ข้อมูลความรู้หุ้น

เงินเดือนหลักหมื่น ลงทุนอย่างไรให้รวย

โดย : กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
เข้าชม : 1,970 ครั้ง

เงินเดือนหลักหมื่น ลงทุนอย่างไรให้รวย

ใครที่ทำงานมาได้ซักพัก หรือแม้แต่เริ่มต้นทำงาน และเริ่มเก็บเงินได้เป็นก้อน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนมีเงินเดือนหลักหมื่น ตั้งแต่หมื่นต้น ไปถึงครึ่งแสน หรือจากครึ่งแสน ไปเหยียบหลักแสนบาทต่อเดือน ก็ควรคิดคำนึงถึงเรื่องของการ "ออมเงิน" และ "การต่อยอดให้งอกเงย" ทั้งสิ้น
สำหรับคนที่เงินเดือนอยู่ในช่วงหมื่นต้น แต่ยังไม่ถึงครึ่งแสน หลักใหญ่ใจความของการออมเงินก็คือ ควรจะออมเงินเก็บไว้ก่อน เหลือค่อยนำไปใช้จ่าย เพราะคนที่อาจจะอยู่ในช่วงต้นของการทำงาน ถ้าไม่ตกเป็นเหยื่อของนักการตลาดมากจนเกินไป ก็ควรมีค่าใช้จ่ายที่ยังไม่สูงมากนะครับ
ลองสำรวจค่าใช้จ่ายของเราแต่ละเดือนดูซิว่ามันหมดไปกับอะไรบ้าง สิ่งไหนจำเป็นสิ่งไหนไม่จำเป็น และลองนำเงินที่ใช้จ่ายอย่างไม่ค่อยจะจำเป็นเท่าไหร่ เอามาเก็บออม และลงทุนต่อยอดเพื่อให้ชีวิตได้ไปต่อกันเถอะ เรามาดูกันดีกว่าว่า "เงินเดือนหลักหมื่น ลงทุนอย่างไรให้รวย" ไปดูกันเลย ...

ประการแรก "เหลือเก็บค่อยนำไปใช้ เหลือจ่ายค่อยนำไปเก็บ"

หากคุณผู้อ่านเป็นคนยุค 90 ยุคเดียวกับผู้เขียน คงเคยได้ยินเพลงของนักร้องชื่อดังในสมัยนั้น "วสันต์ โชติกุล" ที่เขาเคยร้องเพลง "เหลือเก็บค่อยนำไปใช้ เหลือจ่ายค่อยนำไปเก็บ" เพลงของนักร้องในยุคนั้นมันเข้ามาอยู่ในใจผมในสมัยวัยรุ่นเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนจีนเลยล่ะครับ
การที่เราสามารถสร้างกระแสเงินสดจากเงินเดือน เมื่อได้เงินมาเราควรนำเงินมาเก็บออมก่อน แล้วเหลือจากเก็บจึงนำไปใช้จ่าย ส่วนที่ใช้จ่ายถ้ายังเหลือ ก็นำกลับมาเก็บใหม่ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทุกเดือน ผมสามารถเก็บเงินได้ก้อนใหญ่เลยทีเดียว
การเก็บออมของผมนั้นจะเก็บราวๆ 20-30% ของรายได้ประจำ ยกตัวอย่างง่ายๆ หากคุณมีเงินเดือนสองหมื่นบาท ก็ควรเก็บเงินอย่างน้อยสี่พันบาทต่อเดือน ส่วนใครจะทำได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้จ่ายของแต่ละคนนั่นเอง (สมัยก่อนไม่มีสิ่งยั่วกิเลสเท่าสมัยนี้เสียด้วย)

ประการที่สอง "เก็บเงินก้อนเล็ก ปั้นให้เป็นก้อนใหญ่"

เมื่อเก็บเงินก้อนได้แล้ว ช่วงแรกๆ เงินก้อนยังเล็กน้อยอยู่มาก ผู้เขียนเองตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดจะไปลงทุนต่อยอดให้งอกเงยแต่อย่างใด เพียงแค่เก็บเงินไว้ในธนาคารเท่านั้น 
เงินก้อนแรก ที่จริงแม้มันจะเล็กน้อยแค่ไหน แต่หากเรารู้จักลงทุนต่อยอด มันก็อาจจะขยายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นได้ ผมเองเมื่อเก็บเงินก้อนจนได้ก้อนใหญ่ขึ้น จากการทำซ้ำๆ คือ เหลือเก็บนำไปใช้จ่าย เหลือจ่ายก็นำกลับมาเก็บใหม่ เมื่อได้ก้อนใหญ่ขึ้น จึงคิดต่อยอดด้วยการนำไปลงทุนครั้งแรก

ประการที่สาม "ลงทุนในกองทุนรวม"

เมื่อมีเงินก้อนแล้ว การลงทุนให้เงินก้อนงอกเงยถือเป็นเรื่องที่เราต้องพิจารณา โดยปกติผู้เขียนเป็นคนที่ค่อนข้างจะรับความเสี่ยงได้พอสมควร จึงได้นำเงินก้อนแรกในตอนนั้นไปลงทุนในกองทุนรวม ด้วยความที่ว่า เราสามารถนำเงินก้อนลงทุนมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย จึงทำให้น่าสนใจเป็นพิเศษ
การลงทุนในกองทุนรวมสำหรับมนุษย์เงินเดือนเหมือนเราได้ถึง "สองเด้ง" เด้งแรกเราได้ทันทีจากการลดหย่อนภาษีประจำปี สำหรับมนุษย์เงินเดือนการได้ลดหย่อนภาษี และได้ภาษีคืนมาถือเป็นเรื่องที่ต้องบอกว่า "ปลื้มปริ่ม" เลยทีเดียวเชียวล่ะ 
เด้งที่สองก็คือ การลงทุนในกองทุนรวมมักจะบังคับให้เราลงทุนระยะยาว การลงทุนที่จะเห็นผลงอกเงยต้องใช้เวลา ไม่ใช่ซื้อวันนี้พรุ่งนี้รวย (นั่นอาจจะเป็นหวย) แต่เราซื้อหน่วยลงทุนวันนี้ก็เหมือนเราปลูกต้นกล้า รอวันงอกเงย และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ กองทุนรวมที่ผมซื้อไว้เติบโตเลย 1 เท่าตัวในเวลาต่อมา

ประการสุดท้าย "ลงทุนหุ้น"

ด้วยความที่ว่าผู้เขียนเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้พอสมควร จึงเริ่มนำเงินเก็บอีกก้อนไปเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น และเริ่มซื้อหุ้นตัวแรก นั่นก็คือ KBANK หรือธนาคารกสิกรไทยที่หลายคนรู้จัก ซึ่งการลงทุนหุ้นนั้นทุกคนต้องรู้ว่ามันมีทั้งโอกาส และความเสี่ยง ตัวผู้เขียนเองก็ล้มลุกคลุกคลานกับการลงทุนหุ้นมาหลายปี กว่าจะจับจุดได้บ้าง และเริ่มทำกำไรได้อย่างจริงจัง

ข้อสรุปก็คือ ... การเป็นมนุษย์เงินเดือนไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเลย หลายคนในยุคนี้ไม่อยากเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่อยากทำอย่างอื่นให้รวยเร็วๆ แต่หารู้ไม่ว่าคนส่วนน้อยที่ประสบความสำเร็จ การเป็นมนุษย์เงินเดือนหลักหมื่น ก็สามารถเริ่มต้นออมเงิน ลงทุนต่อยอดให้งอกเงยได้ เราจะค่อยๆ มาติดตามกัน กับ เรื่องราวของการลงทุนสไตล์มนุษย์เงินเดือน ค่อยๆ ต่อยอด เหมือนปลูกต้นไม้ใหญ่ที่จะให้ร่มเงาที่แสนจะร่มรื่นแก่เราในภายหลังนั่นเอง
บทความโดย...นายแว่น (นักเขียนอิสระ)
แก้ไขล่าสุด : 3 ต.ค. 61