ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ : โตโยต้า - Toyota Corolla Altis 1.8V เร้าใจกว่าที่เคย สบายกว่าที่คิด... ไม่ขับไม่รู้

รีวิว Toyota Corolla Altis 1.8V เร้าใจกว่าที่เคย สบายกว่าที่คิด... ไม่ขับไม่รู้

วันที่ : 21 ส.ค. 60
เข้าดูทั้งหมด: 9,752 คน

รีวิว Toyota Corolla Altis 1.8V เร้าใจกว่าที่เคย สบายกว่าที่คิด... ไม่ขับไม่รู้
Toyota Corolla Altis 1.8V (โตโยต้า โคโรล่า อัลติส 1.8วี) รถยนต์ในกลุ่ม C-Segment ที่กลายมาเป็นรถยนต์นั่งยอดนิยมของคนไทย ไม่ว่าจะหันมองไปทางไหนก็จะต้องพบเจอกับรถยนต์รุ่นนี้ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Altis ถึงได้กลายเป็นรถยนต์นั่งยอดนิยม เพราะนอกจากความสวย ยังเพียบพร้อมด้วยสมรรถนะ และพร้อมจะไปถึงทุกจุดหมายกับคุณด้วยเครื่องยนต์ DOHC Dual VVT-i ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุดอยู่ที่ 141 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 177 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีด แบบ Gate-Type พร้อม Sequential กับราคาค่าตัวที่ 1,079,000 บาท ราคาระดับนี้เทียบกับตัวเลือกในคลาสเดียวกันก็มีอยู่ทางเลือกให้ได้คิดอยู่ไม่น้อย แล้วอะไรที่ทำให้ Altis 1.8V น่าสนใจ... ไปดูกัน  
รูปลักษณ์ภายนอก

Toyota Corolla Altis 1.8V (โตโยต้า โคโรล่า อัลติส 1.8วี) นั้นดีไซน์ให้เน้นไปที่ความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว สวยสะดุดตาในทุกๆ มุมมอง โดยออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ทำให้มิติตัวถังมีความกว้าง แต่ความสูงนั้นลดต่ำลงจากรุ่นก่อนหน้า จนส่งผลให้รถมีความคล่องตัว


กระจังหน้าแบบโครเมียมเชื่อมต่อกันด้วยลายเส้นรูปตัว T อยู่ระหว่างไฟหน้าแบบ Bi-Beam LED Projector ที่ปรับระดับอัตโนมัติ พร้อม LED Daytime Running Lights เหนือระดับด้วยระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมเสียงเตือนเมื่อลืมปิดไฟหน้า ปิดท้ายด้วยไฟตัดหมอกหน้าช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่

มือจับเปิดประตูเป็นแบบ Grip-Type สีเดียวกับตัวรถคาดด้วยแถบโครเมียมเสริมความหรูหรา ในขณะที่กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวดีไซน์ขนาดกำลังพอดี ให้ภาพที่ชัดเจนไม่หลอกตา ปรับองศาและพับเก็บอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า 

ไฟท้าย LED ดีไซน์เรียวให้ความรู้สึกคมเข้ม  ที่ดูสปอร์ตทุกมุมมอง โดดเด่นชัดเจน พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3  

ล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ ขนาด 16 นิ้ว ใส่กับยาง 205/55 R16 
รูปลักษณ์ภายใน


ภายในของ Toyota Corolla Altis 1.8V (โตโยต้า โคโรล่า อัลติส 1.8วี) ออกแบบเน้นความกว้างขวาง สะดวกสบาย ด้วยความยาวห้องโดยสารขนาด 4,629 มิลลิเมตร, กว้าง 1,775 มิลลิเมตร ทำให้มีระยะห่างระหว่างผู้โดยสารตอนหน้าและหลังอยู่ที่ 960 มิลลิเมตร ห้องโดยสารภายในใช้โทนสีดำและเงินในการตกแต่ง (สำหรับรุ่นอื่นๆ ก็จะมี สีเบจ และสีเทา เป็นทางเลือก) วัสดุตกแต่งภายในเน้นคุณภาพ  เบาะนั่งไฟฟ้าคู่หน้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มดันหลังไฟฟ้า เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้แบบ 60:40 พร้อมปรับเอนได้

แผงคอนโซลหน้าแบบ Cyber Carbon บุด้วยวัสดุแบบนุ่ม เสริมความหรูหรา

พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง พร้อมปุ่มควบคุมวิทยุ, จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID แบบสี, ปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ พร้อม Paddle Shift 

มาตรวัดเรืองแสง Optitron ชัดเจนทุกมุมมอง


เครื่องเสียงรองรับ DVD/CD/MP3/WMA พร้อมจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว และระบบนำทางเนวิเกเตอร์ สามารถรองรับบริการพิเศษจาก T-Connect พร้อมแผงปรับอากาศดีไซน์ใหม่พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 
เครื่องยนต์
สำหรับสมรรถนะของ Corolla Altis 1.8V ซึ่งเป็นตัวท็อปในรุ่นนั้น พละกำลัง 141 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที กับแรงบิด 177 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที นั้นมาจากเครื่องยนต์ 2ZR-FBE 4สูบ DOHC Dual VVT-i  ซึ่งจะปรับจังหวะเปิด-ปิดวาล์วไอดีและไอเสียแบบแปรผัน ให้สอดคล้องกับการทำงานของเครื่องยนต์ ให้อัตราเร่งดี และประหยัดน้ำมัน 

ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบ Super CVT-i 7 สปีด แบบ Gate-Type พร้อม Sequential ที่ได้รับการพัฒนา ที่ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดีการเปลี่ยนเกียร์ต่อเนื่อง ให้อัตราเร่งที่ลื่นไหล เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแม้จะอยู่ในช่วงเร่งเครื่อง เครื่องยนต์ก็ทำงานในรอบต่ำ จึงประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง E85 ซึ่งนอกจากเครื่องยนต์ 2ZR-FBE 1.8 ลิตร แล้ว Corolla Altis ก็ยังมีเครื่องยนต์ 1ZR-FBE 1.6 ลิตร มาเป็นทางเลือกให้ด้วย สำหรับเครื่องยนต์ตัวนี้จะใช้ระบบส่งกำลังเหมือนเครื่องตัว 1.8 ลิตร แต่สมรรถนะนั้นน้อยกว่าเล็กน้อยโดยจะให้พละกำลังอยู่ที่ 125 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 157 นิวตันเมตร ที่ 5,200 รอบ/นาที 
การขับทดสอบ

Toyota Corolla Altis 1.8V (โตโยต้า โคโรล่า อัลติส 1.8วี) กลายเป็นหนึ่งในรถยนต์นั่งที่สร้างความประทับใจได้ตลอดเส้นทางจากการได้อยู่ด้วยกันระยะหนึ่ง ซึ่งการเดินทางทดสอบในครั้งนี้ มีทั้งแบบใช้งานในกรุงเทพฯ กับสภาวะรถหนาแน่นในเขตเมือง กับการขับทดสอบในเส้นทางไฮเวย์ จากกรุงเทพฯไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

ในช่วงการขับทดสอบในเขตเมือง กับสภาพการจราจรที่ติดหนาแน่นแทบจะทุกวัน การได้ขับรถยนต์ที่นั่งได้อย่างสะดวกสบายนั้นเป็นอะไรที่สร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี บ่อยครั้งที่ได้ลองขับรถที่มีสมรรถนะดีแต่กลับรู้สึกนั่งไม่สบายอย่างที่คิดเอาไว้ (ความรู้สึกส่วนบุคคลนะครับ เพราะแต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน) ส่วนเครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i 7 สปีดนั้นก็เป็นไปอย่างลื่นไหล การควบคุมรถที่ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าก็สะดวกสบายเพราะมีการผ่อนแรงทำให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น จังหวะที่จะต้องเปลี่ยนช่องจราจรก็ทำได้อย่างมั่นใจ


สำหรับการออกเดินทางไกลๆ ที่ต้องใช้ความเร็ว จากการเก็บเสียงในห้องโดยสารที่ดีทำให้ความเงียบอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ในบางเวลาที่ต้องการพละกำลังเครื่องยนต์ ก็สามารถควบคุมได้ด้วยการเปลี่ยนเกียร์แบบแมนนวล ไม่ว่าจะที่คันเกียร์ หรือจะควบคุมผ่าน Paddle Shift ก็ทำให้การขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีสวิตช์การขับขี่แบบสปอร์ต พร้อมระบบ Cruise Control ติดตั้งมาให้ด้วย
ส่วนช่วงล่างนั้น ด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง ให้การตอบสนองที่น่าพอใจ โช้กอัพสแตนดาร์ดก็ไม่นุ่มจนย้วยหรือแข็งกระด้างจนเกินไป สามารถซับแรงได้ดี ระบบเบรกแน่นอนในรถยนต์ระดับนี้ก็จะเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ 
สิ่งอำนวยความสะดวก

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกใน Toyota Corolla Altis 1.8V (โตโยต้า โคโรล่า อัลติส 1.8วี) นั้น ก็จัดเต็มมาให้เพราะเป็นถึงตัวท็อปสุดในรุ่น ก็จะมีเครื่องเสียงที่รองรับการทำงานที่หลากหลาย สำหรับใครที่ชอบพกอุปกรณ์เยอะๆ ก็ยังมีช่อง USB ให้ 2 ตำแหน่งในด้านหลังเพื่อรองรับการใช้งาน Gadget ที่หลากหลาย 

เพื่อความสะดวกสบายตลอดการเดินทางภายในรถก็มีระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสารติดตั้งมาให้ด้วย 

สำหรับผู้โดยสารแถวหลังก็มีม่านบังแดดที่ใช้งานโดยระบบแมนนวลติดตั้งมาให้ใช้กัน 

ในส่วนของผู้ขับ Altis 1.8 V ให้มาทั้ง Push Start และ Smart Entry รวมถึงกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ รวมถึงกล้องมองหลังก็เป็นอีกอุปกรณ์จำเป็นในรถระดับนี้ 
ระบบความปลอดภัย

เรื่องของความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ Toyota จัดหนัก จัดเต็มมาให้เหมือนกัน 
  • โครงสร้างนิรภัย GOA ให้ความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ด้วยโครงสร้างห้องโดยสารที่แข็งแกร่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแรงกระแทกจากการชน 
  • กระจกมองข้างพร้อมระบบ Reverse Link
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหันหรือเบรกบนถนนลื่น  
  • ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ช่วยกระจายแรงเบรกในแต่ละล้อให้ทำงานได้อย่างสมดุลเพื่อป้องกันอาการท้ายปัด และช่วยควบคุมรถให้มั่นคงขึ้นแม้เบรกในขณะเข้าโค้ง 
  • ระบบเสริมแรงเบรก (BA) ช่วยเพิ่มแรงเบรกให้มากขึ้นในกรณีเบรกกะทันหัน เพื่อให้หยุดรถได้ในระยะที่สั้นกว่า
  • ระบบควบคุมการทรงตัว (VSC) ช่วยป้องกันไม่ให้รถลื่นไถลออกนอกเส้นทางในขณะเข้าโค้ง โดยระบบเซ็นเซอร์จะคอยตรวจจับลักษณะการเคลื่อนไหวของตัวรถ และปรับให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TRC) ช่วยควบคุมการหมุนฟรีของล้อ และจะส่งแรงดันน้ำมันเบรกไปยังล้อแต่ละล้อ เพื่อควบคุมเสถียรภาพของรถโดยอัตโนมัติ และหากการลื่นไถลยังคงเกิดขึ้น ความเร็วของรถก็จะลดลงโดยอัตโนมัติ ช่วยควบคุมการทรงตัวของรถในสภาพถนนลื่น 
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัด HAC (Hill-Start Assist Control)
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS คู่หน้า/ด้านข้าง/ม่านด้านข้าง/หัวเข่าด้านคนขับ ปกป้องทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ช่วยลดการบาดเจ็บของศีรษะและหน้าอกจากแรงปะทะซึ่งเกิดจากการชน
  • เข็มขัดนิรภัยระบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติลดการบาดเจ็บจากการรัดดึงของระบบเข็มขัดนิรภัย พร้อมระบบเตือนคาดเข็มขัดในคู่หน้า
  • เบาะนั่งคู่หน้าแบบ WIL (Whiplash Injury Lessening) ช่วยลดการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอเมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง
  • ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED
  • กุญแจป้องกันการโจรกรรม Immobilizer ป้องกันกุญแจเลียนแบบไม่ให้สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้หากรหัสของกุญแจและเครื่องยนต์ไม่ตรงกัน
  • ระบบป้องกันการโจรกรรม TDS (Theft Deterrent System) ส่งสัญญาณเสียงเตือนภัย เมื่อมีการบุกรุก
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา

Toyota Corolla Altis 1.8V (โตโยต้า โคโรล่า อัลติส 1.8วี) กับราคาค่าตัวที่ 1,079,000 บาท นั้นเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าจะมีคู่แข่งให้เปรียบเทียบอยู่เยอะเช่นกันในด้านราคา และสมรรถนะ ที่เพิ่มเติมอีกนิดหน่อยก็สามารถขยับไปเป็นรุ่นนั้น แบรนด์นี้ได้ แต่ถ้าหากใครยังมองเรื่องซื้อง่าย ขายคล่อง อะไหล่หาได้ไม่ยาก ค่าอะไหล่ไม่สูงเกินไป และศูนย์บริการหาง่าย ยังไงก็คงต้องนึกถึงแบรนด์ยักษ์ใหญ่รายนี้เอาไว้ก่อนเป็นแน่ สำหรับราคาระดับล้านต้นๆ กับสิ่งต่างๆ ที่ให้มานั้น เรียกได้ว่าดีพอตัวแล้วครับ อีกทั้งยังมีทางเลือกให้ได้ตัดสินใจอีกหลายรุ่นย่อยถ้าคุณไม่อยากได้ตัวท็อป ก็มีตัวเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร และตัวที่มาพร้อมชุดแต่ง ESPORT ให้เลือกด้วย แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวเราละครับว่า ชอบแบบไหน ไม่มีใครถูกไม่มีใครผิด เพราะคนเราก็ชอบไม่เหมือนกันจริงไหมครับ 
แก้ไขล่าสุด : 21 ส.ค. 60
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด