• รถยนต์ใหม่
  • รถยนต์ใหม่
  • ค้นหาแบบละเอียด
  • พาชมโรงงาน BMW พร้อมผลิต Plug-in Hybrid จุดเริ่มต้นรถ EV ในอนาคต

    2 ก.พ. 60 5,833
    พาชมโรงงาน BMW พร้อมผลิต Plug-in Hybrid จุดเริ่มต้นรถ EV ในอนาคต
    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย พร้อมเปิดสายการผลิตรถยนต์ Plug-in Hybrid ป้อนสู่ตลาดประเทศไทย เพื่อเริ่มต้นนวัตกรรมแห่งอนาคตและสะท้อนความเป็นไปได้ของรถยนต์ไฟฟ้าในเฟสต่อไปตามโรดแมปรัฐบาล ณ อมตะซิตี้ ระยอง
    ทีมงานเช็คราคา.คอมมีโอกาสได้เข้าชมขั้นตอนการผลิตรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งน้อยคนที่จะได้เข้าไปดูภายในโรงงานที่แสนจะเข้มงวดและมีระบบรักษาความปลอดภัยระดับโลก เชิญชมได้เลยรูปเพียบ! 
    ก่อนที่จะเข้าชมโรงงานตามธรรมเนียมนั้นจะต้องมีพิธีเปิดเข้าเยี่ยมชมอย่างเป็นทางการโดย มร.เจฟฟรีย์ กอดิอาโน (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการและประธานบริหาร พร้อมด้วย มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต (ที่ 6 จากซ้าย) ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ที่พาสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด ของบีเอ็มดับเบิลยู ณ โรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ที่ 5 จากซ้าย) เข้าร่วมแสดงความยินดีกับอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างอนาคตแห่งความยั่งยืน 
    ส่วนของโรงงานบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เป็นโรงงานแห่งเดียวในโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปที่สามารถผลิตยนตรกรรมหรูทั้งสามแบรนด์ ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ซึ่งนับว่าเป็นโรงงานบีเอ็มดับเบิลยูที่มีความสำคัญในตลาดภูมิภาคอาเซียนและเอเชีย และปัจจุบันยังพัฒนาศักยภาพในการเดินหน้าสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด โดยเริ่มสายการประกอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอิน ไฮบริด 2 รุ่นในประเทศไทย ได้แก่  BMW 330e Luxury และ BMW X5 xDrive40e M Sport ซึ่งเป็นรถยนต์ที่สามารถนำสมรรถนะของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานร่วมกับเครื่องยนต์ได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และสามารถขับขี่ในตัวเมืองได้โดยปราศจากการปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสีย
    การพัฒนาศักยภาพในการเดินหน้าสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด ในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จอีกก้าวของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยในการดำเนินพันธกิจตามวิสัยทัศน์แห่งการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน และยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญที่โรงงานที่จังหวัดระยอง และประเทศไทย มีต่อการดำเนินธุรกิจของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอาเซียน เราเชื่อมั่นว่าโรงงานที่จังหวัดระยอง จะสามารถพัฒนานวัตกรรมและขยายการบริการของเราให้กับลูกค้าและผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
    มร. เจฟฟรีย์ กอดิอาโน กรรมการผู้จัดการ และประธานบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย กล่าวว่า "ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และความสามารถของทีมงานทุกคนที่โรงงานในประเทศไทยแห่งนี้ ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย สามารถขยายประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการผลิตได้อย่างไม่หยุดยั้ง นอกจากโรงงานของเราในประเทศไทยแห่งนี้ จะเป็นที่แรกและที่เดียวในโลกที่ประกอบได้ ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู มินิและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ภายใต้หลังคาเดียวกันแล้ว เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้พัฒนาศักยภาพในการประกอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอิน ไฮบริด ในรุ่น BMW 330e Luxury และ BMW X5 xDrive40e M Sport และเชื่อมั่นว่าการขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด ณ โรงงานที่ระยองแห่งนี้จะช่วยเสริมสร้างรากฐานให้ประเทศไทยเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาค และสนับสนุนให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในอนาคต"
    ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมแสดงความยินดีและกล่าวถึงความสำเร็จครั้งนี้ว่า "กระทรวงอุตสาหกรรมและบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีโอกาสทำงานร่วมกันในการขยายการดำเนินงานและพัฒนาธุรกิจของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในประเทศไทยมายาวนาน เรารู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการฉลองความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยูในการขยายสายการประกอบรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริด ในครั้งนี้ และมีความยินดีที่ได้เห็นบีเอ็มดับเบิลยูให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ อันเป็นเครื่องสะท้อนถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่จะนำประเทศไทยนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน"
    รถยนต์ BMW 330e Luxury และ BMW X5 xDrive40e M Sport  เป็นรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริดที่มาพร้อมเทคโนโลยี iPerformance ที่เกิดจากการผสมผสานนวัตกรรมของบีเอ็มดับเบิลยู และบีเอ็มดับเบิลยู i ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เช่นเดียวกับรถยนต์ปลั๊กอิน ไฮบริดของบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นอื่นทุกรุ่น โดยสามารถส่งกำลังแบบไฮบริดที่ผสานการทำงานของทั้งเครื่องยนต์เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo เกียร์สเต็ปทรอนิก 8 สปีด และเทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยู eDrive ที่พัฒนาโดยบีเอ็มดับเบิลยู i ส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยู 330e Luxury และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e M Sport เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อการบริหารจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด จึงสามารถใช้งานเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าควบคู่กันไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบที่โดยปราศจากการก่อมลภาวะ พร้อมยังมอบความประหยัดที่เหนือกว่าและสมรรถนะอันโดดเด่นจากการตอบสนองที่รวดเร็วในสไตล์รถยนต์ไฮบริด สามารถคงไว้ซึ่งความเพลิดเพลินในยามขับขี่ตามแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู โดยไม่ทิ้งแนวคิดของความยั่งยืน
    เช็คราคา.คอม พาชมภาพบรรยากาศภายในโรงงานประกอบรถยนต์ BMW ที่อมตะซิตี้ จังหวัดระยอง โดยการผลิตรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยูนั้น ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าชิ้นส่วนหลักๆ จากประเทศเยอรมนี เช่น โครงตัวถังรถทุกรุ่น เครื่องยนต์ในรุ่นไฮบริดและในบางรุ่น ระบบช่วงล่างทั้งหมด ระบบไฟฟ้า ภายใน เป็นต้น และรวมถึงระบบไฮบริดทั้งหมด

    ตัวถังนำเข้าทั้งชิ้นแบบนี้

    เตรียมประกอบซันรูฟ

    ขั้นตอนการหย่อนแบตเตอรี่ไฮบริด

    ตะแคงรถเพื่อติดตั้งสายไฟทั้งระบบ

    เครื่องยนต์ของ 330e มาทั้งตัวบรรจุในลังกระดาษอย่างดีแข็งแรงซะด้วย

    เอ๊ะนั่นหอยพิษ

    ดิสก์เบรกจากเยอรมันแท้ๆ

    ช่วงล่างทั้งชุดประกอบเรียบร้อยรอการติดตั้งต่อไป

    ระบบแอร์ก็เตรียมเอาไว้แล้ว

    เครื่องยนต์และช่วงล่างที่รอการนำตัวถังมาครอบลงไป
    เป็นอย่างไรบ้างกับชิ้นส่วนต่างๆ ในโรงงานประกอบรถยนต์ BMW ที่ไม่ได้หาชมง่ายๆ ทางเช็คราคา.คอมเอามาฝากอย่างจุใจ เต็มอิ่มกันไปเลย นอกจากจะได้เห็นขั้นตอนต่างๆ ของการประกอบแล้วยังได้เห็นเทคโนโลยีของรถยนต์สัญชาติเยอรมัน ที่อัดแน่นทั้งคุณภาพและมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกอีกด้วย และนับเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการรถยนต์ไฟฟ้าล้วน EV ในอนาคตของรัฐบาลในเฟสต่อไปอีกด้วย

    แท็กที่เกี่ยวข้อง :

    ข่าว-โปรโมชั่นล่าสุดอื่นๆ

    สนใจทดลองขับ