ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
ข้อมูลความรู้ : รถยนต์ใหม่

ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) กับ 4 ล้อ (4WD) เลือกแบบไหนดี?

แก้ไขล่าสุด : 29 ม.ค. 61
เข้าดูทั้งหมด: 5,422 คน

ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) กับ 4 ล้อ (4WD) เลือกแบบไหนดี?

เมื่อต้องการรถยนต์หรือรถอเนกประสงค์ที่พร้อมสำหรับการใช้งานทั้งขาลุยและขาหรู ย่อมเกิดคำถามตามมาว่า แล้วจะเลือกซื้อรถยนต์เหล่านี้ในแบบไหนดี ระหว่างขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ และก็ยังมีแบบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full อีกด้วย ทำไมมันเยอะจัง มาดูคำตอบกันเลย

ซื้อรถเพื่อใช้งานลักษณะใด?

ก่อนอื่นเลยต้องย้อนกลับมาที่ผู้ซื้อรถเองก่อนว่า "ต้องการใช้งานรถในลักษณะใด?" เพื่อเป็นการตีกรอบการเลือกซื้อรถยนต์ว่าควรใช้ระบบ 4WD หรือ 2WD 




สำหรับ 2WD (ขับเคลื่อน 2 ล้อ) เหมาะกับผู้ที่ต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ หรือเพื่อครอบครัว เน้นห้องโดยสารที่โปร่งโล่งสบาย เดินทางใกล้หรือไกลได้สะดวกด้วยช่วงล่างที่ยกสูงขึ้น ลุยน้ำลุยถนนขรุขระได้ สามารถปรับเปลี่ยนรูปเบาะได้ตามการใช้งาน บรรทุกสิ่งของได้มากกว่ารถซีดาน และใช้งานในเมืองหรือถนนเรียบๆ เป็นหลัก 

ส่วน 4WD (ขับเคลื่อน 4 ล้อ) เหมาะกับผู้ที่ต้องการความท้าทายเพิ่มขึ้น เช่น ชอบการผจญภัยในป่า ใช้งานถนนทางฝุ่นหรือทางลูกรังบ่อยๆ ใช้งานสมรรถนะของระบบตะกุย 4 ล้อได้อย่างคุ้มค่า หรือมีอาชีพที่ต้องใช้สมรรถนะของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อย่างชาวไร่ ชาวสวน เป็นต้น โดยรวมแล้วเน้นลุยๆ มากกว่าใช้ในเมือง ระบบนี้จะสามารถเลือกใช้งานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแค่เฉพาะบางครั้งหรือ Part-Time และมีทั้งขับเคลื่อน 4 ล้อความเร็วสูง (4H) วิ่งถนนเรียบทั่วไปเพื่อต้องการความเกาะถนนและการควบคุมที่แม่นยำขึ้นพร้อมกับการกินน้ำมันมากขึ้นอีกเล็กน้อย และที่ความเร็วต่ำ (4L) สำหรับปีน หรือตะกุยโคลน หิน กรวดหรือทางชันที่ต้องการแรงฉุดลากมากๆ ในโหมดนี้จะใช้ที่ความเร็วต่ำๆ ไม่เกิน 50 - 60 กม./ชม. เท่านั้น    



4WD Full-Time ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบนี้ จะเป็นการทำงานแบบส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่ตลอดเวลา แต่จะมีการแปรผันแรงที่ล้อต่างๆ ตามรูปแบบการขับขี่หรือตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพถนน เช่น การออกตัวอาจส่งกำลังไปที่ล้อคู่หน้าแบบ 70% และคู่หลัง 30% เพื่อให้การออกรถราบเรียบและพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างมีสเถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อออกตัวอย่างรุนแรง หรือเมื่อขับขี่ผ่านสภาพถนนเปียกลื่น ระบบก็จะทำการแปรผันกำลังไปยังล้อทั้ง 4 ให้สอดคล้องและขับผ่านไปได้อย่างปลอดภัย เช่น เมื่อเลี้ยวโค้งล้อด้านในของโค้งก็จะลดกำลังลง และเพิ่มกำลังไปยังล้อที่อยู่นอกโค้ง เพื่อช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น เป็นต้น ระบบนี้มักจะกินน้ำมันมากกว่ารถรุ่นที่ขับเคลื่อน 2 ล้อแบบปกติเล็กน้อย

ความคุ้มค่า หากเพิ่มงบประมาณเพื่อระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

หลายคนอาจจะยังลังเล และคิดกันว่า จะซื้อทั้งทีก็ต้องรุ่นท็อปไปเลยดีกว่า เพราะในรถยนต์บางรุ่นมักจะให้ออปชั่นแบบจัดเต็มในรุ่นท็อปสุดๆ มาให้ด้วย และบางทีในระยะปลายอายุตลาดของรถรุ่นนั้นๆ ก็มักจะเพิ่มรุ่นพิเศษออกมาโดยการจับตัวรองท็อปมายัดออปชั่นเดียวกับตัวท็อปในราคาต่ำลง
แต่ก็ยังมีจุดที่ต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่า ออปชั่นที่เพิ่มมานั้นจำเป็นหรือไม่ และหากต้องการซื้อรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อนั้น จะต้องจ่ายส่วนต่างมากน้อยเพียงใด และแน่นอนว่าระบบที่เพิ่มขึ้นมานั้นย่อมต้องมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นตามมาด้วย จึงควรคำนวณให้ดีว่าคุ้มแค่ไหนที่จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น หากระบบนั้นไม่ได้ใช้งานหรือใช้นับครั้งได้



เลือกรถที่ใช้งานคุ้มกับงบประมาณเอาไว้ก่อน


การเลือกซื้อรถยนต์อเนกประสงค์หรือรถที่มีทั้งระบบขับเคลื่อน 2 และ 4 ล้อให้เลือกนั้น นอกจากจะพิจารณาในเรื่องงบประมาณที่ต้องจ่ายเพิ่ม รูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวันและออปชั่นที่จำเป็นแล้ว อีกสิ่งที่น่าจะเป็นตัวช่วยตัดสินใจว่าจะซื้อรุ่นขับ 2 หรือ ขับ 4 ล้อดีกว่านั้นคือ "ความชื่นชอบ" ส่วนตัว เพราะถ้ามีงบประมาณที่เกินพอ จ่ายเพิ่มได้สบายๆ หรือเมื่อคำนวณเงินผ่อนแล้วมีส่วนต่างไม่มากนัก ความชอบก็จะเป็นตัวช่วยตัดสินได้ว่าเราจะเลือกอะไร

แต่มองในอีกแง่ รถยนต์รุ่นท็อปก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกและฟังก์ชั่นใช้งานต่างๆ ที่ดีขึ้นไปอีกระดับ ไม่ว่าจะได้ใช้งานหรือไม่ก็ตาม "มีไว้ก่อน ค่อยใช้ทีหลัง" หากเกิดเหตุการณ์ที่จำเป็นต้องใช้งานขึ้นมา เราจะได้ไม่ต้องมี "รู้งี้" ให้เสียอารมณ์ครับ ดังนั้น เราลองพิจารณาทุกๆ ส่วนประกอบกัน ชั่งน้ำหนักดูว่าอะไรที่เรารับได้ และจุดไหนที่เราไม่โอเค แล้วค่อยตัดสินใจซื้อกันนะครับ

บทความเกี่ยวข้อง 
แก้ไขล่าสุด : 29 ม.ค. 61
โดย
:
สินธนุ จำปีศรี
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
 

ข้อมูลความรู้รถใหม่ล่าสุด