ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
ข้อมูลความรู้ : รถยนต์ใหม่

บินไกลไปพิสูจน์สมรรถนะ "รถกระบะ Chevrolet Colorado" พร้อมรถในเครือ GM ที่ออสเตรเลีย

แก้ไขล่าสุด : 26 ก.ย. 61
เข้าดูทั้งหมด: 4,703 คน

บินไกลไปพิสูจน์สมรรถนะ "รถกระบะ Chevrolet Colorado" พร้อมรถในเครือ GM ที่ออสเตรเลีย 

รถกระบะ Chevrolet Colorado และ รถอเนกประสงค์ Chevrolet Trailblazer ทำตลาดในประเทศไทย ภายใต้การดูแลของ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ผ่านรถทั้ง 2 รุ่น ได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไทยเป็นอย่างดี จนมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ ออกมาตอบรับความต้องการของตลาดอยู่เสมอๆ เพื่อพิสูจน์ถึงสมรรถนะ และประสิทธิภาพของรถทั้ง 2 รุ่นให้มากขึ้น ช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) และ เจนเนอรัล มอเตอร์ส เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เชิญสื่อมวลชนร่วมเดินทางบินไปสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยได้รับความร่วมมือจาก เจนเนอรัล มอเตอร์ส โฮลเด้น ประเทศออสเตรเลีย คอยรับรองการเดินทางในครั้งนี้ ซึ่งสื่อมวลชนที่ได้รับเชิญไปร่วมกิจกรรมในครั้งนี้เป็นสื่อมวลชนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมดประมาณ 16 คน โดยเป็นสื่อมวลชนจากไทย, เวียดนาม และฟิลิปปินส์ 

กิจกรรม Cherolet VS Outback ในครั้งนี้ได้แบ่งออกเป็น 3 ช่วง สำคัญๆ ในช่วงแรกเป็นการเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์พิเศษๆ และรับฟังข้อมูลเชิงลึก จาก GM Design Center ที่ตั้งอยู่ใน Port Melbourne ช่วงที่ 2 เป็นการทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ในเครือ GM ซึ่งมีทั้งรุ่นที่ไม่ได้ทำตลาดในประเทศไทย และรุ่นที่มีจำหน่ายในประเทศไทย ที่ GM Holden Proving Ground ในเมือง Lang Lang รัฐ Victoria ช่วงที่ 3 เป็นไฮไลท์สำคัญกับการเดินทางไปกับ Colorado และ Trailblazer ในการขับขี่ตะลุยในเขตชนบทที่ห่างไกล (Australian Outback) เป็นเวลา 3 วัน ในรัฐ South Australia (Colorado และ Trailblazer ในประเทศออสเตรเลียจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Holden, ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำหน่ายภายใต้แบรนด์ Chevrolet) เพื่อพิสูจน์ว่ารถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานที่ไทย ในจังหวัดระยอง มีสมรรถนะทนทานต่อการใช้งานได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นสภาพถนนไหนๆ ก็ตาม      

สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ และรับฟังข้อมูลเชิงลึกจาก GM Design Center


เริ่มต้นการเดินทางในครั้งนี้ด้วยการไปสัมผัสประบการณ์พิเศษ จากการเยี่ยมชม และรับฟังข้อมูลจากฝ่ายวิศวกรรม และออกแบบผลิตภัณฑ์ของ GM Asia Pacific ที่รับผิดชอบดูแลด้านการออกแบบและด้านวิศวกรรมสำหรับผลิตภัณฑ์ในตลาดต่างๆ ของ GM ไม่เพียงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังรวมถึงตลาด GM ทั่วโลก

 Mr.Richard Ferlazzo ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการออกแบบของ GM-Holden Design Center
GM Design Center ศูนย์แห่งนี้เป็นศูนย์ออกแบบระดับโลก ก่อตั้งขึ้นในปี 1946 ตั้งอยู่ที่ Port Melbourne มีหน้าที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ ค้นคว้าและวิจัยสำหรับรถยนต์ในอนาคต รวมถึงออกแบบและสร้างรถยนต์ต้นแบบของ GM เพื่อจัดแสดงตามงานแสดงรถยนต์ต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Chevrolet, GMC, Cadillac, Buick และ Holden โดยศูนย์ออกแบบแห่งนี้เป็นหนึ่งในศูนย์ออกแบบทั่วโลกของ GM ที่ตั้งอยู่นอกอเมริกาเหนือ ซึ่งนอกจากนี้ก็จะมีที่ เซียงไฮ้ ประทศจีน และโซล ประเทศเกาหลีใต้ แต่เป็นเพียงศูนย์ออกแบบเดียวนอกอเมริกาที่ออกแบบรถต้นแบบ ซึ่งผลงานเด่นๆ ที่เพิ่งผ่านไปก็คือการสร้างรถต้นแบบ Colorado Xtream ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน Bangkok International Motor Show ในปี 2016 และ Buick Avenir ที่นำไปจัดแสดงในงาน Detroit Auto Show 2015 ที่ผ่านมาด้วย โดยอยู่ภายใต้การดูแลของ Mr.Richard Ferlazzo ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการออกแบบของ GM-Holden Design Center (น่าเสียดายที่ห้ามถ่ายภาพในบางส่วน และข้อมูลบางส่วนก็ไม่สามารถนำมาเผยแพร่ได้เนื่องจากเป็นความลับ) แต่ภายในปี 2023 จะมีรถของภายใต้เครือ GM ที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด ฯลฯ อีกมากหมายหลายรุ่น (ประมาณ 15-20 รุ่น) ที่กำลังพัฒนาและดีไซน์เพื่อให้ทันกำหนดการดังกล่าว

Colorado Xtream 

Hurricane Concept ปี 1969 ได้รับการบูรณะให้กลับมาสวยงามดังเดิม

EFIKY Concept ปี 2005 ใช้เครื่องยนต์ 6 ลิตร Supercharged V8 

Camaro Convertible Concept


ทดสอบสมรรถนะ Colorado, Trailblazer และรถในเครือที่ GM Holden Proving Ground

สนามทดสอบรถ GM Holden Proving Ground ตั้งอยู่ที่เมือง Lang Lang รัฐ Victoria เป็นสนามทดสอบรถยนต์ที่ตั้งขึ้นในปี 1957 โดยเป็นศูนย์ทดสอบ และพัฒนารถยนต์แห่งแรกของออสเตรเลีย มีพื้นที่ทั้งหมด 2,200 เอเคอร์ พร้อมเส้นทางทดสอบรถระยะทาง 44 กม. สนามทดสอบรถขนาดใหญ่รูปชามอ่างมีระยะทางประมาณ 4.7 กม. ได้รับการออกแบบมาสำหรับทดสอบสมรรถนะด้านต่างๆ ด้วยการขับขี่ความเร็วสูง โดยโค้งในสนามออกแบบมาเพื่อรับแรงแหวี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างปลอดภัย สามารถปล่อยมือจากพวงมาลัยได้โดยไม่เกิดอันตราย นอกจากนี้ยังมีสภาพสนามทดสบการใช้งานอย่างหนักหน่วง จำลองการใช้งานแบบต่างๆ ทั้งทางเรียบ และทางฝุ่น ทางลาดชัน ขึ้น/ลง เขา รวมไปถึง Skid Pad ซึ่งเป็นพื้นคอนกรีตรูปทางกลมรัศมี 98 ม. เพื่อทดสอบการยึดเกาะถนน การควบคุมบังคับรถ ระบบรองรับและยาง บนสภาพพื้นผิวแห้งและเปียก สนามทดสอบเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนบนพื้นถนนเรียบเป็นระยะทางเกือบ 2 กม. 

สนามทดสอบรถยนต์ GM Holden Proving Ground ในเมือง Lang Lang รัฐ Victoria
โดยสนามทดสอบระดับโลกแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานใหญ่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 95 กม. หลังจากรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับสนามและรูปแบบการทดสอบก็เริ่มกิจกรรมกันเลย เป็นการทดสอบสมรรถนะของรถกระบะ Colorado (ในประเทศออสเตรเลียจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Holden, ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำหน่ายภายใต้แบรนด์ Chevrolet) และรถยนต์รุ่นอีกหลากหลายรุ่นในเครือ GM ที่สนามทดสอบรถแห่งนี้ และผ่านการทดสอบรถรุ่นต่างๆ ของ Chevrolet, Holden และรถในเครือ GM มากว่า 60 ปี  โดยการทดสอบ และทดลองขับในครั้งนี้มีรายละเอียด ดังนี้ 
ทดสอบการขับแบบ Motorkhana แบบวนลูป

ด่านแรกที่สื่อมวลชนไทยได้สัมผัสก็คือการขับขี่ในแบบ Motorkhana โดยรอบแรกจะมีทีมงานของทางสนามขับพาดูไลน์พร้อมแนะนำการขับขี่ให้ก่อนหนึ่งรอบหลังจากนั้นก็จะให้สื่อแต่ละท่านได้ขับกันคนละ 2 รอบ สำหรับรถที่ใช้ในการทดสอบขับสเตชั่นนี้ เป็น Holden Commondore รุ่น RSV ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 ขนาด 3.6 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ AWD โดยในสเตชั่นนี้จะมีทั้งการขับขี่หลายแบบทั้งสลาลอม ที่ใช้ความเร็วประมาณ 50-60 กม./ชม. ต่อด้วยเลนเชนจ์ที่ต้องหักหลบเปลี่ยนช่องทางกระทันหัน ปิดท้ายด้วยยูเทิร์น แล้วย้อนกลับมาวิ่งเส้นทางเดิมเพื่อจบสถานีทดสอบ ก็เพื่อให้สัมผัสกับการควบคุมรถ, พละกำลังจากเครื่องยนต์ รวมถึงการตอบสนองของช่วงล่างที่น่าประทับใจ 

เยี่ยมชมห้องปฎิบัติการตรวจวัดมลพิษจากยานพาหนะ (Emissions Lab Tour)

สถานีต่อมาคือห้องทดสอบตรวจวัดมลพิษของรถยนต์ไม่เพียง Chevrolet, Holden, Cadillac และ GMC ยังรวมถึงรถยนต์แบรนด์ต่างๆ ในเครือ GM ด้วย โดยห้องทดลองแห่งนี้จะทำการทดสอบรถยนต์ที่จะจำหน่ายทั้งในอเมริกาเหนือ, ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศที่รถของ GM ถูกส่งไปจำหน่าย โดยห้องทดสอบแห่งนี้ รองรับได้หลากหลายทั้งรถยนต์เบนซิน และดีเซล รองรับตั้งแต่มาตรฐาน Euro 4,5 และ 6 มีทั้งไดโน่สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อน 2 ล้อ ไปจนถึงขับเคลื่อน 4 ล้อ และยังมีห้องปฎิบัติการที่จะควบคุมอุณหภูมิเพื่อตรวจสอบการทำงานของรถยนต์รุ่นนั้นๆ ได้อย่างเข้มงวด ไปจนถึงห้องที่จะตรวจเช็คปริมาณการระเหยของน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะส่งผลต่อสภาพอากาศของโลกได้อีกด้วย เรียกว่ารถทุกรุ่นที่จะผ่านออกไปสู่การจำหน่ายจริงในตลาดต่างๆ ของ GM นั้นจะต้องได้รับการทดสอบอย่างเข้มงวดจากห้องทดสอบแห่งนี้แน่นอน

ห้องปฎิบัติการตรวจวัดมลพิษ ต้องนั่งรถไปอีกอาคารนึงเพื่อเยี่ยมชม ซึ่งถูกปิดเป็นความลับเลยไม่มีภาพภายมาฝากมากนัก

และภายในห้องปฎิบัติการตรวจวัดมลพิษแห่งนี้ยังมีห้องทดสอบการปล่อยไอระเหยของน้ำมันเชื้อเพลิงหรือสิ่งต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดมลพิษในชั้นบรรยากาศ โดยจะเป็นห้องปิดตายสามารถควบคุมตัวแปรต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ น้ำมันเชื้อเพลิง แล้วก็เข้าสู่กระบวนการทดสอบถ้าเกินค่ามาตรฐานก็ต้องปรับปรุงใหม่แล้วค่อยทดสอบซ้ำจนกว่าจะผ่านเกณฑ์ แต่ถ้าผ่านเกณฑ์แล้วรถชุดนั้นๆ ก็พร้อมจะส่งไปยังผู้บริโภคตามภูมิภาคต่างๆ ต่อไป
ทดลองขับในแบบเส้นทางออฟโรด

หลังจากเดินชมห้องปฎิบัติการตรวจวัดมลพิษกันแล้วก็ กลับมาสู่การขับขี่อีกครั้ง โดยเปลี่ยนไปขับ Holden Colorado ในสนามขับออฟโรด ที่ได้จำลองสภาพเส้นทางที่อาจจะพบเจอได้ในธรรมชาติของอสเตรเลีย และสัมผัสกับสมรรถนะของ Colorado และเครื่องยนต์ Duramax ได้อย่างเต็มที่โดยมีเจ้าหน้าที่ของทาง GM Holden Proving Ground คอยให้คำแนะนำอยู่ตลอดเส้นทาง

สถานีต่างๆ ในเส้นทางนี้ก็จะมีทั้ง เนินสลับ, ลุยบ่อน้ำ, ข้ามเนินสูง ฯลฯ ซึ่งสำหรับสื่อมวลชนไทยก็ไม่ยากกับเส้นทางนี้เพราะคุ้นเคยกับ Colorado ที่จำหน่ายในเมืองไทยมาแล้วเป็นอย่างดี กับการทดสอบรูปแบบออฟโรด บริษัทรถยนต์ในไทยก็ได้มีการจัดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ด้วยความเร็วสูงนสนามแบบ High-Speed Bowl Track Drive

หลังจากผ่าน 3 สถานีที่ต้องมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใน GM Holden Proving Ground แล้วทางทีมงานก็จัดให้ได้ทดลองนั่งในสนามทดสอบความเร็วสูง (เสียดายที่ฝนลงเม็ดเลยยกเลิกการให้ขับเองเป็นนั่งไปกับทีมงานแทน) สำหรับทีมงานเช็คราคา.คอม ได้นั่งในรถ Holden Colorado และ Holden Commondore ด้วยรูปแบบสนามและความพร้อมของตัวรถทำให้สถานีนี้สื่อมวลชนแต่ละคนได้รับประสบการณ์สุดประทับใจ ไฮไลท์อยู่ที่ด้วยรูปแบบสนามกับความเร็วที่เหมาะสมผู้ขับสามารถปล่อยมือให้รถวิ่งไปตามทางโค้งขอบชามได้โดยความเร็วสูงสุดที่สัมผัสได้คือ 230 กม./ชม. ในรถ Commondore
สัมผัสประสบการณ์ขับขี่สุดพิเศษ : Colorado SuperUTES Series, Colorado Sport Cat+


อีกประสบการณ์ที่จะลืมไม่ได้เลยจากการได้มาเยือนสนามทดสอบรถยนต์ GM Holden Proving Ground แห่งนี้ก็คือ การได้ลองนั่งในรถแข่ง Holden Colorado ที่ใช้ทำการแข่งขันจริงในการแข่งขันรายการ SUPERUTES SERIES ของทีม ACDELCO Racing ซึ่งเป็นรถหมายเลข 18 ของ Thomas Gasperak ใช้เครื่องยนต์ ดีเซล เทอร์โบ ควบคุมด้วยกล่อง ECU Motec พร้อมปรับแต่งให้เป็นไปตามกติกาการแข่งขัน รถคันนี้ให้กำลังถึง 340 แรงม้า แรงบิด 670 นิวตัน-เมตร ซึ่งทางทีมแข่งก็จัดเต็มให้กับบรรดาสื่อมวลชนได้ลองนั่งกันคนละ 1 รอบ เรียกว่าเรียกอะดีนาลีนได้เต็มๆ กันเลยทีเดียว 


ไฮไลท์สุดท้ายกับการได้ทดลองขับ Colorado รุ่นพิเศษนั่นก็คือ Holden Colorado Sports Cat+ ที่ได้รับการพัฒนาโดย HSV (Holden Special Vehicle) ซึ่่งเป็นพันธมิตรกับ GM มากว่า 30 ปี ตัวรถรุ่นนี้เรียกว่าได้รับการปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถตอบสนองการขับขี่ได้ดีทั้งในเส้นทางออนโรดและออฟโรด

ช่วงล่างเปลี่ยนไปใช้ SupaShock แบบซับแทงค์ เบรกเป็นแบบ 4 พอท มาแบบหล่อๆ ด้วยชุดพาร์ทตกแต่งรอบคัน รวมถึงล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว กับยาง 285/60R18 น่าเสียดายที่รถรุ่นนี้ตอนนี้มีจำหน่ายแต่ในประเทศออสเตรเลียเท่านั้นกำลังอยู่ในช่วงการศึกษาตลาดทำให้ยังไม่มีแผนที่จะนำไปจำหน่ายในเซาท์อีสเอเชียในเร็วๆ นี้ แต่ก็อยากช่วยลุ้นให้ผู้บริหาร Chevrolet ไทย ตัดสินใจเอาเข้ามาขาย เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนแมวป่าตัวนี้ก็หล่อไปหมดจริงๆ

เดินทางเพื่อทดสอบสมรรถนะ Colorado และ Trailblazer ในเขตชนบท Australian Outback

ไฮไลท์สำคัญของการเดินทางในครั้งนี้คงจะไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าการได้ขับ Colorado และ Trailblazer ในพื้นที่ชนบทของออสเตรเลีย หรือที่เรียกกันวา Australian Outback โดยพื้นที่ๆ ได้ไปขับกันนี้อยู่ในเขตรัฐ South Australia เพื่อไปยัง พื้นที่อนุรักษ์ Breakaways Conservation Prak แวะชม The Dog Fence, ทะเลทราย Painted และเหมืองแร่โอปอล Tom's working opal mine โดยแบ่งออกเป็น 3 วัน สำหรับการเดินทางในเส้นทางออฟโรด
Outback Day 1 : Breakaways Conservation Park-The Dog Fence-Coober Pedy

ก่อนที่จะถึงการขับขี่ Colorado และ Trailblazer ในเมือง Coober Pedy นั้น จะต้องออกเดินทางด้วยเครื่องบินจากเมือง Melbourne ที่ตั้งอยู่ในรัฐ Victoria เพื่อไปยัง เมือง Adelaide ในรัฐ South Australia ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในรัฐนี้ และถือเป็นเมืองใหญ่อันดับ 5 ของประเทศฯ ก่อนจะต่อเครื่องต่อไปอีกจึงจะถึงเมือง Coober Pedy เมืองแห่งเหมืองโอปอล ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่แท้จริง เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ทันทีที่ลงเครื่องมาก็จะเห็นกับ Colorado และ Trailblazer ที่จะใช้ในการเดินทางครั้งนี้จอดรออยู่

ก่อนจะออกเดินทางทีมงาน GM Holden ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ดูแลการเดินทางในครั้งนี้ก็ได้มีการเรียกรับฟังกติกาการเดินทางร่วมกัน และข้อควรระวังในพื้นที่ Australia Outback ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อความปลอดภัย ซึ่งการขับขี่ที่ประเทศออสเตรเลียนั้นไม่ยากเพราะใช้พวงมาลัยขวาเหมือนกัน แต่ต้องระวังฝุ่นทราย, การเว้นระยะคันหน้า, คอยมองไฟหน้าคันหลังเพื่อกันการพลัดหลงเวลาทางแยกต่างๆ, อันตรายจากหินดีด, ความปลอดภัยกจาการชะลอความเร็วและชิดซ้ายเวลาเจอรถสวน และที่จะลืมไม่ได้คือต้องคอยระวังสัตว์ท้องถิ่นที่จะข้ามถนนให้มากหน่อยเพื่อความปลอดภัยของขบวนคาราวาน 
 
หลังจากรับฟังบรีฟการเดินทางแล้วก็ได้เวลาแบ่งกลุ่ม โดยรถ 1 คันจะมีสื่อมวลชน 3 คน นั่งรวมกับเจ้าหน้าที่ของ GM 1 คน โดยรถของทีมงานเช็คราคา.คอม ได้นั่งร่วมกับ Mr.Sean Poppit ผู้อำนวยการฝ่ายการสื่อสาร GM เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมเดินทางไปด้วย หลังจากวิ่งออกจากสนามบินเมือง Coober Pedy ไม่นาน ก็เจอกับสภาพถนนที่เป็นทางฝุ่น



ใช้เวลาไม่นานก็ถึงจุดหมายแรกของการเดินทางที่ Breakaways Conservation Park พื้นที่อนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่า และพันธ์พืช ที่มีอาณาเขตกว่า 15,000 เอเคอร์ เป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด อาทิ จิงโจ้แดง (ซึ่งเป็นจิงโจ้ขนาดกลาง), อีคิดนา (ตัวกินมดหนาม) และ หนูแฟตเทล (สัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องจำพวกจิงโจ้)

พื้นที่อนุรักษ์แห่งนี้ เป็นพื้นที่อาศัยดั้งเดิมของชนพื้นเมืองกลุ่ม Antakirinja Matuntjara Yankunytjatjara ส่วนชื่อ Breakaways นั้นมีความหมายว่า "เนินเขาต่ำที่แยกออกจากเนินเขาที่สูงกว่า" หลังจากรับฟังข้อมูลสถานที่จากเจ้าหน้าที่แล้วก็พักรับประทานอาหารกันสักเล็กน้อยก่อนออกเดินทางต่อไปชมสถานที่ต่อไป 


The dog fence หรือรั้วดิงโก้ ถือเป็นรั้วป้องกันสุนัขป่า หรือ ดิงโก้ ที่ยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาวกว่า 5,300 กม. เชื่อมต่อกันในพื้นที่ 3 รัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขป่าเข้าไปในเขตพื้นที่อนุรักษ์ จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังเมือง Coober Pedy เพื่อเช็คอินโรงแรมที่พักก่อนจะออกมาเริ่มออกกำลังเบาๆ กันในสเตชั่น Off Road เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับตัวรถ 



สำหรับสเตชั่น Off Road นี้ดูเหมือนจะเป็นการให้สื่อมวลชนทั้งหมดที่ร่วมเดินทาง ได้สัมผัสการทำงานต่างๆ ของรถ Colorado และ Trailblazer แต่สำหรับสื่อจากประเทศไทยที่คุ้นเคยกับรถทั้ง 2 รุ่นเป็นอย่างดีอยู่แล้วก็ดูจะไม่ใช่เรื่องยาก 

จะมีส่วนที่แตกต่างกันก็คือ รถ Colorado และ Trailblazer ที่นี่จะติดตรา Holden และใช้เครื่องยนต์ Duramax 2.8 ลิตร และมีการติดตั้งสวิตช์ควบคุมเบรกเทรลเลอร์ไว้ในรถ (Trailer Brake Controller) เวลารถเบรกระบบจะสั่งการเบรกเทรลเลอร์ไปพร้อมกันเพื่อความปลอดภัย 




ก่อนที่จะหมดกิจกรรมในวันแรกทีมงาน GM Holden ก็พาสื่อมวลชนร่วมเดินทางไปเยี่ยมชมเส้นทางที่เป็นเหมืองแร่โอปอล ไหนๆ มาเยือนเมืองแห่งโอปอลทั้งทีก็ต้องไปสัมผัสกันให้ถึงที่ให้รู้ว่า Colorado และ Trailblazer นั้นไปถึงได้ทุกที่ 
Outback Day 2 : Painted Desret-Oodnadatta
วันที่ 2 กับการเดินทางใน Australia Outback กับการเดินทางประมาณ 500 กม. ที่จะต้องเจอทั้ง ฝุ่น ทราย การขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก โดยทางทีมงาน GM Holden วางตารางให้มีการเปลี่ยนผู้ขับในทุกๆ ชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ อาจจะดูว่าเป็นการขับระยะสั้นๆ แต่ถ้าหากได้ลองมาขับแล้วจะรู้ว่าการควบคุมรถในสภาพเส้นทางที่มีหินลอยแบบนี้ สร้างความเครียดได้ไม่น้อย

เช่นเคยก่อนออกเดินทางทุกครั้งทีมงาน GM Holden จะเรียกสื่อมวลชนมารับฟังบรีฟเน้นย้ำเรื่องมาตรการความปลอดภัยก่อนจะออกเดินทางรวมถึงแจ้งเส้นทางที่จะใช้เดินทางในแต่ละวัน เมื่อพร้อมแล้วการผจญภัยใน Australia Outback ก็เริ่มต่อ


อย่างที่บอกในตอนแรกว่าการเดินทางในเส้นทางแบบนี้สร้างความเครียดไม่น้อย ก็เพราะในบางช่วงที่กำลังขับตามรถคันหน้าอยู่นั้น ถ้าได้กระแสลมพัดพาเอาฝุ่นไปข้างทางก็จะช่วยให้การมองเห็นชัดเจนขึ้นได้ แต่ถ้ากระแสลมเกิดสงบทัศนวิสัยของผู้ขับจะลดลงทันที จากทีกำลังเหยียบคันเร่งตามอยู่นั้น ก็จะต้องผ่อนคันเร่ง ยกไปเหยียบเบรกบ้างในบางจังหวะเพื่อรอให้ทัศนวิสัยดีขึ้นค่อยขับตามคันหน้าไป เพราะความปลอดภัยในการเดินทางเป็นเรื่องสำคัญ ถ้ายังฝืนดื้อดึงใช้ความเร็วเข้าไปในฝุ่นก็อาจจะเจอกับรถสวนที่ใช้เส้นทางร่วมกัน หรือ อาจจะเจอทางโค้ง ทางแยกที่ไม่ทันระวังจะก่อให้เกิดอันตรายได้ การเปิดไฟหน้าและเว้นระยะห่างของรถแต่ละคันจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจอยู่ตลอดเวลา

ด้วยระยะทางที่จะต้องเดินทางกว่า 500 กม. ในวันที่ 2 ใน Australia Outback นี้ ความเร็วส่วนใหญ่ของขบวนจะอยู่ระหว่าง 90-120 กม. / ชม. จึงต้องมีสติตลอดเวลาที่ขับขี่ เพราะนอกจากรถยนต์ และสภาพถนนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแล้ว ยังต้องระมัดระวังสัตว์นานาชนิดที่จะตัดเข้ามาในเส้นทางอีกด้วย

ฝูงวัวของเจ้าของฟาร์มใน Australia Outback ที่ปล่อยให้อยู่ในพื้นที่แบบอิสระ

จิงโจ้ขนาดกลางที่พบเห็นได้ทั่วไปตามเส้นทาง

นกอีมู ก็เป็นสัตว์พื้นเมืองอีกชนิดที่พบเห็นได้ตามเส้นทางที่ผ่าน

ด้วยเหตุนี้เองทำให้รถยนต์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในเขต Australia Outback นิยมติดตั้งกันชนเหล็ก หรือที่เรียกว่า Bull Bars เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นเวลาที่เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับสัตว์เหล่านี้



หลังจากที่ขบวนคาราวานออกเดินทางไปตามเส้นทาง Ackaringa Road เพื่อไป Painted Desert เพื่อชมบรรยากาศอันสวยงามที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติมานานกว่า 80 ล้านปี มีสีสันสดใส และจะแสดงความสวยงามมากที่สุดเวลาที่มีแสดงแดดจ้า สามารถมองเห็นทิวเขาหลากสีทั้ง สีเหลือง สีแดง สีน้ำตาลเข้ม สีขาย และสีดำ ที่เกิดขึ้นจากการทับถมกันของชั้นผิวใต้ทะเล


หลังพักชมความสวยงามของ Painted Desert เสร็จแล้วก็ออกเดินทางต่อ เพื่อไปยังจุดหมายต่อไปในเมือง Oodnadatta ก่อนออกรถทุกครั้งจะมีเจ้าหน้าที่มาคอยเช็คว่าขึ้นรถถูกหมายเลขมั้ย คนครบหรือเปล่า และทำการเปลี่ยนคนขับเป็นใครเพื่อความปลอดภัยที่เข้มงวด 



ขบวนคาราวานออกเดินทางมาต่ออีกประมาณ 100 กม. ก็ถึงจุดพัก ซึ่งเป็นร้าน The Pink Roadhouse ร้านนี้เป็นจุดศูนย์กลางของเมือง Oodnadatta เป็นแหล่งน้ำมันเชื้อเพลิง, ขายของชำ, ร้านอาหาร, ที่ทำการไปรษณีย์ รวมถึงร้านให้เช่าเรือแคนู โดยเมืองนี้เป็นเมืองที่มีอากาศร้อนจนได้รับการบันทึกเอาไว้ว่าเป็นเมืองที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดในประเทศออสเตรเลียมาแล้วที่ 50.7 องศาเซลเซียส โดยที่ทั้งเมืองนี้มีประชากรเพียง 166 คน เท่านั้น


ในช่วงการเดินทางกลับประมาณ 250 กม. เพื่อกลับไปยังเมือง Coober Pedy นั้น เป็นการเดินทางย้อนเส้นทางเดิมที่ออกเดินทางมาในตอนเช้า เพื่อกลับไปร่วมงาน Surprise Dinner ที่ถูกเก็บเป็นความลับขนาดเจ้าหน้าที่ GM Chevrolet จากประเทศไทยก็ยังไม่รู้ว่าจัดขึ้นที่ไหนอย่างไร


ด้วยสภาพเส้นทางที่เป็นหินลอย รวมถึงการใช้ความเร็ว ก็มีบ้างที่รถบางคันจะเจอ "หินดีด" เข้าไปที่กระจกหน้าสร้างความเสียหายแต่ด้วยความแข็งแรงของกระจกหน้าก็สามารถป้องกันผู้โดยสารให้ปลอดภัยได้เป็นอย่างดี 


แล้วก็ได้เวลาเฉลยปริศนา Surprise Dinner เสียที ในเมื่อทีมงาน GM Holden เลือกเมือง Coober Pedy เมืองที่เป็นแหล่งทำเหมืองโอปอล ก็ถือโอกาสจัดงานเลี้ยงในพื้นที่เหมืองโอปอลที่ยังคงเปิดใช้งานอยู่ โดยได้มีการพาชมเหมืองรวมถึงอธิบายวิธีการทำแหมืองคร่าวๆ ให้สื่อมวลชนทั้งหมดได้ทราบเบื้องต้น จากนั้นก็ได้เวลาลิ้มรสอาหารก่อนกลับไปพักผ่อนเพื่อออกเดินทางในวันต่อไป
Outback Day 3 : Tom's Working Opal Mine 
ก่อนจะเดินทางออกจากเมือง Coober Pedy เพื่อกลับเมืองไทย ทีมงานก็จัดให้ไปเยี่ยมชมเหมืองแร่โอปอล Tom's Working Opal Mine ซึ่งตั้งอยู่ห่างไปจากตัวเมืองประมาณ 2 กม. ทางตะวันตกเฉียงใต้  โดยเหมืองแห่งนี้เป็นเหมืองเก่าแก่ของเมืองที่ได้รับการปรับเปลี่ยนมาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย และต่างชาติ มาเยี่ยมชมการทำเหมืองแร่ และวิธีการขุดหาโอปอลจากใต้ดิน 



เหมืองแร่แห่งนี้ยังใช้ใช้เครื่องมือในการทำเหมืองจริงในอดีต อาทิ แท่งไม้ค้นหาแหล่งน้ำ, คานไม้ยกเพดาน และพลั่วตักดินในพื้นที่สูญญากาศ โดยเจ้าของเหมืองเป็นคู่สามี-ภรรยาท้องถิ่น




สายแร่โอปอลส่องด้วยแสงไฟแบลคไลท์เพื่อช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจน


เสร็จจากการเยี่ยมชมเหมืองแร่โอปอลเสร็จแล้วก็เดินทางกลับไปเก็บของ ออกเดินทางสู่สนามบิน Coober Pedy เพื่อเดินทางกลับเมือง Adelaide ไปยังเมือง Melburne เพื่อเดินทางกลับสู่เมืองไทยถือเป็นการสิ้นสุดการเดินทาง Chevrolet VS Outback ในครั้งนี้โดยสมบูรณ์ 
การเดินทางครั้งนี้เป็นประสบการณ์สุดพิเศษจาก GM หรือ General Motors ที่เปิดประสบการณ์ที่ไม่ได้จะสัมผัสได้ง่ายๆ อย่างการเข้าไปเยี่ยมมชม GM Holden Design Center และสนามทดสอบ GM Holden Proving Ground สุดท้ายกับการพิสูจน์สมรรถนะของรถกระบะ Colorado และรถอเนกประสงค์ Trailblazer นับเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงาน GM ที่ตั้งอยู่ใน จ.ระยอง นั้นได้มาตรฐานพร้อมรองรับการใช้งานในทุกสภาพถนนทั่วโลกได้จริงๆ 

ขอขอบคุณ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด ที่ให้เกียรติทีมงานเช็คราคา.คอม ไปร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในครั้งนี้
แก้ไขล่าสุด : 26 ก.ย. 61
โดย
:
วโรดม อิ้วลันตา
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
 

ข้อมูลความรู้รถใหม่ล่าสุด