ค้นหา รถมอเตอร์ไซค์ใหม่ motorcycle
ข้อมูลความรู้ : รถมอเตอร์ไซค์ใหม่

Kawasaki KR 150 R มอเตอร์ไซค์ 2 จังหวะตัวแรงในตำนาน

แก้ไขล่าสุด : 19 มิ.ย. 60
เข้าดูทั้งหมด: 231,001 คน

Kawasaki KR 150 R มอเตอร์ไซค์ 2 จังหวะตัวแรงในตำนาน

คาวาซากิ นับเป็นแบรนด์ที่เคยอยู่ระดับหัวแถวทั้งในเรื่องของมอเตอร์ไซค์ที่แรงและเป็นที่นิยมมากในอดีต หากย้อนหลังไปประมาณ 15 - 20 ปี ในประเทศไทยเคยมีการจำหน่ายรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์ 2 จังหวะ สายแว้นยุค 80-90 คงคุ้นเคย และหนึ่งในรุ่นที่โด่งดังมากนั่นคือ Kawasaki KR 150 R

Kawasaki KR 150 
เริ่มผลิตออกจำหน่ายในช่วงปี 1989 - 2004 โดยมีรุ่นย่อยอื่นๆ ตามมาในแต่ละปีคือ KR-150 R รุ่นแรก (1989) นับเป็นรุ่นที่สร้างความฮืออามาหมู่รถขนาด 150 ซีซี ฟูลแฟริ่งในยุคนั้น แถมยังมีรูปร่างทันสมัยและคล่องตัวอีกด้วย
รายละเอียดข้อมูลทางด้านเทคนิคคร่าวๆ 
  • ล้อซี่ลวด ดิสก์หน้าอยู่ฝั่งซ้าย กระบอกโช้คหน้า ขนาด 33 มม.
  • จานดิสก์หน้ากว้าง 26 ซม. มีรูยึดน็อต 6 รู
  • ยางหน้า 90/80-17 ยางหลัง 100/80-18
  • กระทะล้อหน้ากว้าง 1.6x17 นิ้ว กระทะล้อหลังกว้าง 1.85x18 นิ้ว
  • กระจกมองหลังติดอยู่กับแฮนด์ ไฟเลี้ยวหน้าหลังสีส้ม 
  • คาร์บูเรเตอร์ Keihin PWK 28 ( K เหลี่ยม )
  • ฝาครอบเครื่องสีเทาเป็นรูปใบพัด (แต่ด้านในสีเงิน)
  • เสื้อสูบสีเทา พร้อมระบบ ลิ้นไอเสีย Kips 33 แรงม้า
  • ปลายท่อสามารถถอดฝาตรงปลายออกได้
  • สเตอร์หน้า 15 ฟัน หลัง 42 ฟัน โซ่เบอร์ 428 โซ่ยาว 124 ข้อ
  • มีสติกเกอร์ Cradle BOX Frame โครงจากญี่ปุ่น (ที่คอรถจะมีสลักไว้ว่า Made in Japan)
  • สวิตช์กุญแจจะมี P (Lock Park) อยู่ หลังตำแหน่งล็อกคอรถ (ถ้าเราบิดกุญแจไปตรงนี้จะทำให้ไฟเบรกรถเราติด สำหรับกันรถหลังพุ่งมาชนตอนเราจอดข้างทางช่วงกลางคืน)

KR-150 SP TURBOMAG [B1] (1991)
รายละเอียดที่ปรับปรุงเพิ่มเติมเน้นกำลังแรงม้าเครื่องยนต์เพิ่มอีก 1 ตัวและสมรรถนะในแต่ละด้านในทิ้งห่างคู่แข่งไปอีกขั้น
  • ล้อแม็คสีขาว แต่ถ้ารุ่นสีดำจะเป็นล้อสีแดง ติดคำว่า TURBOMAG ตรงล้อ
  • ดิสก์หน้าหลังเปลี่ยนเป็น ลายกงจักร มีคำว่า TURBOMAG ติดอยู่ตรงไฟเลี้ยวหน้า กระจกมองข้างเปลี่ยนใหม่ย้ายมาติดตรงหน้ากากรถ
  • จานดิสก์หน้ากว้าง 260 มม. รูยึดน็อตลดลงเหลือ 5 รู
  • กระทะล้อหน้ากว้าง 1.6x17 นิ้ว กระทะล้อหลังกว้าง 1.85x18 นิ้ว เท่าเดิม
  • เพิ่มแรงม้า จาก 33 เป็น 34 แรงม้า

KR-150 SP หินแตก [B2] (1992)
รายละเอียดปรับเล็กโดยเน้นความแม่นยำในการจ่ายน้ำมันมากขึ้น
  • คาร์บูเรเตอร์ เปลี่ยนเป็น Keihin PE 28
  • คำว่า TURBOMAG ตรงไฟเลี้ยวหน้าหายไป แต่ตรงล้อยังมีอยู่
  • ล้อสีขาวทุกรุ่น กระจกมองข้างเปลี่ยนเป็นสีขาว แต่ถ้ารุ่นสีดำกระจกจะเป็นสีดำ 
  • เฟรมกลมเล็กที่ใช้รองเครื่องเป็นสีดำ

KR-150 SE หินแตก รุ่นพิเศษ (1992)
รายละเอียดถูกเพิ่มทั้งเปลี่ยนคาร์บูเรเตอร์ ปรับแต่งแฟริ่งและลดอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นออกไป
  • คาร์บูเรเตอร์ ใช้ K เหลี่ยม
  • กันตกไม่มี ขาตั้งคู่ไม่มี
  • อกไก่สั้นลงนิดนึงเพื่อหลบคอท่อ
  • เบาะโดนปาดออกเพื่อให้นั่งสบายขึ้น
  • ล้อหน้าสีแดง ล้อหลังสีเหลือง เฟรมสีดำ
  • มีกันสะบัด
  • น้ำหนักรถจะเบากว่ารุ่นธรรมดา

KR-150 SSE [E1] (1994)
มีการเปลี่ยนคาร์บูเรเตอร์ใหม่อีกครั้ง และมีการปรับปรุงในหลายจุด เรียกว่าปรับครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้
  • คาร์บูเรเตอร์ เปลี่ยนเป็น Keihin PWL 28 ( K กลม ) 
  • เป็นรุ่นเดียวที่มีระบบล้างวาล์วตอนสตาร์ทเครื่อง
  • ล้อเปลี่ยนจาก 5 ก้าน เป็น 3 ก้าน สีขาว เพิ่มขนาดยางหน้าเป็น จาก 90/80-17 เป็น 90/90-17 ยางหลังเท่าเดิม
  • กระทะล้อหน้ากว้าง 1.6x17 นิ้ว กระทะล้อหลังกว้าง 1.85x18 นิ้ว เท่าเดิม
  • ทุกสีกระจกมองหลังสีขาว แต่ถ้ารุ่นสีดำกระจกมองหลังจะเป็นสีดำ
  • ย้ายจานดิสก์หน้าจากด้านซ้ายมาไว้ด้านขวา ลายเดิมแต่จากวนซ้ายกลับด้านเป็นวนขวา
  • เสื้อสูบเปลี่ยนใหม่ ระบบลิ้นไอเสียเปลี่ยนเป็น Super Kips เสื้อสูบสีเงิน
  • เป็นรุ่นธรรมดารุ่นแรกที่มีกันสะบัด
  • สวิตช์กุญแจ ตัว P ไม่มีแล้ว
  • กันตกด้านหลังเปลี่ยนจากแบบเหลี่ยม เป็นกันตกแบบกลม
  • เบาะถูกปาดให้สวยขึ้น นั่งง่ายขึ้น
  • ขยายกล่องอากาศใหญ่ขึ้นเป็นกล่อง RIS
  • ปลายท่อใหญ่ขึ้น แต่ถอดฝาตรงปลายออกไม่ได้

KRR-150 ตูดเป็ดตัวแรก [E2] (1996)
เพิ่มเติมทั้งแฟริ่งท้ายมีตูดเป็ดขึ้นมา และเป็นรุ่นที่จับเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่มากจนแทบจะใช้แทนกับรุ่นเดิมไม่ได้เลย
  • เปลี่ยนแฟริ่งท้ายทั้งหมดมีปลายกระดกขึ้นเล็กน้อยคล้ายตูดเป็ด
  • ฝาครอบไฟท้ายเปลี่ยน ตูดแบน เป็นตูดเป็ด จุดยึดไม่ตรงกัน ถ้าจะเปลี่ยนตูดต้องแปลง
  • เปลี่ยนเบาะใหม่ ใส่แทนกับของเดิมไม่ได้ จุดยึดคนละแบบ
  • เปลี่ยนกระเป๋าข้างให้เข้ารูปกับฝาครอบไฟท้าย
  • เปลี่ยนไฟเบรกท้ายให้ใหญ่ขึ้น
  • ก้านไฟเลี้ยวหลัง เปลี่ยนจาก 6 เหลี่ยมเป็นก้านไฟเลี้ยว แบบออกแนวกลมๆ หน่อย
  • ไฟเลี้ยวหน้าหลัง รมดำทั้งหมด
  • กันตกเปลี่ยนใหม่ให้เข้ากับรูปทรงแฟริ่งท้าย เป็นแบบกลมเหมือนเดิม แต่ทำให้คนซ้อนจับยากขึ้น
  • ขยายจานดิสก์หน้าเป็น 290 มม. รูยึดน็อตลดลงเหลือ 4 รู
  • จานดิสก์ทั้งหน้าหลังจากสีดำเปลี่ยนเป็นสีทอง ลายกงจักรแต่ต่างจากเดิมนิดนึง
  • ยางหลังขยายจาก 100/80-18 เป็น 100/90-18
  • ระบบล้างวาล์วตอนสตาร์ทเครื่องไม่มีอีกแล้ว
  • ระบบลิ้นไอเสียเป็น Hi Kips
  • ความกว้างกระทะล้อขยายมากขึ้น กระทะล้อหน้ากว้าง 1.85x17 นิ้ว  กระทะล้อหลังกว้าง 2.15x18 นิ้ว
  • บังโคลนตัวในเปลี่ยนให้เล็กลงจุดยึดต่างจากของเดิมใส่แทนกันไม่ได้ แยกส่วนกันกับบังโซ่
  • สวิงอาร์มจุดยึดถูกปรับให้ตรงกันกับจุดยึดบังโคลนตัวใน
  • ปั๊มเบรกหน้าถูกปรับตำแหน่ง เพื่อให้จับกับจานดิสก์หน้า 290 มม. 
  • กระจกมองข้างถูกเปลี่ยนใหม่ให้ใหญ่ขึ้น และเป็นสีดำทุกรุ่น

KRR-150 SE รุ่นพิเศษ ปี 97 [E3 - E4] (1997)
รายละเอียดของรุ่นนี้ปรับกำลังเครื่องยนต์เพิ่มเป็น 40 แรงม้า ให้แรงขึ้นไปอีก จากการเปลี่ยนคาร์บูเรเตอร์ (อีกแล้ว) และระบบคายไอเสียใหม่ด้วย
  • เฉพาะรุ่นนี้กับ SE 98 ใช้คาร์บูเรเตอร์ Keihin PWL 30
  • เพิ่มแรงม้าจาก 34 แรงม้า เป็น 40 แรงม้า วิ่งได้เร็วกว่ารุ่นธรรมดาทั่วไป
  • โครงสีดำ สวิงอาร์มสีทองดามล่าง เสื้อสูบสีทอง แม็กแดงอมส้ม
  • ฝาครอบเครื่องเหมือน KRR 150 แต่เป็นสีดำ
  • ท่อ PDK คนละแบบกับ SE 92 ปลาย Tsukigi
  • อกไก่โดนตัดนิดนึงเพื่อหลบท่อและสั้นกว่า SE 92
  • สเตอร์หน้า 14 ฟัน สเตอร์หลัง 39 ฟัน
  • ไม่มีขาตั้งคู่
  • รายละเอียดทราบเพียงเท่านี้

KRR-150 SE รุ่นพิเศษ ปี 98 (1998)
รายละเอียดของรุ่นนี้ เน้นสีสันและความสดใส เพราะจุดอื่นๆ ได้ถูกจัดเต็มไปก่อนหน้านี้ โดยมีเพียงบางชิ้นส่วนคือกล่องไฟใหญ่ขึ้นและถอดขาตั้งคู่ทิ้งไป

KRR-150 SSR [E5] (1998)
สำหรับรุ่นนี้ ดับฝันของใครหลายคน โดนตอนแรงม้าลงไปเหลือ 30 ตัว เพื่อเหตุผลด้านมลภาวะ แต่ที่จริงน่าจะมาจากความแรงที่เกินตัวมากไป (หรือเปล่า) หรืออาจเป็นเพราะความห่วงใยจากผู้ผลิตเอง
  • แรงม้าถูกตอนลงให้เหลือ 30 แรงม้า
  • ฝาครอบเครื่องด้านซ้ายเหมือนของ SE 98 แต่เป็นสีเงิน
  • ฝาครอบเครื่องด้านขวาเหมือนของ SE 98 แต่เป็นสีเงิน
  • เครื่องสีเงิน เสื้อสูบสีเงิน
  • ใกล้ๆ ปลายท่อมีแผ่นรองสีดำ

KRR-150 SSR [E6 - E7] (2001)
สำหรับรุ่นนี้ ปรับภายนอกโดยรวม และเน้นเรื่องสีสันให้ยิ่งสะดุดตาเข้าไปอีก
  • ปลายท่อเป็นสองชั้น มีโครเมียมเสริม ตรงช่วงรอยต่อตัวท่อกับปลายท่อ
  • เป็นรุ่นธรรมดารุ่นเดียวที่เฟรมสีดำ ฝาครอบเครื่องสีดำ เหมือน SE 98 เสื้อสูบสีทอง
  • รุ่นสีเขียว ล้อแม็ก จะเป็นสีแดงอมส้ม รุ่นสีเงิน ล้อแม็กจะเป็นสีเงิน 
  • สวิงอาร์มสีทองไม่มีดามล่าง

KRR-150 SSR [E8] (2003)
รุ่นนี้เปลี่ยนแปลงส่วนรอบๆ เท่านั้น ปรับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  • เครื่องเปลี่ยนกลับมาเป็นสีเงิน ฝาครอบเหมือน KR SSR E5 เสื้อสูบยังคงเป็นสีทอง
  • โคมไฟเลี้ยวหน้าหลัง ถูกเปลี่ยนเป็นสีขาว
  • เป็นรุ่นเดียวที่เบรกเท้า คันเกียร์ คันสตาร์ทเป็นโครเมียม
  • กันตกเป็นโครเมียม อันเดียวกันกับวิกเตอร์ตูดเป็ด
  • โช้กหน้าเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีเงิน
  • ล้อแม็ก มือเบรก มือคลัตช์ สีเงิน

KRR-150 SSR ตัวสุดท้าย [E10] (2004)
จุดเด่นคือกล่องดำใหญ่ๆ ตรงข้างเสื้อสูบฝั่งซ้าย แทนที่บำบัดไอเสีย 
เป็นอย่างไรบ้างครับกับเจ้า KS ตัวแสบจี๊ดจ๊าด เจ้าของเสียง "แว้น" ตัวจริง แม้ความจุแค่ 150 ซีซี แต่มีความจัดจ้าน จากเครื่องยนต์ 2 จังหวะ ที่สามารถทำงานได้ครบในการหมุนแค่ 2 รอบ แต่ก็มีจุดด้อยในเรื่องมลพิษจากการใช้น้ำมันออโตลูปเติมลงไปหล่อลื่นที่เข้าไปผลสมกับการเผาไหม้ จึงปล่อยควันค่อนข้างเยอะ ด้วยเหตุนี้ รถแบบ 2 จังหวะจึงถูกระงับการจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกไปโดยปริยาย
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก www.2strokeclub.com 
แก้ไขล่าสุด : 19 มิ.ย. 60
โดย
:
สินธนุ จำปีศรี
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
 

ข้อมูลความรู้รถมอเตอร์ไซค์ล่าสุด