ค้นหา บัตรเครดิต/บัตรเดบิต credit card
รีวิวบัตรเครดิต/บัตรเดบิต : บัตรเครดิต KTC JCB Platinum

รีวิว บัตรเครดิต KTC JCB Platinum

วันที่ : 11 ม.ค. 59
เข้าดูทั้งหมด: 33,472 คน

รีวิวบัตรเครดิต เคทีซี เจซีบี แพลทินัม (KTC JCB Platinum)
ชีวิตสมบูรณ์แบบที่คุณเลือกได้... นี่คือคำจำกัดความของ บัตรเครดิต KTC JCB Platinum บัตรเครดิตที่บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือที่เราคุ้นเคยกันสั้นๆ ว่า KTC ได้ร่วมมือ JCB ผลิตบัตรฯ ใบนี้ขึ้นมาสำหรับคนที่ชื่นชอบชีวิตในรูปแบบ Japanese Style แล้วพอดีกับมีพี่ทีมงานท่านหนึ่งได้บัตรฯ ใบนี้มา ก็เลยถือโอกาสจับมาทำรีวิวให้เพื่อนๆ ดู เผื่อว่าคนไหนสนใจอยากจะสมัครบ้างค่ะ แต่อาจมีหลายคนยังสงสัยว่าบัตรเครดิต JCB นั้นคืออะไร? เราก็มีคำตอบคร่าวๆ มาให้ความกระจ่างด้านล่างนี้ค่ะ
บัตร JCB คืออะไร?
บัตร JCB เป็นบัตรเครดิตประเภทหนึ่ง ที่ออกโดยประเทศญี่ปุ่น ย่อมาจากคำว่า "Japan Credit Bureau" ก็คล้ายๆ กับประเภทบัตร VISA หรือ MASTER CARD นั่นเอง ซึ่งบริษัท KTC นั้นก็เคยมีบัตรเครดิตร่วมกับ JCB มานานมากแล้ว ที่มีชื่อว่า บัตรเครดิต KTC JCB KAKKOII (Gold) และวันนี้ก็เปลี่ยนโฉมมาเป็นเจ้า "บัตรเครดิต KTC JCB Platinum" นี่แหละค่ะ เพราะได้มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ขึ้นมาระดับนึง ส่วนหน้าตาบัตรและสิทธิประโยชน์ทั้งหมดจะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูพร้อมๆ กันเลย
แกะกล่องรีวิวความสวยงามของตัวบัตรฯ

บัตรเครดิต KTC JCB Platinum มาพร้อมแพคเกจซองสีน้ำตาล
จ่าหน้าซองถึงผู้รับบัตรไว้เรียบร้อย ส่งถึงมือผู้รับแน่นอนค่ะ

ด้านหลังซองสีน้ำตาลก็เช่นกันค่ะ เรียบๆ ไม่หวือหวามาก ปิดด้วยสก๊อตเทปใส แน่นหนาพอสมควร

เมื่อแกะซองออกมาแล้ว ก็จะเจอเอกสารเยอะแยะมากมาย ประกอบไปด้วยหนังสือสิทธิประโยชน์ของบัตรฯ
(Welcome Book) ข้อตกลงและเงื่อนไขของการใช้บัตรฯ เอกสารแสดงรายละเอียดของวงเงินบัตรฯ
และวันกำหนดชำระเงิน รวมไปถึงโปรโมชั่นต่างๆ ที่มอบให้สมาชิกผู้ถือบัตรฯ ค่ะ

ตัวบัตรฯ จะติดอยู่กับเอกสารอีกแผ่นนึงที่พับครึ่งไว้ ซึ่งพอกางออกมา จะเจอบัตรฯ ติดอยู่ พร้อมกับรายละเอียดโปรโมชั่นสำหรับสมาชิกใหม่ติดทับตัวบัตรฯ อีกทีนึงค่ะ และเอกสารแผ่นนั้นก็มีคำอธิบายว่าส่วนต่างๆ บนตัวบัตรฯ นั้นมีอะไรบ้าง?
 
เมื่อแกะบัตรฯ ออกมาแล้ว จะเห็นว่าตัวบัตรฯ ด้านหน้ามีสีดำอมเทานิดๆ มีรูปภาพและลวดลายที่สื่อถึงประเทศญี่ปุ่นอย่างชัดเจนและสวยงามเลยทีเดียว (ก็น่าจะได้ใจคนที่ชอบสไตล์เรียบๆ คลาสสิค แต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ น่าค้นหา ไปเต็มๆ) ด้านมุมซ้ายบนสุดเป็นโลโก้ ธนาคารกรุงไทย มุมขวาบนสุดเป็นชื่อประเภทบัตร "JCB Platinum" และโลโก้ KTC
ถัดลงมาตรงกลางเป็นชิพการ์ด และหมายเลขบัตรเครดิตทั้ง 16 หลัก ไล่ลงมาจะเป็นเดือน ปี ที่บัตรหมดอายุ ตามด้วยชื่อผู้บัตรเป็นภาษาอังกฤษ ท้ายสุดที่ขาดไม่ได้ตรงมุมล่างซ้ายคือ สัญลักษณ์ JCB นั่นเองค่ะ
 
มาถึงด้านหลังตัวบัตรฯ กันบ้าง ซึ่งเป็นสีเดียวกันกับด้านหน้า ไล่จากด้านบนสุดเป็น เบอร์ติดต่อของ Call Center ที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ช.ม. จากนั้นเป็นแถบแม่เหล็ก พื้นที่สำหรับลายมือชื่อของเจ้าของบัตร และสัญลักษณ์
ที่บ่งบอกว่าบัตรฯ ใบนี้สามารถนำไปใช้ได้ที่ต่างประเทศที่มีเครื่องหมาย Cirrus ค่ะ

หน้าตาของหนังสือ KTC Welcome Book ที่ภายในนั้นจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของตัวบัตรฯ
ชักจะอยากรู้แล้วค่ะว่าจะมีอะไรบ้าง ลองไปกางดูพร้อมๆ กันเลยค่ะ
สิทธิประโยชน์โดดเด่นของบัตรฯ
 บริการแบ่งชำระค่าสินค้า/บริการ ผ่านบัตรเครดิต KTC
อย่างที่เพื่อนๆ ทราบกันนะคะ ว่าปัจจุบันนี้ธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ ต่างก็มีบริการให้ลูกค้าสามารถแบ่งจ่ายรายเดือนกับธนาคารโดยตรงได้ อย่าง KTC เค้าก็มีบริการนี้เหมือนกันค่ะ มีชื่อว่า "KTC FLEXI" อัตราดอกเบี้ยในการแบ่งจ่ายนั้นปกติจะอยู่ที่ 0 - 0.89% ต่อเดือน สามารถผ่อนได้นานสูงสุด 10 เดือน แต่ถ้าหากเดือนไหนที่เพื่อนๆ ที่เป็นสมาชิกบัตร KTC JCB Platinum หมดเงินไปกับการไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นกลับมา แล้วต้องการผ่อนชำระรายเดือนกับ KTC ก็สามารถโทรไปขอแบ่งจ่ายได้ ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.69% ต่อเดือน แต่ขอย้ำนะคะว่า อัตราดอกเบี้ย 0.69% นั้นสามารถใช้ได้กับรายการใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
สิทธิพิเศษเมื่อเดินทางทั่วโลกด้วยบัตรเครดิต KTC JCB Platinum :
บริการ JCB Airport Lounge

และนี่คือสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงค่ะ คือจากบัตรเดิมที่ใช้บริการห้องพักรับรอง (Lounge) ได้แค่ในสนามบินหลักของประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด 28 สนามบิน แต่ไม่สามารถใช้บริการที่สนามบินอื่นๆ ได้ และเมื่ออัปเกรดมาเป็นบัตรแพลทินัมแล้ว สามารถใช้บริการได้ที่ JCB Airport Lounge ของประเทศอื่นๆ ดังนี้ค่ะ
  • ประเทศญี่ปุ่น : ทั้งหมด 28 สนามบินหลัก โดยเพื่อนๆ สามารถคลิกที่ภาพด้านล่างเพื่อดูรายละเอียดว่ามีที่ไหนบ้าง และเงื่อนไขในการเข้าใช้บริการได้เลยค่ะ

  • ประเทศฮ่องกง : สนามบินหลัก Hong Kong International Airport ทั้งหมด 3 แห่ง

Plaza Premium Lounge (West Hall)

Plaza Premium Lounge (Arrival Hall)

Plaza Premium Lounge (East Hall)
  • ประเทศสิงคโปร์ : สนามบินหลัก Singapore Changi Airport ทั้งหมด 2 แห่ง คือ Plaza Premium Lounge และ The Green Market

The Green Market
  • ประเทศเกาหลีใต้ : สนามบินหลัก Incheon International Airport ทั้งหมด 2 แห่ง

SKY HUB Lounge

Matina Lounge
โดยที่ผู้ถือบัตรหลักและบัตรเสริมสามารถเข้าไปใช้บริการที่ห้องพักรับรองระหว่างรอเดินทางได้โดยไม่ต้องเสียค่าเข้าใช้ (ส่วนผู้ติดตามอาจต้องเสียค่าเข้าค่ะ) และต้องแสดงบัตรเครดิต หรือตั๋วเครื่องบินต่อหน้าเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าด้วยค่ะ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ห้องรับรองที่ฟรีนั้นจะมีจำพวกน้ำดื่ม แต่อาหาร น้ำบางชนิด และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ต้องเสียเงินเพิ่ม ซึ่งเงื่อนไขของการใช้บริการห้องรับรองของแต่ละประเทศนั้นอาจจะแตกต่างกันไป ผู้ถือบัตรฯ จะต้องสอบถามรายละเอียดให้เข้าใจก่อนเสมอนะคะ
 JCB Plaza Lounge Service
เรียกง่ายๆ ก็คือเป็นบริการห้องพักรับรองตามจุดต่างๆ ที่อยู่ในศูนย์การค้านั่นเองค่ะ โดยนอกจากจะมีบริการ lounge ที่สนามบินก่อนที่เราจะขึ้นเครื่องเดินทางแล้ว เมื่อถึงจุดหมายปลายทางต่างๆ ก็ยังสามารถไปใช้บริการได้อีก ซึ่ง JCB Plaza Lounge นั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วนบริการคือ ส่วนที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น และส่วนที่อยู่นอกประเทศญี่ปุ่นค่ะ ลองไปดูกันเลย
JCB PLAZA Loung ในประเทศญี่ปุ่น
  • JCB PLAZA Tokyo จะอนุญาตให้สมาชิกบัตรฯ ที่ไม่ได้ถือบัตรที่ออกในประเทศญี่ปุ่น สามารถเข้าใช้บริการได้ค่ะ

JCB PLAZA Tokyo
  • JCB PLAZA Kyoto ก็อนุญาตให้เฉพาะสมาชิกบัตรฯ ที่ไม่ได้ถือบัตรที่ออกในประเทศญี่ปุ่น สามารถเข้าใช้บริการเช่นกันค่ะ

JCB PLAZA Kyoto
JCB PLAZA Lounge นอกประเทศญี่ปุ่น
  • ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เมือง Honolulu, Guam และ Los Angeles
      
  • ประเทศใต้หวัน ที่กรุงไทเป 

  • ประเทศสิงคโปร์ 

  • ประเทศฝรั่งเศส ที่กรุงปารีส

  • ประเทศเกาหลีใต้ ที่กรุงโซล

  • ประเทศฮ่องกง

  • มาถึง ประเทศไทย กันบ้างค่ะ JCB Plaza Lounge นั้นตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าอัมรินทร์ กรุงเทพฯ นั่นเอง

ก่อนขึ้นเครื่องเดินทางมี Airport Lounge ให้สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจระหว่างรอเดินทาง และหลังจากถึงจุดหมาย ก็มี Plaza Lounge ไว้คอยอำนวยความสะดวกสบายอีกเช่นกัน ซึ่งถือว่าบัตรเครดิต KTC JCB Platinum ใบนี้ ตอบโจทย์ของการบริการได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวค่ะ
Guide to KTC JCB International Special Offer
บริการค้นหาสิทธิพิเศษ ส่วนลดร้านค้าบัตรเครดิต JCB เมื่อเดินทางไปต่างประเทศทั้งหมด 23 ประเทศ โดยจะแบ่งเป็นภูมิภาคเพื่อให้ดูง่ายขึ้นดัง ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจจะตรวจสอบสิทธิพิเศษ หรือส่วนลดต่างๆ ก็สามารถคลิกที่รูปด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ
JCB PLAZA Call Center - Toll free number
เป็นบริการที่ให้สมาชิกบัตรฯ สามารถโทรเข้าไปสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ฟรี เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร หรือต้องการความช่วยเหลือจากเหตุฉุกเฉินต่างๆ เช่น บัตรเครดิตหรือพาสปอร์ตสูญหาย หรือแม้กระทั่งเหตุฉุกเฉินร้ายแรงอื่นๆ ก็มีให้บริการเช่นกันตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเหมือนบริการเลขาส่วนตัวก็ว่าได้ โดยเพื่อนๆ สามารถค้นหาเบอร์ติดต่อเหล่านั้นได้ ที่นี่ ค่ะ
หมายเหตุ: ในกรณีที่ไม่สามารถโทรไปที่เบอร์โทรฟรีได้ อาจมีเหตุอันเนื่องมาจากการสื่อสารระหว่างประเทศ หรืออื่นๆ ก็จะมีอีกหนึ่งเบอร์ คือ +81-3-5778-8379 แต่มีข้อแม้ว่าเบอร์โทรอันหลังนี้จะไม่ฟรีนะคะ
สิทธิพิเศษของบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบไม่มีกำหนดระยะเวลา)
  • KTC JCB Airport Discount guide
    มีคู่มือสิทธิพิเศษพร้อมคูปองส่วนลดร้านค้าและบริการต่างๆ ที่สนามบินญี่ปุ่นมากมาย
  • KTC JCB Japan Guide - Free Mobile Application
    เพื่อนๆ สามารถดาวน์โหลดแอปฯ คู่มือเที่ยวญี่ปุ่น โดยที่แอปฯ ที่ว่านี้มีการรองรับทั้งระบบ iOS และระบบ Android ค่ะ

สิทธิพิเศษของบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (แบบมีกำหนดระยะเวลา)
  • ลดสูงสุด 5% ที่ Matsumoto Kiyoshi
    เมื่อใช้จ่าย 30,000 เยนขึ้นไป และรับส่วนลด 3% เมื่อใช้จ่าย 10,000 เยนขึ้นไป ที่ร้านขายยา Matsumoto Kiyoshi โดยดาวน์โหลดบาร์โค้ด และชำระสินค้าด้วยบัตรเครดิต KTC JCB Platinum วันนี้ - 29 ก.พ. 59
     

  • ลดสูงสุด 15% ทั้งช้อป ชิม ที่สนามบินญี่ปุ่น
    สามารถดาวน์โหลดคูปองส่วนลดได้ที่ร้านค้าในสนามบินหลักที่ญี่ปุ่น วันนี้ - 31 มี.ค. 59




  • ดูสิทธิพิเศษอื่นๆ คลิก
คะแนนสะสม KTC Forever Rewards และการแลกรับเป็นเครดิตเงินคืนหรือของกำนัล

ทุกๆ การใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 25 บาท จะได้รับคะแนนสะสม Forever Rewards 1 คะแนน และรับคะแนนสะสมเป็น 2 เท่า เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (คะแนนสะสมอีก 1 เท่า นั้นจะปรากฎอยู่ในใบแจ้งยอดเดือนถัดไป) โดยที่คะแนนสะสมนี้ไม่มีวันหมดอายุ นอกจากนั้นผู้ถือบัตรฯ ยังสามารถเลือกได้อย่างอิสระว่าจะนำคะแนนสะสมนั้นไปใช้อะไร หรือแลกรับของรางวัลเองได้ โดยมีเงื่อนไขในการใช้คะแนนสะสมดังนี้
  • แลกรับสินค้า/บริการได้ทันที โดยที่ทุกๆ 1,000 คะแนนสะสม จะแทนเงินสด 100 บาท (1,000 คะแนน = 100 บาท) สามารถเลือกแลกได้มากกว่า 3,000 ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
  • แลกไมล์ง่ายๆ กับสายการบินชั้นนำ สามารถโอนคะแนนสะสม Forever Rewards เป็นไมล์ หรือคะแนนสะสมสายการบินพันธมิตรที่ร่วมรายการเพื่อแลกเป็นตั๋วโดยสารเครื่องบิน ที่พัก หรือบริการต่างๆ โดยเกณฑ์ในการแลกคะแนนเป็นไมล์สะสมเดินทางกับสายการบินต่างๆ เป็นดังนี้
    - ROYAL ORCHID PLUS ของสายการบินไทย
    อัตราแลก 2 คะแนนสะสม Forever Rewards ต่อ 1 ROP Mile เทียบเท่าทุกการใช้จ่ายในประเทศ 50 บาท แลกได้ 1 ไมล์ ROP
    - FLYER BONUS ของสายการบินบางกอกแอร์เวยส์
    อัตราแลก 1,000 คะแนนสะสม Forever Rewards ต่อ 10 คะแนนสะสมฟลายเออร์โบนัส (100 คะแนนสะสม : 1 Flyer Bonus) เทียบเท่าทุกการใช้จ่ายในประเทศ 2,500 บาท แลกได้ 1 Flyer Bonus
    - BIG Points ของสายการบินแอร์เอเชีย
    อัตราแลก 2 คะแนนสะสม Forever Rewards ต่อ 1 คะแนนสะสม BIG Points เทียบเท่าทุกการใช้จ่ายในประเทศ 50 บาท แลกได้ 1 BIG Points
  • ร่วมแบ่งปันและทำบุญ สามารถนำคะแนนสะสมไปทำบุญกับมูลนิธิต่างๆ โดยทุกๆ 1,000 คะแนน เท่ากับเงินบริจาค 100 บาท (1,000 คะแนน = 100 บาท)
ตัวอย่างการใช้คะแนนสะสมแลกเป็นไมล์ของบัตรเครดิตในระดับใกล้เคียงกัน
ROYAL ORCHID PLUS ของสายการบินไทย
  • บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม ทุกการใช้จ่าย 20 บาท รับคะแนนสะสม 1 คะแนน
    อัตราการแลกคะแนนต่อไมล์เท่ากับ 2 คะแนนสะสม : 1 ROP Mile (เทียบเท่าทุกการใช้จ่าย 40 บาท แลกได้ 1 ไมล์ ROP)
  • บัตรเครดิตแพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ ทุกการใช้จ่าย 25 บาท รับคะแนนสะสม 1 คะแนน
    อัตราการแลกคะแนนต่อไมล์เท่ากับ 2 คะแนนสะสม : 1 ROP Mile (เทียบเท่าทุกการใช้จ่าย 50 บาท แลกได้ 1 ไมล์ ROP)
FLYER BONUS ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส
  • บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ วีซ่า แพลทินัม ทุกการใช้จ่าย 20 บาท รับคะแนนสะสม 1 คะแนน
    อัตราการแลกคะแนนพรีเมียมทุกๆ 1,000 คะแนน ต่อ 10 คะแนน Flyer Bonus (เทียบเท่าทุกการใช้จ่าย 2,000 บาท ต่อ 1 คะแนนสะสม Flyer Bonus )
  • บัตรเครดิตแพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ ทุกการใช้จ่าย 25 บาท รับคะแนนสะสม 1 คะแนน
    อัตราการแลกคะแนนสะสมเป็นไมล์ทุกๆ 1,500 คะแนน ต่อ 10 คะแนน Flyer Bonus (เทียบเท่าทุกการใช้จ่าย 3,750 บาท ต่อ 1 คะแนนสะสม Flyer Bonus)
เมื่อเปรียบเทียบอัตราการแลกคะแนนสะสมกับบัตรเครดิตอื่นๆ ในระดับใกล้เคียงที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น จะเห็นว่าอัตราการแลกคะแนนสะสมของบัตรเครดิต KTC JCB Platinum นั้นก็อยู่ในเกณฑ์กลางๆ  คือยังเป็นเรท 25 บาท ต่อ 1 คะแนนสะสม Forever Rewards (25 บาท : 1 คะแนน) แต่จะได้รับคะแนนสะสมเป็น 2 เท่า ก็ต่อเมื่อไปใช้จ่ายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น (25 บาท : 2 คะแนน) และในส่วนของการแลกคะแนนสะสมเป็นไมล์ของสายการบินต่างๆ ก็เช่นกัน ซึ่งยังเห็นข้อแตกต่างไม่มากจนเกินไป ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ส่วนในมุมของผู้ที่ชอบท่องเที่ยวหรือเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นบ่อยๆ แล้ว ผู้เขียนคิดว่าจะมีบัตรฯ ใบนี้ไว้สักใบก็ไม่เสียหายอะไร และที่ชอบอีกอย่างหนึ่งในเรื่องคะแนนสะสมก็คือ "คะแนนสะสมไม่มีวันหมดอายุ" ซึ่งถือว่าเป็นการยืดหยุ่นระยะเวลาในการนำคะแนนไปแลกเป็นของรางวัลหรือแลกเป็นไมล์ได้มากเลยทีเดียวค่ะ
ความคุ้มครองในด้านต่างๆ ที่บัตรฯ มอบให้
เวลาจะเดินทางไปท่องเที่ยวหรือพักผ่อนหย่อนใจทั้งในและต่างประเทศ บัตรฯ นี้ก็เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ถือบัตรได้ทุกระหว่างการเดินทาง เมื่อใช้บัตรฯ ชำระค่าตั๋วโดยสารยานพาหนะสาธารณะ กับการรับประกันความคุ้มครองอุบัติเหตุทั้งตัวผู้ถือบัตรเอง รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่มีอายุไม่เกิน 23 ปีบริบูรณ์ ด้วยวงเงินสูงสุดถึง 8,000,000 บาทค่ะ พร้อมด้วยประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสียและสูญหายจากการเดินทางไปต่างประเทศด้วยวงเงินสูงสุดถึง 40,000 บาท/ครั้งอีกด้วย
ลองมาเปรียบเทียบความคุ้มครองอุบัติเหตุจากการเดินทางของบัตรระดับใกล้เคียงกันดูค่ะ
  • บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า แพลทินัม ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 6,000,000 บาท สำหรับผู้ถือบัตรและครอบครัว
  • บัตรเครดิตสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด แพลทินัม รับความคุ้มครองอุบัติเหตุสูงสุด 10,000,000 บาท รวมถึงอุบัติเหตุจากการเดินทาง เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าเดินทางล่าช้า และกระเป๋าเดินทางสูญหาย
  • บัตรเครดิต SCB Ultra Platinum มีความคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางไปต่างประเทศในวงเงินสูงสุด 250,000 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งตีค่าเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 8,900,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะนั้น)
จะเห็นว่าบัตรฯ ใบนี้ให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างเดินทางที่มีมากพอสมควร เมื่อเทียบกับบัตรระดับใกล้ๆ กันแล้ว อีกทั้งยังรับประกันสิ่งของเครื่องใช้ให้เพิ่มเติมเวลาที่เราเดินทางอีกด้วย ก็น่าจะเพิ่มความอุ่นใจไปได้ระดับหนึ่งค่ะ
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์สมัครบัตรฯ
คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรหลัก
  • ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
  • มีรายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาทขึ้นไป ต่อเดือน
คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรเสริม
  • กรณีที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องมีหนังสือยินยอมจากบิดา / มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม เว้นแต่ว่าเป็นบุตรของผู้ถือบัตรหลักเอง
  • ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชนของทั้งบัตรหลักและบัตรเสริมพร้อมใบสมัครไปด้วย
ค่าธรรมเนียมรายปี
  • ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม
  • ฟรี ค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ โดยไม่มีเงื่อนไข
  • อัตราดอกเบี้ย : 15% ต่อปี, ค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน 5% ต่อปี รวมกันสูงสุดไม่เกิน 20% ต่อปี
ค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรฯ ในระดับใกล้เคียงกัน
  • บัตรเครดิตกรุงศรี วีซ่า แพลทินัม ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม
  • บัตรเครดิตยูโอบี วีซ่า แพลทินัม
    - ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม
    - ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับบัตรหลัก 3,000 บาท จะได้รับยกเว้นเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 150,000 บาทขึ้นไป ต่อปี ส่วนบัตรเสริมฟรีไม่มีเงื่อนไข
  • บัตรเครดิตธนชาต ไดร์ฟ วีซ่า แพลทินัม
    - ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม
    - ค่าธรรมเนียมรายปี 400 บาท จะได้รับยกเว้นเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตร 30,000 บาทขึ้นไป ต่อปี (ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม)
เมื่อเทียบกับบัตรเครดิตเจ้าอื่นๆ ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นแล้ว จะเห็นว่าบัตรเครดิต KTC JCB Platinum นั้นฟรีทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปี แต่บัตรฯ อื่นต้องใช้จ่ายเป็นจำนวนเงินตามที่ธนาคารกำหนด (ต่อปี) จึงจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว ดังนั้น สำหรับใครที่ใช้จ่ายผ่านบัตรไม่บ่อยเท่าไรนัก ก็สบายใจ ไร้ความกังวลเรื่องค่าธรรมเนียม เมื่อถือบัตรฯ ใบนี้ได้เลยค่ะ
สรุปวิเคราะห์รวบยอดสิทธิพิเศษต่างๆ ของบัตรฯ
ได้รู้ถึงรายละเอียดของบัตรเครดิต KTC JCB Platinum โดยแยกออกเป็นหัวข้อต่างๆ กันแล้วนะคะ ต่อไปจะเป็นส่วนของการสรุปภาพรวมของบัตรฯ ค่ะ ว่าโดยรวมแล้วบัตรเครดิตใบนี้ให้สิทธิประโยชน์อะไร? มาก - น้อย แค่ไหน? และบัตรฯ ใบนี้เหมาะสำหรับใครบ้างค่ะ (ดูบทความ : 8 ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง...ก่อนสมัครหรือใช้บัตรเครดิต)
  • จุดเด่นของบัตรฯ :
    - น่าจะเป็นเรื่องของการได้รับคะแนนสะสม Forever Rewards 2 เท่า เมื่อใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนชาร์จค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนแพง เพราะบัตรฯ นี้ชาร์จไม่เกิน 2% จากยอดการใช้จ่าย แถมยังสามารถแบ่งจ่ายคืนได้สบายๆ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษไม่เกิน 0.89% ต่อเดือน (แต่ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นสามารถแบ่งจ่ายได้ด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.69% ต่อเดือน)
    ยกตัวอย่าง กรณีที่เรารูดซื้อของชิ้นใหญ่ๆ ด้วยบัตรเครดิต KTC ในเดือนๆ นึง แล้วคิดว่าเราไม่สามารถจ่ายคืนได้แบบเต็มจำนวน หรือกลัวว่าถ้าจ่ายขั้นต่ำแล้วจะเสียดอกเบี้ยแพง สามารถโทรไปขอแบ่งจ่ายได้ ก็จะช่วยลดภาระการใช้จ่ายลงได้ และยังเป็นการช่วยบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ดีในอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ
    (ดูบทความ รูดบัตรเครดิตต่างประเทศ: รู้มั้ยแต่ละบัตรชาร์จค่าธรรมเนียมกันเท่าไร?)
    - ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ "ค่าธรรมเนียม" เพราะฟรีทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่บัตรฯ มอบให้แล้ว ถือว่าคุ้มเกินคุ้มกับการใช้จ่ายแบบไม่มีขีดจำกัดแถมยังได้ถือบัตรฟรีๆ แบบไม่มีเงื่อนไขอะไรเลยค่ะ
  • ข้อสังเกตที่ควรรู้ก่อนใช้ :
    - ประเภทบัตร JCB สำหรับประเทศไทยในปัจจุบันนั้นยังไม่แพร่หลายมากนัก เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วทางร้านค้าทั่วๆ ไป มักจะรับบัตรฯ ประเภท VISA หรือ MASTERCARD มากกว่า ซึ่งเพื่อนๆ บางคนที่มีบัตรฯ นี้อยู่แล้ว เวลาจะไปใช้บัตรฯ เพื่อทานอาหารหรือช้อปปิ้ง อาจจะต้องสอบถามกับทางร้านหรือสังเกตดีๆ ก่อนว่า มีป้ายรับบัตรประเภท JCB หรือไม่ก่อนเข้าไปใช้บริการ
    - บัตรเครดิต JCB ที่ออกในประเทศไทย (ซึ่งรวมกับบัตรนี้ด้วย) ไม่สามารถเข้าใช้บริการ Airport Lounge ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้ ซึ่งถือว่ายังไม่โอเคค่ะ เพราะผู้ใช้บัตรฯ อาจจะต้องการ relax หรือความสะดวกสบายก่อนการเดินทางบ้าง แต่กลับไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ตรงนี้ ก็ถือว่ายังคงต้องพัฒนาและปรับปรุงกันต่อไปเพื่อให้ทันคู่แข่ง
  • คะแนนสะสม : ทุกๆ ยอดการใช้จ่ายปกติภายในประเทศ 25 บาท เท่ากับคะแนนสะสม Forever Rewards 1 คะแนน (25 บาท = 1 คะแนน) ถือว่าเป็นเรทกลางๆ ทั่วไปของบัตรเครดิต แต่ถ้าเราไปใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่น เราจะได้คะแนนสะสมเพิ่มเป็น 2 เท่า (25 บาท = 2 คะแนน) อันนี้ถือว่าเป็นการเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการไปท่องเที่ยวและใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ เพราะการได้รับคะแนนสะสมไวกว่านั้นถือว่าเป็นที่ปรารถนาของใครหลายๆ คน ที่ชอบการสะสมคะแนนแล้วนำไปแลกเป็นไมล์สะสมของสายการบินต่างๆ หรือแลกรับเป็นของกำนัล ก็ถือว่าได้ใช้คะแนนสะสมให้เกิดประโยชน์ และอีกหนึ่งข้อดีของบัตรเครดิต KTC JCB Platinum คือ "คะแนนสะสมไม่มีวันหมดอายุ"
    ซึ่งโดยปกติแล้ว คะแนนสะสมของบัตรเครดิตทั่วไปจะมีวันหมดอายุอยู่ที่ราวๆ 3 - 5 ปี คือถ้าใครลืมใช้สิทธิ์แลกคะแนนสะสมก็ถือว่าพลาดไปเลย แต่กรณีของบัตรฯ KTC นี้ ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเลยค่ะ แต่ก็อย่าลืมตรวจสอบโปรโมชั่นการแลกคะแนนเป็นของรางวัลด้วยนะคะ จะได้ไม่พลาดของรางวัลที่เราอาจจะกำลังอยากได้อยู่
    (ดูบทความ : คะแนนสะสมบัตรเครดิต แบงค์ไหนแลกอะไรได้บ้าง... ง่ายๆ แค่คลิก)
  • รายได้ขั้นต่ำในการสมัคร : จากที่เคยทราบมาว่าบัตรเครดิตระดับแพลทินัม (Platinum) นั้น จะต้องมีเงินเดือนขั้นต่ำตั้งแต่ 35,000 - 50,000 บาทขึ้นไป จึงจะสมัครได้ เพราะฉะนั้นข้อนี้จึงถือว่าเป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่งของบัตรฯ KTC ที่เปิดโอกาสให้คนในระดับทั่วไป ที่มีรายตั้งแต่ 15,000 บาท ได้ใช้บัตรเครดิตที่มีคุณภาพ ในขณะที่เงื่อนไข - ข้อกำหนดไม่ยุ่งยาก และไม่ซับซ้อนจนเกินไปค่ะ
  • บัตรฯ นี้เหมาะกับใคร? : บัตรเครดิต KTC JCB Platinum เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตสไตล์ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะช้อป กิน เที่ยว หรืออื่นๆ เพราะบัตรฯ นี้ให้ส่วนลดและสิทธิพิเศษค่อนข้างมากเลยทีเดียว เอาเป็นว่าใครที่เป็นสาวกของอาหารญี่ปุ่น และต้องเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ ไม่ควรพลาดจริงๆ

ปิดท้ายด้วยโปรโมชั่นเด่นๆ จากบัตรเครดิต KTC JCB Platinum (ถึงวันที่ 31 มี.ค. 59)
พิเศษ! พบกับโปรโมชั่นต่างๆ ที่บัตรเครดิต KTC JCB Platinum มอบให้ค่ะ ไม่ว่าจะช้อป กิน เที่ยว สุขภาพ ความสวยความงาม และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สมาชิกบัตรฯ เท่านั้นจะได้รับ

Shopping




Dining




Travel

Health & Beauty




Others


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 - 2665 - 5000
แก้ไขล่าสุด : 28 ก.พ. 60
โดย
:
อัจฉราพรรณ สายตรง
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม