• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว ALL NEW VOLVO V60 รถครอบครัว plug-in hybrid หรูหรา แรง ประหยัดและปลอดภัย ราคาสุดอึ้ง!

    10 ก.ย. 63 4,307
    รีวิว ALL NEW VOLVO V60 รถครอบครัว plug-in hybrid หรูหรา แรง ประหยัดและปลอดภัย ราคาสุดอึ้ง!
    ALL NEW VOLVO V60 (วอลโว่ วี60) รถยนต์ที่คงความเป็นตำนานของรถครอบครัวสไตล์ Station Wagon หรือ Estate อันโด่งดังจนถึงปัจจุบัน V60 ใหม่ก็คงความเป็นอมตะสำหรับรถ "แวน" เป็นอย่างดี ต้องยอมรับว่าในขณะนี้รถยนต์ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่นั่นคือ รถครอบครัวอเนกประสงค์รวมถึงรถยนต์ที่มีท้ายยาวสามารถจุสัมภาระและอุปกรณ์ Out Door ได้ โดยทีมงานเช็คราคา.คอม รับ All new Volvo V60 T8 Twin Engine AWD Inscription ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดในไลน์อัพของ V60 กับค่าตัว 2.69 ล้านบาท มาพิสูจน์ดูในแง่ใช้งานทั่วไปกว่า 6 วันนั้น จะมีความพิเศษกว่ารุ่นอื่น ๆ ในระดับเดียวกันแค่ไหน อย่างไร และจะให้สมรรถนะโดยรวมแล้วคุ้มค่าแค่ไหน ต้องลอง!
    จุดเด่น - สวยลงตัวหรูหรา
    ภายนอกโดดเด่นด้วยไฟหน้าที่มี LED Daytime running light รูปฆ้อนของเทพเจ้าในหนังเรื่อง "ทอร์" (แม้หัวฆ้อนจะเอียง ๆ หน่อยแต่ก็ใกล้เคียง) มาพร้อมไฟหน้า LED ที่มีระบบหักเหองศาตามการเลี้ยวได้พร้อมกับสั่งเปิด-ปิดได้ กระจังหน้าฝั่งกล้องมองด้านหน้า หลังพาโนรามิกรูฟ ล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว ท่อไปเสียคู่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู และฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าที่มีระบบ HandsFree โดยรวมแล้วก็คือ S60 ที่มีท้ายยาวแบบรถแวน 
    ภายในหรูหราและแพรวพราวไปด้วยฟังก์ชั่นที่ตอบสนองการใช้งานได้ลงตัว คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยลายไม้ "Driftwood" มาตรวัดแบบ TFT ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงข้อมูลการทำงานต่าง ๆ และแสดงแผนที่ในรูปแบบ 3 มิติอีกด้วย พร้อม Head-up display จอสัมผัสตรงกลางขนาด 9 นิ้ว แสดงผลทั้งระบบโหมดการทำขับขี่ และสามารถเลือกแสดงผลมาตรวัดได้ 3 รูปแบบ
    เครื่องเสียง ปรับอากาศ ฟังก์ชั่นสั่งการทำงานของรถยนต์ และภาพ 360 องศา ควบคุมในจุดเดียว พวงมาลัยพร้อมปุ่มสั่งการทำงานของระบบควบคุมความเร็วแปรผันและปรับระยะห่างรถคันหน้าฝั่งซ้ายและฝั่งขวาใช้ควบคุมเครื่องเสียง
    คอนโซลกลางขนาดใหญ่ไปสักหน่อยซึ่งข้างใต้ติดตั้งระบบชุดไฮบริดเอาไว้บางส่วนจึงกินที่ตรงส่วนนี้ไปพอสมควร หัวเกียร์แบบแท่งคริสตัลใสมีรูป "แมวน้ำ" จาก Orrefors Sweden ซึ่งเป็นบริษัททำเครื่องแก้วชื่อดังก่อตั้งเมื่อ 1898 ของประเทศสวีเดน ถัดลงมาเป็นสวิตช์ Start-Stop เครื่องยนต์ที่ "เซอร์ไพร์ส" โดยใช้การหมุนไปทางขวานับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของวอลโว่จริงๆ ถัดมาเรื่องย ๆ จะมีสวิตช์ระบบเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Hold Brake และข้างกันเป็นช่องวางแก้วน้ำพร้อมฝาปิดเรียบร้อยสวยงาม  
    เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าแบบเมโมรี่ 2 ตำแหน่ง พร้อมมีระบบดันหลังและปรับแผ่นรองน่องเข้า-ออกได้อีกด้วย ปุ่มสวิตช์กระจกแผงประตูข้างฝั่งคนขับนุ่มนิ้วกดง่ายเป็นแบบอัตโนมัติขึ้น-ลงทั้ง 4 บาน และอีกหนึ่งความแหวกแนวคือ สวิตช์ปรับกระจกมองข้างเมื่อต้องการพับเก็บกระจกต้องกด 2 ปุ่ม (R/L) พร้อมกัน! 
    เบาะตอนหลังให้ผิวสัมผัสที่นุ่มสบาย และไม่เป็นหลุมลึกมากนัก ทำให้ไม่อึดอัด ส่วนตรงกลางเกือบเสมอกัน ทำให้คนนั่งตรงกลางไม่สูงเกินไปอีกด้วย และสามารถพับได้ 60/40 เพิ่มความจุได้ถึง 1,441 ลิตร และมีที่บังตาสำหรับสัมภาระท้ายอีกด้วย ส่วนหลังคาแก้วยาวถึงผู้โดยสารหลัง เปิดได้ทั้งแบบดระดกขึ้นและเลื่อนเปิดไปด้านหลัง พร้อมม่านบาง ๆ บังแสง ซึ่งตรงนี้อาจมีความร้อนเข้ามาบ้าง เพราะแดดเมืองไทยโหดกว่าสวีเดนเยอะ!
    ระบบปรับอากาศอัตโนมติที่ควบคุมบนจอกลางทั้ง แยกปรับอุญหภูมิซ้าย-ขวา ความแรงลม ทิศทางลม พร้อมช่องแอร์ที่เสา "B" ซ้ายและขวา ตำแหน่งนี้นับว่าดีมากเพราะส่วนใหญ่ผู้โดยสารหลังจะนั่งตำแหน่งริมซ้าย-ขวา ทำให้ลมปะทะได้เต็ม ๆ และหากมีคนนั่งครบตรงกลางก็ไม่ต้องหนาวอยู่คนเดียว 
    ความบันเทิง
    ระบบเครื่องเสียงดีเลิศ! แม้จะฟังวิทยุก็คมชัดทุกย่านเสียง ยิ่งเชื่อมต่อบลูทูธหรือ Apple Carplay ฟังเพลงยิ่งเพลิน เสียงแหลม ทุ่ม เบสมาครบ แม้ยังไม่ปรับอะไรเพิ่มเติม นับว่าให้ความคมชัดสมกับเป็นชุดเครื่องเสียงจาก Harman Kardon Premium Sound พร้อมส่งพลังเสียง 600 วัตต์ไปยังลำโพง 14 ตัวผ่านช่องกระจายเสียง 12 ช่อง นอกจากนี้ยังรองรับ Android Auto อีกด้วย ซึ่งหากเปิดดูหนังที่มีซาวด์เอฟเฟกต์สนุก ๆ คงกระหึ่มทั้งคัน
    นอกจากนี้หน้าจอที่แสดงสวิตช์สั่งการทำงานระบบต่างสามารถจิ้มนิ้วและลากจัดให้อยู่ตำแหน่งใดก็ได้ตามต้องการเหมือนจอสมาร์ทโฟนเลยทีเดียวครับ
    ความสะดวกสบาย
    VOLVO V60 ให้ความสะดวกสบายเริ่มตั้งแต่ระบบ Smart Entry แตะมือจับล็อคเปิดทันที่ เบาะปรับที่ปรับไฟฟ้าและกดเลือกเมมโมรี่ตามผู้ขับแต่ละคนได้ พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง ระบบการเชื่อมต่อกับสมาร์มโฟนหากเคยเชื่อมต่อไว้แล้ว เพียงแค่ขึ้นรถจะเชื่อมต่อให้ทันที่ หรือสามารถเสียบชาร์จโทรศัพท์ได้ที่ช่อง USB 2 ช่องใต้ที่วางแขน และช่องจ่ายไฟ 12V อีก 1 ช่อง 
    ท่านั่งขับขี่อยู่ในระดับกลาง ๆ เนื่องจากตำแหน่งคนขับนั้น "คับ" ไปสำหรับคนตัวใหญ่ ๆ แต่เมื่อลงไปนั่งเรียบร้อยแล้วกลับให้ความพอดี ๆ ทั้งระยะวางขา พวงมาลัย และที่เท้าแขน ซึ่งหากนั่งไม่ถนัดก็สามารถปรับให้อยู่ในตำแหน่งพอดีได้ไม่ยากนัก ส่วนในการนั่งของผู้ทดสอบนั้นจะมีเพียงเรื่องของ "ข้อศอกขวา" เวลาหมุนพวงมาลัยจะมีเฉี่ยวกับเท้าแขนบ้างเท่านั้นครับ 
    พื้นที่เหนือศีรษะขึ้นกับการปรับความสูง-ต่ำของเบาะ แต่ในครั้งนี้ผู้ทดสอบปรับระดับกลาง ๆ เนื่องจากหลังคาของ วี60 นั้นต่ำลงมากพอสมควร จึงทำให้หัวติดด้านบนมากเกินไป ตรงคอนโซลกลางนั้นมีขนาดหนาพอสมควรจึงกินพื้นที่ด้านข้างค่อนข้างเยอะ เข้าใจว่าใต้คอนโซลกลางนั้นมีระบบขับเคลื่อนไฮบริดอยู่ เพราะเมื่อเปิดที่เท้าแขนขึ้นมาไม่มีช่องใส่ของ มีเพียงแผ่นวางตื้น ๆ พอวางโทรศัพท์, แว่นตา นาฬิกา ปากกา ฯลฯ ที่เล็ก ๆ ได้เท่านั้น  
    มาถึงระบบฝาท้ายไฟฟ้าและระบบ "กวดเท้า" ซึ่งนับว่าใช้งานได้ค่อนข้างง่าย กวดทีเดียวทำงานเลย นับว่าวางตำแหน่งเซ็นเซอร์เอาไว้ได้เหมาะสม ซึ่งต้องพกกุญแจไว้กับตัวเท่านั้น และองศาการกางออกของตัวฝาท้ายก็ไม่กินที่มากนัก สามารถเปิดในที่แคบ ๆ ได้สบาย ๆ ครับ 
    สมรรถนะ - แรงระดับน้อง ๆ ซูเปอร์คาร์บางรุ่น!
    Volvo V60 T8 Twin Engine AWD Inscription ขุมพลัง T8 Twin Engine Plug-in Hybrid AWD เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ รหัส B4204T35 พ่วง Turbocharged และ Supercharged กำลังสูงสุด 320 แรงม้า ที่ 5,700 รอบ/นาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร ใช้ในการขับเคลื่อนล้อคู่หน้า และทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 87 แรงม้า ที่ล้อคู่หลัง ซึ่งเมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า จะได้พละกำลังสูงสุด 407 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 640 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Geartronic พร้อมระบบ Plug-in Hybrid แบตเตอรี่ Lithium-ion 11.6 kWh แรงดันไฟฟ้า 270-400 V ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเครื่องยนต์ และล้อหลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า รองรับน้ำมันสูงสุด E10 
    ใช่ครับ! 407 แรงม้า แรงบิด 640 นิวตันเมตร กำลังมากขนาดนี้เทียบเคียงกับรถสปอร์ตหรือซูเปอร์คาร์บางรุ่นที่เป็นเครื่องยนต์ NA สบาย ๆ เพียงแค่บอดี้และระบบช่วงล่างยังเป็นรถ "บ้าน ๆ" เท่านั้น โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือกอีก 5 รูปแบบคือ Constant AWD, Pure, Hybrid, Individual และ Power    
    การเข้าตำแหน่งเกียร์ใช้การดันลงเป็นตำแหน่ง "D" หรือหากต้องการให้ระบบชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ก็ดันลงอีกครั้งให้เป็น "B" หากต้องการถอยหลังก็ดันขึ้นจนกว่าจะเป็น "R" และเมื่อจอดก็เพียงกดปุ่มเพื่อ "P" เท่านั้น นอกจากนี้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ได้เอง 8 สปีด โดยการดันไปด้านซ้ายหรือขวา  
    ในการขับโหมดปกติ Hybrid คือ การใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก เมื่อแบตเตอรี่หมด เครื่องยนต์จะติดเอง ซึ่งในระบบปลั๊ค-อินไฮบริดของวี60 นั้นจะไม่มีการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่อัตโนมัติ ผู้ขับต้องเลือกกดสั่งให้ชาร์จไฟเท่านั้น เนื่องจากสามารถชาร์จไฟจากที่บ้านหรือภายนอกได้ จึงไม่เน้นการชาร์จแบตฯ จากเครื่องยนต์เพราะต้องสูญเสียกำลังไปปั่นไฟและกินน้ำมันเพิ่มขึ้นนั่นเอง   
    ส่วนในโหมด Pure-Eco จะเน้นเรื่องการใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยมีเงื่อนไขคือไฟในแบตเตอรี่ต้องมามากพอหรือชาร์จมาจนเต็ม ซึ่งระสามารถวิ่งได้ระยะทาง 32 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 
    โหมด Power ก็เป็นโหมดขับขี่แบบสปอร์ตเป็นการรวมพลังของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีกำลังมากเพื่อการตอบสนองความแรงนั่นเอง   
    Individual เป็นโหมดที่ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งการทำงานต่าง ๆ ของระบบเครื่องยนต์ไฮบริดได้ตามต้องการ แต่โดยรวมแล้วการขับขี่ในโหมดปกติหรือ Hybrid นี่แหละจบครบทุกย่านการใช้งานแล้วครับ 
    ส่วนอีกหนึ่งโหมดคือ Constant AWD เป็นการเลือกขับขี่ในรูปแบบ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ตลอดเวลาแบบแปรผัน คล้ายกับรถ SUV ที่มีระบบ AWD นั่นเอง เป็นการใช้ทั้งกำลังเครื่องยนต์ที่ล้อคู่หน้าและมอเตอร์ไฟฟ้าที่ล้อคู่หลังแบบสมดุลกัน เพื่อเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ที่ดีขึ้นไปอีก 
    ช่วงล่างนุ่มนวลแบบผู้ดีแต่อาจคุมฝูงม้า 407 ตัวไม่อยู่ เบรกแข็งใช้แรงเยอะ!
    มาถึงระบบที่ต้องรองรับฝูงม้ากว่า 400 ตัว หากขับขี่ในย่านความเร็วทั่วไปปกติ ไม่เร่งแซงแบบสุดขั่วนัก ก็นับว่ารับมือได้สบาย ช่วงล่างมีความแข็งและมีกระเด้งบ้างในความเร็วต่ำ แต่เมื่อโดดคอสะพานหรือหลังเต่านั้น โช้คอัพด้านหน้าซับแรงได้ดีเยี่ยมในขณะที่ด้านหลังจะยวบ ๆ กว่าเล็กน้อย อาการโยนตัวในความเร็วสูง ๆ มีมากไปหน่อย หากเทียบกับรถระดับเดียวกัน ในกลุ่ม "รถพ่อบ้านขาซิ่ง"  
    ช่วงขณะคิกดาวน์เต็มเท้าเรียกอัตราเร่งเต็มที่ สามารถพุ่งทยานจากจุดหยุดนิ่งถึง 100 กม./ชม. โดยวัดแบบคร่าว ๆ จากการอัดคลิปราว ๆ 5 วินาทีกว่า ๆ อัตราเร่งแซงตั้งแต่ 80 กม./ชม. ขึ้นไปนั้นยังตอบสนองดี แต่ควรเร่งในทางตรงเท่านั้น หากเร่งช่วงทางโค้งช่วงล่างจะเอาไม่อยู่ เพราะจะมีอาการหน้าดื้อท้ายดิ้นเล็กน้อย ซึ่งระดับแรงบิด 640 นิวตันเมตร นับว่าสูงเอาเรื่องใกล้เคียงกับรถสปอร์ตที่ใช้เครื่องยนต์วี 6 ทวินเทอร์โบบ้างรุ่นด้วยซ้ำ แต่ช่วงล่างเน้นการความนุ่มนวลในใช้งานทั่วไปเป็นหลัก แต่แอบเซ็ตให้มีค่าความแข็งเผื่อเอาไว้เท่านั้น จึงไม่ใช้รถที่จะขับ "ซิ่ง"อย่างรถสปอร์ตได้แม้พลังจะมากก็ตาม 
    ระบบเบรกดีเอาอยู่ แต่แข็งทื้อและออกแรงเยอะมาก ๆ กว่าจะหยุดนิ่ง โดยเฉพาะช่วงขับขี่ความเร็วต่ำ เร่งสลับเบรกไปเรื่อย ๆ หากเผลอเดินคันเร่งมากไป รถจะพุ่งแรงในทันทีและถ้าใช้น้ำหนักเท้าเบรกแบบรถทั่วไปอาจทิ่มท้ายคันหน้าได้ ในส่วนของระบบเบรกนั้นทางวอลโว่อาจต้องกลับไปทำการบ้านมาใหม่ว่าจะทำอย่างไรให้ระบบเบรกที่เป็นไฟฟ้านี้ นุ่มเท้า ผ่อนแรง น้ำหนักเบามากขึ้น  
    ดังนั้นผู้ขับขี่ Volvo V60 รุ่นนี้หรือแม้แต่รุ่นที่ใช้ขุมพลังแบบนี้ต้องเรียนรู้นิสัยของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง น้ำหนักในการใช้เบรกเป็นอย่างดี ก่อนจะใช้สมรรถนะที่มีอย่างเต็มที่ เพราะอัตราเร่งมันดึงหน้าหงายเหมือนรถสปอร์ตเลยทีเดียวครับ สรุปว่าเรื่องสมรรถนะนั้นเกิน 100 ช่วงล่าง 70 เบรก 50 ครับ   
    ความประหยัดขึ้นกับลักษณะการใช้งาน
    เพราะแม้จะเป็นรถยนต์ไฮบริด แต่มีระบบเสียบชาร์จไฟได้หรือสามารถรับกระแสไฟจากภายนอกมาเก็บเข้าแบตเตอรี่ได้ ระบบการทำงานโดยปกติจึงปรับให้เป็นการใช้งานร่วมกัน และตั้งค่า "ไม่มีการชาร์จไฟเข้าแบตฯ" เบื้องต้นเอาไว้ นั่นคือ แม้จะใช้งานไปเรื่อย ๆ จนแบตเตอรี่หมด ระบบก็จะชาร์จให้อัตโนมัติถ้าไม่สั่งให้ชาร์จ!  
    ซึ่งไฟฟ้าในแบตเตอรี่สามารถวิ่งได้ราว ๆ 32 กม. ในระหว่างนี้จะเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นกำลังหลัก หากไม่มีการเดินคันเร่งแรงมากนัก แต่เมื่อต้องการเร่งมากขึ้นเครื่องยนต์ก็จะติดทันที และเมื่อถอนคันเร่งเครื่องยนต์ก็จะดับทันทีเช่นกันครับ และก็ไม่มีการชาร์จไฟเข้าแบตฯ 
    หากเข้าตำแหน่งเกียร์ "B" ระบบก็จะเริ่มทำการชาร์จไฟกลับเข้าแบตฯ เมื่อถอนคันเร่งและใช้แรงเฉี่อยนั่นเอง ความเร็วรถจะตกเร็วกว่าปกติเล็กน้อย แต่ถ้าใครต้องการให้ชาร์จแบตฯ ก่อนจะหมดก็สามารถกดสวิตช์ "charge" บนจอกลาง เพื่อสั่งให้ชาร์จไฟได้ เครื่องยนต์ก็จะทำงานตลอดเวลา และเมื่อได้ปริมาณไฟที่ต้องการก็กดปิดได้เช่นกัน โดยการสั่งให้ชาร์จนี่เองที่เป็นตัวการทำให้เจ้ารถยนต์ไฮบริดคันนี้ "กินจุ" เพราะใช้เครื่องยนต์ทั้งขับเคลื่อนควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าและยังปั่นไฟไปในตัวอีกด้วยครับ   
    ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการขับขี่วอลโว่ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดของ "ไฮบริด" 
    1. ควรชาร์จไฟจากบ้านให้เต็ม - เมื่อไฟเต็มสามารถขับในโหมด "Pure" หรือ EV ได้ไกลถึง 30 กว่า ๆ กม. 
    2. ไม่ควรเร่งแรงเกินไป - เพราะต้องใช้กำลังเครื่องยนต์ช่วยเร่งและก็จะกินน้ำมันเพิ่มขึ้นนั่นเอง
    3. ใช้โหมด "Hybrid" ไว้ก่อน เพราะจะเริ่มการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก
    4. เมื่อต้องการกำลังสูงสุด แค่คิกดาวน์ก็แรงเกินพอแล้วสำหรับการแซง
    5. เมื่อระดับแบตเตอรี่เหลือระยะทางวิ่งได้ราว ๆ 10 - 15 กม. หรือระดับวัดกำลังไฟลดลงมาเหลือ 3 ช่องเล็ก ควรเปิดระบบชาร์จไฟเอาไว้ เพื่อยืดระยะทางให้กับการใช้โหมด EV ได้อีก ถึงแม้เครื่องยนต์จะติดก็ยังได้ปั่นไฟเข้าไปเก็บไว้ ซึ่งถ้าไม่กดเปิดการชาร์จ เมื่อไฟหมดเครื่องยนต์ติดระบบก็จะไม่มีการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ 
    *การใช้งานอาจแตกต่างกันขึ้นกับแต่ละสถานการณ์
    ความปลอดภัย
    ระบบความปลอดภัยอย่างคงจัดเต็มเกินราคาคงสโลแกน "ทุกชีวิตปลอดภัยในวอลโว่" (ในอดีต) โดยระบบความปลอดภัยพื้นฐานทั้งป้องกันล้อหมุนฟรี ควบคุมการทรงตัว ช่วยออกตัวทางลาดชัน ABS ต่าง ๆ มีอยู่แล้วและทำงานได้ดี แต่นอกเหนือจากนี้ก็มีระบบควบคุมความเร็วแปรผันพร้อมหยุดและออกรถได้เอง ระบบตรวจจับคนเดินถนน จักรยานยนต์ สัตว์ใหญ่ พร้อมเบรกและช่วยหักหลบอัตโนมัติ  
    ฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติทั้งด้านหน้าด้านหลังและทางแยก ระบบเตือนเมื่อถอยหลังพร้อมเบรกอตโนมัติ ระบบเตือนออกนอกเลนพร้อมดึงกลับอัตโนมัติ ระบบช่วยขับขี่ กล้องรอบคัน 360 องศา 
    ระบบช่วยจอดมีทั้งแบบจอดขนานและถอยเข้าช่องจอด ซึ่งได้ทดลองแล้วนับว่าจอดให้อย่าง "เนี๊ยบ" มาก โดยเลือกกดปุ่มช่วยจอดบนจอกลาง ระบบจะบอกขั้นตอนให้ทำตาม เริ่มต้นเมื่อเห็นช่องจอดก็กดปุ่มช่วยจอด เดินหน้าจนกว่าหน้าจอจะเตือนให้หยุดรถ โดยระบบเซ็นเซอร์จะสแกนพื้นที่ว่าจอดพอหรือไม่โดยอัตโนมัติ (หากช่องแคบไปก็จะไม่สามารถทำขั้นตอนต่อไปได้) เข้าเกียร์ถอยปล่อยพวงมาลัย เหลือเพียงควบคุมเบรกเท่านั้น รถก็จะหมุนและกะยะให้เอง ทำตามขั้นตอนจนจบครับ ซึ่งระบบช่วยจอดนี้ทำงานได้ดีเยี่ยมเพราะว่าจอดได้ชิดขอบเกือบเท่ากับตอนสอบใบขับขี่เลยครับ นอกจากนี้ยังสามารถกดเลือกให้ออกจากที่จอดอัตโนมัติอีกด้วย 
    ความปลอดภัยเยอะและทันสมัยแบบนี้ทางวอลโว่เค้ามีมานานในรถหลายรุ่น แต่ว่ามาถึงเจ้า V60 ใหม่นี้กลับทำราคาได้ดีเรียกว่าได้ระบบความปลอดภัยเกินราคาก็ว่าได้ครับ
    สรุปความคุ้มค่ากับราคา
    Volvo V60 T8 Twin Engine AWD Inscription ราคา 2.69 ล้านบาท คุณจะได้รถยนต์แบบครอบครัวที่ภายในให้ความอเนกประสงค์ ความสะดวกสบาย ฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อการขับขี่และความบันเทิงที่เกินพอ และในขณะเดียวกันได้รถยนต์ไฮบริด สามารถเสียบไฟชาร์จได้ เพิ่มความประหยัดในการใช้งานระยะทางใกล้ ๆ แต่คุณสามารถใช้พลังอันมหาศาลจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งระบบขนาด 407 แรงม้า 640 นิวตันเมตร ที่ให้กำลังเทียบเท่ารถ Hi-Performance ที่มีค่าตัวระดับ 3 ล้านบาท ยังไม่รวมระบบความปลอดภัย ที่นับเป็นเบอร์ต้น ๆ ของรถยนต์ทั่วโลก Volvo V60 น่าจะตุ้มค่าที่สุดทั้งในแง่ รถยนต์พลังงานทางเลือก การใช้งานหลากหลายทุกรุ่นทุกวัย และความเป็นรถ "สปอร์ต" ที่หาใครเทียบยากในระดับราคานี้...หากรู้ว่าจริงหรือไม่ต้องไปทดลองขับดูแล้วจะรู้ว่ารถครอบครัวฟิลลิ่งสปอร์ตเป็นอย่างไร?
    • สินธนุ จำปีศรี
    • สินธนุ จำปีศรี
      Car GURU Thailand

    รีวิวล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ