ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
ข้อมูลความรู้ : รถยนต์ใหม่

เปิดประสบการณ์ขับสุดขอบฟ้า ขบวนรถยนต์มาสด้าล่าแสงเหนือ นอร์เวย์-สวีเดน

แก้ไขล่าสุด : 2 ต.ค. 61
เข้าดูทั้งหมด: 2,571 คน

เปิดประสบการณ์ขับสุดขอบฟ้า ขบวนรถยนต์มาสด้าล่าแสงเหนือ นอร์เวย์-สวีเดน

บริษัท มาสด้า เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเปิดประสบการณ์สุดยิ่งใหญ่อีกครั้งกับ Mazda Passion Drive to the New Horizon - เปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้ากับมาสด้า หลังจากเคยนำสื่อมวลชนเดินทางทดสอบรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร จากกรุงเทพไปไกลถึงประเทศมองโกเลีย, กิจกรรมมาสด้าสกายแอคทีฟอาเซียนคาราวานกับการเปิดประตูสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) ที่ใช้รถมาสด้ารุ่นผลิตในประเทศไทยหลายรุ่นขับไป รวมทั้งคาราวานมาสด้าตะลุยไซบีเรีย-รัสเซีย
ล่าสุดกับ มาสด้า พร้อมพาสื่อมวลชนเกือบ 50 ชีวิต รวมทั้งทีมงาน Car Guru Thailand by CheckRaka.com บินลัดฟ้าไปร่วมบันทึกการเดินทางเพื่อพิชิต "ดินแดนขั้วโลกเหนือ" กับบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ครั้งแรกของสื่อมวลชนไทย โดยยานพาหนะทริปนี้เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นจากโรงงานในประเทศไทยทั้งสิ้น ประกอบด้วย Mazda2, Mazda3 และ Mazda CX-5 แต่ล่าสุดด้วยความจำเป็นที่เรือบรรทุกรถจากไทยโดนพายุในช่วงที่ผ่านมาทำให้ต้องเสียเวลาในการเดินทางออกไปอีก จนไม่สามารถมาถึงจุดหมายได้ทันตามวันที่กำหนดไว้ ทางมาสด้า ประเทศไทยจึงประสานงานกับทางมาสด้า เดนมาร์ค ให้ช่วยเรื่องรถยนต์ จึงได้เป็นรุ่น CX-5 เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร สเปคเดียวกับเมืองไทยมาใช้ในการเดินทางครั้งนี้แทน

สำหรับเส้นทางทริปนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายของธรรมชาติ ภูมิประเทศอันสวยงาม และอากาศเย็นสุดขั้ว ท้าทายทั้งรถและคนขับ เราชาวมาสด้าจะนำท่านไปบนดินแดนที่หนาวเหน็บของขั้วโลกเหนือเพื่อพิชิตแสงเหนือ ความท้าทาย ความสนุกสนาน ตื่นเต้น และเร้าใจ กำลังจะเกิดขึ้นเตรียมหัวใจคุณให้พร้อมเดินทางจากมหานครกรุงเทพสู่กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย รวมระยะทางกว่า 6,000 กิโลเมตร โดยแบ่งการเดินทางเป็น 2 กลุ่ม 
กลุ่มแรก เดินทางจากเมืองไทยวันที่ 17 กันยายนนี้ โดยไปเริ่มขับกันที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก แล้วมุ่งหน้าไปประเทศสวีเดน ขับผ่านเมืองสต็อกโฮล์ม - เฮลซิงกิ - ควาปิโอ - โรวาเนียมี มาสิ้นสุดการเดินทางที่เมืองฮอนนิงสโวก ประเทศนอร์เวย์ เพื่อส่งต่อทริปให้กับกลุ่มสองซึ่งมีผู้เขียนตัวแทนจากทีมงาน Car GURU Thailand by CheckRaka.com ร่วมเดินทางไปด้วย
เส้นทางการขับของกลุ่มสอง นอร์เวย์-สวีเดน รวมระยะทางกว่า 3,300 กม. เริ่มจากคืนแรกสมาชิกรวมทั้งผู้เขียนเดินทางจากกรุงเทพฯ มาลงที่เมืองออสโล แล้วต่อสายการบินภายในประเทศขึ้นไปที่เมืองอัลตา จากนั้นก็ต้องต่อรถบัสไปเมืองฮอนนิงสโวก เมืองเล็กๆ ที่มีประชากรประมาณ 2,500 คน และที่นอร์ธเคปเราจะได้ลุ้นกับประสบการณ์แสงเหนือกันก่อน คืนแรกในนอร์เวย์เราจะพักกันที่โรงแรม Scandic Honningsvag พร้อมกับพบปะสมาชิกฯ กลุ่มแรกที่มาจบการเดินทางช่วงแรกที่เมืองนี้ โดยช่วงหัวค่ำมีกิจกรรมออกไปดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่ NorthCape พร้อมกัน ซึ่งที่นี่ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2450 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสแหลมเหนือ (NorthCape) ประเทศนอร์เวย์ ระหว่างที่พระองค์เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1 เพื่อผ่อนคลายพระราชภารกิจและรักษาตัวอยู่นั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จประพาสแหลมเหนือ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีทางรถยนต์ขึ้นถึง ต้องเสด็จโดยเรือและทรงปีนไปบนหน้าผา พร้อมทั้งทรงสลักพระปรมาภิไธย "จปร. 1907" ซึ่งเป็นปี ค.ศ.ที่เสด็จถึงไว้บนก้อนหิน ... ส่วนขบวนฯ จะเดินทางในวันรุ่งขึ้น
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสแหลมเหนือ ประเทศนอร์เวย์
วันที่ 1 : Honningsvag - Alta - Tromso ระยะทาง 520 กม.
วันแรกของการเดินทางของขบวนรถยนต์ Mazda Passion Drive to The New Horizon กลุ่มบี หลังจากเดินทางมาถึงวันก่อนได้ออกไปชมแสงเหนือที่นอร์ธเคปและโชคดีที่ได้เห็น รุ่งเช้าเราเดินทางจาก Honningsvag ขับลงมาที่เมือง Alta เป็นระยะทาง 200 กม. มีฝนโปรยปรายกันมาตลอดทาง อุณหภูมิอยู่ที่ 7-8 องศา เส้นทางรอบข้างมีเขากับธารน้ำเป็นส่วนใหญ่ภูมิประเทศตอนเหนือดูเวิ้งว้าง บ้านส่วนใหญ่ตามเขามักรกร้าง

ปั๊มน้ำมันระหว่างทางมีมินิมาร์ทที่ขายของสารพัดครอบคลุมนักเดินทาง และชาวเมือง เช่น หมวกกันน็อคโมโตครอส แต่คงไว้ขี่กับพวก ATV และสโนวโมบิล ที่อีกไม่นานจะเข้าฤดูหนาว หิมะก็จะตามมา การเดินทางด้วยรถยนต์ Mazda CX-5 เวอร์ชันยุโรป เครื่องยนต์ดีเซล ภายในมีเบาะทำความร้อนทุกตำแหน่ง รวมทั้งพวงมาลัยให้ความสะดวกสบายมาก
มื้อกลางวันขบวนฯ แวะกินพิซซ่าบุฟเฟ่ต์ในเมืองอัลต้า ได้เจอสมาชิกกลุ่มเอที่จะต้องแยกบินไปออสโลวันนี้ หลังเสร็จภารกิจแรกที่ขับจากโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก สู่ฮอนนิงสโวก ประเทศนอร์เวย์


ช่วงบ่าย ทีมงานได้สลับมาขับบ้าง ไม่ง่ายเลยที่ต้องปรับตัวไปขับรถพวงมาลัยซ้ายและขับชิดขวา การเดินทางอีกเกือบสี่ร้อยกว่ากิโลเมตรโดนคุมด้วยสปีดลิมิตตลอด แถมความง่วงก็มาทักทายเป็นระยะ ช่วงเย็นฝนก็ตกลงมาให้รู้สึกหนาวเหน็บมากยิ่งขึ้น วันนี้ได้เห็นภูเขาที่เริ่มมีหิมะปกคลุมไปตลอดเส้นทางในหลายๆ ช่วง ขบวนฯ มาถึง Tromso เมืองท่องเที่ยวที่ใหญ่ และมีความเจริญแตกต่างไปจาก Honningsvag คนละเรื่อง เรามาถึงตอนสามทุ่ม เข้าโรงแรมทานมื้อเย็น (ค่ำ) และพักผ่อนก่อนเดินทางข้ามไปสวีเดนในวันรุ่งขึ้น

วันที่ 2 : Tromso - Lulea ระยะทาง 663 กม.

การเดินทางในวันที่ 2 ในรถ Mazda ออกสตาร์ทจากเมืองทรอมโซ ประเทศนอร์เวย์ ปลายทางวันนี้ที่สวีเดน ขบวนฯ ใช้เส้นทางเข้าตรงฟินแลนด์ ขับตามถนนสาย E8 (europavei8) แวะเติมน้ำมันระหว่างทาง สัมผัสบรรยากาศฟินแลนด์สั้นๆ ไม่นานก็เข้าประเทศสวีเดนแบบขับผ่านไปเลย ประเทศในแถบสแกนดิเนเวียนี่สามารถขับผ่านกันเหมือนข้ามเมืองปกติ
บรรยากาศสองข้างทางในแถบชนบทของประเทศสวีเดน ดูมีสีสัน คนที่นี่ใช้รถวอลโว่เยอะมาก ขบวนมาพักรับประทานอาหารกลางวันกันที่ Aurora Mountain Lodge รีสอร์ทบ้านๆ สไตล์คันทรี 
ขบวน CX-5 วิ่งทางชนบทมาตลอด บรรยากาศคันทรีไซด์แตกต่างจากฝั่งนอร์เวย์ ต้นไม้ ทะเลสาป ดูสวย อบอุ่น เป็นครึ่งวันแห่งการเดินทางอย่างแท้จริง ขบวนฯ มาถึงเมืองลูเลียตอน 1 ทุ่ม บรรยากาศเหมือนยุโรปยุคเก่า สวยงามมาก โรงแรมก็ยุคเก่า ดูมีประวัติศาสตร์ดี ส่วนพรุ่งนี้ต้องขับกลับไปที่นอร์เวย์ ลุยกันอีกกว่า 900 กิโลเมตร



วันที่ 3 : Lulea - Trondheim ระยะทาง 900 กม. 

การเดินทางในวันนี้ เป็นการเดินทางจากประเทศสวีเดนกลับไปยังประเทศนอร์เวย์ เป็นวันแห่งการเดินทางไกลที่สุดของทริปนี้ เราขับออกจากโรงแรมในลูเลีย ประมาณ 7.30 น. วิวในสวีเดนตอนเหนือดูอบอุ่นกว่าฝั่งนอร์เวย์ สองข้างทางถนนเมืองเล็กๆ ดูอบอุ่น ภาพที่เห็นบางช่วงคล้ายจังหวัดตอนเหนือของไทย นั่งในรถนี่นึกว่าข้างนอก 25 องศาได้ แต่จริงๆ แล้วอุณหภูมิอยู่ช่วงประมาณ 8 - 12 องศาเลยทีเดียว
ขบวนฯ แวะทานมื้อกลางวันร้านอาหารไทยที่เมืองเล็กๆ อย่าง เอิร์นเชิลส์วีก เจ้าของรวมไปถึงพนักงานเป็นคนไทยทั้งหมด คุณเปิ้ล เจ้าของร้านคนกรุงเทพฯ บินมาตั้งรกรากที่สวีเดนนานกว่า 20 ปี แต่ก็ย้ายจากสต็อคโฮล์มเมืองใหญ่มาอยู่ลูเลียได้เพียงไม่กี่ปี เธอบอกคนไทยที่เมืองนี้มีอยู่หลายร้อยคน เลยพูดถึงกะเพราเนื้อเมื่อตอนกลางวัน เพราะสงสัยว่ามันไม่มีใบกะเพราเลย มีแต่พริกหยวกและหัวหอม คุณเปิ้ลบอกว่าใบกะเพราที่นี่แพงมาก ใส่แค่พอให้มีกลิ่น เห็นแบบนี้แล้วไข่เจียวเลยจัดว่าเป็นอาหารที่ใกล้เคียงกับเมืองไทยมากที่สุด


เราเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข E14 ยาวสู่ที่ราบสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อข้ามแดนกลับไปนอร์เวย์ จนถึงเวลา 18.15 น. เราอยู่ห่างจากทรอนด์ไฮม์ นอร์เวย์ ปลายทางอีก 260 กม. ขับกันมาแล้ว 640 กม. ยิ่งใกล้อุณหภูมิยิ่งลดลงไปเรื่อยๆ จนแตะ -1 องศา และช่วงพักขบวนฯ บนเขาหิมะก็เริ่มโปรยปรายลงมา และตกมากขึ้นส่งเราจนพ้นแผ่นดินสวีเดนหิมะก็หายไป เข้านอร์เวย์อุณหภูมิเริ่มอุ่นขึ้น แต่ก็ยังเป็นเลขตัวเดียว ท่ามกลางความมืด เรามาถึงเมืองทรอนด์ไฮม์เวลาประมาณ 22.00 น. พักร่างเพื่อเดินทางลงไปไลน์แคงเกอร์ และจะได้ผ่านเส้นทางสวยระดับโลกอย่าง Atlantic Ocean Road







วันที่ 4 : Trondheim - Atlantic Road - Leikanger ระยะทาง 580 กม.

จากทรอนด์ไฮม์สู่ถนนแคบและคดเคี้ยวของแอลป์ เราออกเดินทางออกจากทรอนด์ไฮม์ในช่วงสาย วันนี้ต้องเดินทางกว่า 600 กิโลเมตร แถมยังมีฝนตกตั้งแต่เช้า เส้นทางส่วนใหญ่เป็นถนนสายรอง และเส้นทางชนบททำให้ต้องใช้เรือเฟอร์รี่พาข้ามฝั่งหลายครั้ง เพราะถนนด้านตะวันตกขนานกับมหาสมุทร ทำให้ช่วงแผ่นดินมักแยกเป็นเกาะเล็กน้อยใหญ่ มีจุดเชื่อมสำคัญที่เป็นถนนชื่อดังระดับโลกก็คือ Atlantic Ocean Road เราไม่พลาดที่จะแวะชมและบันทึกภาพ แต่ฝนยังคงตกต่อเนื่อง และลมแรงมาก



ขบวนฯ มาแวะพักทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารไทยในเมืองโมลเด ตกบ่ายยังต้องอาศัยเรือเฟอร์รี่ข้ามฝั่งกันอีกครั้ง จนมาถึงถนนเข้าสู่เส้นทางแอลป์ของประเทศนอร์เวย์ ถนนหนทางสวยมาก แต่ก็เริ่มขับยากขึ้น เพราะถนนแคบและคดเคี้ยว แถมยังมีลมจากมหาสมุทรพัดเข้ามาแรงตลอดทาง เราขับบนเส้นทางจากแอลป์ผ่านหลายเมืองเล็กที่สวยงาม แต่ก็ขับลำบากมากเข้าไปอีกเมื่อตะวันตกดิน เพราะนอกจากถนนที่แคบสองเลนสวนกัน และยังไม่มีไหล่ทาง แล้วส่วนใหญ่ไฟถนนก็ไม่มี การขับรถพวงมาลัยซ้ายทำให้การกะระยะยากขึ้นด้วย แต่ขบวนรถยนต์มาสด้า ก็ผ่านไปได้ปลอดภัยทุกคัน จนมาถึงที่พักตอน 22.30 น. จบวันที่ขับจนเหนื่อยล้า เตรียมพักเพื่อเดินทางต่อไปเมืองแบอร์เกน ในวันรุ่งขึ้น






วันที่ 5 : Leikanger - Flam - Bergen ระยะทาง 280 กม. 

วันนี้เราเริ่มจากเมืองไลแคงเกอร์ ขับสู่เบอร์เกน ด้วยระยะทางที่สั้นเพียง 280 กม. ไม่ไกลมาก เลยมีเวลาไปแวะสัญจรทางเรือชมธรรมชาติแถวฟลัม เส้นทางน้ำที่น่าทึ่งกับบ้านเรือนตามเขาสองข้างทางที่ไร้ทางถนนเข้าถึง นอกจากใช้เรือ อากาศยังมีฝนตกสลับหยุดนิ่งทั้งวัน 



เดินทางไม่ไกลเลยมาถึงเบอร์เกนก่อนพระอาทิตย์ตกดิน สมาชิกมีเวลาชมเมืองกันบ้าง ได้เดินสำรวจเมืองจริงๆ เป็นวันแรก ปริมาณรถช่วงเย็นในเมืองเยอะพอควร เมืองนี้เริ่มเห็นคนใช้มอเตอร์ไซค์กันมากขึ้น อาหารมื้อหลักยังคงเป็นปลา เริ่มคิดถึงอาหารไทยมากขึ้นทุกวัน อย่างไรก็ตามร้านค้าต่างๆ ปิดตัวไปตั้งแต่ช่วงเย็น ทำให้ผู้มาเยือยอย่างเราได้แต่เดินสำรวจเมืองเล่น ก่อนเข้าที่พักเตรียมตัวขับไปออสโลปิดทริป




วันที่ 6 :  Bergen - Oslo ระยะทาง 460 กม.   

การเดินทางไปพร้อมกับ Mazda CX-5 วันสุดท้าย เราอำลาเมืองเบอร์เกนเพื่อเข้าสู่เมืองหลวงออสโล โดยใช้ทางหลวง E16 ตัดเข้าสู่ทางหมายเลข 13 จากนั้นต่อเข้าหมายเลข 7 เส้นทางที่ทอดผ่านอุทยานแห่งชาติของนอร์เวย์ เป็นเส้นทางชันขึ้นเขา ซึ่งเราได้เจอกับฝนและอุณหภูมิที่ลดต่ำ จนเริ่มมีน้ำแข็งเกาะกระจก และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นกับขบวนฯ


และในที่สุดขบวนฯ ก็เจอกับหิมะที่ตกโปรยปรายลงมา และมากขึ้นตามระดับความสูง ด้วยยางเรเดียลเกรดใช้งานทั่วไปของ Mazda CX-5 ทำให้ต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัย ระหว่างทางพบเจ้าหน้าที่กำลังกู้รถที่มีระบบควอทโทรหลุดจากถนนไปอยู่ข้างทาง ขบวนฯ มาเรื่อยๆ จนถึงจุดจอดพักกลางวันที่ร้านอาหารในเขต geilo ช่วงเวลานั้นหิมะตกหนักจนทุกอย่างขาวโพลนไปหมด หลังเสร็จมื้อกลางวัน เราออกมาเจอกับหิมะต่อ 



แต่พอขับลงไปเกือบครึ่งทาง หิมะก็เริ่มจางหาย จนถึงพื้นราบก็มีแสงแดดเข้ามาแทนที่ ส่องสว่างส่งเราเข้าออสโล จบทริป "Mazda drive to the new horizon" สมบูรณ์แบบกับระยะทางรวมจากเมืองฮอนนิงสโวกเมื่อวันแรกทั้งหมด 3,700 กิโลเมตร ได้เห็นทั้งแสงเหนือและหิมะที่ไม่ได้คาดว่าจะเจอ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ บทพิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์มาสด้าที่สามารถนำพาสมาชิกเดินทางโดยปลอดภัย ให้ความสะดวกสบาย และมั่นใจกับการใช้งานหนักต่อเนื่องหลายวัน



วันที่ 7 : Oslo - Bangkok

การเดินทางสิ้นสุดไปเมื่อวาน เช้าแรกที่ออสโลสำหรับสมาชิก เป็นช่วงเวลาฟรีไทม์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ออกทัวร์เมือง ดูชีวิตคนเมืองในวันทำงาน แม้เป็นเมืองหลวงแต่ตรงจุดที่พักอย่าง Oslo Central Station ก็ไม่ได้วุ่นวายเหมือนเมืองหลวงใหญ่ทั่วไป ระบบขนส่งที่น่าสนใจคือ รถราง (Tram) ซึ่งให้บริการครอบคลุม ผู้คนใช้รถส่วนตัวน้อยมาก ถ้าไม่ใช้รถรางก็เดิน กับปั่นจักรยาน นอกจากผู้คนที่ดูไม่วุ่นวายแล้ว ยังรวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่แทบจะหาไม่ได้เลย ยิ่งเป็นทัวร์กลุ่มนี่ไม่มีให้เห็น ส่วนหนึ่งเพราะค่าครองชีพที่นี่สูงมาก เราใช้เวลากับเมืองถึงเวลา 10.30 น. ก็ต้องลาจากออสโลมุ่งไปสนามบินเพื่อเตรียมตัวบินกลับเมืองไทยในช่วงบ่าย สำหรับการเดินทางครั้งนี้นับเป็นทริปที่เข้าถึงการขับสุดท้าทายบนเส้นทางโซนขั้วโลกเหนือโดยรถยนต์มาสด้าอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นค่ายรถยนต์เจ้าแรกที่กล้าแตกต่างพร้อมนำขบวนสื่อไปเผชิญทุกความท้าทาย นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นจากเมืองฮอนนิงสวัคจนวันสุดท้ายที่ออสโลผ่าน 3 ประเทศ นอร์เวย์, ฟินแลนด์ และสวีเดน 




ขอขอบคุณ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด ที่ให้เกียรติ ทีมงานเช็คราคา.คอม และ เพจ Car Guru Thailand by CheckRaka.com ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางสุดพิเศษ Mazda Passion Drive to the New Horizon - เปิดประสบการณ์สุดขอบฟ้ากับมาสด้า ในครั้งนี้ 
แก้ไขล่าสุด : 2 ต.ค. 61
โดย
:
ชลัคร ช่วยชู
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
 

ข้อมูลความรู้รถใหม่ล่าสุด