ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
ข้อมูลความรู้ : รถยนต์ใหม่

รู้ได้อย่างไรเมื่อลมยางรถยนต์อ่อน?

แก้ไขล่าสุด : 8 พ.ค. 62
เข้าดูทั้งหมด: 3,117 คน

รู้ได้อย่างไรเมื่อลมยางรถยนต์อ่อน?

รถยนต์ที่ใช้งานอยู่เป็นประจำนั้น ควรต้องเดินสำรวจดูสภาพยางอย่างน้อยก็เดือนละ 1 ครั้ง ว่ามาสภาพใช้งานได้หรือไม่ และเติมลมยางตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ ซึ่งบ่อยครั้งที่เห็นรถบนท้องถนนขับไปทั้งๆ ยางที่อ่อนหรือแบนจนแก้มยางปริล้อแม็กแทบติดพื้น แล้วถ้าผู้ขับไม่มีเวลาหรือว่าไม่สะดวกตรวจเช็ค จะมีวิธีสังเกตุอย่างไรบ้างว่ายางของรถยนต์ที่กำลังขับอยู่นั้นลมยางอ่อนจะได้รีบแวะเติมก่อนที่จะแบนแต๊ดแต๋

เติมลมยาง - ตามคู่มือรถ


เลขที่ระบุไว้ 29 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ทั้ง 4 ล้อเลย
ก่อนอื่นมาว่ากันตามหลักที่ถูกต้องสักเล็กน้อย ลมยางควรดูที่แผ่นแพลตส่วนมากมักติดอยู่ขอบข้างประตูคนขับ ซึ่งจะมีบอกตัวเลขแรงดันลมยางที่เป็นค่ามาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิตเอง นั่นคือ ยางจะต้องเป็นสเปคเดิมๆ หรือขนาดที่ใกล้เคียงเดิมจึงจะเติมตามตัวเลขที่ระบุนี้ได้อย่างถูกต้องตามหลัก และมีหน่อวยที่ใช้กันคือ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว หรืออาจเติมเผื่อเอาไว้เพิ่มอีก 1 - 2 ปอนด์ต่อตารางนิ้วกัน "ลืม" หากนานๆ เช็คที

วิธีสังเกตุ - ยางแบน


การสังเกตุนั้นมีหลายวิธี มีทั้งการดูด้วยตา การวัดลมยางด้วยเครื่องมือเช็คลมยาง หรือจากอาการของรถที่อาจเปลี่ยนไป ลองมาดูว่ามีวิธีอะไรกันบ้าง 

1. เดินรอบๆ ตัวรถดูว่าแก้มยางปริหรือแบนออกมามากเกินไปหรือไม่ 

2. หากลืมเดินวนรถก็ให้สังเกตุเวลาขับรถไปแล้วพวงมาลัยหนักผิดปกติหรือไม่ เช่น พวงมาลัยดึงไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ต้องใช้แรงขืนตลอดเวลา อาจเป็นไปได้ว่ายางฝั่งที่พวงมาลัยรถเอียงหรือเลี้ยวไปนั้นลมอ่อนเกินไป จึงทำให้หน่วงและล้อข้างที่แบนก็จะหมุนช้าลง จึงส่งผลให้พวงมาลัยดึงไปทิศทางนั้น ซึ่งอาจรู้สึกได้เฉพาะ 2 ล้อหน้า

3. ความสูงของรถไม่เท่ากัน หรือ รถเอียงไปทางใดทางหนึ่ง

4. เวลาเลี้ยวรถพวงมาลัยมักไม่ค่อยคืนกลับหรือมีอาการฝืด ต้องใช้มือช่วยหมุนกลับ น่าจะเป็นเพราะมีล้อข้างที่เลี้ยวแล้วไม่คืนนั้นลมยางอ่อนก็เป็นได้ เช่น เลี้ยวซ้ายแล้วเมื่อเข้าทางตรงพวงมาลัยหมุนกลับช้า เป็นต้น

5. รถอืดๆ เร่งไม่กระฉับกระเฉิงเหมือนเคย อาจเพราะลมยางอ่อนมากๆ ทำให้กินแรง และส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันอีกด้วย 

สำหรับ 5 ข้อวิธีสังเกตุอาการยางแบนนั้น เป็นการเช็คแบบคร่าวๆ ซึ่งอาการบางอย่าง เช่น พวงมาลัยหนัก หรือกินซ้าย-ขวา อาจมีผลจากชุดช่วงล่างมีความผิดปกติรวมอยู่ด้วยก็เป็นได้ จึงควรใช้การเดินวนดูสภาพยางรถยนต์จะดีกว่า และถ้ามีเวลาก็ขับรถเข้าปั้มหรือเมื่อต้องเติมน้ำมันและแถมด้วยตรวจเช็คแรงดันลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้งก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ 
แก้ไขล่าสุด : 8 พ.ค. 62
โดย
:
สินธนุ จำปีศรี
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
 

ข้อมูลความรู้รถใหม่ล่าสุด