ค้นหา บัตรเครดิต/บัตรเดบิต credit card
ข้อมูลความรู้ : บัตรเครดิต/บัตรเดบิต

ทำไมต้องมี VISA & MasterCard? เบื้องลึกที่หลายคนยังไม่รู้ หลังจากรูดบัตรเครดิตไปแล้ว

แก้ไขล่าสุด : 26 พ.ค. 59
เข้าดูทั้งหมด: 49,427 คน

ทำไมต้องมี VISA & MasterCard? เบื้องลึกที่หลายคนยังไม่รู้ หลังจากรูดบัตรเครดิตไปแล้ว

เวลาที่เราไปใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าตามร้านค้าต่างๆ นั้น ก็เพียงแค่ยื่นบัตรฯ ให้พนักงาน แล้วพนักงานก็จะเอาบัตรของเราไปรูด หรือไปแตะที่เครื่อง POS ส่วนเราก็แค่รอ.. ใช่มั้ยคะ? สักพักก็จะมีกระดาษ Slip แผ่นเล็กๆ เลื่อนปื๊ดๆ ขึ้นมา แล้วเราก็แค่เซ็นชื่อลงไป เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการซื้อสินค้า แต่! เพื่อนๆ รู้มั้ยคะว่า ขั้นตอนการทำงานของบัตรเครดิตในระยะเวลาสั้นๆ ที่เรารอนั้น มันมีอะไรบ้าง? วันนี้ทีมงาน CheckRaka.com มีคำอธิบายสั้นๆ ในเรื่องนี้มาให้ดูกันเป็นความรู้ เรามาดูกันเลยค่ะ

ก่อนอื่นมาดูก่อนว่า VISA|MasterCard สำคัญยังไง? ทำไมต้องมี


ทั้งวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดไม่ได้เป็นบริษัทผู้ออกบัตรเครดิตโดยตรง แต่เป็นบริษัทตัวกลางในการชำระเงิน และ Process ข้อมูลระหว่าง "ร้านค้า" กับ "สถาบันการเงิน" ซึ่งสถาบันการเงินจะมี 2 ส่วนคือ สถาบันการเงินเจ้าของบัตรที่ลูกค้าถือมารูด และสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของเครื่องรูดที่ติดตั้งในร้านค้า โดยทั้งวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดนั้นมีเครือข่ายการให้บริการอยู่ทั่วทุกมุมโลก และได้รับการยอมรับให้เป็นระบบการชำระเงินที่มีความเป็น worldwide มากที่สุด ส่วนรายอื่นๆ ที่ทำหน้าที่เดียวกันก็เช่น AMEX, JCB, UNIONPAY เป็นต้น แต่พวกนี้เป็นที่ใช้กันแพร่หลายน้อยกว่า VISA และ MasterCard

ถ้าถามถึงความนิยมในการใช้งานของบัตรทั้งสองแบบ ต้องบอกว่าพอกันๆ แต่อาจจะค่อนไปทางบัตรวีซ่ามากกว่า เพราะมีเครือข่ายการให้บริการมากกว่า 29 ล้านร้านค้า และมีตู้ ATM ที่ใช้ในการถอนเงินสดมากกว่า 200 ประเทศ ทั่วโลก นิยมใช้กันในโซนเอเซีย และอเมริกา ในขณะที่บัตรมาสเตอร์การ์ดนั้นก็มีเครือข่ายการให้บริการมากถึง 30 ล้านร้านค้า และตู้ ATM มากกว่า 200 ประเทศ ทั่วโลกเช่นกัน แต่จะนิยมใช้ในโซนยุโรปซะมากกว่า ถึงแม้ว่าบัตรทั้งสองประเภทจะนิยมใช้ในพื้นที่ที่ต่างกัน แต่ในความแตกต่างก็ยังมีความเหมือนกันคือ สิทธิประโยชน์ที่ผู้ถือบัตรจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดตามร้านค้าต่างๆ และความคุ้มครองอุบัติเหตุเมื่อผู้ถือบัตรฯ เดินทางไปต่างประเทศ เป็นต้น
Process ของบัตรเครดิตเมื่อมีการรูดซื้อสินค้า/ บริการเป็นอย่างไร?
มาถึงใจความสำคัญของเรื่อง ที่จะมาไขคำถามที่ว่าระหว่างที่เรายืนรอพนักงานรูดบัตรเครดิตนั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง? โดยจะอธิบายคร่าวๆ ถึงขั้นตอนการทำงานของบัตรเครดิต และจะขอกล่าวถึงการรูดซื้อ ณ ร้านค้า ที่ไม่ใช่การซื้อสินค้าออนไลน์ โดยขอแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ๆ ดังนี้ค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 : การรูดบัตรที่ร้านค้า และการ APPROVE 
  • Step 1 :  เริ่มด้วยการรูดซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิต ณ จุดชำระเงิน หรือแคชเชียร์

  • Step 2 : เครื่องรูดบัตรเครดิต POS หรือเครื่อง EDC จะทำการอ่านบัตรเครดิต และส่งข้อมูลไปยังธนาคารเจ้าของเครื่องรูดบัตรฯ ของทางร้านค้า

ตัวอย่าง Slip หลังจากทำการรูดบัตรเครดิตเพื่อชำระค่าสินค้าแล้ว จะมีชื่อธนาคารเจ้าของเครื่องรูดบัตรปรากฎอยู่บนตัวสลิป ทำให้เราทราบได้ว่าเครื่องรูดบัตรนั้นเป็นของธนาคารใด 

  • Step 3 : ธนาคารเจ้าของเครื่องรูดบัตรฯ จะตรวจสอบรายการและส่งรายละเอียดการซื้อสินค้าไปยังบริษัทบัตรเครดิต (VISA, MasterCard)

  • Step 4 : บริษัทบัตรเครดิต (VISA, MasterCard) จะติดต่อไปยังสถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิต เพื่อตรวจสอบว่าบัตรฯ ยังคงสภาพการใช้งานอยู่หรือไม่ และมีวงเงินเพียงพอหรือเปล่า?
    - หากผลที่ออกมาคือ "อนุมัติ" ก็จะไปสู่ขั้นตอนที่ 5 ต่อไป
    - แต่หากผลไม่อนุมัติ ก็จะทำการปฏิเสธการใช้บัตรเครดิตใบนั้น

  • Step 5 : เมื่อตรวจสอบแล้วว่า "อนุมัติ" บริษัทบัตรเครดิตจะทำการแจ้งผลกลับมายังธนาคารเจ้าของเครื่องรูดบัตรฯ จากนั้นเครื่องก็จะ Print กระดาษ Slip ให้เราเซ็นลงนาม และเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป

ข้างต้นคือ กระบวนการทำงานของบัตรเครดิต ณ ขณะที่เรากำลังยืนรอเพื่อเซ็น Slip อย่างสบายใจ (ไม่ถึง 10 วินาที) จะเห็นว่าขั้นตอนการทำงานภายในระบบค่อนข้างซับซ้อน แต่ก็พอมองเห็นภาพกันใช่มั้ยคะ? ต่อไปจะเป็นขั้นตอนการเรียกเก็บเงินเมื่อมีการรูดซื้อสินค้า ลองไปดูต่อกันเลยดีกว่าค่ะ
ขั้นตอนที่ 2 : การเรียกเก็บและชำระเงินให้ธนาคาร
  • Step 6 : ทางร้านค้าจะจัดทำใบเสร็จรายการสินค้าและส่งไปยังธนาคารเจ้าของเครื่องรูดบัตรฯ

  • Step 7 : จากนั้นธนาคารเจ้าของเครื่องรูดบัตรฯ ก็จะจ่ายเงินให้กับร้านค้า และในขณะเดียวกันก็จะส่งรายการเรียกเก็บค่าสินค้านั้นต่อไปยังบริษัทบัตรเครดิต (VISA, MasterCard) เช่นเดียวกัน

  • Step 8 : บริษัทบัตรเครดิต (VISA, MasterCard) จะจ่ายเงินให้กับธนาคารเจ้าของเครื่องรูดบัตรฯ และส่งรายการเรียกเก็บเงินต่อไปยังสถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิต

  • Step 9 : สถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิตจะจ่ายเงินให้กับบริษัทบัตรเครดิต (VISA, MasterCard) และส่งรายการใช้จ่ายทั้งหมด หรือที่เรียกว่าใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิตมายังผู้ถือบัตรฯ เพื่อทำการเรียกเก็บเงิน และรอการจ่ายต่อไป

หลังจากได้ใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิตกันมาแล้ว ก็อย่าลืมหรือละเลยที่จะจ่ายค่าบัตรฯ ให้ตรงกำหนดเวลากันด้วยนะคะ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจ่ายเต็มจำนวนที่เรียกเก็บ เพื่อจะได้ไม่ก่อให้เกิดหนี้สิน และเป็นการสร้างเครดิตที่ดีให้กับตัวเราอีกด้วยค่ะ

แก้ไขล่าสุด : 26 พ.ค. 59
โดย
:
อัจฉราพรรณ สายตรง
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
ขอขอบคุณ : ภาพจากเว็บไซต์ของธนาคารกรุงเทพ, และข้อมูลบางส่วนจากเว็บไซต์ของวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด
 
  • สมัครออนไลน์
  • สมัครออนไลน์
  • สมัครออนไลน์
  • สมัครออนไลน์
  • สมัครออนไลน์
  • สมัครออนไลน์
  • สมัครออนไลน์
  • สมัครออนไลน์
  • สมัครออนไลน์
  • สมัครออนไลน์
 

ข้อมูลความรู้บัตรเครดิต/บัตรเดบิตล่าสุด