ค้นหา คอนโดใหม่ condo
ข้อมูลความรู้ : คอนโดใหม่

10 เทคนิคแต่งคอนโด Size 20 - 50 ตร.ม. เองแบบง่ายๆ ไม่ต้องง้อร้านเฟอร์นิเจอร์

แก้ไขล่าสุด : 13 พ.ค. 62
เข้าดูทั้งหมด: 5,303 คน

10 เทคนิคแต่งคอนโด Size 20 - 50 ตร.ม. เองแบบง่ายๆ ไม่ต้องง้อร้านเฟอร์นิเจอร์

เวลาที่เราได้ห้องมาใหม่แต่ยังไม่ได้มีการตกแต่ง หรือยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นคอนโด ห้องเช่า หรือทาวน์โฮม สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ ตกแต่งห้องนั้นๆ ในแบบที่เราอยากให้เป็น หรือให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เดี๋ยวนี้ในเว็บไซต์มีรูปตัวอย่างห้องสวยๆ ให้ดูมากมาย ไม่จำเป็นต้องจ้างบริษัทเฟอร์นิเจอร์ดังๆ มาช่วยดีไซน์ หรือตกแต่ง (เว้นแต่เราจะ Built-in) วันนี้ CheckRaka.com มี 10 ข้อแนะนำที่เราจะใช้เป็นหลักในการตกแต่งห้องเล็กๆ ขนาด 20 - 50 ตร.ม. แบบไม่ต้องพึ่งอินทีเรียร์ หรือบริษัทเฟอร์ฯ มาให้ดูกันครับ

1. Theme สีห้องไม่ควรเกิน 3 สี และใช้สูตรสัดส่วน 60 - 30 - 10 

หลักพื้นฐานอีกอย่างหนึ่งในการตกแต่งห้องคือ การเลือก Theme สีในห้องให้ชัดเจน ไม่เลือกโทนสีที่เยอะเกินไป หลักการคือ ไม่ควรเกิน 3 สี จะเป็นสีโทนเดียวกัน เช่น สี Neutral ทั้งหมดให้เป็นโทนเดียวกัน (Cohesion) หรือข้ามโทนสีกัน เช่น สี Neutral, Cool และ Warm ให้แตกต่างกัน (Contrast) ก็ได้ เมื่อได้ 3 สีที่ต้องการแล้ว ให้แบ่งสัดส่วนสีจาก 100 เป็น 60 - 30 - 10 ส่วนหลัก 60 คือสีหลักที่ใช้ตกแต่ง เช่น ผนัง หรือฝ้าเพดาน ส่วนรองลงมาคือ 30 เป็นสีของเฟอร์นิเจอร์ตัวใหญ่ๆ ในห้อง เช่น โซฟา โต๊ะกินข้าว และส่วนสุดท้ายคือ 10 เป็นสีที่เรียกว่า Accent Color คือส่วนของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ที่จะสร้างความโดดเด่น หรือจุดสนใจในห้อง เช่นกรอบรูป นาฬิกาแขวน หมอน เป็นต้น



ถ้าดูจากห้องนี้จะเห็นว่ามี 4 สี คือ สีขาว (60%) น้ำตาล White Oak กับ
น้ำตาล Dark Oak (30%) และฟ้า (10%)

2. ตกแต่งห้องให้ Wow ควรมีจุดดึงดูดสายตา (Focal Point) 

หลักพื้นฐานอย่างหนึ่งในการตกแต่งห้อง หรือตกแต่งอย่างอื่น เช่น สวน คือ ต้องมีจุดดึงดูดสายตา (Focal Point) ซึ่งอาจเป็นสีเด่นๆ สีเดียว แบบ Single Color (ตัวอย่างรูปแรกข้างล่างคือ เก้าอี้สีเหลือง) หรือหลายสีที่ข้ามแม่สีกันแบบ Multiple Colors กัน (ตัวอย่างรูปที่สองคือ กำแพงสีฟ้ากับตัวอักษร Love สีส้ม) การตกแต่งห้องแบบนี้ จะทำให้ห้องมีจุดขัดแย้งดึงดูดสายตา และมีหลายมิติ ทำให้ห้องสวย และน่ามองยิ่งขึ้น

จุดดึงดูดสายตาในรูปข้างบนคือ เก้าอี้สีเหลือง

จุดดึงดูดสายตาในรูปข้างบนคือ ตัวอักษร Love สีส้ม

3. เล่นกับรูปทรงเรขาคณิต "กลม" / "เหลี่ยม" ของเฟอร์นิเจอร์สร้างมิติได้เยอะ 

ปกติห้องคอนโดเราจะเป็นสี่เหลี่ยม แต่ถ้าอยากให้ห้องดูแล้ว Wow น่าสนใจมากขึ้น ก็สามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่เป็นหลากหลายรูปทรงเรขาคณิตได้ เฟอร์นิเจอร์สมัยนี้มีแทบจะทุกรูปทรงเรขาคณิต ทั้งสี่เหลี่ยมผืนผ้า สี่เหลี่ยมจัตุรัส วงกลม สามเหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หรือแม้กระทั่งไม่เป็นทั้งเหลี่ยม หรือกลม จากรูปตัวอย่างข้างล่าง ทุกอย่างเป็นสี่เหลี่ยมหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่าง เตียง โต๊ะข้าง ของตกแต่งบนโต๊ะ ดังนั้น ถ้าเอาของตกแต่งเหนือเตียงเป็นทรงกลม และโคมไฟแบบครึ่งวงกลมแบบรูปข้างล่างนี้ จะทำให้ห้องดูแปลก น่ามองขึ้นเยอะ 

เฟอร์นิเจอร์ทรงกลมเหนือหัวเตียง หรือโคมไฟโค้งมนข้างเตียง ทำให้ตัดกับเฟอร์นิเจอร์เหลี่ยมๆ ได้ดี

4. อย่ามองข้ามการจัดแสงไฟ มีทั้ง Direct & Indirect Light 

คอนโดบ้านเรามักจะให้ไฟมาแค่ตำแหน่งเดียวคือ บนฝ้าเพดาน ซึ่งจะทำให้มีแสงไฟลงมาเพียงมิติเดียว แต่ถ้าเราใส่แสงไฟเข้าไปหลายๆ จุด จะช่วยทำให้บรรยากาศของห้องน่าอยู่มากขึ้น ไม่ว่าจะเปิดแบบเต็มที่ให้ห้องสว่างสำหรับเวลาทำกับข้าว รับประทานอาหาร หรือเปิดไฟเน้นแค่บางจุด สำหรับอ่านหนังสือ หรือเปิดไฟหลบเป็นจุดเล็กๆ สลัวๆ สำหรับอารมณ์สบายๆ โรแมนติก นอกจากนี้ หลักอีกอย่างของเรื่องไฟคือ ทำไฟแบบส่องโดยตรง (Direct Light) และทำไฟซ่อน หรือไฟหลืบ (Indirect Light) ส่วนใหญ่เราจะให้ความสำคัญกับ Direct Light แต่จริงๆ แล้วแสงไฟที่เสริม Mood & Tone ได้ดีที่สุดคือ Indirect Light (ตัวอย่างตามรูปข้างล่าง) 


เพิ่มแสงสว่างให้กับห้องด้วยไฟ Indirect Light บริเวณห้องครัว

5. พื้นที่และเฟอร์นิเจอร์ ก่อนซื้อทุกครั้งให้วัดขนาด

หลายคนเวลาเดินเข้าไปในบางสถานที่อาจรู้สึก "อึดอัด" หรือ "แน่นๆ" ซึ่งอาจเกิดได้ 4 สาเหตุหลักๆ คือ (1) เพดานเตี้ยเกินไป เช่น 2.4 เมตร (2) หน้ากว้างของห้องแคบเกินไป (3) เฟอร์ฯ ในห้องบางชิ้นใหญ่เกินไป หรือ (4) วางตู้ หรือใส่เฟอร์ฯ ในห้องเยอะเกินไป 2 ข้อแรกบางทีเราควบคุมไม่ได้ แต่ 2 ข้อหลังเราสามารควบคุมได้ ซึ่งกฎพื้นฐานมี 2 เรื่องคือ
  • ให้จินตนาการตำแหน่งที่จะวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ก่อน เช่น โซฟา ตู้เสื้อผ้า เตียง พอวางได้ขนาดโอเคแล้ว ค่อยเพิ่มเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กๆ เช่น โต๊ะข้าง โต๊ะกลาง เก้าอี้ ประกอบห้องเข้าไป
  •  เราต้องรู้พื้นที่ในแต่ละจุดในห้องเรา เช่น พื้นที่โซฟาจะกว้างสุด หรือเล็กสุดได้แค่ไหน และขนาดของโซฟาที่เราจะเอามาลงเล็ก หรือใหญ่เกินไปไหม จำง่ายๆ หลักการคือ "วัดขนาด 2 ครั้ง ซื้อ 1 ครั้ง (2 ครั้งคือ วัดขนาด "พื้นที่ว่าง" ที่จะลงของ และขนาดของ "เฟอร์นิเจอร์" ที่จะเอามาลง แล้วค่อยซื้อทีเดียว)"

ห้องนี้ใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว และขนาดห้องกับขนาดของเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นดูลงตัว
ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ดูพอดีๆ
6. Form และ Function ต้องไปด้วยกัน (ทั้งสวยทั้งเก็บของได้เพียงพอ) 
เวลาที่เราอยู่คอนโด หรือบ้านมาเป็นระยะเวลานาน ของในห้องเราจะเยอะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น เวลาตกแต่งควรนึกถึงฟังก์ชันการใช้งานด้วย ไม่ใช่มี Form สวยแค่อย่างเดียว หรือเฟอร์นิเจอร์บางชิ้น เห็นครั้งแรกสวยเท่มากๆ เช่น โต๊ะกลางที่เป็นกระจกทั้งบาน แต่พอเวลาผ่านไป เริ่มมองว่าไม่สวย แถมอาจเป็นอันตรายต่อเด็ก อีกทั้งเก็บของได้น้อย ไม่ค่อยมีประโยชน์อีกต่างหาก หรือตู้เก็บของถ้ามีแบบ 3 ลิ้นชัก กับแบบ 4 ลิ้นชัก ถ้าความสวยไม่ต่างกันมาก ขอแนะนำให้เลือกฟังก์ชันการใช้งานแบบที่เก็บของได้เยอะๆ 4 ลิ้นชักไว้ก่อนดีกว่านะครับ

Function ตู้เก็บของเหนือหัวเตียง

ขนาดเฟอร์นิเจอร์กับขนาดห้องดูสมดุลกันดี แต่ข้อเสียห้องนี้คือไม่มีเฟอร์นิเจอร์ หรือตู้เก็บของเลย
7. ห้องเล็กอย่าใช้โทนสีทึบ และให้ใช้กระจกช่วยบ้าง
ถ้าคอนโดเราห้องเล็ก มี 3 วิธีที่จะตกแต่งครับคือ (1) จ้างช่างหรือร้านเฟอร์นิเจอร์มาวัดขนาดและทำบิวท์อิน เพื่อเข้ามุม หรือใช้ประโยชน์ตามซอกตามมุมต่างๆ ให้มากที่สุด (2) เน้นสีโทนอ่อน (3) ติดกระจกช่วยในบางจุด เช่น หน้าตู้เสื้อผ้า หรืออย่างที่ห้องตัวอย่างของคอนโดหลายๆ ที่ชอบติดกระจกหลอกตาคนดูในห้องนั่งเล่นให้ดูใหญ่เกินจริง ตัวอย่างรูปข้างล่าง มีการใช้ทั้งเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน และสีโทนน้ำตาลอ่อน เพื่อให้ห้องไม่ดูอึดอัด หรือแน่นเกินไป

การใช้กระจกช่วย จะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การใช้ตู้ Built-in ในมุมด้านซ้าย ประกอบกับการใช้สีโทนอ่อนๆ สามารถช่วยให้ห้องนี้ดูโล่งสบายตามากขึ้น
8. เพดานหรือผนังก็ตกแต่งเล่นสีได้ 
เวลาตกแต่ง คนส่วนใหญ่อาจมองข้าม "เพดาน" แต่จริงๆ แล้วเพดานคือ ภาพใหญ่ที่สามารถสร้างความสวยงาม และอารมณ์ของห้องได้เด่นชัดมาก ตัวอย่างรูปแรกข้างล่างก็คือ การเล่นกับเพดานใน 2 ส่วนเลย คือ (1) เล่นระดับของฝ้า และ (2) ทาสีเข้าไปไม่ปล่อยไว้เป็นสีขาวๆ โล่งๆ นอกจากนี้ สีที่ทาเพดานก็เป็นสีโทนเดียว (คือมีความเชื่อมต่อนั่นเอง) กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่สุดในห้องด้วยคือ สีเตียงนอน นอกเหนือจากสีเพดาน ผนังก็สามารถเป็นจุดที่ตกแต่งได้ ไม่ว่าจะเป็นการแขวนนาฬิกา รูปภาพ ติดวอลล์เปเปอร์ หรือทาสี อย่างรูปตัวอย่างที่ 2 ข้างล่าง มีการทาสี และเล่นแบบ 2 สีด้วยคือ "ขาว" ตัดกับ "แดงน้ำตาล" ช่วยทำให้ห้องดูมีสีสันมากขึ้น

บนเพดานก็สามารถเล่นสี หรือสร้างมิติในห้องได้ 

ทาสีลายทางยาวบนผนังกำแพงจะช่วยให้ห้องดูมีอะไรมากขึ้น
9. ติดภาพบนผนังทำตามหลักการนี้ จะออกมา Wow แน่นอน
ถ้าห้องมีที่ว่างบนผนังค่อนข้างมาก (เช่น ตั้งแต่ 2.70 เมตรขึ้นไป และเราวางเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปบนพื้น จะมีพื้นที่เหลือจนถึงเพดานห้องเยอะ ตัวอย่างเช่น โต๊ะกินข้าวเพียง 75 ซม. โซฟาสูง 70 - 90 ซม.) จะทำให้ห้องดู "โล้นๆ" การติดรูปภาพจะช่วยให้ห้องดูสวย และน่าสนใจขึ้น หลักของการติดรูปภาพมีตามนี้ครับ (1) ติดตรงไหนดี ส่วนใหญ่จะเป็นเหนือโซฟา ผนังทางเดิน หรือเหนือหัวเตียง (2) จะติดกี่รูป ถ้าหลายรูปจะเรียงยังไง ส่วนใหญ่จะมี 2 แบบคือ แบบสมมาตร และแบบ Free Form (3) สีของรูป ควรให้เป็นไปตามสัดส่วน 60 - 30 - 10 ที่พูดถึงในข้อ 2 ข้างต้นครับ

การติดรูปภาพบริเวณเหนือโซฟา และโต๊ะรับประทานอาหาร ช่วยให้บรรยากาศในห้องดูสวยขึ้น

ติดแบบสมมาตร

ติดแบบ Free Form
(ขอบคุณภาพประกอบจาก : Sansiri)
10. เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ได้หลายฟังก์ชัน (Multi-purpose) หรือพับเก็บได้จะช่วยประหยัดพิ้นที่
คอนโดขนาด 20 - 50 ตร.ม. ถือว่าค่อนข้างเล็ก และถ้าอยู่กันหลายคน หรือมีของมากขึ้น เราอาจจำเป็นต้องประหยัดพื้นที่ เพื่อให้ห้องไม่รกหรือแน่นเกินไป เฟอร์นิเจอร์หลายๆ ชิ้นถ้าเราเลือกให้ดีๆ สามารถใช้ได้หลายฟังก์ชันเลย ตัวอย่างเช่น เตียงมีลิ้นชักเก็บของด้านล่าง เก้าอี้ที่เปิดออกมามีที่เก็บของ เป็นต้น

ม้านั่ง Stool ตัวนี้ใช้ได้ทั้งสำหรับนั่ง วางขา และเก็บของ
เมื่อได้ทราบเทคนิคการแต่งห้องคอนโดออกมาให้สวยงามแล้ว คราวนี้ก็ไม่จำเป็นจะต้องจ้างบริษัทออกแบบเจ้าดังต่างๆ ให้สิ้นเปลือง แค่รู้จักรูปแบบการดีไซน์ให้ถูกต้อง และเหมาะสมกับขนาดของห้องที่เราอยู่อาศัย เพียงเท่านี้ก็จะรู้สึกเหมือนได้อยู่ห้องใหม่ตลอดเวลาแล้วครับ
แก้ไขล่าสุด : 13 พ.ค. 62
โดย
:
ชัช อนุวัตรอุดม
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
ขอขอบคุณ : ภาพประกอบจาก : www.noblehome.com

ข้อมูลความรู้คอนโดใหม่ล่าสุด