ค้นหา รถมอเตอร์ไซค์ใหม่ motorcycle
รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ : Moto Guzzi V7 II Stone ขับชิลในเมือง เบา.. คล่องตัว.. ไม่กลัวร้อน

รีวิว Moto Guzzi V7 II Stone ขับชิลในเมือง เบา.. คล่องตัว.. ไม่กลัวร้อน

วันที่ : 25 ก.ค. 60
เข้าดูทั้งหมด: 11,580 คน

Moto Guzzi V7 II Stone ขับชิลในเมือง เบา.. คล่องตัว.. ไม่กลัวร้อน
Moto Guzzi V7 II Stone มอเตอร์ไซค์แนว บ็อบเบอร์ ครุซเซอร์ จากอิตาลี ตำนานกว่า 90 ปี ลุยตลาดบิ๊กไบค์เมืองไทยด้วยความแปลกของรูปลักษณ์คลาสสิกทรงเก่าแก่ เครื่องยนต์ 2 สูบวี 750 ซีซี วางตามยาวขนานกับตัวรถ ระบายความร้อนด้วยอากาศ เกียร์ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนด้วยเพลาพร้อมเสียงเร้าใจ ให้ความคลาสสิกแท้ๆ ราคา 569,000 บาท  

เส้นทางทดสอบ

ทีมงานเช็คราคา.คอม ได้ทดสอบสวนกระแสการขับบิ๊กไบค์ด้วยการขับกินลมชมเมืองในเขตชั้นใน เริ่มต้นจากถนนชิดลม สยามสแควร์ ผ่านหน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง ถนนหลานหลวง ถนนนางเลิ้ง ถนนพระอาทิตย์ สนามหลวง ท่าพระจันทร์ และไปสิ้นสุดจุดสุดท้ายที่เป็นแลนด์มาร์คสุดสำคัญอย่างเสาชิงช้า โดยตลอดเส้นทางนับว่ามีปริมาณรถหนาแน่นมากถึงมากที่สุด สภาพอากาศร้อนอบอ้าว เพื่อทดลองขับขี่ในสภาพการจราจรแออัดสุดๆ ในตัวเมืองว่า เจ้า Moto Guzzi V7 II Stone คันนี้จะสามารถพาไปได้อย่างสะดวกสบายเพียงใด  

Moto Guzzi V7 II Stone ขี่ง่ายเลยไปต่อได้อีกแถวๆ ฝั่งธนบุรีแบบชิลๆ ครับ

จุดเด่น

Moto Guzzi V7 II Stone มีจุดเด่นที่สะดุดทุกสายตาด้วย ฝาสูบที่โผล่ออกมาทั้ง 2 ฝั่ง พร้อมด้วยท่อไอเสียที่ออกจากฝาสูบเงางามตลอดจรดปลาย รูปทรงทรงแนวคลาสสิกที่ถูกผลิตให้คงสไตล์เมื่อครั้ง 50 ปีที่แล้ว ไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่ หลอดไฟฮาโลเจนขั้ว H4 แบบรถยนต์ ไฟเลี้ยวแบบยื่นออกมาทั้งหน้าและหลัง และไฟท้ายทรงรี





มาตรวัดแบบทรงกลมขอบโครเมียม 2 ชิ้นตรงกลางมีแผงไฟเตือนระบบต่างๆ ทั้งไฟสูง, ไฟเลี้ยว, ไฟตำแหน่งเกียร์ว่าง, ไฟเตือนน้ำมันเครื่อง, ไฟรูปเครื่องยนต์ และไฟเตือนน้ำมันใกล้หมดถังซึ่งรุ่นนี้ไม่มีเข็มบอกระดับน้ำมันมาให้

บริเวณแผนสวิตช์กุญแจมีไฟเตือนอีก 2 ดวง แสดงสถานะการทำงานของ ABS และ Traction Control ที่แฮนด์บาร์ฝั่งขวามีปุ่มสตาร์ตและสวิตช์ดับเครื่อง ส่วนทางซ้ายมีสวิตช์ไฟสูง-ต่ำ แตร และไฟเลี้ยวง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก และสวิตช์กุญแจก็มีตำแหน่งไม่เยอะเพียงแค่ Lock, Off และ On เท่านั้น 





SPECIFICATION 

Moto Guzzi V7 II Stone ใช้เครื่องยนต์ 2 สูบวี 4 จังหวะ 2 วาล์วต่อสูบ แบบก้านกระทุ้งความจุ 744 ซีซี หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ระบายความร้อนด้วยอากาศ กำลังสูงสุด 46.9 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที แรงบิด 59 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ 6 จังหวะ ด้วยเพลา ใช้คลัตช์ลักษณะเดียวกับในรถยนต์เป็นแบบหวีคลัตช์ ทนทานแข็งแรง ถังน้ำมันจุได้ 21 ลิตร ใช้ออกเทน 95 และรองรับแก๊สโซฮอล 95 

ระบบช่วงล่างโช้กแบบเทเลสโคปิก 40 มม. ระยะยืด 130 มม. สีดำพร้อมใส่ปลอกย่นกันฝุ่นให้ความคลาสสิกมากขึ้น ส่วนด้านหลังเป็น die cast light alloy swing arm คู่ปรับระดับความสูง-ต่ำได้ ขนาด 85 มม. ระยะยืด 111 มม. และเบรกหน้าดิสก์เดี่ยวคาลิปเปอร์จาก Brembo จานขนาด 620 มม. ด้านหลังเบรกเดี่ยวจานขนาด 260 มม. พร้อมระบบ ABS  
ตัวรถมีขนาดยาว 2,203 มม. กว้าง 790 มม. สูง 1,115 มม. ความสูงใต้ท้อง 179 มม. น้ำหนักโดยรวม 189 กก. ส่วนล้อแม็กด้านหน้า ขนาด 18 นิ้ว ยาง 100/90 และด้านหลัง 17 นิ้ว ยาง 130/80
สมรรถนะ

Moto Guzzi V7 II Stone เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ก็พบกับความรู้สึกใหม่นั่นคือ ตัวรถจะดิ้นๆ ออกทางขวานิดๆ เนื่องจากแนวของการหมุนเครื่องยนต์เป็นลักษณะตามยาวขนาดกับตัวรถ ชุดเพลาข้อเหวี่ยงในเครื่องยนต์หมุนไปทางขวา (เมื่อหันหน้าเข้าหน้ารถ) เมื่อเร่งเครื่องหรือจอดเดินเบาจะมีอาการเหวี่ยงเบาๆ ให้ความรู้สึกมันไปอีกแบบ ซึ่งอาการนี้เมื่อจอดนิ่ง รถจะมีอาการกระตุกเอียงไปทางขวาบ้าง จนเราต้องขืนตัวไปทางซ้ายเผื่อเอาไว้ มันช่างได้ฟีลลิ่งที่แปลกไปอีกแบบ
 

Moto Guzzi V7 II Stone นับเป็นรถสไตล์ครุซเซอร์คันใหญ่เมื่อมองแวบแรก อาจคิดว่ามีความเทอะทะ ขี่ลำบากในตัวเมือง แต่เมื่อลองใช้งานจริง สิ่งแรกที่รู้สึกได้ชัดเจนคือ เบามากๆ ทั้งที่ดูเครื่องยนต์ขนาดใหญ่โตมีความจุระดับ 750 ซีซี และเห็นฝาสูบเครื่องยนต์ที่ยื่นออกมา 2 ข้าง ก็ไม่ได้ทำให้เกะกะแต่อย่างใด อยู่ในระนาบเดียวกับหัวเข่า จึงทำให้มีความคล่องตัวสูงเทียบเท่าระดับ 250 ซีซีด้วยซ้ำไป!



ระบบเกียร์ของ Moto Guzzi V7 II Stone ดีเกินคาด เบาและนุ่มนวล เมื่อตบเกียร์ 1 มีอาการกระตุกเบาๆ แทบไม่รู้ว่าเข้าเกียร์แล้วหรือยัง และเมื่องัดขึ้นเกียร์ 2 มีระยะห่างน้อยมากๆ จนคิดว่านี้เข้าเกียร์ 2 หรือยัง ส่วนเกียร์อื่นๆ ยิ่งเข้าได้นุ่ม เมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน เจ้านี่กินขาด ขับแรกๆ ต้องสังเกตไฟตำแหน่งเกียร์ว่าง "N" สีเขียวดับลง จึงรู้ว่าเข้าเกียร์ 1 แล้ว



อัตราเร่งดึงหนักหน่วงตามสไตล์เครื่องยนต์ใหญ่น้ำหนักตัวรถเบา จึงออกตัวได้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งให้อัตราเร่งแซงเหลือๆ ในทุกย่านความเร็ว เสียงท่อไอเสียดังกำลังดีไม่หนวกหูชาวบ้านมากนัก แต่เสียงของเครื่องยนต์ได้อารมณ์ดิบๆ ตามสไตล์รถเครื่องก้านกระทุ้งระบายความร้อนด้วยอากาศอย่างแท้จริง

กำลังของเครื่องยนต์ทำได้ดีแม้รอบต่ำมากๆ ในขณะขับความเร็วต่ำในตัวเมือง ไม่มีอาการเขย่า หรือแม้ใช้เกียร์ 1 ขับไปเรื่อยๆ ในช่วงรถติดขัดมากๆ ก็ไม่รู้สึกสะท้านเพราะอัตราทดเกียร์ 1 นั้นค่อนข้างต่ำและลากได้ยาวๆ และในช่วงใช้เกียร์ต่ำ แต่ต้องการกำลังเร่งแซงก็สามารถบิดคันเร่งได้ทันที 


Moto Guzzi V7 II Stone เครื่องยนต์ที่มีฝาสูบใกล้กับขาแต่ว่าไม่รู้สึกร้อนจนแสบมากนัก เมื่อจอดติดไฟแดงก็ไม่มีไอความร้อนมาทำให้รู้สึกร้อนจนทนไม่ไหว เรียกว่ารับได้สบายๆ แถมระบบระบายความร้อนออกแบบได้เหมาะกับเมืองร้อน รถติดหนักมากอย่างไทยก็ใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหา จะมีบ้างหากต้องติดนานมากๆ พร้อมกับเจอแสงแดดแผดเผาก็เพียงดับเครื่องเท่านั้นเอง

ช่วงล่างหนึบและอาจแข็งไปหน่อยเมื่อขับทางยาวๆ และเจอคอสะพานหรือเนินต่างๆ ตัวอาจลอยได้ แต่เมื่อขับความเร็วต่ำๆ นับว่าปกติ และในช่วงเข้าโค้งก็ให้ความมั่นใจได้พอสมควร

ระบบเบรกด้านหน้าอาจต้องใช้แรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงจะอยู่สนิท ไม่ไวจนเกินไป แต่ต้องออกแรงมากๆ ส่วนด้านหลังก็เช่นกัน ยังต้องใช้แรงในการกดแป้นเบรกลึกๆ จนเอาอยู่


ความสะดวกสบาย

ความสะดวกสบายในเทคโนโลยีอาจไม่มีมากนัก เพราะเป็นรถแนวคลาสสิกที่เน้นความดิบเวลาขับขี่ แต่ในส่วนของท่านั่งขับนั้นก็นับว่าสบายได้ระดับหนึ่ง ด้วยหัวเข่าที่งอไปทางด้านหลังเล็กน้อย แฮนด์บาร์ที่ไม่ยื่นไปด้านหน้ามากเกินไป แต่ในส่วนของก้านคลัตช์อยู่ในระดับที่เอนลงต่ำมากไป จึงทำให้เมื่อยมือเวลาขับขี่ช่วงรถติดๆ และมีความหนักแบบตึงๆ มืออยู่บ้าง แต่เบาะนุ่มนั่งสบายเต็มๆ ทดแทนโช้กที่แข็งไปได้มากทีเดียว


นอกจากนี้ยังสะดวกในเรื่องการบำรุงรักษา ไม่จุกจิก เพราะว่าเป็นรถที่ไม่มีเทคโนโลยีอะไรสูงมากนัก ระบบเพลาขับก็ไม่ต้องค่อยเคลือบน้ำมันเพราะว่าไม่ต้องกลัวสนิมขึ้น ระบบเฟืองท้ายก็คล้ายกับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังที่ดูแลเพียงแค่เปลี่ยนถ่ายตามระยะ และเมื่อใช้งานเครื่องยนต์ไปนานๆ ถึงเวลาตั้งระยะห่างวาล์วก็ไม่ต้องใช้เวลารอนาน เพราะฝาสูบที่ยื่นออกมานี่แหละ ถอดง่ายนักเชียวไม่ต้องรื้อชิ้นส่วนเยอะ โดยรวมแล้วให้ความสะดวกทั้งการขับขี่ที่คล่องตัวและการบำรุงรักษาที่ง่ายควบคู่กันไป  

ตารางบำรุงรักษาครั้งแรกที่ 1,000 - 1,500 กม.แรก (แล้วแต่รุ่น) และต่อไปก็ทุกๆ 7,000 กว่าๆ กม.
ความปลอดภัย

มั่นใจด้วยเบรกจาก Brembo และระบบ ABS ระบบ Traction Control กันล้อหมุนฟรีเมื่อกระแทกคันเร่ง อีกสิ่งที่เพิ่งคิดออกในเรื่องความปลอดภัยคือ ระบบส่งกำลังแบบเพลาจึงหมดปัญหาการพันของชายเสื้อที่ยาวๆ ของผู้ซ้อนหรือสิ่งอื่นๆ ที่จะเข้าไปพันกับระบบโซ่ได้


ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา

Moto Guzzi V7 II Stone รถบิ๊กไบค์แนวเรโทรคลาสสิกที่ฉีกรูปแบบเดิมๆ เครื่องยนต์ที่มีเอกลักษณ์สูบวีวางตามยาว ขนาดรถไม่ใหญ่ให้ความคล่องตัว และน้ำหนักที่เบามาก นำเข้าทั้งคันจากอิตาลีในราคา 569,000 บาท นับเป็นทางเลือกที่น่าลอง และควรไปลองขับจริงก่อน เผื่ออาจเปลี่ยนใจจากรูปแบบเดิมๆ ก็เป็นได้

แก้ไขล่าสุด : 25 ก.ค. 60
โดย
:
สินธนุ จำปีศรี
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ล่าสุด