• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว BMW X5 xDrive45e M Sport เปิดประสบการณ์ยานยนต์ลุยออฟโร้ด พร้อมซีรี่ส์ 2 และ 3

    30 มิ.ย. 63 1,725
    รีวิว BMW X5 xDrive45e M Sport เปิดประสบการณ์ยานยนต์ลุยออฟโร้ด พร้อมซีรี่ส์ 2 และ 3
    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้ฤกษ์นำสื่อมวลชนเปิดประสบการณ์ขับยนตรกรรมใหม่ BMW 218i Gran Coupe M Sport, 330e M Sport และ X5 xDrive45e M Sport  สัมผัสสมรรถนะปราดเปรียวจากรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดถึงสองรุ่น พร้อมทดสอบความคล่องตัวสไตล์ซีดาน รวมทั้งท้าทายประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนและระบบช่วงล่างตามแบบฉบับ Sports Activity Vehicle (SAV) บนพื้นผิวต่าง ๆ ณ สนามเอ็นดูโร พาร์ค จังหวัดชลบุรี
    กิจกรรมเริ่มต้นจากตึกออลซีซั่น ด้วยการสัมผัสสมรรถนะ บีเอ็มดับเบิลยู 218i Gran Coupe M Sport (2,399,000 บาท) รูปแบบคูเป้ 4 ประตูที่มีรูปลักษณ์สวยงาม โดยใช้เส้นทางด่วนมุ่งหน้าไปยังสนามเอนดูโร่พาร์ค จังหวัดชลบุรี ช่วงแรกเป็นการขับฝ่าจราจรในเมืองสั้นๆ พบว่า 218i Gran Coupe M Sport ให้ความคล่องตัว และมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม การชะลอหยุดทำได้อย่างนุ่มนวลและให้ความคุ้นชินไม่ยาก มุมมองและตำแหน่งเบาะให้อารมณ์สปอร์ต อยากขับแบบสนุกๆ สอดรับกับคาแรคเตอร์ของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ทำงานควบคู่เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ Steptronic แบบคลัทช์คู่ ด้านเครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด 140 แรงม้า / 103 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,480-4,200 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 8.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 215 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้เขียนขับยาวๆ ภายในเก็บเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม การเชื่อมต่อกับ ระบบ BMW ConnectedDrive ทำได้ง่ายและสะดวก การขับผ่านเส้นทางมอเตอร์เวย์มีโอกาสใช้ อแดปทีฟครูซคอนโทรล ก็ให้ความสบายยิ่งขึ้น แต่ระยะห่างดูกระชั้นชิดไปบ้าง และบางจังหวะระบบช่วยเบรกทำงาน ส่วนหนึ่งเพราะมีเวลาน้อยในการปรับค่าระบบต่างๆ ให้เหมาะสมเพราะมีเวลาจำกัดมากๆ 
    เมื่อถึงเอนดูโร่พาร์ค ก็สลับลงไปขับทดสอบ บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport (4,999,000 บาท) ต่อเนื่อง โดยเน้นให้เห็นสมรรถนะที่ไปได้มากกว่าออนโร้ด เริ่มจากการขับทดสอบและทำความคุ้นเคยกับระบบช่วยเหลือต่างๆ ตามเส้นทางและสเตชั่นที่กำหนดไว้ในสนามฯ เช่น การเบรกกระทันหันบนทางกรวด, การใช้กล้องหน้าช่วยในการดูเส้นทางไต่ทางลาดชัน, ระบบช่วยลงบนทางลาดชัน, การปรับค่าความสูงของตัวรถ ซึ่งปรับไว้สูงสุด พร้อมกับเลือกปรับโหมดใหม่เป็น adaptive ซึ่งนับเป็นมาตรฐานใหม่ที่น่าประทับใจเพราะกล่องควบคุมสามารถวิเคราะห์เลือกโหมดที่เหมาะและค่าต่างๆ ให้เหมาะสมกับสไตล์และสถานการณ์จริงของผู้ขับมากที่สุด ซึ่งมักแตกต่างกันอยู่ตลอดเวลา 
    หลังจากขับจนคุ้นเคยกับตัวรถและระบบช่วยเหลือต่างๆ พอสมควร ทางทีมงานก็นำออกขับด้านนอกเพื่อลองขับทั้งแบบออนและออฟโร้ด เส้นทางออนโร้ดเป็นถนนสายรองด้านในบริเวณโป่งดินดำ ซึ่งค่อนข้างแคบ X5 ใหม่ สามารถทะยานไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจและให้มุมมองไกลชัดเจนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร TwinPower Turbo 286 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยู EfficientDynamics และเจเนอเรชั่นที่ 4 ของเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยู eDrive สุดล้ำ มอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลังสูงสุดที่  113 แรงม้า ตัวแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจุพลังงานไฟฟ้าได้กว่า 24 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดยระบบไฟฟ้าทั้งหมดได้รับการพัฒนามาเพื่อให้มีการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้ระบบปลั๊กอินไฮบริดของบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ประหยัดพลังงานและเชื้อเพลิงสูงสุด เมื่อถึงทางออฟโร้ดที่เป็นเส้นทางรถชาวบ้านวิ่งจริงๆ ผ่านไร่มัน หญ้าสูง หลุมบ่อโคลน และแอ่งน้ำ ซึ่งโหมดที่ใช้ก็เป็นอแดปทีฟตลอด ตัวรถสามารถขับผ่านไปได้อย่างสบายๆ ทุกอุปสรรค และเป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นกันว่ารถพรีเมียมเอสเอวีอย่าง X5 มีศักยภาพขับบนเส้นทางออฟโร้ดได้สบายขนาดนี้ 
    ครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าด้วยความยอดเยี่ยมของตัวรถและเทคโนโลยีไม่ได้แค่ขับผ่านได้แต่ไปได้อย่างสบายๆ และยังได้ลองการขับแบบจิมคาน่าทางฝุ่นโดยปิดแทร็คชันคอนโทรล ทำให้ได้ลองสมรรถนะในอีกด้านของ X5 บนเส้นทางออฟโร้ดที่ต้องใช้พลังและคลามคล่องแคล่ว ซึ่งตัวรถก็ตอบสนองได้อย่างสนุก การแก้อาการสไลด์ทำได้ง่าย ตัวรถควบคุมง่าย ตอบสนองได้อย่างดี ระบบต่างๆ ทำงานผสานกันเป็นหนึ่งเดียว เมื่อต้องโยกเลี้ยวไปมา หรือวนโค้ง 360 องศา เมื่อกลับสู่เส้นทางออนโร้ดและใช้ความเร็วเกิน 30 กม./ชม. ความสูงที่ปรับไว้ก็จะลดลงมาเองโดยอัตโนมัติเพื่อสอดคล้องกับความเร็วได้อย่างเหมาะสม  นับเป็นความยอดเยี่ยมที่ทำให้ผู้ขับไม่ต้องกังวล ถ้ามีโอกาสคงได้ลองเสมือนการใช้งานจริงยาวๆ มากกว่านี้ในโอกาสต่อไป หลังจากประทับใจกับการขับบีเอ็มดับเบิลยูสองรุ่น 
    และแล้วก็มาถึงคิวของ BMW 330e M Sport  (2,799,000 บาท) ประกอบในไทย ผู้เขียนเห็นราคากับสเปครถแล้ว คิดว่า 330e M Sport เป็นสปอร์ตซีดานพรีเมียมที่ให้ความคุ้มค่าอย่างที่สุดในตลาดแล้ว  ด้วยราคาที่ห่างจากซีดานญี่ปุ่นรุ่นท็อปไม่ถึงล้านบาท ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี TwinPower Turbo และมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงสุด 292 แรงม้า และสามารถเพิ่มกำลังส่งในการเร่งความเร็วได้มากยิ่งขึ้นในโหมด SPORT เพียงเหยียบคันเร่งเพื่อกระตุ้นการทำงานของ XtraBoost และปลดปล่อยพละกำลังเสริมมากถึง 30  40 แรงม้า ภายในเวลาเพียง 10 วินาที ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ใหม่ มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.9 วินาที ต่อเนื่องไปจนถึงความเร็วสูงสุด 230 กม./ชม. โอ้วนี่คือ สเปครถโรงงานที่ให้สมรรถนะใกล้เคียงซูเปอร์คาร์ในราคาไม่ถึง 2.8 ล้านบาท 
    นอกจากนี้ในโหมด HYBRID ก็สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 110 กม./ชม. ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหน้า 30 กม./ชม. โดยใช้เพียงพลังงานไฟฟ้าก่อนสลับไปเป็นการใช้พลังงานเครื่องยนต์ ขณะเดียวกันในโหมด ELECTRIC ซึ่งเป็นโหมดการขับขี่แบบไร้มลพิษ สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 140 กม./ชม. มากกว่ารุ่นเดิมที่ทำได้ 120 กม./ชม.  ในการขับกลับแม้ที่ใช้เส้นทางบายพาสและโทลเวย์ ทำให้การทำความเร็วส่วนใหญ่ไม่เกิน 120 กม./ชม. นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเมื่อได้ขับรถดีๆ สมรรถนะเยี่ยมยอด แต่ทำความเร็วมากไม่ได้ ผู้เขียนหันไปสนใจความสะดวกสบายภายในรถแทน การเชื่อมต่อ ระบบ BMW ConnectedDrive ที่สะดวก ได้เล่นเพลงผ่านแอพฯ Spotify ผ่านลำโพงคุณภาพ Harman Kardon ยิ่งทำให้ลืมเรื่องการทำความเร็วไปได้บ้าง เมื่อขับถึงจุดหมายที่ออลซีซั่น ก็ยังรู้สึกค้างคาใจกับบีเอ็มดับเบิลยูทั้งสามรุ่นใหม่นี้อยู่ คิดว่า X5 xDrive45e M Sport น่าจะเป็นคันที่ทำให้คันอยากนำมารีวิวจริงจังต่อจากนี้ เอสเอวี พรีเมียมในราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ในตลาดที่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีครับท่าน เหมาะสมครับนาย จริงไหมต้องพิสูจน์กัน
    • ชลัคร ช่วยชู
    • ชลัคร ช่วยชู
      Car GURU Thailand

    รีวิวล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ