• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว-ทดลองขับ New Honda City e HEV รถไฮบริด และ Hatchback 5 ประตูขับสนุกแค่ไหนกัน?

    17 ธ.ค. 63 3,841
    รีวิว-ทดลองขับ New Honda City e HEV รถไฮบริด และ Hatchback 5 ประตูขับสนุกแค่ไหนกัน?
    New Honda city รถยนต์ซิตี้คาร์ ภายใต้ "เดอะ ซิตี้ ซีรีส์" เปิดตัวครบ 3 รุ่น 2 ตัวถังทั้งแบบซีดาน แฮชต์แบ็ก และไฮบริดที่ใช้ชื่อเรียกว่า "e:HEV" โดยในทริปนี้ได้ทดลองขับทั้งหมด 2 รุ่นคือ 
    ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ (City Hatchback) ซิตี้คาร์สปอร์ตแฮทช์แบ็กน้องใหม่ที่พร้อมมูฟสู่ทุกจุดหมายด้วยขุมพลังเทอร์โบเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO 122 แรงม้าให้การขับขี่ที่สนุก ทรงพลังและให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม มาพร้อมความอเนกประสงค์กับเบาะนั่งอัลตรา ซีทและครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และ ฮอนด้า ซิตี้
    ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ (Honda City e HEV) ซิตี้คาร์ Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Sport Hybridi-MMD ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้าเซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) อีกทั้งฟังก์ชันการใช้งานเพื่อความสะดวกสบายระดับพรีเมียมรวมระยะทางไป-กลับจากกรุงเทพฯ สู่เขา ใหญ่อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมากว่า 400 กิโลเมตร
    ซึ่งซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ และ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ที่มาพร้อมความโดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลายได้อย่างครอบคลุม
    Honda City Hatchback พับเบาะจุใจ ท้ายกว้างมาก !!!
    Honda City Hatchback โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 - 4,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร ขับสนุกดั่งใจด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด (7-Speed Paddle Shift) สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 100 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20
    ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ สปอร์ตเต็มขั้นในรุ่น RS ที่โฉบเฉี่ยวด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคันมาพร้อมกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS กันชนหน้าและกันชนหลังสไตล์สปอร์ตผสานดีไซน์อันลงตัวด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟท้ายแบบ LED และไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัวสปอยเลอร์หลังตกแต่งสีดำแบบสปอร์ตและล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว มาพร้อมสีใหม่สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) 
    ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง อัปเกรดความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยแถบสีแดง มาพร้อมเบาะนั่ง อัลตรา ซีท (ULTR) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้าที่แยกพับได้แบบ 60:40 สามารถปรับเปลี่ยน เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง4โหมด พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ ได้แก่ 
    • Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง
    • Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
    • Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง
    • Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด
    หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่พร้อมมาตรวัด เรืองแสงสีแดงสไตล์สปอร์ต (เฉพาะรุ่น RS) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น
    ครบครันด้วยมาตรฐานความปลอดภัย มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ ถุงลม 6 ตำแหน่งระบบเบรก ป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) และเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ฮอนด้าคอนเนค (Honda CONNECT) เป็นต้น
    ฮอนด้า ซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นได้แก่
    Honda City e:HEV ไฮบริดทันสมัย แรงและประหยัดได้ใจ
    ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมอัตลักษณ์อันโดดเด่นของซิตี้คาร์ไฮบริด ด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้ายสปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้นกับดีไซน์ RS รอบคันด้วยกระจังหน้าและสปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต พร้อมไฟเลี้ยวในตัว และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว มาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก)
    ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายในทุกมิติ เติมอารมณ์สปอร์ตหรูด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์สปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดงครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียมทั้งมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ช่องปรับอากาศตอนหลัง และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันพร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ เป็นต้น
    มาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ไม่มีแยกซ้าย-ขวา และช่องลมแอร์ด้านหลังเพื่อความเย็นรวดเร็ว และยังมีจุดชาร์จไฟอีก 2 ตำแหน่ง 
    อี:เอชอีวี ใหม่ ซิตี้คาร์ Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์มาพร้อมระบบขับเคลื่อน Sport Hybridi-MMD ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร และมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้าเซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)
    ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังแบบ Full Hybrid ระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (ใช้ปั่นไฟฟ้าและขับเคลื่อนอย่างละตัว) กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว กำลังสูงสุด 98 แรงม้า แรงบิด 127 นิวตัน-เมตร พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 1 กิโลวัตต์ชั่วโมง กำลังขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 109 แรงม้า ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0-3,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม/กิโลเมตร สามารถรองรับน้ำมัน E20
    นอกจากนี้ยังครบครันด้วยมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทางมาเต็ม
    ถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist- HSA) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) และเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) อุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยเช่น ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เป็นต้น
    มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)
    • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
    • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
    สมรรถนะการทดลองขับ 
    โดยก่อนเริ่มกิจกรรมการทดสอบสมรรถนะการขับขี่ของยนตรกรรมทั้ง 2 รุ่น คณะสื่อมวลชนได้ร่วมรับฟังข้อมูลผลิตภัณฑ์และรายละเอียดการพัฒนาฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ และ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ที่มาพร้อมความโดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลายไดอย่างครอบคลุม
    การขับขี่แบ่งเป็น 2 กลุ่มซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ และ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ขับ 2 คนต่อหนึ่งคัน และไปสลับคนขับระหว่างจุดแวะพักในวันแรก ส่วนวันที่สองสลับรถกันก่อนเดินทางกลับรวมระยะทางราว ๆ 400 กว่ากิโลเมตร และตลอดเส้นทางมีทั้งในเมือง นอกเมือง ขึ้นเนินเขาและใช้อัตราเร่งเพื่อทดสอบสมรรถนะอยู่เกือบตลอด ดังนั้น จึงเป็นการที่เหมือนใช้งานจริง ๆ แต่อาจมีช่วงที่ขับเร็วหรือใช้อัตราเร่งแซงบ่อย ๆ บาง สำหรับการทดสอบครั้งนี้ได้ขับครบทั้ง 2 รุ่นระยะทางราวเกือบ 200 กิโลเมตรต่อคันทั้งไปและกลับ     
    New Honda City Hatchback อเนกประสงค์เบาะกว้าง คล่องตัว! 
    New Honda City Hatchback เหมาะสำหรับผู้ต้องการความอเนกประสงค์ มาพร้อมความประหยัดน้ำมัน ราคาและการดูแลรักษา นับเป็นซิตีคาร์ที่ให้สมรรถนะและการใช้งานที่ลงตัวในทุกกิจกรรมของชีวิต
    สำหรับสมรรถนะของซิตี้ แฮทช์แบ็ก นั้นใช้ขุมพลังเดียวกับรุ่นซีดาน เบนซิน 3 สูบ VTEC TURBO 1.0 ลิตร 122 แรงม้า แรงบิด 173 นิวตันเมตร CVT แรงสุดในรถระดับนี้ อัตราเร่งปรู๊ดปร๊าดทันใจ 0-100 กม./ชม. ราว ๆ 10.50 วินาที (โดยประมาณ)
    การเร่งแซง 80 - 120 กม./ชม.ขึ้นเร็วทันใจ ช่วงล่างให้ความนุ่มนวล เน้นการเดินทางสะดวกสบาย ในความเร็วสูง ๆ ยังมีอาการยวบและโคลงอยู่พอสมควร ระบบเบรกเอาอยู่ พวงมาลัยเบาควบคุมง่าย คล่องตัว แต่ความเร็วสูงต้องเกร็งมือให้นิ่ง ๆ
    ความสะดวกสบายครบที่โดดเด่นคือ จอสัมสัสเชื่อต่อ Apple Carplay ระบบ Cruise Control กล้องมองถอยหลัง จุดเด่นที่นับเป็นไฮไลท์คือ เบาะหลัง Ultra Seat ที่นั่งได้สบายตัว พื้นที่วางขากว้างเหลือเฟือ และเป็นแบบพับ 60:40 และมีพื้นที่กว้างกว่ารุ่นแจ๊ซพอตัว ลองใช้ Android Auto โดยใช้แอพฯ ก็ได้เช่นกันครับ 
    โดยรวมแล้วเครื่องยนต์อัตราเร่งดี มีอาการรอรอบกับรอให้คำนวนอัตราทดเกียร์ CVT บ้างก่อนที่จะเร่งได้ทันใจ ตามสไตล์รถใช้เครื่องยนต์ ระบบช่วงล่างยังนุ่มนวล และมีอาการยวบยาบ เน้นการใช้งานที่ความเร็วไม่สูงนัก หากใช้ความเร็วสูง ๆ อาจต้องใช้ทักษะการควบคุมที่แม่นยำและนุ่มนวล เพื่อลดอาการ "โคลง" เมื่อเปลี่ยนเลนหรือเข้าทางโค้ง 
    จุดเด่นที่น่าสนใจของซิตี้ แฮทช์แบ็ก มากกว่าความแรงและประหยัดก็คือ เบาะหลังที่พับได้ราบเรียบแบบเดียวกับในแจ๊ซ และขนาดมีพื้นที่รวมกว้างกว่าแจ๊ซ แม้จะเป็นรถ 5 ประตูแต่กว้างมากที่สุดในรถระดับเดียวกับเลยทีเดียวครับ
    Honda City e HEV ออปชั่นเยอะจัดเต็มด้วย Honda SENSING เหมือนใน Accord Hybrid ในราคาถูกกว่าครึ่ง.!!
    สัมผัสขุมพลังไฮบริดใน City e ที่ให้อัตราการตอบสนองรวดเร็วทันใจกว่า แบบไม่ต้องรอรอบ การทำงานระบบ Series Hybrid มอเตอร์ไฟฟ้าจะแยกการขับเคลื่อนอิสระจากเครื่องยนต์ เรียกว่าเน้นใช้กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนขับเคลื่อนเป็นหลัก
    ส่วนเครื่องยนต์จะทำงานในช่วงความเร็วคงที่และไฟในแบตฯ เหลือน้อยระบบจะสลับให้เครื่องยนต์ขับเคลื่อนแทนจนไฟในแบตฯ ได้ระดับเพียงพอจะใช้งานก็ตัดกลับมาใช้มอเตอร์ไฟฟ้า
    นั่นคือ ระบบ i-MMD ไฮบริดที่ใช้เวอร์ชั่นเดียวกับใน Honda Fit ที่ญี่ปุ่น หรือใน Acoord Hybrid ซึ่งมีการทำงานที่สลับซับซ้อนแต่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเวอร์ เริ่มที่การขับขี่แบบปกติทั่วไปมอเตอร์ไฟฟ้าจะเป็นตัวหลักขับเคลื่อนทั้งหมด เครื่องยนต์จะปั่นกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่เท่านั้น 
    ในบางสภาวะการขับขี่เช่นใช้อัตราเร่งก็ยังเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นหลัก โดยที่เครื่องยนต์ยังปั่นกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่เช่นเดิม และที่เบาะหลังจะมีรูระบายอากาศเข้าแบตเตอรี่ไม่ต้องกลัวร้อนแน่นอน
    ในขณะที่ความเร็วเริ่มคงที่ไม่มีการเร่งหรือถอดคันเร่ง หากแบตเตอรี่ใกล้หมดในระดับที่ตั้งค่าไว้ ระบบจะสลับไปใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนผ่านชุดคลัตช์โดยตรงทันทีแบบ 100% และชาร์จไฟเข้าแบตฯ พร้อมกัน หรือบางจังหวะอาจใช้ขับเคลื่อนอย่างเดียวแบบไม่มีการชาร์จไฟหากไฟในแบตฯ ยังมีระดับเพียง ซึ่งในจังหวะเครื่องยนต์ขับเคลื่อนนั้น สั้นและใช้เวลาไม่นานนักก็จะสลับกลับไปเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนต่อไปครับ 

    นอกจากนี้ยังสามารถถอนคันเร่งเพื่อ "ชาร์จไฟ" เข้าสู่แบตฯ ได้ หรือจะใช้การปรับเปลี่ยนระดับการชาร์จไฟให้เร็วขึ้นด้วยการใช้ "Paddle Shift" "ฝั่งลบ" จะมีความหน่วงให้ละชอความเร็วลง ยิ่งกดลบลงไปเรื่อย ๆ ยิ่งชะลอมากขึ้น คล้ายการเปลี่ยนเกียร์ต่ำนั่เองครับ ซึ่งยิ่งหน่วงมากก็ยิ่งชาร์จได้เร็วมาก ยิ่งประหยัดเพราะเครื่องยนต์แทบไม่ต้องปั่นไฟเข้าแบตฯ เลย   
    สมรรถนะตอบสนองเร็วกว่า ช่วงล่างนุ่มนวล อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ราว ๆ 10.3-10.5 วินาที จากมอเตอร์ไฟฟ้า 109 แรงม้า 253 นิวตันเมตร ECVT ราบรื่นต่อเนื่องดี และให้อัตราสิ้นเปลืองกรุงเทพ - เขาใหญ่ไปกลับอยู่ที่ 20-25 กม./ลิตร ตัวเลขดีสุดมากถึง 28 กม./ลิตร
    Honda SENSING จากคุณพี่ Accord Hybrid.!
    แถมความปลอดภัย Honda SENSING ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ เตือนออกนอกเลนพร้อมดึงกลับ และรักษารถให้อยู่ในช่องทางพร้อมกับควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ..!!!
    จากการทดลองใช้ในช่วงขากลับจากเขาใหญ่ผ่านถนน 1016 (Dairy Home) ซึ่งเป็นทางคดเคี้ยวและมีเนินสลับทางลงอยู่ตลอด เจ้าระบบ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) สามารถควบคุมได้อย่างแม่นยำมาก แม้เส้นขอบทางบางช่วงจะจางก็ตาม 
    และระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW) ขยันทำงานและยังดึงกลับให้ได้จริงด้วย สุดท้ายลองใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) ตามคันด้านหน้า ถือว่าตรวจจับรถยนต์ที่วิ่งด้านหน้าได้ค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเลี้ยวกี่โค้งก้ยังตรวจจับเจอและใช้ความตามได้อย่างน่าประทับใจ 
    City e:HEV นับว่าเป็นรถยนต์ไฮบริดที่มีระบบ Honda SENSING มาแบบจัดเต็มเหมือนกับรุ่นพี่อย่าง ฮอนด้า แอคคอร์ด ในราคาเบา ๆ และระบบนี้ช่วยเหลือการขับขี่ทางไลกได้เยอะ ลดการเมื่อยล้า ช่วยระวังเมื่อคนขับเมอร์หรือเผลอได้ดีจริง ๆ ครับ ระบบนี้ โดยส่วนตัวแล้วชอบมาก เค้ามีมาให้หมดแล้ว... Honda SENSING มีไว้ดีกว่าไม่มีครับ 
    ถ้าชอบเทคโนโลยีจาก Accord Hybrid สู่ City e ทำให้เป็นรถซิตี้คาร์ที่มีเทคโลโยีไฮบริดเวอร์ชั่นล่าสุดกับความปลอดภัยที่ยกมาจากรถรุ่นราคาระดับล้านปลาย ๆ ที่มีค่าตัวเพียง 839,000 บาท ถูกกว่าครึ่ง หรือจะเรียกว่า Mini Accord ก็ยังได้เลยครับ
    นอกจากนี้ระบบการทำงานไฮบริดต่าง ๆ ยังมีรับประกัน 5 ปี และแถมให้อีก 5 ปี รวมเป็น 10 ปี ระบบหล่อลื่นในชุดเกียร์ E-CVT เช็คที่แสนกว่ากิโลเมตร และการบำรักษาตามระยะทางเทียบเท่ากับในรุ่นเครื่องยนต์ 1.0 ลิตรเท่านั้นครับ  
    ความคุ้มค่ากับราคา
    เริ่มที่รถยนต์ ฮอนด้า ซิติ้ แฮตช์แบ็ค อีโคาร์ หรือ ซิตี้คาร์ ก็ได้เพราะความพิกัดเครื่องยนต์ตรงคุณสมบัติ ที่โดดเด่นด้วยขุมพลังแรงเจ้าเดียวในไทยสำหรับรถระดับเดียวกัน เพิ่มความอเนกปะรสงค์เข้ามาให้มีความสะดวกสบายสไตล์ Honda Jazz แต่ให้พื้นที่โดยรวมกว้างกว่า รองรับกิจกรรมที่หลายหลายของชีวิต นอกจากนี้ยังใช้งานบรรทุกสิ่งของได้สะดวก เหมาะกับผู้เริ่มทำธุรกิจเล็ก ๆ หรือการท่องเที่ยวแบบ Extreme  
    ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี สำหรับผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ ๆ เน้นการใช้งานสะดวกสบายและประหยัด บุคลิคแบบสุขุมนุ่มลึก วัยกลางคนที่ต้องการรถยนต์ที่คุ้มค่าในการใช้งาน แต่ในความประหยัดยังแอบแฝงกำลังแรงบิด 253 นิวตัน-เมตร ที่มีอัตราเร่งที่ดีไม่รอรอบและยังคงความประหยัดได้น่าพอใจในระดับ 19 - 27 กม./ลิตร พอไหม?

    แท็กที่เกี่ยวข้อง :

    • สินธนุ จำปีศรี
    • สินธนุ จำปีศรี
      Car GURU Thailand

    รีวิวล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ