• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ รุ่น 2.0i-S ES ใหม่ รถยนต์เอสยูวีทันสมัยสำหรับครอบครัวรักเดินทาง

    24 ส.ค. 63 2,713
    รีวิว ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ รุ่น 2.0i-S ES ใหม่ รถยนต์เอสยูวีทันสมัยสำหรับครอบครัวรักเดินทาง
    การมองหาเอสยูวีที่ตอบโจทย์ได้หลากหลาย โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการรถที่ปลอดภัย ขับใช้งานง่ายทั้งในและนอกเมือง รองรับสมาชิก 4-5 คน พ่อแม่ลูก รับส่งไปโรงเรียน เดินทางท่องเที่ยวในวันหยุด ที่สามารถนำรถไปผจญภัยได้มากกว่าทั่วไป เช่น เส้นทางออฟโร้ดสัญจรปกติ ตัวเลือกอย่าง ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ รุ่น 2.0i-S ES ใหม่ น่าจะผุดเข้ามาในหัวใครหลายคน ทีมงานคาร์กูรูไทยแลนด์ จึงนำมาทดสอบขับให้เห็นรายละเอียดในหลากหลายมุมการใช้งานกัน 
    รูปลักษณ์ภายนอก
    รูปลักษณ์ภายนอกของ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ รุ่น 2.0i-S ES ใหม่ ดูเป็นเอสยูวีตามแบบฉบับซูบารุ เส้นสายตัวถังที่ปรับเปลี่ยนให้โฉบเฉี่ยวและดูเพรียวกว่ารุ่นที่ผ่านมาทำให้น่าดึงดูดและน่าใช้มากขึ้น ระบบไฟส่องสว่างภายนอกที่เป็น LED ทั้งหมด ทำให้ตัวรถดูเข้ายุคสมัย ราวหลังคาที่ให้พร้อมใช้งานได้จริง ล้อแม็กขนาด 18 นิ้ว ที่เสริมความเป็นพรีเมียมเอสยูวี  แต่จุดที่ผู้เขียนชอบคือ กระจังหน้าที่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นซูบารุ ดูอนุรักษ์อย่างมีสไตล์ พื้นที่กระจกรอบคันที่เยอะทำให้ตัวรถดูโปร่งโล่งสบายจากภายนอก ขนาดมิติตัวถังรถ ความสูงล้วนอยู่ในระดับที่สะดวกต่อการใช้งานทั้งในและนอกเมือง
    รูปลักษณ์ภายใน
    ภายในห้องโดยสารอยากจะบอกว่านี่คือ ครั้งแรกที่ไม่รู้จะติตรงจุดไหน ตำแหน่งปุ่ม จอแสดงผล การดีไซน์ วัสดุ การประกอบ พื้นที่โดยรอบ ดีโดนใจหมดจริงๆ เบาะหนังส่วนสัมผัสก็แสดงถึงการเอาใจใส่ด้านคุณภาพ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนังให้สัมผัสและความรู้สึกดีมาก กระชับมือ และควบคุมแบบลัดได้ง่าย โดยเฉพาะส่วนขวาที่เป็นครูสคอนโทรลแบบอแดปทีฟ และยังวางแพดเดิ้ลชิฟต์ไว้ให้เติมลดเกียร์เองเวลาต้องการขับแบบสปอร์ตบนถนน แผงข้างประตูหุ้มหนังกับใช้วัสดุนิ่มเดินด้ายจริงสวยงาม ปุ่มเปิดปิดกระจกดูดี ฟิลพรีเมียม ไม่เสียอารมณ์ว่าไปยืมรุ่นล่างของแบรนด์มาใช้ แป้นพักเท้านี่ก็ให้แบบสปอร์ตมาเลยจัดเต็มมาก การเลือกหนังหรือวัสดุมาหุ้มในส่วนต่างๆ ได้เลือกใช้ texture ที่แตกต่างกันแยกด้วยการเดินด้ายขาว ถ้าเป็นสีแดงคงได้อารมณ์คึกคักไม่น้อย โดยรวมคือให้ 10 เต็มได้เลย
    ในส่วนของเบาะแถวสองด้านหลังออกแบบพับได้ 60/40 มีแยกที่วางแขนใส่แก้วเอาใจผู้โดยสารตอนหลังเป็นอย่างดี นอกจากนี้ก็มีช่องแอร์แยกให้กันความร้อนที่เข้ามาเพราะพื้นที่กระจกรอบคันค่อนข้างเยอะ ถ้าไม่ได้ฟีล์มดีๆ นี่อ่วมเหมือนกัน ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวางพอใส่ถุงกอล์ฟ อาจต้องถอดไดร์ฟเวอร์ออก รุ่นนี้เปิดปิดสบายด้วยปุ่มไฟฟ้า
    เครื่องยนต์
    ขุมพลังยังเป็นเครื่องยนต์ Boxer 4 สูบนอน ขนาด 1,995 ซีซี ให้กำลัง 156 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด 196 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแปรผันต่อเนื่อง CVT บล็อคเดียวกับในรุ่น XV แต่แบกน้ำหนักเยอะกว่าราว 100 กก. ซึ่งน่าคิดว่าอัตราเร่งที่ได้จะดีพอในการเร่งแซงรถช้าหรือมีแรงบิดดีพอขึ้นทางเขาอย่างต่อเนื่องไหม
    การขับทดสอบ
    การขับทดสอบเริ่มจากในเมืองก่อน ผู้เขียนขับเสมือนการใช้งานในชีวิตประจำวันจริง เช้าขับเข้าเมืองขึ้นทางด่วนฝ่าการจราจรติดขัดของถนนสีลมมาจอดย่านเพลินจิต แล้วช่วงเย็นขับกลับไปถนนสีลม สาทร พระราม๔ ทางด่วน อยู่ 2 - 3 วันพบว่า ตัวรถให้มุมมองดีมากจากตำแหน่งคนขับ กว้างไกลและครอบคลุมชัดเจน ทำให้ขับในเมืองง่ายและมั่นใจ การเลาะเลี้ยว หักหลบ หรือระวังรถมาในมุมอับสายตาก็มีเตือนด้วยไฟแอลอีดีที่กระจกมองข้างชัดเจน เวลารถติด สเปซรูมรอบตัวภายในห้องโดยสารทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อต้องนั่งนานๆ การเชื่อมต่อบลูทูธและแอนดรอยด์ออโตทำได้ง่าย เลยเพลินไปกับแอปฯ โปรดอย่าง Spotify และเดินทางไปไหนก็สะดวกด้วยกูเกิ้ลแมพที่ซิ้งค์จากสมาร์ทโฟนมาที่หน้าจอใหญ่ขนาด 8 นิ้ว การชะลอเบรกความเร็วต่ำบ่อยๆ ในเมืองให้ฟิลลิ่งตอบกลับที่ดี ผสานกับระบบอายไซต์ยิ่งขับได้อย่างสบายใจมากขึ้น การเข้าจอดในตึกที่มักระบุจำกัดความสูงก็ผ่านสบายทุกที่ การขับตอนกลางคืนหรือในที่แสงน้อย ระบบไฟส่องสว่างด้านหน้าให้แสงที่เคลียร์กว้างชัดเจนมาก และหันเหไปตามการเลี้ยวจริง ช่วงฝนตก เรนเซนเซอร์ทำงานไวมาก บางครั้งเพิ่งลงไม่มาก ยังไม่จำเป็นต้องปรับก็ทำงานซะแล้ว ทำให้ปาดเอาฝุ่นหรือเศษผงที่ติดค้างหน้ากระจกไปด้วย แต่โดยรวมแล้วคล่องตัว ขับสบาย มีความสุขกับห้องโดยสาร
    การขับทางไกลท่องเที่ยวออกนอกเมือง เมื่อต้องทำความเร็วต่อเนื่องบนถนนหลวงสายหลัก มอเตอร์เวย์ ฯลฯ ตัวรถนิ่งขึ้น ปะทะแหวกลมได้ดีกว่ารุ่นเก่าชัดเจนมาก การบังคับเลี้ยวให้ความแม่นยำตอบสนองได้ตามที่คิด ช่วงล่างนิ่มแต่ไม่ย้วย แต่อัตราเร่งแซงยังเป็นจุดที่ต้องทำความเข้าใจในด้านข้อจำกัดของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 156 แรงม้า ที่ต้องลากตัวถังขนาด 1.5 ตัน และส่งกำลังผ่านเกียร์ CVT แต่ก็สนุกขึ้นได้กับการปรับโหมดเป็นสปอร์ตแลกกับการลากรอบที่มากขึ้น แต่ด้วยคาแรคเตอร์ของฟอเรสเตอร์ที่ไว้ใช้เดินทางทั้งออนออฟโร้ด เน้นท่องเที่ยวผจญภัยไปกับครอบครัวก็นับว่าเพียงพอแล้ว เวลาผู้เขียนขับเข้าทางออฟโร้ดที่เป็นกรวดลอยหรือหญ้า พร้อมปรับ X-MODE ไว้รองรับ ให้ความรู้สึกสบายใจในการขับมากขึ้นเมื่อเทียบกับเอสยูวีในคลาสเดียวกัน สุดท้ายเรื่องตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองถ้าใช้เมืองอยู่ราว 11 ลิตร/100 กม. ถ้านอกเมืองก็ได้ราว 8 ลิตร/100 กม. พิจารณาจากความเป็นรถ AWD ก็นับว่ารับได้ นอกจากนี้การขับออกนอกเมืองนอกจากได้ชมธรรมชาติและขับแบบสบายใจแล้ว ยังได้ลิ้มรสอาหารอร่อยในย่านนี้ อย่างร้านเบอร์เกอร์ ที่มีฝรั่งครูสอนภาษามาเปิดแบบไม่คิดว่าจะมีเมนูแบบนี้ หรือร้านกาแฟเก๋ๆ ให้เช็คอิน จอดรถถ่ายรูปพักก่อนเดินทางกลับ
    สิ่งอำนวยความสะดวก
    ความสะดวกสบายอย่างแรกใน ฟอเรสเตอร์ รุ่น 2.0i-S ES ใหม่ เริ่มจากเบาะตำแหน่งผู้ขับที่ปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง และของผู้โดยสารตอนหน้าก็เช่นกัน ช่วยให้การปรับตำแหน่งการสรีระทำได้ละเอียดและสะดวก ด้านระบบปรับอากาศให้มาแบบแยกฝั่งและซิงค์ได้ ของผู้โดยสารตอนหลังก็มีให้ตรงกลางหลังพักแขน และไฮไลท์อยู่ที่หน้าจอแสดงผลขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบนำทางซึ่งจริงๆ ยุคนี้ไม่จำเป็นเท่าไหร่ การเชื่อมต่อบลูทูธได้ เป็นเรื่องที่ดูธรรมดาสำหรับรถปี 2020 การรองรับ apple car play กับ android auto นั่นคือ มาตรฐานใหม่ ที่ยกระดับของไลฟสไตล์การใช้รถต่อจากนี้ ซึ่งมีในฟอเรสเตอร์
    ส่วนช่องเสียบ USB ด้านหน้ามีให้ 1 ตำแหน่ง หลังตรงคอนโซลกลาง 2 ตำแหน่ง เพียงพอสำหรับสมาชิกในครอบครัวยุคที่ต่างคนมีสมาร์ทโฟน ทั้งหมดทำให้การเดินทางด้วยรถรุ่นนี้ไม่ติดกับข้อจำกัดด้านการสื่อสารออนไลน์ อย่างน้อยผู้โดยสารตอนหลังยุคนี้แทบไม่มีใครอยากดูวิวนอกหน้าต่างรถอีกแล้ว 
    ระบบความปลอดภัย
    ระบบความปลอดภัยของตัวรถทั้งแอคทีฟและแพสซีฟมีในรุ่นอายไซต์มีให้ครบครันตามาตรฐาน ผู้เขียนขอเน้นไปที่การทำงานจริงแบบสัมผัสได้จากการขับของระบบต่างๆ จาก ระบบความปลอดภัย EyeSight Driver Assist Technology ที่ใช้กล้องคู่หน้าบนตำแหน่งกระจกบานหน้าช่วยจับภาพและวิเคราะห์ตามโปรแกรม ทางซูบารุเคลมว่าช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้กว่า 60% เริ่มจากระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน หรือที่เข้าใจกันในชื่อ adaptive cruise control แต่การตั้งระยะใกล้ไกลต่างจากบางแบรนด์ แม้ใกล้สุดแต่ก็ยังดูไกลเผื่อไว้ให้เพียงพอต่อการเบรกฉุกเฉิน ระบบนี้มักทำงานกับระบบเตือนรถออกหรือเบี่ยงนอกเลน เพราะบ่อยครั้งที่มีจังหวะรถคันหน้าช้าจนความเร็วต่ำกว่าที่ตั้งไว้มาก โดยเฉพาะการขับบนทางเปิดโล่ง อย่างมอเตอร์เวย์ ทำให้ต้องเปลี่ยนเลนเพื่อให้รถกลับไปทำความเร็วได้ตามที่ตั้ง 
    แต่ก็นั่นล่ะ การเปิดไฟเลี้ยวบนถนนเมืองไทยดูเป็นเรื่องใหญ่ ผู้เขียนก็พยายามเปิด แต่จังหวะรถลอยตัวขับเพลินแล้วเปลี่ยนเลนบางครั้งก็ลืมทำให้ระบบเตือน ซึ่งข้อดีก็ช่วยกันการเผลอหลับใน ระบบต่อไปที่ได้ทดลองคือ เบรกก่อนการชน ชัดเจนว่ากล้องของระบบฯทำงานวิเคราะห์สั่งการได้อย่างฉับไวจริงๆ ไวเกินไปด้วยซ้ำ โดยเฉพาะจังหวะที่มีรถปาดเข้ามาด้านหน้า หรือคันข้างหน้าลดความเร็วขณะที่คันที่มีระบบฯนี้ยังทำความเร็วต่อเนื่องจนถีงระยะที่คำนวนแล้วว่าอันตรายต่อระยะเบรกที่เหลือระบบก็จะทำงาน บางครั้งก็ทำเอาหัวทิ่มเลย 
    อีกระบบที่ได้ทดลองจริงซึ่งทำงานบ่อยเมื่อต้องขับในเมืองคือ การแจ้งเตือนเมื่อการจราจรเคลื่อนที่ เข้ากับยุคที่ผู้ขับหลายคนมักเล่นสมาร์ทโฟนในช่วงรอไฟสัญญานจราจรแล้วเพลินจนไม่ได้มองว่าไฟเขียวหรือรถด้านหน้าเคลื่อนตัวไปไกลแล้ว ส่วนระบบถอนคันเร่งก่อนการชนอันนี้ไม่กล้าลองเอง เพราะปกติก่อนออกตัวจากช่องจอดมักตรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบรถ ของฟอเรสเตอร์ใหม่ก็ดูได้จากกล้องรอบคัน และสุดท้ายตำแหน่งเกียร์อยู่ถูกไหมเดินหน้าหรือถอยหลัง
    ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา
    สรุป ฟอเรสเตอร์ รุ่น 2.0i-S ES ที่มีเทคโนโลยี  EyeSight นับเป็นการเติมความสมบูรณ์แบบให้กับรถรุ่นนี้ อย่างน้อยก็เหมาะสำหรับการเป็นรถคันเดียวของครอบครัว ขับแล้วสัมผัสได้ถึงความแตกต่างเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด ระบบ AWD กับฟังก์ชัน X-MODE ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของตัวรถให้มีทางเลือกที่หลากหลายขึ้นในการเดินทาง สเปซรูมภายในห้องโดยสารก็ช่วยให้บรรยากาศในการเดินทางปลอดโปร่งผ่อนคลาย วัสดุและการประกอบก็สะท้อนถึงการเลือกสรรมาเป็นอย่างดี ดูพรีเมียม ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจกับการจ่ายค่าตัวระดับ 1,450,000 บาท (ยังไม่รวมส่วนลดที่ซูบารุมอบให้อีกในช่วงนี้)
    • ชลัคร ช่วยชู
    • ชลัคร ช่วยชู
      Car GURU Thailand

    สนใจทดลองขับ

    รีวิวรถยนต์ล่าสุด

    รีวิวล่าสุดอื่นๆ