ค้นหา รถยนต์ใหม่ car
รีวิวรถยนต์ : ฮอนด้า - Honda Civic 1.5 Turbo RS สปอร์ตซีดานแรงและประหยัดมีอยู่จริง!

รีวิว Honda Civic 1.5 Turbo RS สปอร์ตซีดานแรงและประหยัดมีอยู่จริง!

วันที่ : 8 พ.ค. 60
เข้าดูทั้งหมด: 37,364 คน

Honda Civic 1.5 Turbo RS สปอร์ตซีดานแรงและประหยัดมีอยู่จริง!
Honda Civic 1.5 Turbo RS รถยนต์ครอบครัวแบบซีดานเน้นความสปอร์ต การขับขี่ที่สนุกเร้าใจ จากกำลัง 173 แรงม้า แรงบิด 220 นิวตัน-เมตร สมรรถนะระดับรถเครื่องยนต์ใหญ่ขนาด 2.4 ลิตร แต่ประหยัดเทียบเท่าเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่สะดวกและล้ำสมัย ราคา 1,199,000 บาท
รูปลักษณ์ภายนอก 
ไฟหน้าแบบ LED พร้อมฟังก์ชั่นเปิด-ปิดอัตโนมัติ และไฟส่องเวลากลางวัน LED เป็นเส้นยาวตรงขอบโคมไฟ ไฟตัดหมอกแบบ LED จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือ ไฟหรี่สีส้มที่ขอบกันชนติดกับซุ้มล้อหน้า ให้ความรู้สึกแบบรถยุโรป ส่วนท้ายเพิ่มตัวอักษร "RS" สีแดง สปอยเลอร์หลัง และหม้อพักกับปลายท่อออกทั้ง 2 ข้าง
 
สำหรับภายนอก จุดที่แตกต่างระหว่างรุ่น 1.8 ลิตร และ 1.5 เทอร์โบคือ ไฟหน้า LED, กระจังหน้าสีดำ, ลายล้อแม็ก, สปอยเลอร์ส่วนท้ายและปลายท่อออก 2 ฝั่ง เป็นต้น    

ไฟหรี่สีส้มสะดุดตา

ไฟหน้า ไฟส่องเวลากลางวัน และไฟตัดหมอก LED

ท้ายสวยด้วยสปอยเลอร์แบบเฉพาะตัว


สปอยเลอร์หลัง ที่ดูแปลกๆ มีแผ่นกั้นลมลอดข้างใต้ แต่สังเกตยางของกระจกปิดมิดกันสิ่งแปลกปลอมเล็ดลอดเข้าไป

ปลายท่อไอเสียออก 2 ฝั่ง เพิ่มความดุดันมากขึ้น

กระจกมองข้างฝั่งซ้ายพร้อมกล้องแสดงภาพมุมอับสายตาที่ส่งไปยังจอเครื่องเสียงเมื่อเปิดไฟเลี้ยวซ้ายหรือกดเลือกดูภาพ
รูปลักษณ์ภายใน
ภายในห้องโดยสารโดยเฉพาะคอนโซลหน้าและกลางนับว่า "โดดเด่นกว่าใคร" จากการออกแบบช่วง "Cockpit" ในสไตล์รถสปอร์ต แบ่งฝั่งชัดเจน คอนโซลหน้าแบบสปอร์ต มาตรวัดมาในแนว "อวกาศ" และทันสมัยด้วยจอสี TFT แสดงผลแบบดิจิทัล กราฟฟิกสวยงาม พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ควบคุมเครื่องเสียง ครุซคอนโทรลและฟังก์ชั่นบนมาตรวัด  





เครื่องเสียงจอสัมผัสพร้อมลูกเล่นเพียบ ต้องใช้เวลาศึกษาเรียนรู้พักใหญ่ จึงจะสามารถใช้งานได้ครบถ้วนและช่วยอำนวยความสะดวกเมื่อขับรถได้มากขึ้น ทั้งระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน รองรับ Apple CarPlay และฟังก์ชั่นตั้งค่าใช้งานต่างๆ รวมถึงระบบเนวิเกเตอร์  พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง และยังสั่งการได้ที่พวงมาลัยอีกด้วย 

เปลี่ยนสีจอได้ด้วยนะครับ

แสดงอัตราสิ้นเปลืองย้อนหลังได้ มีคนทำได้ถึง 19 กม./ลิตร!!!!

ลำโพงด้านหลังเสียงฟังได้กระหึ่มระดับกลางๆ 

ระบบแอร์อัตโนมัติสามารถแยกปรับตั้งอุณหภูมิฝั่งซ้ายและขวาได้ สั่งการได้จากปุ่ม Climate และระบบสัมผัสบนจอเครื่องเสียง

 

พื้นที่ดูไม่กว้าง แต่เมื่อลองนั่งแล้วสบายไม่อึดอัด

เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ฝั่งคนขับปรับระดับขึ้น-ลงได้ และหุ้มหนังทรงกระชับรับสัดส่วน พวงมาลัยปรับได้หลายทิศทางทั้งเลื่อนเข้า-ออกและสูง-ต่ำ 

คอนโซลกลางติดตั้งสวิตช์โหมดการขับขี่ทั้ง "ECON" "Brake Hold" และ "เบรกมือไฟฟ้า" แถมด้วยช่องเชื่อมต่อสาย USB ทั้งด้านหน้าและหลังอีก 2 จุด และ HDMI 1 จุดใต้ฐานเกียร์ และที่กล่องเก็บของ 

ช่อง USB และ HDMI แอบอยู่ใต้นี้

USB ยังแอบอยู่ใต้เท้าแขนหน้าอีก 1 จุด


สวิตช์เปิด-ปิดระบบควบคุมการทรงตัวและให้แป้นเหยียบซิ่งมาด้วย


ความประณีตในงานประกอบนับว่าดูดีมากกว่ารุ่นก่อนหน้า ถ้าใครชอบความเนียนและวัสดุซอฟต์ทัชรับรองว่าไม่ผิดหวัง และโดยรวมยิ่งให้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น มีเพียงวัสดุส่วนที่เป็นพลาสติก เช่น ช่องใส่เอกสารข้างประตูเท่านั้นที่อาจดูบอบบางไปสักหน่อย 


เพิ่มความสะดวกด้วยปุ่มล็อคประตูมีทั้ง 2 ฝั่ง
เบาะหลังขนาดใหญ่นั่งสบายรองรับได้เต็มสัดส่วน และความนุ่มของหนังกับฟองน้ำก็ช่วยลดการเมื่อยล้าได้ดี พร้อมที่เท้าแขนและช่องวางแก้วน้ำ มีเพียงระดับท่านั่งที่ต่ำเสมอกับเบาะหน้า ทำให้มองด้านหน้าได้ไม่เต็มที่ 

เบาะใหญ่นั่งสบายตัวและมีพื้นที่เหลือเพียบความกว้างติดท็อป 3 ของรถระดับนี้เลยทีเดียว
เครื่องยนต์
 
ฮอนด้า ซีวิค 1.5 เทอร์โบ อาร์เอส ใช้เครื่องยนต์แบบเบนซิน 4 สูบ 1,498 ซีซี DOHC 16 วาล์ว VTEC TURBO 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 220 นิวตัน-เมตร (22.4 กิโลกรัม-เมตร) ที่ 1,700-5,500 รอบต่อนาที เกียร์ CVT เทคโนโลยี "EARTH DREAMS" พร้อมแพดเดิ้ลชิฟต์หลังพวงมาลัย และโหมดสปอร์ต (S) รองรับน้ำมันเบนซินตั้งแต่ 91 ขึ้นไปจนถึง E20 ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังมัลติลิงค์ ดิสก์เบรก 4 ล้อ พร้อม ABS ล้อแม็ก 17 นิ้ว ยาง 215/50 R17


ครุซคอนโทรลใช้ง่าย เพียงกด "CRUISE" และตามด้วย "SET" ตั้งความเร็วตามต้องการได้เลย

สัญลักษณ์ "S" โหมด "Fast and Furious"
การขับทดสอบ
เมื่อนั่งในตำแหน่งคนขับ ซีวิคใหม่นั้น ออกแบบให้เป็นรถครอบครัวที่ขับสนุกและดูสปอร์ต ท่านั่งและระดับของเบาะจึงค่อนข้างต่ำ แต่ก็สามารถปรับระดับความสูงได้ ระดับการวางเท้านั้นเกือบเหยืยดตรง หากปรับให้ต่ำสุด และพวงมาลัยที่อยู่ระดับอกยิ่งให้ความสปอร์ตเต็มคราบมากขึ้น แต่เมื่อปรับเบาะต่ำลงอาจทำให้วิสัยทัศน์ที่มองยากขึ้น เนื่องจากไม่เห็นระดับฝากระโปรงหน้ารถและอาจมองรอบตัวรถระยะใกล้ได้น้อยลง ดังนั้นแนะนำว่าควรปรับสูงให้อยู่ระดับที่สามารถมองได้รอบๆ จะดีกว่าครับ แม้การปรับเบาะต่ำจะได้ฟิลลิ่งรถซิ่งก็ตาม 

อัตราเร่งของเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี เทอร์โบของซีวิคตอบสนองความแรงทุกครั้งที่กระแทกคันเร่ง โดยในช่วงเร่งออกตัวหรือแซง เมื่อคิกดาวน์จะมีอาการหน่วงเล็กน้อย จากนั้นไม่ถึงเสี้ยววินาทีก็สัมผัสพลังแรงบิด 220 นิวตัน-เมตร ได้เต็มที่พร้อมเสียงคำรามเครื่องยนต์ที่ดุดันกว่ารุ่นเครื่องยนต์ NA เยอะ เรียกว่ารอรอบไม่นานนักและได้อารมณ์รถซิ่งเหมือนย้อนกลับไปวัยรุ่นย่านวิภาวดีทีเดียว!



กำลังของเครื่องยนต์มีเกินตัว แม้จะใช้แค่โหมด "ECON" ก็สามารถเร่งได้ทันใจระดับหนึ่ง แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมดปกติ ยิ่งขับสนุกและตามเท้ามากขึ้น ส่วนโหมดที่มันสุดก็คือ "S" ที่จะค้างรอบเครื่องยนต์สูงๆ ไว้ เพื่อตุนกำลังในย่าน Power Band และพร้อมเร่งแซงได้ทันใจมากขึ้นไปอีกครับ 

สำหรับกำลังเครื่องยนต์ของซีวิค เทอร์โบนั้นมีให้ใช้งานเหลือเฟือ และผู้ขับต้องคุ้นชินกับน้ำหนักคันเร่งให้ชำนาญก่อน เพราะเครื่องยนต์ที่มีขนาดความจุน้อย แบกรับตัวถังระดับนี้ ในช่วงเริ่มเดินคันเร่งอาจจะรู้สึกว่าหน่วงๆ ก่อน ต้องเพิ่มน้ำหนักเท้าหรือรอจังหวะรอบเครื่องยนต์กับเกียร์แปรผันให้เหมาะสมสักพัก ซึ่งหากเพิ่มน้ำหนักเท้ามากเกินไปนั้น เมื่อเทอร์โบเริ่มสร้างแรงดัน (บูสต์) รถก็จะพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ดังนั้นผู้ที่ไม่เคยใช้รถยนต์มีเทอร์โบจึงจำเป็นต้องขับให้คุ้นเคยก่อนนะครับ เพราะอาจพุ่งอย่างรวดเร็วและเบรกไม่ทันชนคันหน้าได้
   
ความแรงของซีวิคเทอร์โบนั้น จากเริ่มออกตัวจะพุ่งและไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็วจนความเร็วราวๆ 160 กม./ชม.เป็นต้นไปจะเริ่มค่อยๆ ไหลขึ้นช้าลง แต่ก็นับว่าทำความเร็วระดับ 180 กม./ชม.ได้ไม่ยาก   

พวงมาลัยตอบสนองไว หักเลี้ยวเพียงนิดเดียวก็เลี้ยวได้มากนับว่าให้วงแคบมาก
ระบบพวงมาลัยที่แม่นยำและไวมาก ที่ความเร็วต่ำหมุนเลี้ยวไม่มากนัก รถก็สามารถเลี้ยวได้วงแคบ สะดวกและคล่องตัวเมื่อเลี้ยวเข้าซอยหรือจอดรถ แต่เมื่อความเร็วสูงๆ แม้จะถูกปรับน้ำหนักให้หนืดขึ้น แต่ด้วยความไวก็ทำให้การควบคุมของมือต้องนิ่งพอสมควร เพราะว่าแค่ขยับเอียงเล็กน้อย รถก็จะเลี้ยวค่อนข้างมาก แต่เมื่อขับจนคุ้นเคย กลับสนุกและควบคุมง่าย ได้อารมณ์เหมือนกำลังขับ "โกคาร์ท" เลยทีเดียวครับ  

ช่วงล่างในความเร็วต่ำและกลางๆ นับว่าผสานความนุ่มนวลและความหนึบได้ดี เมื่อขับผ่านหลุมหรือคอสะพาน ยังให้ความนุ่มนวล แม้จะถูกเซ็ตให้หนึบรองรับความพลังระดับ 173 แรงม้าก็ตาม แต่ในความเร็วสูง ยังพอมีอาการโคลงตัวเล็กน้อยเมื่อเข้าโค้ง และหากเจอผิวถนนที่เป็นคลื่นก็จะมีอาการเต้นนิดๆ ซึ่งอาจเป็นผลจากความไวของพวงมาลัยส่วนหนึ่งด้วย

ระบบเบรกตอบสนองได้ดี น้ำหนักเบาไม่จำเป็นต้องออกแรงมาก ก็สามารถชะลอความเร็วจากระดับสูงลงมาได้อย่างมั่นใจ และเมื่อทดลองเพิ่มน้ำหนักเบรกอย่างรวดเร็วก็สามารถหยุดรถได้สบายๆ สยบฝูงม้าได้อยู่หมัดหมดปัญหาแน่นอน            
สิ่งอำนวยความสะดวก

ความสะดวกสบายที่มีให้ในซีวิคเทอร์โบนั้นนับว่าออปชั่นบางอย่างเทียบเท่ากับรุ่นแอคคอร์ดและซีอาร์-วี เช่น กล้องมองมุมอับสายตาฝั่งซ้าย ระบบเบรกมือไฟฟ้า ระบบ Brake Hold ที่ช่วยหยุดรถค้างไว้เมื่อจอดนสนิท แม้เปลี่ยนจากเกียร์ "D" เป็นเกียร์ว่าง "N" ก็ตาม หรือคล้ายการดึงเบรกมือนั่นเอง 

การใช้งานระบบ Brake Hold ง่ายมากเพียงกดปุ่ม สัญญาณบนหน้าปัดขึ้นก็ใช้งานได้ทันที
นอกจากนี้ยังมีที่ว่างแก้วหรือขวดน้ำหลายจุด และกล่องเก็บของบริเวณที่เท้าแขนด้านหน้า ช่องวางของเล็กๆ น้อยบริเวณฐานใต้แผงควบคุมแอร์ ที่แบ่งเป็น 2 ชั้น เหมาะกับ "นักสะสม" ของใช้ในรถเป็นอย่างมาก


ที่วางของชั้นบน

ที่วางของชั้นล่าง

ช่องวางขวดน้ำข้างประตูและสวิตช์เปิดฝากระโปรงท้ายไฟฟ้า
ออปชั่นที่พิเศษอีกอย่างคือระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยรีโมท หากจอดตากแดดและต้องการติดเครื่องยนต์เพื่อเปิดแอร์ปรับอุณหภูมิสามารถใช้ปุ่มสตาร์ทบนรีโมท เพียงกดล็อคประตูซ้ำ 1 ครั้ง และกดปุ่มรูปสตาร์ทค้างไว้จนไฟเลี้ยวกะพริบ รถก็จะสตาร์ทเครื่องยนต์ไว้ เมื่อต้องการเข้ารถก็เพียงกดปลดล็อคประตูอีกครั้ง และทำการกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเหยียบเบรก แบบเดียวกับการสตาร์ทปกติ เท่านี้ก็เรียบร้อยครับ

ฝากระโปรงหน้าสามารถเปิดได้กว้างมาก เพื่อความสะดวกในการตรวจเช็คประจำวัน

ฝากระโปรงเปิดได้ 2 ระดับ อีกหนึ่งความสะดวกที่อาจถูกมองข้าง
ระบบความปลอดภัย

ความปลอดภัยในซีวิค เทอร์โบนอกจากมาตรฐานที่มีให้เช่น เบรก ABS, EBD, HSA, VSA และมาพร้อมถุงลมคู่หน้า ด้านข้างและม่านถุงลม ระบบกล้องมองภาพด้านข้างและด้านหลัง กุญแจรีโมทพร้อมระบบป้องกันขโมย     



ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา

Honda Civic 1.5 Turbo RS พลังเทอร์โบ รุ่นนี้นับเป็นรถยนต์ที่เน้นสมรรนถะสูงเป็นหลัก นอกเหนือจากระบบฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ที่ครบครัน พร้อมความปลอดภัยที่รองรับกับความแรง เพียงเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ฉีดตรงและเทคโนโลยี "Earth Dreams" ก็คุ้มค่าแล้ว ยังไม่พอ ออปชั่นภายในห้องโดยสารและระบบความบันเทิงเทียบเท่ารถรุ่นหรูอย่างฮอนด้า แอคคอร์ด ราคา 1,199,000 บาท จึงตอบสนองความคุ้มค่าทั้งออปชั่น ความแรงกับ เทคโนโลยีได้แบบไม่ตกหล่น  

แก้ไขล่าสุด : 11 พ.ค. 60
โดย
:
สินธนุ จำปีศรี
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวรถยนต์ล่าสุด