รู้จักเช็คราคา|ติดต่อเรา

มือใหม่คริปโตต้องรู้ พื้นฐานกราฟเทคนิค กราฟแบบไหนขาขึ้น แบบไหนขาลง?

2 ก.พ. 65 1,802
มือใหม่คริปโตต้องรู้ พื้นฐานกราฟเทคนิค กราฟแบบไหนขาขึ้น แบบไหนขาลง?
สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาเทรดคริปโตแบบใหม่ๆ การอ่านกราฟให้เป็นถือว่าเป็นสกิลแรกๆ ที่ต้องทำเป็นเลยทีเดียว เพราะจะทำให้สามารถมีหลักการในการเทรด มีจุดเข้าซื้อ และจุดขายที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามการศึกษากราฟเทคนิคอลก็ไม่ใช่ง่ายๆ และมีทั้งเทคนิค วิธีการ และ Indicator มากมาย
 
ในบทความนี้ทางทีมงานจะเน้นเฉพาะรูปแบบพื้นฐานของกราฟเทคนิคอลเท่านั้น เพื่อให้เพื่อนๆ เทรดเดอร์มือใหม่สามารถนำเอาไปใช้กับการเทรดคริปโตเคอเรนซี่ได้เร็วที่สุด โดยรูปแบบกราฟเทคนิคคอลที่ทางทีมงานคิดว่ามือใหม่ทุกคนต้องรู้มีอยู่ทั้งหมด 5 รูปแบบด้วยกัน
 

1. Ascending / Descending Triangle

เป็นกราฟรูป 3 เหลี่ยมที่บ่งบอกถึงการปรับฐานชั่วคราว หากราคาเหรียญมีการวิ่งทะลุแนวต้านหรือแนวรับไปได้ ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของขาขึ้น หรือขาลงครั้งใหม่ได้ทันที

ที่มา : Lucidtrader.com

2. Double Top / Bottom

เป็นกราฟซึ่งมีการทำจุดต่ำสุดหรือจุดสูงสุดติดต่อกัน 2 ครั้ง หลังจากนั้นทำการเคลื่อนตัวทะลุแนวต้านหรือแนวรับได้ Double Bottom ใช้ในการมองหาขาขึ้นครั้งใหม่ ในขณะที่ Double Top ใช้ในการประเมินจุดสูงสุดของรอบนั้น
 
ที่มา : forex.academy
 
จุดซื้อของกราฟรูปแบบนี้มีอยู่ 2 จุด สำหรับ Double Bottom จุดซื้อคือจุดเบอร์ 2 เมื่อราคาของกราฟลงมาแต่ไม่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของจุดที่ 1 อีกจุดซื้อคือตอนที่ราคาวิ่งผ่าน Neckline ไปและสามารถยืนได้อย่างมั่นคง ในกรณีของจุดขายในกราฟ Double Top ก็เช่นกัน
 
 

3. Channel Up / Channel Down

กราฟ Channel Up / Down เป็นกราฟที่ทีมงานชอบมาก เพราะสังเกตได้ง่าย มีจุดเข้าซ้าย หรือจุดขายหลากหลายจุด ใช้ได้ทั้งขาขึ้น ขาลง และกราฟแบบไซด์เวย์ (Horizontal Channel)

 
ที่มา : iqtradingpro.com/
 
ข้อควรระวังของการเทรดด้วยกราฟ แบบ Channel คือต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะเทรดแบบแนว Swing Trade ขึ้นขาย ลงช้อนซื้อ หรือจะเทรดแบบ Trend Following คือซื้อแล้วถือไปเรื่อยๆ จนกว่า Trend จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าเอาวัตถุประสงค์ 2 อย่างมารวมกัน จะทำให้เกิดการสับสนในการเทรดได้
 
 

4. Flag, Pennant และ Wedge

กราฟรูปแบบ Flag เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่หาเจอง่าย แต่มีข้อเสียคือ มักจะมีความเสี่ยงสูงหากไม่เกิดการ Break Out เพราะรูปแบบทั้ง Flag, Pennant และ Wedge มักจะเกิดการวิ่งขึ้นมาอย่างรุนแรงก่อน ดังนั้นถ้าไม่สามารถทะลุแนวต้านไปได้ แต่ทะลุแนวรับลงมาแทนจะทำให้ขาดทุนสูงได้ 
 

ที่มา : forexsignal30.com/

แต่ข้อดีของกราฟรูปแบบนี้คือ ถ้าเป็นขาขึ้นจะขึ้นแรงมาก ถ้าเป็นขาลงก็ลงแรง ดังนั้นถ้าเล่นเหรียญที่มีกราฟนี้ควรตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ทุกครั้งในกรณีที่ราคาไม่เป็นไปตามที่คาด
 
 

5. Head & Shoulder

กราฟรูปแบบที่บ่งบอกถึงแนวโน้มขาลงได้ดีที่สุดในมุมมองของทีมงาน หลายๆ ครั้งก่อนที่เหรียญจะลงหนัก มักจะมีรูปแบบราคาในรูป Head & Shoulder และหลังจากนั้นพอราคาตกลงมาที่ Neckline หลังจากนั้นจะหลุดลงอย่างรุนแรงไปเลย
 
ที่มา: traders.com/
 
 
กราฟรูปแบบ Head and Shoulder สามารถใช้ในการบ่งบอกจุดจบของขาลงได้ด้วย โดยจะเป็น Head and Shoulder กลับหัว เป็น Inverse Head and Shoulder
 
 
ที่มา: howtotradeblog.com
 

6. Cup with Handle

กราฟรูปแบบ Cup with Handle ทางทีมงานให้เป็นกราฟที่มีรูปแบบทรงพลังที่สุดหากสามารถทะลุแนวต้านเป็นขาขึ้นได้ เพราะกราฟรูปแบบนี้มีการเก็บสะสมพลังมาอย่างยาวนาน ก่อนที่จะพุ่งขึ้นมาก่อนครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเก็บพลังอีกครั้งเพื่อพุ่งต่อ
 
 
ที่มา: howtotradeblog.com
 
หากเจอกราฟรูปแบบ Cup with Handle ให้ดูว่าส่วนตัว Cup มีการปรับฐานมานานมากแค่ไหนแล้ว ส่วนใหญ่ถ้ามีการปรับฐานมาอย่างยาวนาน 1 ปีขึ้นไป โอกาสที่เหรียญตัวนี้จะขึ้นแรงมีสูงมาก ยิ่งปรับฐานนานเวลาขึ้นยิ่งแรง
 
 
กราฟทั้ง 6 รูปแบบถือเป็นกราฟขั้นพื้นฐานที่นักเทรดใช้กันอย่างแพร่หลาย ทางทีมงานหวังว่าจะช่วยให้ผู็อ่านสามารถนำไปใช้ และประเมินการเคลื่อนไหวของเหรียญได้ดีขึ้นกว่าเดิม อย่าลืมว่าศาสตร์ของกราฟเทคนิคอล คือการใช้สถิติเข้ามาประเมิน และหวังว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยในอดีต แต่ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนมากๆ โอกาสที่กราฟเหล่านี้จะ Fail หรือไม่เป็นไปตามที่ประเมินไว้จะมีมากขึ้นด้วยเช่นกัน
 
ดังนั้นนอกจากรูปแบบกราฟแล้วอย่าลืมใช้ควบคู่ไปกับการทำ Money Management เพื่อให้ลงทุนในแต่ละครั้งมีความเหมาะสมกับจำนวนเงิน มูลค่าของพอร์ต และความเสี่ยงที่สามารถ Cut Loss ได้นะครับ
แท็กที่เกี่ยวข้อง คริปโต blockchain cryptocurrency bitcoin บิทคอยน์ Ethereum มือใหม่คริปโต มือใหม่หัดลงทุน
เขียนโดย เช็คราคา.คอม Economy Guru

ช่องทางติดตาม Economy Guru