ค้นหา รถมอเตอร์ไซค์ใหม่ motorcycle
ข้อมูลความรู้ : รถมอเตอร์ไซค์ใหม่

เรียนขี่บิ๊กไบค์ในสนามแข่งจริง! ที่นี่ที่เดียว กับ Burn Rubber Riding Academy & Track Days

แก้ไขล่าสุด : 2 ส.ค. 62
เข้าดูทั้งหมด: 985 คน

Burn Rubber Riding Academy & Track Days เรียนขี่บิ๊กไบค์ในสนามแข่งจริง! ที่นี่ที่เดียว 

ถ้าหากคุณไม่ได้เป็นนักแข่งสองล้อทางเรียบ แต่คุณมีโอกาสได้มาขี่มอเตอร์ไซค์ในสนามแข่งจริง! ละ มันจะฟิน!! แค่ไหน  ประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในห้องเรียน กับคอร์สเรียนขับขี่กับ Burn Rubber Riding Academy & Track Days สถาบันสอนขับขี่แนวมอเตอร์สปอร์ตแห่งแรกในประเทศไทยที่มีมาตรฐานหลักสูตรครบเครื่องทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติระดับสากล โดยครูฝึกที่มีความชำนาญ และเป็นอดีตนักแข่ง MotoGP นำทีมโดย มิสเตอร์จิอานลูก้า ลอซซี่ ผู้จัดการทั่วไปและหัวหน้าทีมผู้ฝึกสอน และครูท่านอื่นๆ ที่มีดีกรีเป็นนักแข่งแทบจะทุกท่าน เราจะพามารู้จักกันคร่าวๆ ผ่านสนามที่ใช้เรียนกันในครั้งนี้   BIRA CIRCUIT จ.ชลบุรี 



มารู้จัก Burn Rubber Riding Academy & Track Days คืออะไร 

Burn Rubber Riding Academy & Track Days (เบิร์นรับเบอร์ ไรด์ดิ้ง อะคาเดมี่ แอนด์ แทร็ค เดย์) เป็นสถาบันสอนขับขี่ที่มีความแตกต่างจากที่อื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่สนใจการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์แนวมอเตอร์สปอร์ตได้ฝึกฝนทักษะและเรียนรู้ในสนามแข่งจริง ที่มีความปลอดภัย และครูฝึกที่มีความชำนาญ โดยกิจกรรมแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบ Academy กับ Track Days 

Academy คือการเรียนโดยวัดจากสกิลการขี่ของผู้สมัคร (ต้องขี่รถมีคลัชเป็นมาแล้วบ้างจะดี) โดยแบ่งเป็น 6 เลเวล คือ
1. Base Course สำหรับผู้ที่ไม่เคยขับขี่หรือเริ่มต้นขับขี่

2. Level 1: SAFETY AND RACING RIDING COURSE  เหมาะสำหรับผู้ที่มีความสามารถในการขับขี่อยู่แล้ว และต้องการจะเพิ่มเติมเทคนิคในการขับขี่เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและใช่ในสนามแข่ง
วัตถุประสงค์ : เพื่อปรับและแก้ไขการขับขี่ที่ไม่ถูกต้อง
หัวข้อการขับขี่: ตำแหน่งการนั่งขับขี่, การควบคุมคันเร่ง, การเข้าโค้งเบื้องต้น และการใช้เบรคในสนามแข่ง
ขั้นตอนการฝึกสอน : ขับขี่ตามผู้สอนเพื่อมุมมองการขับขี่ที่สมบูรณ์ - ทำความเข้าใจเรื่อง APEX (เร็ว,ปานกลาง,ช้า)
- การเบรคในสนาม
* ผู้เข้ารับการฝึกสอนทุกคนต้องเริ่มจากการขับขี่ LEVEL 1 จาก BURN RUBBER RIDING ACADEMY ก่อน


3. Level 2:  RACING RIDING COURSE เทคนิคการอ่านไลน์ขับขี่ในสนาม เทคนิคการเบรคขั้นสูง และเทคนิคการมองจุดนำสายตาสำหรับผู้ขับขี่ที่ได้รับการฝึกสอน LEVEL 1 มาแล้ว และต้องการที่จะพัฒนาในขั้นต่อไป 
วัตถุประสงค์ : เรียนรู้การตัดสินใจและประเมินสถานการณ์ในการขับขี่ในสนาม, เพิ่มขีดความสามารถของผู้ขับขี่  
หัวข้อการขับขี่: ตำแหน่งในการขับขี่และลักษณะการขับขี่แบบต่างๆ, มุมมองการขับขี่ในการแข่งขัน, เทคนิคการเบรค / จุดนำสายตา และการมองในการเข้าโค้ง
ขั้นตอนการฝึกสอน: ขับขี่นำผู้สอน - ผู้สอนแนะนำมุมมองการขับขี่ที่ถูกต้องหลังจากขับขี่เสร็จ - การใช้เบรกในการเข้าโค้ง

4. Level 3: ADVANCE RIDING COURSE รวมเทคนิคต่างๆ และมีการบันทึกวีดีโอประมวลผลการเรียน เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์และปรับแก้เทคนิคการขับขี่ให้สมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับผู้ที่ผ่าน LEVEL 1 & 2 มาแล้วและต้องการที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นอีก
วัตถุประสงค์ : ใช้เวลาการขับขี่ต่อรอบน้อยลง, เริ่มต้นสู่การแข่งขัน
หัวข้อการขับขี่ :  มุมมองการขับขี่ที่ใช้ในการแข่งขัน, เทคนิคการเบรค / การเบรคในทางเข้าโค้ง, การขับขี่ไล่ตามผู้นำ และ Video สำหรับการประเมินผลจากผู้สอน
ขั้นตอนการฝึกสอน: การฝึกสอนแบบเข้มข้นในสนามจากผู้สอน - เรียนรู้การขับไล่ตาม - เรียนรู้การเข้าโค้งในมุมมองอื่นๆที่จะส่งผลต่อการแข่งขัน - การเบรคในโค้ง


5. Racing คอร์สฝึกทักษะการแข่งขันจริงแบบตัวต่อตัวกับนักแข่งมืออาชีพ

6. Customised Training Programs คอร์สที่ผู้เรียนสามารถดีไซน์รูปแบบการเรียนรู้คู่กับผู้ฝึกสอนได้ตามที่ต้องการเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

สำหรับ Track Days  คือการเปิดสนามให้กับผู้ขับขี่ที่ไม่ต้องการฝึก แต่อยากทดสอบฝีมือในสนาม มาตรฐานที่มีความปลอดภัยระดับสากลประลองความเร็วและทดสอบสกิลของตัวเอง โดยทั้ง 2 ครอส TRACK DAY / ACADEMY จะมีราคาต่างกัน ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกอย่างใดอย่างนึง หรือจะเลือกได้ทั้ง 2 รูปแบบ ซึ่งราคาก็คิดเป็นแพ็คเกจ ขึ้นอยู่กับสนามที่ลงเรียน ล่าสุดที่ผู้เขียนไปเรียนมา....สนามแข่ง พีระ เซอร์กิต ราคาจะอยู่ที่ 
  • TRACK DAY (1วัน) = 3,000 บาท
  • TRACK DAY (2วัน) = 4,500 บาท
  • TRACK DAY (1วัน)+ACADEMY (1วัน)= 6,500 บาท
  • TRACK DAY (2วัน)+ACADEMY (2วัน)= 9,500 บาท
    (อาจจะมีบางสนามที่มีค่าสมัครสูงกว่าสนามอื่นๆ ติดตาม ได้จากประกาศของทางเพจ)
สำหรับมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เรียนหากไม่ได้นำรถส่วนตัวมาเองซึ่งจะใช้ตั้งแต่ 300 ซีซี ขึ้นไปทาง เบิร์น รับเบอร์ ก็มีให้เช่า โดยเป็นรถสปอร์ต Aprilia (อาพริเลีย), KTM  RC, DUKE 390 หรือ HONDA ที่มีตั้งแต่ 500 ซีซี จนถึง 1000 ซีซี  (ราคาเช่าสอบถามที่ เบิร์น รับเบอร์ ซึ่งไม่รวมอยู่ในแพ็คเกจที่เรียน) 




ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

หลังจากที่เราได้กรอกข้อมูลในใบสมัคร จะมีการสอบถามถึงสกิลการขี่ในสนามจริงของผู้เรียนว่ามีความถี่มากน้อยแค่ไหน เคยขี่บิ๊กไบค์ขนาดเท่าไหร่? กี่ซีซี มาบ้าง?  ซึ่งการให้ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่ เบิร์น รับเบอร์ จะแยกนักเรียนไปแต่ละ LEVEL โดยครู 1 ท่าน ต่อนักเรียนไม่เกิน 5 คน เพื่อครูฝึกสามารถดูแลได้ทั่วถึง  

สำหรับอุปกรณ์ที่เราต้องเตรียมคือ ชุด Racing Suit, ถุงมือยาว, หมวกกันน็อกเต็มใบ, รองเท้าบูธใส่ขับขี่ หรือถ้าหากใครไม่มีชุดทาง เบิร์น รับเบอร์ ก็มีให้ยืมอุปกรณ์ทั้งหมด แต่ผู้สมัครต้องระบุไซส์ให้ครบ ทุกอัน

ลงสนามจริง

ก่อนลงสนามจริง คุณลูก้า พร้อมทีมเข้ามาบรีฟ ข้อปฎิบัติต่างๆ ของสนาม สัญญาณมือ และวิธีการขี่ พร้อมแนะนำครูฝึกก่อนแบ่งทีม โดย 1 วันสำหรับ Academy จะเรียนขี่ทั้งหมด 4 ครั้ง สลับกับ Track Day โดยครูแต่ละคนจะพานักเรียนไม่เกิน 5 คนลงสนาม ดูไลน์ก่อน 1 รอบโดยการอุ่นเครื่องเบาๆ (สำหรับคนที่เพิ่งมาครั้งแรก) แล้วค่อยปรับความเร็วขึ้นเรื่อยๆ  





โดยหลังจากจบการขี่แต่ละครั้งครูฝึกที่สังเกตการณ์การขี่ ของเราในสนามจะและท่าทาง การเข้าโค้ง จังหวะต่างๆ ของลูกทีม หากใครยังไม่มั่นใจหรือกังวลตรงไหน ทางครูฝึกจะมีการอธิบาย ปรับวิธีการคิดตอนขี่ใหม่ การมอง การเข้าโค้ง หรือการใช้เกียร์ที่ถูกต้อง พร้อมท่าทางการขี่ให้ดีขึ้น จนเรามั่นใจ โค้งกันเข่าเช็ดพื้น หรือขี่ตามครูฝึกด้วยความเร็วแต่ปลอดภัย  ซึ่งก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมากๆ สำหรับคนที่เรียนครั้งแรก  




ประโยชน์ที่ได้จากการเรียน   

การขี่ในสนามข้อดีคือทำให้เราใช้ความเร็วได้เต็มที่ มีสติ ควบคุมการเข้าโค้งได้แม่นยำ การเบรกหรือใช้เอ็นจิ้นเบรก การเปลี่ยนเกียร์ด้วยความเร็ว และส่งกำลังเครื่องอย่างถูกวิธี ซึ่งหากใช้กับถนนจริงๆ บนถนนไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการฝึกซ้อมขี่บิ๊กไบค์ที่พละกำลังสูงและหากคุณไม่มีทักษะเหล่านี้เลย ก็อาจทำให้เราเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย หรือสติหลุดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้คอร์สนี้จึงเหมาะกับคนใจรักที่รักความเร็วแต่ยังคำนึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิต




นอกจากในสนามจะมีการเรียนแล้ว ยังมีกิจกรรมจากบูธสปอนเซอร์ต่างๆ เช่น Alpinestars ที่ มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ป้องกันในการขี่, แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงส่วนลดพิเศษสุดคุ้ม หรือลูกค้าที่ขี่ Aprilia โดยเอารถมาร่วมกิจกรรมภายในงาน ก็มีที่จอดพิเศษและเจ้าหน้าที่เทคนิคของ Aprilia คอยให้คำปรึกษา

รวมไปถึง IPONE ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องและทำความอุปกรณ์จากประเทศฝรั่งเศส หรือยางบิ๊กไบค์เจ้าใหญ่อย่าง Michelin  ก็มีสินค้าให้เลือกรวมถึงมาให้ข้อมูล พร้อมตรวจลมยางที่เหมาะสำหรับการขับขี่ อีกทั้งจำหน่ายยางกันในราคาพิเศษ เรียกว่าเป็นคอร์สเรียนที่สุดคุ้ม! ได้เพื่อน เทคนิคการขี่ ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างปลอดภัย และสินค้าลดราคาพิเศษด้วยจ้า


ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์สนามต่อไปได้ที่ : Facebook: burn rubber riding academy & track days หรือ Facebook: Motorbike GURU Thailand
ขอขอบคุณผู้สนับสนุน: Burn Rubber Riding Academy , Alpinestars , Aprilia
แก้ไขล่าสุด : 2 ส.ค. 62
โดย
:
ศุภินทรา รุกขสุวรรณ
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
 

ข้อมูลความรู้รถมอเตอร์ไซค์ล่าสุด