• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • Honda City e:HEV Full Hybrid พลัง 253 นิวตันเมตร ประหยัด 27.8 กม./ลิตร เคาะ 839,000 บาท

    24 พ.ย. 63 4,031
    Honda City e:HEV Full Hybrid พลัง 253 นิวตันเมตร ประหยัด 27.8 กม./ลิตร เคาะ 839,000 บาท 
    ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ (e:HEV) ยนตรกรรม Full Hybrid รุ่นแรกของเซกเมนต์ซิตี้คาร์ในประเทศไทย ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน Sport Hybrid i-MMD ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน เป็นระบบ Full Hybrid ที่ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 - 3,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร 
    เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม/กิโลเมตร พร้อมเพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ "ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง" (Honda SENSING) ดีไซน์สปอร์ตโดดเด่น ด้วยชุดแต่งสไตล์ RS เสริมเอกลักษณ์เฉพาะของความเป็นไฮบริดด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และโลโก้ e:HEV ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายในทุกมิติ ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม 
    ให้อนาคตกำหนดได้เอง (REIMAGINE YOUR FUTURE)
    ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล เดอะ ซิตี้ ซีรีส์ มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคตแบบ Full Hybrid กับระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่มอบความสนุกสนานในการขับขี่ ด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกกับชุดแต่งสไตล์ RS รอบคัน ตอกย้ำความเป็นไฮบริดด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า และสัญลักษณ์ e:HEV ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยอันล้ำสมัย พร้อมให้คุณเปิดโลกใบใหม่แห่งการขับขี่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต
    เปิดมุมมองการออกแบบที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหรา
    ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ได้รับการออกแบบและพัฒนาต่อยอดจาก ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่ 5 ภายใต้แนวคิด "Ambitious Sedan" ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นใจและยกระดับการใช้ชีวิตให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น โดยคงไว้ซึ่งดีไซน์ที่โดดเด่น ห้องโดยสารที่กว้างขวาง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และคุณภาพของยนตรกรรมฮอนด้า ซึ่งเป็นคุณค่าหลักของฮอนด้า ซิตี้
    การออกแบบภายนอก
    ดีไซน์ภายนอกของ ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด "Standing on the Edge" มาพร้อมโครงสร้างตัวถังแบบ Wide & Low ที่ให้ความสปอร์ตปราดเปรียว สะกดทุกสายตาด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โดดเด่นด้วยด้วยดีไซน์สปอร์ตและสง่างาม อาทิ
    • ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
    • ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
    • ไฟท้ายแบบ LED
    • ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
    • ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เมื่อดับเครื่องยนต์
    • กระจังหน้าแบบ Gloss Black พร้อมโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark)
    • กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต ปรับและพับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว
    • สปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black พร้อมสัญลักษณ์ RS และ e:HEV
    • เสาอากาศแบบครีบฉลาม
    • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ต
    • แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต
    การออกแบบภายใน
    ห้องโดยสารได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด "Ambitious Beauty" เน้นความเรียบง่าย ทันสมัย และแฝงความประณีตในทุกรายละเอียด โดยยึดหลักของฮอนด้าในการพัฒนา คือ "Man-Maximum Machine-Minimum" ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระ มีความกว้างขวางสะดวกสบายในทุกมิติทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ให้ความรู้สึกหรูหราและสวยงามด้วย
    • เบาะที่นั่งหนังกลับดีไซน์สปอร์ต ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
    • ใช้เส้นสายแนวนอนเพื่อช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่งและสะดวกสบายในการขับขี่
    • ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ
    • คอนโซลหน้าแบบ Piano Black พร้อมที่วางแก้วน้ำ
    • คอนโซลกลางมาพร้อมที่วางแขนขนาดใหญ่
    • พนักเท้าแขนด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมที่วางแก้วน้ำ
    • มือจับเปิดประตูด้านในตกแต่งโครเมียม
    ลงตัวกับทุกการใช้งานด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม ได้แก่
    • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว
    • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
    • ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และช่องปรับอากาศตอนหลัง เพื่อความสะดวกสบายในห้องโดยสาร มาพร้อมช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง
    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay พร้อม Google Maps และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI
    • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) 
    • ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System) 
    • ช่องเชื่อมต่อ USB จำนวน 2 ช่อง 
    Full Hybrid 27.8 กิโลเมตร/ลิตร 
    เปิดโลกใหม่แห่งการขับขี่กับครั้งแรกของยนตรกรรม Full Hybrid ในเซกเมนต์ซิตี้คาร์ในประเทศไทย ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังแบบ Full Hybrid ระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 - 3,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม/กิโลเมตร สามารถรองรับน้ำมัน E20
    เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้า ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ถึง 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมด้วยโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร สูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) อีกทั้งฟรีค่าแรงในการเช็คระยะเป็นเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) 
    ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)
    ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงได้รับการติดตั้งในรถซิตี้คาร์ของฮอนด้า ด้วยการทำงานของกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ที่ช่วยตรวจจับวัตถุบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่และช่วยควบคุมในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถมากยิ่งขึ้น โดยมีระบบการทำงานดังต่อไปนี้
    • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)
    • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
    พร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัย
    • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
    • ระบบ Brake Hold อัตโนมัติ (Auto Brake Hold)
    • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
    • ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้าง (Side Airbags) และ ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
    • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย 
    • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) บนพื้นถนนที่ลื่น
    • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA) 
    • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA)  
    • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal - ESS)
    • ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการทำงาน โดยมี 8 ฟังก์ชันการใช้งานหลัก ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยตลอดการเดินทาง 
    1. My Service ตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ รวมทั้งการประเมินรายการอะไหล่และค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยจะมีการแจ้งเตือนกำหนดการเข้ารับบริการครั้งต่อไป
    2. Car Log ข้อมูลการขับขี่จะประกอบด้วยพฤติกรรมการขับขี่ ที่สามารถแสดงผลเป็นรายวัน รายเดือน หรือรายปี และ บันทึกการเดินทาง ที่สามารถเลือกทริปโปรด และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ เป็นต้น
    3. WiFi สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ โดยจะใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5 อุปกรณ์ มีระยะการส่งสัญญาณห่างจากตัวรถยนต์อยู่ที่ 40 เมตร โดยต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง
      * ลูกค้าสามารถสมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเครือข่าย (เอไอเอส) โดยลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
    4. Airbag Deployment เมื่อเกิดอุบัติเหตุและถุงลมทำงาน กล่องอุปกรณ์ TCU จะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบทันทีผ่านทางแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้าเพื่อทำการติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ หรือเบอร์โทรฉุกเฉินที่ลูกค้าผู้ใช้งานระบุไว้ในระบบ เพื่อทำการประสานงานให้ความช่วยเหลือขั้นต้น 
    5. Car Status แจ้งเตือนสถานะรถยนต์ เมื่อเกิดความผิดปกติจากระบบของรถยนต์ และ แจ้งเตือนสัญญาณกันขโมย เมื่อเกิดความผิดปกติกับรถยนต์จากภายนอก เช่น การเปิดประตู กระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้ายของรถยนต์อย่างผิดปกติ
    6. Remote Vehicle Control สามารถสั่งการล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมด อีกทั้งยังสามารถสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตั้งค่าระดับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในรถยนต์ และการสั่งดับเครื่องยนต์ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งเปิดสัญญาณไฟ ทั้งไฟหน้าและไฟท้าย โดยผู้ใช้งานจะต้องกำหนดรหัสส่วนตัวเป็นตัวเลข 4 หลัก (PIN) และจะต้องป้อนรหัสส่วนตัวทุกครั้งก่อนการใช้งาน 
    7. Geo Fence & Speed Alert สามารถกำหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์ทั้งเข้าและออกตามพื้นที่ที่กำหนดไว้ และยังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนความเร็วตามกำหนดได้อีกด้วย
    8. Find My Car สามารถตรวจสอบพิกัดรถยนต์ โดยระบบจะส่งพิกัดรถยนต์บนแผนที่ล่าสุด แสดงผลบนแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องใส่รหัสส่วนตัว 4 หลัก (PIN) ก่อนการใช้งาน
    ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง
    เสริมความพรีเมียมด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) รอบคัน ที่มาพร้อมกับแนวคิด "Stage Up Booster" โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก เช่น คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,700 บาท คิ้วบันไดสเตนเลส LED ราคา 4,400 บาท รวมทั้งอุปกรณ์เพิ่มอรรถประโยชน์ใช้สอยในห้องเก็บสัมภาระท้ายรถ เช่น กระบะใส่ของท้ายรถ ราคา 1,250 บาท
    นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจชุดแต่งรอบคัน ได้แก่ Modulo Aero RS Package ราคา 17,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น 
    • อุปกรณ์มาตรฐาน อาจแตกต่างกันในแต่ละรุ่น
    • สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท
    • สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท
    • ราคาแพ็กเกจชุดแต่งโมดูโล ไม่รวม VAT 7%
    • ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/line-up/honda-city-hev
    ฮอนด้า อี:เอชอีวี ใหม่ 6 สีสุดสวย
    ฮอนด้า อี:เอชอีวี ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีใหม่ สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก) สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) มาพร้อมราคา ในรุ่น e:HEV RS ราคา 839,000 บาท 
    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/cityehev
    ตามแนวทางวิสัยทัศน์ 2030 โดยมีเป้าหมายภายใต้ 2 ทิศทางหลัก ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อก้าวไปสู่สังคมปลอดมลพิษ (Carbon-free Society) โดยจะทำการสื่อสารถึงเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ของฮอนด้า ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีในการจัดการพลังงานต่างๆ ภายใต้ ฮอนด้า อี:เทคโนโลยี (Honda e:TECHONOLOGY) สำหรับยนตรกรรมที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริดจะได้รับการสื่อสารภายใต้ชื่อ อี:เอชอีวี (e:HEV) และด้านความปลอดภัย เพื่อก้าวไปสู่สังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision-free Society) โดยได้ขยายการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ทั่วโลก โดยวันนี้ ฮอนด้า จะนำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้ที่อยู่ในยนตรกรรมกลุ่มพรีเมียมมาสู่ ฮอนด้า ซิตี้ ยนตรกรรมรุ่นยอดนิยมที่ครองใจผู้ใช้ทั้งในประเทศไทย และหลายประเทศทั่วโลกในทุกเจเนอเรชันมากว่า 20 ปี เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัส

    ข่าว-โปรโมชั่นล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ