่เป็นเลยจนไปถึงขัันลงแข่งขันแบบจริงจัง และมีทั้งสอนเป็นกรุ๊ปๆ ละ 5 คนต่อครูฝึก 1 คน ทำให้ดูแลได้ทั่วถึงมากที่สุด หรือหากต้องการเรียนตัวต่อตัวก็เลือกได้อีกด้วยครับ  

"Track Days" นั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่ขับขี่เป็นในระดับหนึ่งแล้ว หรือผู้ที่ผ่านการเรียนในแต่ละระดับของทาง Academy มีความต้องการที่จะ "ซัดเต็มข้อ" ในสนามก็สามารถลงสมัครในพาร์ทนี้ได้ ซึ่งมีการดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด แบ่งระดับผู้ลงขับอย่างเหมาะสม พร้อมผู้ดูแลความปลอดภัยที่ผ่านรายการระดับโลกอย่าง "MotoGP" ที่ สนามช้างมาแล้ว!
เลือกเรียน Burn Rubber Riding Academy & Track Days ระดับไหนได้บ้าง?

Burn Rubber Riding Academy & Track Days มีแบ่งระดับการเรียนเอาไว้มากมายหลายแบบให้ผู้ที่สนใจเลือกให้เหมาะสมกับความชำนาญเดิมที่มีอยู่ และสามารถเพิ่มหรือลดระดับได้หากต้องการ โดยแบ่งเป็น Level ดังนี้ครับ
1. Base Course สำหรับผู้ที่ไม่เคยขับขี่หรือเริ่มต้นขับขี่
2. Level 1: SAFETY AND RACING RIDING COURSE  เหมาะสำหรับผู้ที่มีความสามารถในการขับขี่อยู่แล้ว และต้องการจะเพิ่มเติมเทคนิคในการขับขี่เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและใช้ในสนามแข่ง เพื่อปรับและแก้ไขการขับขี่ที่ไม่ถูกต้องและตำแหน่งการนั่งขับขี่, การควบคุมคันเร่ง, การเข้าโค้งเบื้องต้น และการใช้เบรกในสนามแข่ง โดนการขับขี่ตามผู้สอนเพื่อมุมมองการขับขี่ที่สมบูรณ์ - ทำความเข้าใจเรื่อง APEX (เร็ว,ปานกลาง,ช้า) - การเบรกในสนาม
โดยปกติแล้วจะต้องเริ่มจากการขับขี่ LEVEL 1 จาก BURN RUBBER RIDING ACADEMY ก่อนเพื่อปรับพื้นฐานให้ดีที่สุดครับ และทางทีมงานเช็คราคาก็เลือก Level นี้ด้วยเช่นกัน

3. Level 2:  RACING RIDING COURSE เทคนิคการอ่านไลน์ขับขี่ในสนาม เทคนิคการเบรกขั้นสูง และเทคนิคการมองจุดนำสายตาสำหรับผู้ขับขี่ที่ได้รับการฝึกสอน LEVEL 1 มาแล้ว และต้องการที่จะพัฒนาในขั้นต่อไป เรียนรู้การตัดสินใจและประเมินสถานการณ์ในการขับขี่ในสนาม, เพิ่มขีดความสามารถของผู้ขับขี่ เพิ่มทักษะในตำแหน่งในการขับขี่และลักษณะการขับขี่แบบต่างๆ, มุมมองการขับขี่ในการแข่งขัน, เทคนิคการเบรก / จุดนำสายตา และการมองในการเข้าโค้ง โดยการขับขี่นำผู้สอน - ผู้สอนแนะนำมุมมองการขับขี่ที่ถูกต้องหลังจากขับขี่เสร็จ - การใช้เบรกในการเข้าโค้ง

4. Level 3: ADVANCE RIDING COURSE รวมเทคนิคต่างๆ และมีการบันทึกวีดีโอประมวลผลการเรียน เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์และปรับแก้เทคนิคการขับขี่ให้สมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับผู้ที่ผ่าน LEVEL 1 & 2 มาแล้วและต้องการที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นอีก เพื่อใช้เวลาการขับขี่ต่อรอบน้อยลง, เริ่มต้นสู่การแข่งขัน มุมมองการขับขี่ที่ใช้ในการแข่งขัน, เทคนิคการเบรก / การเบรกในทางเข้าโค้ง, การขับขี่ไล่ตามผู้นำ และนำ Video สำหรับการประเมินผลจากผู้สอนอีกด้วย โดยการฝึกสอนแบบเข้มข้นในสนามจากผู้สอน - เรียนรู้การขับไล่ตาม - เรียนรู้การเข้าโค้งในมุมมองอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อการแข่งขัน - การเบรกในโค้ง
5. Racing คอร์สฝึกทักษะการแข่งขันจริงแบบตัวต่อตัวกับนักแข่งมืออาชีพ 
6. Customised Training Programs คอร์สที่ผู้เรียนสามารถดีไซน์รูปแบบการเรียนรู้คู่กับผู้ฝึกสอนได้ตามที่ต้องการ เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านหรือตัวต่อตัวนั่นเอง

งานนี้มี Track Days การขับขี่ในสนามแบบจัดเต็มแต่ปลอดภัย


"Track Days" เปิดโอกาสให้ผู้ที่อยากนำรถของตนเองมาลองขับขี่ในสนามจริงๆ แยกส่วนออกจากการเรียนแบบ Academy ออกไป นับเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ขับขี่ที่ไม่ต้องการฝึก แต่อยากทดสอบฝีมือในสนาม ที่มีระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล มาประลองความเร็วและทดสอบสกิลของตัวเอง พร้อมกับทีมงานที่ดูแลด้านความปลอดภัยระดับโลกที่ผ่านสนาม "MotoGP" สนามช้างมาแล้ว นอกจากนี้ผู้ที่เลือกขับขี่แบบ Track Day สามารถปรึกษาเทคนิคต่างๆ จากครูฝึกไปพร้อมกันได้อีกด้วยครับ 


สำหรับในกิจกรรมครั้งนี้มีผู้สนใจมากมายจนต้องเพิ่มครูฝึก เพื่อให้รองรับกับการเรียน 1 ครูฝึก ต่อ นักเรียน 5 คน และมีทั้งชาวต่างชาติที่มีจากหลายๆ ประเทศ บางคนลงทุนขึ้นเครื่องบินพร้อม รถคู่ใจลงเรือมาที่ประเทศไทยเพื่อมาเรียนหลักสูตรนี้โดยเฉพาะ เหมือนกับว่ากำลังเรียนในระดับนานาชาติก็ว่าได้ครับ และไม่ต้องห่วงเรื่องภาษา เพราะจะมีครูฝึกคนไทยร่วมด้วยและแต่ละคนก็มีดีกรีผ่านการแข่งขันรายการระดับประเทศและระดับโลกกันมาแล้วทั้งนั้น! 

ค่าสมัครแพงไหม?


สำหรับ "Burn Rubber Riding Academy & Track Days" ค่าใช้จ่ายถามว่าแพงไหม..? การได้เรียนขับขี่ในรูปแบบของเทคนิคการแข่งขันกับครูฝึกที่มีดีกรีระดับอดีตนักแข่ง "MotoGP" และหลักสูตรการเรียนของที่นี่เทียบเท่าระดับโลก แต่ไม่ต้องบินไปเรียนไกลๆ ถึงต่างประเทศ เพราะเบิร์นรับเบอร์จัดมาให้แล้ว และผู้เรียนสามารถเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือจะเลือกได้ทั้ง 2 รูปแบบ (ราคาแพ็คเกจขึ้นอยู่กับสนามที่ลงเรียน)   
TRACK DAY (1วัน) = 3,000 บาท
TRACK DAY (2วัน) = 4,500 บาท
TRACK DAY (1วัน) + ACADEMY (1วัน) = 6,500 บาท
TRACK DAY (2วัน) + ACADEMY (2วัน) = 9,500 บาท
(อาจจะมีบางสนามที่มีค่าสมัครสูงกว่าสนามอื่นๆ ติดตาม ได้จากประกาศของทางเพจ)
สำหรับมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เรียนหากไม่ได้นำรถส่วนตัวมาเองซึ่งจะใช้ตั้งแต่ 300 ซีซี ขึ้นไปทาง เบิร์น รับเบอร์ ก็มีให้เช่า โดยเป็นรถสปอร์ต Aprilia (อาพริเลีย), KTM  RC, DUKE 390 หรือ HONDA ที่มีตั้งแต่ 500 ซีซี จนถึง 1000 ซีซี  (ราคาเช่าสอบถามที่ เบิร์น รับเบอร์ ซึ่งไม่รวมอยู่ในแพ็คเกจที่เรียน) 

นอกจากนี้ต้องใส่อุปกรณ์การขับขี่ให้ครบถ้วนได้แก่ Racing Suit, ถุงมือยาว, หมวกกันน็อกเต็มใบ, รองเท้าบูธใส่ขับขี่เพื่อมาตรฐานความปลอดภัย หรือถ้าหากใครไม่มีชุดทาง เบิร์น รับเบอร์ ก็มีให้ยืมอุปกรณ์ทั้งหมด แต่ผู้สมัครต้องระบุไซส์ให้ครบ

เริ่มที่ Level 1: SAFETY AND RACING RIDING COURSE


ทีมงานเช็คราคาได้เลือกสมัครเรียนใน Level 1 ณ สนามพีระ เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีประสบการณ์ในการขับขี่มาแล้วระดับหนึ่ง ได้เคยลงขับในสนามมาบ้าง 2 - 3 แห่ง แต่ก็ยังรู้สึกว่าการขับขี่ในสนามโดยเฉพาะท่าทางในการเข้าโค้งนั้นยังไม่สมบูรณ์สักเท่าไหร่นัก จึงอยากจะจัดท่าทางการขับขี่ใหม่ให้ดียิ่งขึ้น ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนชุดให้พร้อมลงสนามก่อนเลยครับ 







วันแรกเป็นการบรีฟในห้องแอร์เย็นฉ่ำ เริ่มด้วยการจัดแบ่งกลุ่มย่อยของแต่ละ Level เพื่อให้ขี่ตามครูฝึก 1 คนและนักเรียน 5 คน โดยการเรียนแบบ Academy จะมีการขี่ในสนามร่วมกับกลุ่มอื่นๆ เช่น A,B,C เป็นต้น ทยอยปล่อยตัวให้มีระยะห่างกัน และสลับกับ Track Day เพื่อความปลอดภัย เมื่อแบ่งเสร็จเรียบร้อยไม่พูดพร่ำทำเพลงครูฝึกเรียกขึ้นรถและเริ่มขี่ในสนามก่อน เพื่อวอร์มอัพและดูทักษะเดิมของแต่ละคนที่มีอยู่ก่อนมาปรับกันในการขี่รอบต่อไป 





สังเกตุถึงความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น


เมื่อขับขี่เสร็จในแต่ละรอบ จะมีการเข้ามาฟังเทคนิคต่างๆ ในห้องแอร์ก่อนจะไปปรับใช้ในการขี่รอบถัดไปในทุกๆ ครั้ง ซึ่งเมื่อผ่านไป 2 - 3 รอบ เริ่มเห็นความแตกต่างชัดเจนด้วยตัวเอง ทั้งในเรื่องท่าทาง การจัดเตรียมก่อนเข้าทางโค้งและสามารถควบคุมรถให้เข้าโค้งในความเร็วสูงๆ ได้อย่างดีขึ้นกว่ารอบแรกๆ ที่ผ่านมา 

นอกจากนี้ยังสามารถเข้าใจในการมองโค้งต่างๆ ไลน์ในการขับผ่านแต่โค้ง การหาจุดเบรกก่อนเข้าโค้ง การ "แต่งตัว" หรือจัดท่านั่งการวางเท้าและมืออย่างถูกต้องก่อนเข้าโค้ง นับว่ามีความมั่นใจมากขึ้นอีกเยอะ เช่น การโยกก้นออกจากตัวรถไปฝั่งที่จะเข้าโค้ง การวางมือในรูปแบบ "วีกริ๊บ" เมื่อเข้าทางโค้ง 
ในการลงขับขี่ครั้งนี้สังเกตความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้อีกจากผู้ที่ร่วมขับขี่ชาวต่างชาติในกรุ๊ปเดียวกัน ซึ่งทีมงานเช็คราคาขับตามหลังครูฝึกและชาวต่างชาติขับตามหลังต่อๆ กันไปอีก 2 คัน จากรอบแรกๆ ก่อนการปรับท่าการขี่นั้นใช้ความเร็วเท่าๆ กัน แต่เมื่อถึงทางโค้งคันที่ตามหลัง 2 คัน กลับต้องชะลอลดความเร็วไปมาก จนทิ้งห่างไปไกล ในขณะที่ทีมงานเช็คราคานั้นคงความเร็วได้ใกล้เคียงครูฝึก (เนื่องจากเคยฝึกจัดท่าทางการเข้าโค้งมาบ้างแล้ว)  

แต่หลังจากขับขี่ไปหลายๆ รอบพร้อมกับครูฝึกได้เข้าไปประกบจนผู้ร่วมขับขี่ทั้ง 2 คนนั้นสามารถใช้ความเร็วได้เท่ากันและรอบหลังๆ นั้น เข้าได้เร็วกว่าทีมงานเช็คราคาเสียอีก..!  จะเห็นได้ว่าท่าทางการ "แต่งตัว" ก่อนเข้าโค้งนั้นสำคัญมาก ท่าถูกก็จะสามารถควบคุมรถให้เข้าได้อย่างง่ายดาย ไม่มีออกนอกโค้งแน่นอนครับ..

นอกจากนี้ทักษะต่างๆ ที่ได้จากในสนามนั้น สามารถปรับไปใช้ในการขับรถจักรยานยนต์ในชีวิตประจำได้อีกด้วย ทั้งเรื่องการมองทางโค้ง การใช้เบรก ท่านั่ง และการประเมินสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นอีกด้วยครับ 

ในวันที่สองช่วงบ่ายๆ มีการให้ผู้ที่เรียน Academy ได้ร่วมสนุกด้วยการลงแข่งขันในสนามที่แบ่งกลุ่มตามความพร้อมของแต่ละคนเพื่อความมันและได้ทดลองว่า หลังจากเรียนมาแล้วได้ลองขี่แบบเต็มที่เป็นอย่างไรบ้าง สร้างความสนุกและเพลิดเพลินให้กับผู้ร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมากครับ








ในกิจกรรม Burn Rubber Riding Academy & Track Days นี้ไม่จำกัดอายุและเพศอีกด้วย ผู้ชายก็ขี่ได้ผู้หญิงก็ขี่ดี บางคนมาเพื่อขับใน Track Day โดยเฉพาะ และยังสามารถปรึกษาครูฝึกได้ทุกคนอีกด้วย  



แต่สิ่งที่ได้แน่ๆ คือ ได้ทดลองขับขี่รถให้ได้สมรรถนะสูงสุดเท่าที่เราไปได้ นับเป็นการได้รู้ความสามารถทั้งคนกับรถ และได้ฝึกฝนทักษะฝีมือในการควบคุมรถในสถานการณ์ต่างๆ อีกด้วยครับ มางานนี้มีแต่คุ้มได้กับได้ และได้ลงขับขี่ในสนามแข่งจริงที่ไม่ได้จะเข้าไปขับขี่ได้ง่ายๆ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่สูง หากได้ลงเรียนกับ Burn Rubber Riding Academy & Track Days ที่ไปขี่กันที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลที่นักแข่ง MotoGP ได้ใช้งานมาแล้วด้วยละก็นับว่าคุ้มจริงๆ ครับ 

อย่าลืมนะครับการมากิจกรรม Burn Rubber Riding Academy & Track Days ได้ทั้งทักษะการขับขี่ในสไตล์เรซซิ่ง ได้ลงขับขี่ในสนามแข่งจริงๆ ระบบความปลอดภัยระดับโลก ครูฝึกสอนมืออาชีพกับหลักสูตรมาตรฐานสากล และยังลงขับขี่ในรูปแบบ Track Day ได้อีกด้วย ราคานี้หาที่ไหนไม่ได้ถ้าไม่ใช่ "Burn Rubber Riding Academy & Track Days" นะครับ 
ติดตามข่าวสารและรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/Burnrubberridingacademyandtrackdays/
แก้ไขล่าสุด : 28 ต.ค. 62
โดย
:
สินธนุ จำปีศรี
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
ขอขอบคุณ : Burn Rubber Riding Academy , Alpinestars , Aprilia

ข้อมูลความรู้รถมอเตอร์ไซค์ล่าสุด