• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • รีวิว Honda Mobilio อเนกประสงค์เกินตัว จัดจ้านเกินใคร

    25 ก.พ. 59 51,461
    รีวิวฮอนด้า โมบิลิโอ อาร์เอส (Honda Mobilio RS)
    เช็คราคา.คอม เชิญคุณผู้ชมสัมผัสกับ "ฮอนด้า โมบิลิโอ้ รุ่นอาร์เอส" รถอเนกประสงค์ขนาดกลางกึ่งเล็ก 7 ที่นั่ง เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 120 แรงม้า 16 วาล์ว i-VTEC SOHC เกียร์ CVT พร้อมฟังก์ชัน "ECO" เน้นขับประหยัด ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ไฟหรี่แบบ LED ชุดแต่งครบไม่ต้องเพิ่ม ระบบแอร์แยกคอยล์เย็นหน้า-หลังอิสระ เบาะ 2 แถวหลังพับได้ตามสั่ง เหมาะกับครอบครัวยุคใหม่ ราคาประหยัดโดนใจ 755,000 บาท (ราคา ณ 1 ม.ค. 59)    
    เส้นทางการทดสอบ
    การทดสอบโมบิลิโอ เป็นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันแบบไลฟ์สไตล์ "คนเมือง" ในวันแรกที่รับรถมาเริ่มขับทดสอบตั้งแต่ถนนชิดลม-ถนนพระราม 4-ขึ้นทางด่วน-สะพานพระราม 9 -มุ่งหน้าถนนสุขสวัสดิ์ จุดหมายคือ "ป้อมพระจุลจอมเกล้า" อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และเดินทางขากลับสู่จุดหมายเดิมคือถนนชิดลม โดยเปลี่ยนมาใช้เส้นทางสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม สภาพการจราจรในวันธรรมดาช่วงเช้าถึงค่ำรถหนาแน่นมากเคลื่อนตัวช้าสุดๆ และบางครั้งติดนิ่งนาน โดยทริปนี้มีน้ำมันเต็มถังพร้อมผู้โดยสารและคนขับรวม 2 คน ระยะทางไม่ไกลมากประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร แต่จอดนิ่งมากกว่าวิ่งเสียอีก! 
    นอกจากนี้เส้นทางการทดสอบที่กล่าวมาแล้ว ทีมงานฯ ยังมีโอกาสได้ทดลองใช้งานเจ้าโมบิลิโอต่อเนื่องอีกหลายวัน ซึ่งเส้นทางที่ใช้ก็เป็นเส้นทางที่ใช้เป็นประจำทุกวัน ในเวลาเช้า-เย็นที่มีการจราจรหนาแน่น บวกกับช่วงเปิดเทอมของนักเรียน ดังนั้นการทดสอบฮอนด้า โมบิลิโอคันนี้ จึงเป็นการทดสอบเสมือนการใช้งานจริง ตามไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างกรุงเทพฯ ที่นับวันรถยิ่งติดหนักขึ้นเรื่อยๆ

    ช่วงค่ำๆ ถนนเพชรบุรีอันเลื่องชื่อ #ติดหนักมาก
    รูปลักษณ์ภายนอก
    ฮอนด้า โมบิลิโอ รุ่น อาร์เอส (Honda Mobilio RS) ที่ทีมงาน Car Guru Thailand by Checkraka.com ใช้ทดสอบนั้น มีขนาดตัวรถที่พอเหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง มีมิติตัวรถยาว 4,389 มม.กว้าง 1,683 มม. สูง 1,603 มม. และระยะฐานล้อ 2,652 มม. นับว่าใกล้เคียงรุ่นแจ๊ซหรือซิตี้ก็ว่าได้ จุดเด่นที่โดนใจสำหรับรุ่นอาร์เอสคือ ไฟหน้าโคมโปรเจคเตอร์สว่างชัดเจนเวลากลางคืน พร้อมไฟหรี่แบบ LED เป็นเส้นตัว "L" ฝังในชุดโคมไฟ กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ กันชนหน้าทรงสปอร์ตพร้อมไฟตัดหมอก 
    กระจกข้างพร้อมไฟเลี้ยวปรับและพับไฟฟ้า ติดตั้งสเกิร์ตด้านข้าง ด้านท้ายติดตั้งสปอยเลอร์บนประตูบานหลัง ที่ปัดน้ำฝน และไฟท้ายขนาดใหญ่แบบแยก 2 ส่วน ส่วนของกันชนหลังเป็นทรงสปอร์ตพร้อมแผงทับทิมสีแดงสะท้อนแสง คาดด้วยเส้นโครเมียมที่ด้านล่าง มาพร้อมล้อแม็กลายคล้ายกังหันสีดำสลับเงินขนาด 15 นิ้ว ยาง 185/65 R15 
    รูปลักษณ์ภายใน
    ภายในใช้ชุดคอนโซลหน้าร่วมกับรุ่นบริโอ้ และบริโอ้ อเมซ ซึ่งดูแล้วเหมาะสมลงตัวกับขนาดของรถที่ดูหรูหราขึ้นมาอีกระดับทันทีด้วยโทนสีดำ พร้อมตกแต่งเพิ่มเติมด้วยวงแหวนโครเมียมตรงกรอบของช่องลมแอร์ พวงมาลัยแบบยูรีเทนฉีดขึ้นรูปตกแต่งสลับสีเงินที่ให้ความนุ่มและเหนี่ยวกระชับมือมากๆ พร้อมด้วยปุ่มควบคุมเครื่องเสียง ส่วนของชุดควบคุมเปิด-ปิดประตูมีปุ่มล็อคมาให้ และควบคุมกระจกไฟฟ้าได้ครบทั้ง 4 บาน แต่ว่ากระจกไฟฟ้าด้านคนขับนั้นเป็นแบบอัตโนมัติเฉพาะตอนลงเท่านั้น ต้องดึงปุ่มค้างไว้เวลาปิดกระจก
    แผงมาตรวัดแบบเรื่องแสงสีน้ำเงินนวลตา พร้อมจอแสดงระยะทางรวม, อัตราเฉลี่ยน้ำมันเชื้อเพลิง, ตั้งระยะทาง และระดับน้ำมันในถัง ส่วนคอนโซลกลางมีชุดควบคุมระบบปรับอากาศแบบ "มือหมุน" ทนทานใช้งานง่าย ด้านข้างก็มีทั้งปุ่มควบคุมระบบไล่ฝ้ากระจกบานหลัง, ไฟตัดหมอกหน้า และปุ่ม A/C ถัดลงมาเป็นช่องวางแก้วน้ำ และใส่ของกระจุกกระจิก และช่องเชื่อมต่อความบันเทิงต่างๆ 
    เครื่องเสียงเป็นจุดเด่นของโมบิลิโอ ตัวท็อปรุ่นนี้นั่นคือ ระบบจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมกับความบันเทิงล้นเหลือทั้ง FM/AM, MP3, USB, HDMI, i-Pod, AUX, Bluetooth พร้อมภาพจากกล้องมองหลังด้วย แต่ไม่มีช่องใส่แผ่น CD/DVD มาให้นะครับ ส่วนลำโพงมีให้ 4 จุด ที่ประตูคู่หน้าและตรงแผงข้างผู้โดยสารตอนหลังสุดอีก 1 คู่ เครื่องเสียงนับว่าใช้ได้ไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ให้เปลืองเงิน
    เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าทั้งคัน ในคู่หน้าเป็นแบบทรงกระชับรับลำตัว เบาะแถวที่ 2 พับแยก 60:40 ทั้งชิ้นแบบจังหวะเดียว เบาะแถวที่ 3 พับแยก 50:50 เพียงพอที่จะเพิ่มพื้นที่ขนสัมภาระขนาดใหญ่ได้เหลือๆ แต่ถ้ายังไม่พอเบาะแถวที่ 3 สามารถพับขึ้นเก็บไปด้านหน้าเพิ่มพื้นที่มากยิ่งขึ้นอีก "ขนคน-ขนของ-ขับคันเดียวคุ้มครับ" 

    เบาะแถวที่ 3 พับเก็บเพิ่มพื้นที่ได้อีกเพียบ

    แถวหลังสุด ถ้าไม่ได้เลื่อนเบาะแถว 2 ไปด้านหน้าก็พอนั่งได้แบบพอดีตัวครับ 
    ฮอนด้า โมบิลิโอ เล็งเห็นความร้อนระอุของอากาศในประเทศไทย จึงติดตั้งระบบทำความเย็นพร้อมสวิตช์เปิด/ปิดที่มี "คอยล์เย็น" (Evaporator) สำหรับผู้โดยสารตอนหลังแยกต่างหาก เพื่อให้ส่งความเย็นได้ทั่วถึงอย่างแท้จริง ซึ่งในรถระดับเดียวกันบางรุ่นใช้เพียงพัดลมดูดความเย็นจากลมแอร์ด้านหน้าและส่งต่อไปด้านหลังเท่านั้น   

    สวิตช์เปิด/ปิดแอร์หลัง แยกอิสระจากแอร์หน้า

    ด้านหลังของชุดแอร์บนแพดานตรงแผงสีเงินนั่นคือ ชุดทำความเย็น
    SPECIFICATION - FAST FACTS
    ฮอนด้า โมบิลิโอ อาร์เอส ใช้เครื่องยนต์รหัส L15A เบนซิน 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC 1,497 ซีซี 120 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร (14.8 กิโลกรัม-เมตร) ที่ 4,600 รอบ/นาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล E20 ความจุถังน้ำมัน 42 ลิตร ระบบเกียร์ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ช่วงล่างด้านหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape ระบบเบรกหน้าดิสก์ พร้อมช่องระบายความร้อน ด้านหลังดรัมเบรก ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ยาง 185/65 R15 และมีความสูงใต้ท้อง 189 มิลลิเมตร และน้ำหนักตัวเพียง 1,223 กิโลกรัมเท่านั้น

    ความสูงใต้ท้องมากถึง 189 มิลลิเมตร ผ่านฉลุยทุกสภาพถนน
    สมรรถนะเครื่องยนต์
    โมบิลิโอ แม้จะเป็นรถในแบบ Estate van หรือ "รถแวน" ที่มี 7 ที่นั่ง แต่น้ำหนักตัวนั้นเบาเพียง 1,233 กิโลกรัม ทำให้เครื่องยนต์เพียง 1.5 ลิตร 120 แรงม้า สามารถพาคุณเพลิดเพลินไปกับอัตราเร่งที่กระชากใจและมาได้ตามเท้าอย่างไม่ยากเย็นนัก ด้วยระบบเกียร์ CVT ที่แปรผันได้ดีเยี่ยม เมื่อเหยียบคันเร่งจนรอบเครื่องยนต์กวาดไปค้างตรงจุดที่มีกำลังสูงสุด (ประมาณ 6,600 รอบต่อนาที) ทำให้มีแรงเต็มๆ ฉุดตัวถังเพรียวลมให้ลอยจนทะลุ 140 กม./ชม. อย่างง่ายดาย และอัตราเร่งขณะแซงในช่วงความเร็ว 80 ไปจนถึง 140 กม./ชม. ก็ใช้เวลาไม่นานนัก นับว่าอัตราเร่งทั้งออกตัวและเร่งแซงทำได้เหลือเชื่อครับ! ซึ่งถ้าขับใช้งานปกติการเติมคันเร่งลึกอีกสักเล็กน้อยก็สามารถพาเจ้า "โมบิ" ให้ลอยไต่ระดับความเร็วขึ้นไปได้เรื่อยๆ และที่สำคัญรอบเครื่องยนต์ต่ำมากแม้จะขับที่ความเร็ว 80 กม./ชม. ก็ตามรอบเครื่องยนต์เพียง 1,600 รอบ/นาทีเท่านั้น    

    "รถขนาดนี้เครื่อง 1.5 ลิตรจะไหวหรือ"
    ในการทดสอบอัตราเร่งนั้น ช่วงหลังจากจ่ายเงินค่าทางด่วนได้ทดลองเร่งเครื่องยนต์ให้ค้างไว้ประมาณ 4,000 รอบ/นาที ความเร็วก็เพิ่มขึ้น แม้จะเป็นเนินชันขณะขึ้นทางด่วน ความเร็วก็ยังไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีอิดออดจนถึง 120 กม./ชม. ในช่วงเวลาสั้นๆ นับว่าหมดปัญหาเรื่อง "ความอืด" ที่เคย "มโน" ไปทันที!   
    มั่นใจในช่วงล่างโมบิลิโอ ถึงจะเป็นรถครอบครัวขนาดเล็ก แต่ระบบช่วงล่างกลับปรับได้พอเหมาะกับการใช้งานของตัวรถ เมื่อนั่งเพียง 2 คน จะมีความรู้สึกกระด้างเล็กน้อยคล้ายกับช่วงล่างของฮอนด้า แจ๊ซ แต่มีขอดีคือ เมื่อขับความเร็วสูงๆ จะทำให้เกาะถนนได้ดีและไม่ยวบยาบในขณะเปลี่ยนเลนด้วยความเร็วสูง แม้จะขับผ่านเนินกระดกก็มีช่วงยืดและยุบตัวของโช้กอัพน้อยมาก ซึ่งอาจไม่นุ่มนวลมากนัก แต่เมื่อมีผู้โดยสารเกิน 5 คนขึ้นไป เริ่มมีความนุ่มและอาการท้ายห้อยอยู่บ้าง พร้อมกับระยะยุบมากขึ้น แต่อยู่ในระดับปกติธรรมดาของรถที่มีน้ำหนักที่ถ่วงส่วนท้ายมากๆ โดยรวมนับว่าช่วงล่างอยู่ในเกณฑ์กลางๆ ถึงระดับดีและขึ้นกับภาระที่บรรทุก

    มากัน 6 คนก็นั่งไหว แถมอัตราเร่งไม่ก็แตกต่างกันด้วย
    อัตราสิ้นเปลือง

    อัตราสิ้นเปลืองบนหน้าปัด 11.6 กม./ลิตร ขับในเมืองรถติดๆ นะครับ  
    ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ได้จากการทดสอบวิ่งในเมือง-ชานเมือง คือ 11.6 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งมาจากการขับขี่ในทุกรูปแบบ รวมทั้งการทดสอบอัตราเร่งและการแซงในความเร็วระดับ 80-140 กม./ชม. ในหลายจังหวะ จึงเป็นการใช้งานแบบดุเดือด และไม่เน้นขับแบบประหยัดที่ในชีวิตจริงทำได้ยากในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ 

    การจราจรติดขัด VS แดดแรงจัด แต่แอร์เย็นสบายนะครับ

    ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. ไฟ ECO ยังติด!
    แต่ไม่ใช่ว่าการขับแบบประหยัดจะทำไม่ได้นะครับ เพราะโมบิลิโอมีโหมดการขับประหยัดด้วยไฟเตือนสถานะ ECO สีเขียวๆ เมื่อขับในช่วงรอบเครื่องยนต์หรือความเร็วที่เหมาะสม (รอบต่ำๆ) ไฟจะติดขึ้นเพื่อให้เราทราบว่าขณะนี้เป็นช่วงประหยัดน้ำมัน ซึ่งรอบเครื่องยนต์จะอยู่ราวๆ 1,200 - 2,000 รอบ/นาที หากเกินกว่านี้ไฟ ECO จะดับลง และในบางช่วงเวลาเจ้าโมบิลิโอ้ ก็สามารถรักษาความประหยัดให้เชิดหน้าชูตาได้ไม่แพ้ "อีโค่คาร์" เลยนะครับ

    อัตราสิ้นเปลืองที่ทำได้ดีสุดในระหว่างรับน้อง "โมบิ" มาเลี้ยงไว้ 17.6 กิโลเมตรต่อลิตร!

    ใช้มา 4 วันจากเต็มถังเหลือ 3 ขีด เติมไป 770 บาทเอง
    นอกจากนี้ ทางทีมงานยังมีโอกาสได้ทดสอบเจ้า "โมบิ" อยู่หลายวัน โดยตั้งแต่รับรถจากฮอนด้า ประเทศไทย ณ ศูนย์บางนา (อุดมสุข) ก็ได้ใช้งานทั้งการทดสอบขับแบบดุดัน, วิ่งในชีวิตประจำวันเช้า-เย็นรถติดขัด รวม 4 วัน ระดับน้ำมันลดเหลือ 3 ขีด และได้เติมคืนให้เต็มถังแบบหัวจ่ายตัดเองด้วยเงินเพียง 770 บาทเท่านั้น กับระยะทางที่วิ่งทั้งทดสอบ-ชานเมือง-ในเมืองรวม 300 กิโลเมตร ประหยัดดีจัง
    ความสะดวกสบาย
    สำหรับฮอนด้า โมบิลิโอ้ อาร์เอส รุ่นท็อปนี้ มีอุปกรณ์ที่เพิ่มความสะดวกสบายที่เด็ดๆ มาให้เพียบนั่นคือ พวงมาลัยมีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่มีครบทุกการเชื่อมต่อราวกับรถราคา 8-9 แสนบาท, แอร์ตอนหลังที่เย็นจัด, ปุ่มเปิด-ปิดล็อคประตู, ปุ่มพับกระจกมองข้าง, ที่วางแก้วน้ำหลายจุดรอบคัน และเบาะพับได้อเนกประสงค์เพิ่มพื้นที่การบรรทุกของได้อีกด้วย และยังมีระบบล็อคประตูอัตโนมัติเมื่อรถเคลื่อนที่นับว่าสะดวกสบายเกินคุ้มกับค่าตัวระดับราคา 739,000 บาท

    ถ้าของมันเยอะมากๆ ก็พับเบาะแถว 3 เก็บได้เลย
    ระบบความปลอดภัย
    ความปลอดภัยเริ่มด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเบรก ABS/EBD ไฟเบรกดวงที่ 3 กุญแจแบบ Wave key และ Immobilizer กล้องมองขณะถอยหลัง จุดยึดเบาะสำหรับเด็ก (Isofix) และระบบล็อคประตูอัตโนมัติเมื่อรถเคลื่อนที่ 

    ไฟเบรกดวงที่ 3, ไล่ฝ้ากระจกหลัง และปัดน้ำฝนหลัง มาครบทุกแบบ! 
    ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา
    ฮอนด้า โมบิลิโอ อาร์เอส หลังจากอยู่กับทีมงานฯ หลายวันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นสะดวกมากขึ้น ทั้งในแง่ความคล่องตัวในเมือง อัตราเร่งเกินพอเมื่ออยู่บนทางด่วน สำหรับงบประมาณเจ็ดแสนกลางๆ กับรถ 7 ที่นั่ง โมบิลิโอ้สามารถตอบสนองความเป็นรถครอบครัวหัวใจสปอร์ต พร้อมความคุ้มค่า ประหยัด สมรรถนะเกินตัวในราคาแบบสบายๆ เพียง 739,000 บาท 
    ฮอนด้า โมบิลิโอ มาพร้อม 4 รุ่นย่อย คือ
    • ฮอนด้า โมบิลิโอ รุ่น เอส เกียร์ธรรมดา (Honda Mobilio S M/T) 615,000 บาท
    • ฮอนด้า โมบิลิโอ รุ่น เอส เกียร์ CVT  (Honda Mobilio S A/T) 659,000 บาท
    • ฮอนด้า โมบิลิโอ รุ่น วี  เกียร์ CVT (Honda Mobilio V A/T) 699,000 บาท
    • ฮอนด้า โมบิลิโอ รุ่น อาร์เอส เกียร์ CVT (Honda Mobilio RS A/T) 755,000 บาท
    (ราคา ณ 1 ม.ค. 59)
       

    รีวิวล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ