ค้นหา คอนโดใหม่ condo
รีวิวคอนโด : วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา - ลาดพร้าว (Whizdom Avenue Ratchada-Ladprao)

รีวิว-เยี่ยมชม วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา - ลาดพร้าว (Whizdom Avenue Ratchada-Ladprao)

วันที่ : 20 ส.ค. 60
เข้าดูทั้งหมด: 1,762 คน

รีวิว-เยี่ยมชม คอนโดวิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา - ลาดพร้าว (Whizdom Avenue Ratchada - Ladprao)
วันนี้ CheckRaka.com จะพาไปเยี่ยมชมโครงการ วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว (Whizdom Avenue Ratchada-Ladprao) คอนโดมิเนียมดีไซน์หรูในย่านใจกลางลาดพร้าวจากค่าย Magnolia Quality Development Corporation สำหรับโครงการวิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา - ลาดพร้าว เป็นคอนโดแบบ High-Rise สูง 27 ชั้น 1 อาคาร เดินทางสะดวกสบาย ติดถนนใหญ่ลาดพร้าว และติดรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีลาดพร้าว (ทางออกที่ 1) เพียง 1 ก้าวเท่านั้น ปัจจุบันโครงการสร้างเกือบแล้วเสร็จและพร้อมให้ลูกบ้านเข้าอยู่เร็วๆ นี้แล้ว เดี๋ยวเราจะไปชมห้องจริงบรรยากาศจริงของโครงการนี้กันเลยค่ะ


ข้อมูลโครงการ
  • เจ้าของโครงการ: บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
  • ที่ตั้งโครงการ: ถถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
  • อาคารชุดพักอาศัย: คอนโด High Rise สูง 27 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 497 ยูนิต
  • ขนาดที่ดินทั้งโครงการ: 3-0-44 ไร่
  • ลิฟต์โดยสาร: ลิฟต์โดยสารแบบล็อคชั้น 4 ตัว และลิฟต์บริการ 1 ตัว
  • ห้องชุดพักอาศัย:  
    • Studio ขนาด 27 ตร.ม.
    • 1 Bedroom ขนาด 30 - 38 ตร.ม.
    • 2 Bedrooms ขนาด 47 - 56 ตร.ม.
    • Duplex   ขนาด 76 - 77 ตร.ม.
    • Duplex Penthouse ขนาด  81.35 - 82.39 ตร.ม.
    • Penthouse ขนาด 105 - 141 ตร.ม.
  • ที่จอดรถ : ที่จอดรถ 244 คัน ประมาณ 49% (หรือ 60% แบบรวมจอดซ้อนคัน)
  • ราคาเริ่มต้น : 4 ล้านบาท (ข้อมูล ก.ย. 60)
  • วันที่เข้าเยี่ยมชม-รีวิวคอนโด : ก.ย. 60
เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการ
บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียมและโครงการ Mixed-use คุณภาพระดับ luxury ภายใต้แบรนด์ "วิสซ์ดอม (Whizdom)" และ "แมกโนเลียส์ (Magnolias)" ที่ให้ความสำคัญกับแนวคิดในการก่อสร้างที่มีคุณภาพโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เลือกใช้วัสดุชั้นดี การออกแบบที่พิถีพิถันสอดรับลงตัวกับไลฟ์สไตล์ทุกรูปแบบ และสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการออกแบบที่ใส่ใจธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมกับนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้ในการสร้างสรรค์โครงการ
ทำเลที่ตั้ง
ว่าด้วยเรื่องคอนโดติดรถไฟฟ้า ดูเหมือนสมัยนี้จะกลายเป็นเรื่องธรรมดากันแล้ว ใครๆ ก็ทำได้ไม่แปลกอะไร แต่โครงการนี้พิเศษแบบใส่ไข่ยางมะตูมสามลูกในก๋วยเตี๋ยวต้มยำแซ่บๆ เพราะใครที่ได้มาอยู่โครงการนี้จะรู้สึกเลยว่า เหมือนมีสถานี MRT ส่วนตัว เพราะอยู่หน้าโครงการ เรียกว่า 0 เมตรเลยก็ได้ เรื่องทำเลใกล้ห้าแยกลาดพร้าวยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นทำเลที่ใครๆ ก็อยากจับจองเป็นเจ้าของกันอยู่แล้ว 
วิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา-ลาดพร้าว (Whizdom Avenue Ratchada-Ladprao) เป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่เรียกว่าครบทุกอย่าง ทั้งรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ถือเป็นปัจจัยที่จำเป็นกับคนเมืองอย่างมาก ไปดูกันว่ารอบๆ โครงการมีสถานที่สำคัญอะไรบ้าง

แผนที่ตั้งโครงการ
(คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่) (Google Map)
ห้างสรรพสินค้า
  • สวนลุมไนท์บาซาร์ ประมาณ 10 เมตร
  • BigC ลาดพร้าว ประมาณ 800 เมตร
  • Union Mall ประมาณ 1.5 กิโลเมตร
  • Central ลาดพร้าว ประมาณ 2 กิโลเมตร 
  • Major รัชโยธิน ประมาณ 3 กิโลเมตร 
  • The Street รัชดา ประมาณ 4 กิโลเมตร 
  • Central พระราม9 ประมาณ 5.5 กิโลเมตร 
  • ฟอร์จูนทาวน์ ประมาณ 5.6 กิโลเมตร
โรงเรียน
  • รร.ปัญจทรัพย์ ประมาณ 1 กิโลเมตร 
  • รร.หอวัง ประมาณ 2.3 กิโลเมตร 
  • ม.เกษตรศาสตร์ ประมาณ 4.7 กิโลเมตร 
  • ม.ศรีปทุม ประมาณ 6.5 กิโลเมตร
โรงพยาบาล
  • รพ. โกลเด้นเยียส์ ประมาณ 2.1 กิโลเมตร 
  • รพ. เปาโล เมโมเรียล โชคชัย 4  ประมาณ 3 กิโลเมตร 
  • รพ. สุทธิสาร ประมาณ 3 กิโลเมตร 
  • รพ. เปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน ประมาณ 4 กิโลเมตร 
  • รพ. เปาโล เกษตร ประมาณ 4.2 กิโลเมตร 
  • รพ. เกษมราษฎร์ ประชาชื่น ประมาณ 6.2 กิโลเมตร
การเดินทาง
การเดินทางมายังโครงการ สามารถเดินทางได้หลายเส้นทาง ดังนี้
1. การเดินทางด้วยรถยนต์
  • การเดินทางเข้าโครงการเส้นทางที่ 1 จากถนนพหลโยธินผ่านหน้าแยกลาดพร้าว


บนถนนวิภาวดีรังสิต เราจะมุ่งหน้าไปยังถนนลาดพร้าวกัน เห็นป้ายสะพายควาย ลาดพร้าว เบี่ยงซ้ายได้เลยค่ะ

สังเกตป้าย ขึ้นสะพานลอย รัชโยธิน-ลาดพร้าว

ชิดซ้ายตามป้ายลาดพร้าว - บางกะปินะคะ เราจะขึ้นสะพานอีกครั้ง

ลงจากสะพานจะเป็น Union Mall ค่ะ

มุ่งหน้าต่อไปยังแยกรัชดา - ลาดพร้าว ผ่าน Big C ด้วยนะคะ จุดนี้ห่างจากโครงการประมาณ 800 เมตรเองค่ะ

ใกล้ถึงแยกรัชดา - ลาดพร้าว เตรียมชิดขวาเพื่อกลับรถนะคะ

จุดกลับรถใกล้กับโครงการประมาณ 20-30 เมตรเองค่ะ กลับรถมาจะเห็นสวนลุมไนท์บาซาร์

เลี้ยวซ้ายเข้าโครงการได้เลยค่ะ สังเกตว่าถัดไปอีกนิดเดียวจะเห็น MRT สถานีลาดพร้าว ทางออกที่ 1 นั่นเอง
  • การเดินทางเข้าโครงการเส้นทางที่ 2 จากทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์

  • การเดินทางออกจากโครงการเส้นทางที่ 1 ออกจากโครงการไปขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์

  • การเดินทางออกจากโครงการเส้นทางที่ 2 ใช้ถนนรัชดาภิเษกมุ่งหน้าไปยังแยกพระราม 9

2. การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า
การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสำหรับโครงการนี้ถือเป็นจุดเด่นที่พิเศษจริงๆ เพราะมีสถานี MRT ลาดพร้าวอยู่ด้านหน้าโครงการเลยทีเดียว ระยะทางเดินจากหน้าโครงการแค่ก้าวเดียวก็ถึง MRT แล้ว การเดินทางไปทำงานย่านธุรกิจต่างๆ จึงสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วง หมอชิต-แบริ่ง ที่กำลังมีการขยายเส้นทางไปยังสำโรงในไม่ช้า ทั้งในอนาคตยังเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และสายแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-รังสิต-ธรรมศาสตร์ อีกด้วย 
ที่สำคัญในอนาคต MRT สถานีลาดพร้าว จะเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง (สถานีรัชดา) ซึ่งประชาชาติธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า โครงการนี้เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ที่จะมีระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน และระยะเวลาเดินรถ 30 ปี โดยเอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงเรื่องจำนวนผู้โดยสาร ไม่ว่าเราจะอยู่เองหรือปล่อยเช่าโครงการนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ โครงการหนึ่ง

สภาพแวดล้อมใกล้เคียง
สภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการ ทั้งเรื่องห้างสรรพสินค้า หรือการเดินทางที่สะดวกสบาย เพราะมี MRT อยู่ด้านหน้าโครงการนั้นก็มีครบอยู่แล้ว นอกเหนือจากนั้น ชีวิตความเป็นอยู่ที่เราไม่ได้ต้องการไปไหนไกลๆ ก็มีร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ใกล้ๆ ในระยะที่เดินได้ให้จับจ่าย ไปดูกันเลยค่ะว่าในระยะที่เดินจากโครงการไปทางสวนลุมไนท์บาซาร์และเดินไปทางห้าแยกลาดพร้าวจะมีอะไรบ้าง 



สวนลุมไนท์บาซ่าร์





มาถึงหน้าโครงการ จุดนี้จะเห็นชัดเลยว่า MRT สถานีลาดพร้าว ทางออกที่ 1 ตั้งอยู่หน้าโครงการเลยทีเดียว

คงต้องบอกว่าเป็นข่าวดีของคนที่อยู่ในย่านรัชดา-ลาดพร้าว เนื่องจากจะมี "Gourmet Market"
ซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมี่ยมระดับเวิล์ดคลาส มาเปิดที่บริเวณอาคารจอดแล้วจร ตรงข้าม MRT สถานีลาดพร้าว
หรืออยู่ตรงข้ามโครงการนี่เอง ที่ให้เราสามารถช็อปปิ้งก่อนเดินเข้าคอนโดได้สบายๆ
ซึ่งจะเปิดให้บริการในวันที่ 19 กันยายน 2560 นี้
ขอบคุณภาพจาก www.siamturakij.com/news

คราวนี้เดินทางไปทางห้าแยกลาดพร้าวกันบ้างค่ะ



เลี้ยวซ้ายเข้าซอยลาดพร้าว 26 มีร้านอาหารน่าทานมากๆ ร้านนึง เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นค่ะ

ร้านอาหารญี่ปุ่นในซอยลาดพร้าว 26 นี้ ชื่อร้าน "OHAYO 26" ค่ะ อร่อย ราคาไม่แรง มีที่จอดรถ

เห็นแล้วหิวเลย จานนี้ก็เด็ดเหมือนกัน

มุ่งหน้าต่อไปทางห้าแยกลาดพร้าว ก็มีร้านอาหารอยู่ติดถนนค่อนข้างถี่นะคะ



มาถึงตรงนี้ จะเห็นบิ๊กซีอยู่ฝั่งตรงข้ามค่ะ เดินมาไม่ไกลเลย









รูปแบบตึก และตัวโครงการโดยรวม

โครงการ "Whizdom Avenue Ratchada-Ladprao" เป็นโครงการคอนโด High-Rise ความสูง 27 ชั้น จำนวน 1 อาคาร ห้องพักอาศัยรวมทั้งหมด 497 ยูนิต ตั้งอยู่บนพื้นที่ 3-0-44 ไร่ ลักษณะที่ดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตัวอาคารพักอาศัยรูปทรงตัว L ขนานกับถนนลาดพร้าว ออกแบบโครงการโดยเลือกใช้โทนสีน้ำตาลส้ม เน้นการออกแบบลายเส้น และแสงสี โดยเฉพาะถ้ามองตอนกลางคืนจะเห็นได้อย่างชัดเจน ในส่วนของตัวอาคารประกอบด้วย ห้องพักอาศัยที่จะเริ่มตั้งแต่ชั้น 5 - 27 ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกจะอยู่ที่ชั้น 1, 5 และ 28 โดยที่ชั้น 5 จะมีพื้นที่สวนสีเขียว E-Library และห้อง Laundry จะได้วิวฝั่งถนนลาดพร้าวฝั่งด้านหน้าโครงการ และมี Sky Facilities อยู่ที่ชั้นดาดฟ้า จะมีสระว่ายน้ำ ห้อง Sky Lounge และห้อง Fitness ที่สามารถมองเห็นวิวเมืองทั้งหมด มีลิฟต์โดยสารแบบล็อคชั้น 4 ตัว และลิฟต์บริการ 1 ตัว อัตราส่วนการใช้ลิฟต์อยู่ที่ 125 ยูนิตต่อลิฟต์ 1 ตัว ถือว่าค่อนข้างหนาแน่นไปหน่อย

ภาพรวมบรรยากาศตัวอาคารในยามค่ำคืน
และนี่คือ VDO ที่เรียกว่า "Research & Development"  ที่ทางโครงการทำมาเพื่อบอกถึงแนวคิด และคุณสมบัติความพิเศษที่โดดเด่นของโครงการให้ลูกค้าเข้าใจตัวโครงการได้ง่ายขึ้น โดยสามารถสรุปได้ประมาณนี้

ในส่วนของภาพรวมแต่ละทิศของโครงการถือว่าค่อนข้างเป็นวิวแบบเปิดโล่ง และไม่มีอาคารสูงบดบังในระยะประชิด โดยแต่ละทิศจะได้วิวประมาณนี้

วิวฝั่งทิศเหนือ : ฝั่งด้านหน้าโครงการหันหน้าเข้าหาถนนลาดพร้าว ได้วิวเมือง และตึกช้าง 

วิวฝั่งทิศใต้ : ด้านหลังโครงการเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ได้วิวฝั่งพระราม 9  ใกล้กับโครงการเป็นบ้านพักอาศัย อาจมีตึกสูงของโรงแรมของสวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดา แต่ก็ไม่มีผลในการบังวิวมากนัก

วิวฝั่งทิศตะวันออก : ได้วิวเมืองฝั่งแยกรัชดา-ลาดพร้าว

วิวฝั่งทิศตะวันออกเฉียงใต้
มาดูในส่วนของ Master Plan และ Floor Plan ของโครงการกันต่อค่ะ

ภาพ Master Plan บริเวณชั้น 1 ของโครงการ แสดงเส้นทางการเดินรถภายในโครงการ
การเดินรถภายในโครงการเป็นการเดินรถแบบทางเดียว (One-way) หน้าโครงการจะมีทางเข้า-ออกทางเดียว คือฝั่งถนนลาดพร้าว จากประตูทางเข้าโครงการขับตรงเข้ามาบังคับเลี้ยวซ้ายผ่านจุด Drop off ตรงบริเวณด้านหน้า Grand Lobby จากนั้นให้ขับวนตามทางไปด้านหลังอาคารเพื่อไปยังทางขึ้นที่จอดรถ ส่วนเวลาจะออกก็ให้ขับวิ่งวนตามทางมาทางขวาเรื่อยๆ เพื่อกลับมายังด้านหน้าโครงการ โดยถนนถายในโครงการแคบสุดอยู่ที่ 6 เมตร จัดวางพื้นที่จอดรถยนต์ไว้ที่บริเวณชั้น 1 - 4 สามารถจอดรถได้ประมาณ 244 คัน หรือ 60% แบบรวมจอดซ้อนคัน มีพื้นที่จอดรถสำหรับ Visitor อยู่ที่ชั้น 1 มีทั้งพื้นที่จอดรถในร่มบริเวณใต้อาคาร และที่จอดรถกลางแจ้ง

ชั้น 1 : ประกอบด้วย Lobby, Shop ในอนาคตจะเปิดเป็น 7-Eleven อยู่ติดกับส่วนของ Lobby, ห้องนิติบุคคล, ลิฟต์โดยสาร ลิฟต์บริการ และที่จอดรถ
ส่วนชั้น 2-4 : เป็นพื้นที่จอดรถทั้งหมด

ชั้น 5 : มีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่าง สวนหย่อม และห้องสมุด ห้อง Laundry และห้องพักอาศัยอีก 22 ยูนิต แบ่งเป็นห้อง Studio 22 ยูนิต, ห้อง 1 Bedroom  15 ยูนิต และห้องแบบ 2 Bedrooms อีก 3 ยูนิต

ชั้น 6 :
เป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด มี 22 ยูนิต แบ่งเป็นห้อง Studio 4 ยูนิต, ห้อง 1 Bedroom  14 ยูนิต
และห้องแบบ 2 Bedrooms อีก 4 ยูนิต

ชั้น 7 :
เป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด มี 24 ยูนิต  แบ่งเป็นห้อง Studio 4 ยูนิต, ห้อง 1 Bedroom  14 ยูนิต
และห้องแบบ 2 Bedrooms อีก 4 ยูนิต และห้อง Duplex เพิ่มขึ้นมาอีก 2 ยูนิต

ชั้น 8 :
จะคล้ายกันกับชั้น 7 

ชั้น 25 :
เป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด มี 24 ยูนิต  แบ่งเป็นห้อง Studio 4 ยูนิต,
ห้อง 1 Bedroom  14 ยูนิต และห้องแบบ 2 Bedrooms อีก 6 ยูนิต

ชั้น 26-27 :
จะคล้ายกันคือเป็นห้องขนาดใหญ่จำนวน 9 ยูนิต
แบ่งเป็นแบบ Penthouse 6 ยูนิต และแบบ Duplex Penthouse 3 ยูนิต

ชั้น 28 หรือ Roof top :
เป็นชั้นของสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, Fitness
, Sky Lounge และสวนหย่อมสีเขียวรอบๆ สระว่ายน้ำ
ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวก
สิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดมาให้ลูกบ้านถึงจะไม่หลากหลายมากนัก แต่ก็ถือว่าคุณภาพดี มีขนาดใหญ่ ดูหรูหราและน่าใช้งาน และยังจัดพื้นที่สวนสีเขียวภายในโครงการมาให้ค่อนข้างเยอะมากกว่า 40% โดยจะสอดแทรกอยู่ทุกชั้นของส่วนกลาง ทั้งบริเวณชั้น 1 ชั้น 5 และชั้น Rooftop ตามไปดูกันค่ะว่าแต่ละชั้นมีอะไรกันบ้าง
สิ่งอำนวยความสะดวกที่ชั้น 1-4
  • Grand lobby แบบ Double Volume ความสูง 7 เมตร
  • Drop-off area
  • สวนสีเขียวส่วนกลาง
  • Shop ร้านค้า ซึ่งในอนาคตคือ 7 Eleven เปิดบริการในโครงการ
  • พื้นที่จอดรถ 244 คัน หรือ 60% แบบรวมจอดซ้อนคัน

ป้ายชื่อโครงการบริเวณประตูทางเข้าออกโครงการ

ก่อนเข้าไปในโครงการจะมีไม้กระดกกั้นอยู่ พร้อมกล้อง CCTV 

มีป้อม รปภ. คอยช่วยดูแลความปลอดภัย

ผ่านไม้กระดกเข้ามาจะเป็นถนนภายในโครงการมีลูกศรบอกทางให้เลี้ยวซ้าย
โดยตกแต่งพื้นที่ด้านหน้าบางส่วนเป็นส่วนหย่อม และน้ำพุเพิ่มความรู้สึกสดชื่นด้วยเสียงน้ำ และร่มเงาต้นไม้

เลี้ยวซ้ายมาจะเป็นจุด Drop off อยู่บริเวณด้านหน้า Grand Lobby

จากจุด Drop off ให้ขับวนขวาไปตามทางเรื่อยๆ

ที่ชั้นนี้จะมีที่จอดรถทั้งในร่มบริเวณใต้อาคาร และที่จอดรถกลางแจ้ง
รั้วโครงการฝั่งนี้จะมีความสูงประมาณ 5 เมตร ซึ่งสูงเป็นพิเศษเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้าน

ที่จอดรถในร่มบริเวณด้านหลังอาคาร

ทางขึ้น-ลงที่จอดรถ สามารถวิ่งสวนกันได้ 

จากทางลงที่จอดรถขับวนมาทางขวามาทางทิศเหนือ ทางโครงการปลูกเป็นพื้นที่สีเขียวยาวตลอดแนวกำแพง

ฝั่งนี้ก็ยังมีที่จอดรถใต้อาคารด้วยเช่นกัน

ขับตามทางต่อมาอีกนิดเดียวก็จะวนกลับมาที่ด้านหน้าประตูทางเข้า-ออกหลักโครงการ

 บรรยากาศบนพื้นที่จอดรถ บนเพดานติดตั้งกล้อง CCTV มาให้

ด้านหลังช่องจอดมีหมอนคอนกรีตสำหรับหยุดรถ

ประตูทางเข้าจากชั้นจอดรถมายังส่วนของโถงลิฟต์เข้า-ออกด้วยระบบคีย์การ์ด

บรรยากาศบริเวณโถงลิฟต์ค่อนข้างสว่าง ทางโครงการติดไฟ LED บนเพดานมาให้ 4 ดวง
เดี๋ยวเราลงไปดูในส่วนของ Grand Lobby กันต่อค่ะ

ประตูทางเข้า Grand Lobby เป็นประตูบานเลื่อนระบบอัตโนมัติ 2 ชั้น โถง Lobby ออกแบบสไตล์ Modern Luxury
เพดานแบบ Double Volume มีความสูงเป็นพิเศษถึง 7 เมตร ดูหรูหราอลังการ

ทางโครงการวางชุดโซฟายาวไว้คอยต้อนรับแขก ภายใน Lobby มาในโทนสีเทาเข้มๆ
ตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่ทำให้ดูโปร่งสบาย เพดานตกแต่งด้วยระแนงโคมไฟสีขาว


อีกโซนของ Lobby เลือกใช้ระแนงโปร่งสีดำประดับไฟกั้นแบ่งโซนเพิ่มความเป็นสัดส่วน


ต้องขอบอกว่า Lobby ของโครงการนี้ทำออกมาได้สวยงามเหมือนนั่งอยู่ใน Lobby โรงแรมเลยทีเดียว

บรรยากากาศบริเวณ Lobby ในตอนกลางคืน

พื้นที่ Grand Lobby เชื่อมต่อกับส่วนของโถงลิฟต์ และห้องนิติบุคคล

บริเวณโถง Lift Lobby ออกแบบโดยใช้เส้นสายและแสงสีดูล้ำสมัย มีห้องจดหมายอยู่ 2 ฝั่ง

ห้องจดหมายออกแบบมาในโทนสีขาว

ตกแต่งด้วยกระจกเงาบานใหญ่ทำให้ดูห้องดูกว้างมากขึ้น ตู้จดหมายมีกุญแจสำหรับล็อคให้ด้วย

ลิฟต์โครงการของ Schindler แบบล็อคชั้น สามารเปิดได้เฉพาะชั้นที่ลูกบ้านถือครองอยู่และชั้นส่วนกลางเท่านั้น
มีตัวอักษรเบรลล์บนปุ่มกด
สิ่งอำนวยความสะดวกบนชั้น 5
  • Library เพดานสูงแบบ Double Volume
  • Laundry room
  • สวนหย่อม

จากภาพทางซ้ายมือทางโครงการจัดพื้นที่บางส่วนเป็นสวนหย่อมให้ลูกบ้านขึ้นมานั่งเล่นได้
และทางขวาเป็นส่วนของห้องสมุด ห้อง Laundry และส่วนพักอาศัย

ห้องสมุดหรือห้องอ่านหนังสือก็ยังคงได้เพดานสูงโปร่งแบบ Double Volume ตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่
สามารถมองเห็นวิวเมืองได้เต็มๆ ตา

และยังได้วิวสวนหย่อมด้านข้างอีกด้วย

ห้องสมุดจะเป็นแบบ e-Library ทางโครงการมีแอปพลิเคชั่นให้ลูกบ้านดาวน์โหลดมานั่งอ่านหนังสือได้

จัดชุดโซฟามาให้ลูกบ้านนั่งเล่นหลายชุด และยังมี Wi-Fi ให้บริการฟรีอีกด้วย
สิ่งอำนวยความสะดวกบนชั้น Rooftop
  • Sky infinity edged Swimming pool พร้อม Jacuzzi และสระเด็ก
  • สวน Sky Garden ริมสระว่ายน้ำ
  • Fully equipment Fitness เพดานสูงแบบ Double Volume
  • Sky Lounge เพดานสูงแบบ Double Volume
  • Sky Terrace

ขึ้นมาอยู่ที่โถงลิฟต์บนชั้น Rooftop กันแล้วค่ะ
ออกประตูเลี้ยวซ้ายไปจะเป็น Sky Fitness และ Sky Lounge แต่ถ้าเลี้ยวขวาจะเป็นสระว่ายน้ำ

สระว่ายน้ำ Sky infinity edged Swimming pool ระบบเกลือขนาด 7 x 31 เมตร ลึกประมาณ 1.5 เมตร
ขนาดค่อนข้างกว้างสามารถว่ายได้จริง

 มีทั้งส่วนที่เป็นสระกลางแจ้ง และสระในร่ม สำหรับคนที่อยากว่ายน้ำแต่อาจจะไม่อยากโดนแดดจัดๆ เวลาที่มองขึ้นไปด้านบนจะเห็นเป็นเงาสะท้อนของน้ำ ยิ่งตอนกลางคืนถ้าเปิดไฟบริเวณสระว่ายน้ำแล้วจะทำให้บริเวณนี้ดูสวยยิ่งขึ้น

มีสระเด็กความลึกประมาณ 60 ซม. และ Jacuzzi ให้นอนแช่ตัวพร้อมระบบเจ็ทพ่นน้ำช่วยนวดตัว

สระว่ายน้ำจะได้วิวเปิดโล่งฝั่งทิศเหนือ สามารถมองเห็นวิวเมืองโดยเฉพาะตึกช้างได้อย่างชัดเจน
ตอนกลางคืนวิวจุดนี้คงจะสวยงามน่าดู

Upper deck ด้านบนเหนือสระว่ายน้ำ สามารถขึ้นไปยืนชมวิวได้


ภาพบรรยากาศสระว่ายน้ำในตอนกลางคืน

ไปดูห้อง Fitness และห้อง Sky Lounge กันต่อค่ะ
ส่วนบันไดที่เห็นทางขวาเป็นทางขึ้นไปยังที่จอดเฮลิคอปเตอร์ฉุกเฉินด้านบน

ห้อง Fitness ก็ยังคงออกแบบเพดานห้องสูงแบบ Double Volume เช่นกัน

ได้อุปกรณ์ออกกำลังกาย และเครื่องออกกำลังกายกว่า 10 เครื่อง ผนังฝั่งขวาตกแต่งด้วยกระจกเงาบานใหญ่
ยิ่งทำให้ห้องดูกว้างมากยิ่งขึ้น

วางแอร์ตัวใหญ่แบบตั้งพื้นมาให้ด้วย 2 ตัวเพื่อให้ความเย็น
และในห้องนี้ก็ตกแต่งด้วยกระจกใสบานใหญ่ทำให้เทควิวได้อย่างชัดเจน

ทางเดินไปห้อง Sky Lounge ตกแต่งด้วยไฟ LED 

ห้อง Sky Lounge ก็เพดานสูงเช่นกัน ตกแต่งด้วยกระจกรอบด้านดูสบายตา
ให้ลูกบ้านได้ขึ้นมาทำกิจกรรม นั่งเล่น อ่านหนังสือ

ห้อง Sky Lounge ก็เพดานสูงมากจริงๆ ห้องนี้จะได้วิวฝั่งทิศเหนือ และยังเห็นวิวสระว่ายน้ำด้วย

บรรยากาศภายในห้อง Sky Lounge ในยามค่ำคืน
สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
  • Digital Door Lock
  • ระบบ Key Card Access
  • กล้อง CCTV
  • ระบบรักษาความปลอดภัย รปภ. 24 ชม.
  • ฟรี Wi-Fi บริเวณส่วนกลาง
  • ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน บริเวณโถงทางเดิน
  • ระบบป้องกันอัคคีภัย
ภาพห้องตัวอย่างและ Lay out
ห้องพักของโครงการออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้จริง ขายแบบ Fully Fitted คือได้เป็นห้องเปล่าที่มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ Built-in บางส่วน โดยส่วนที่ได้จะจะมี Built-in สุขภัณฑ์ในห้องน้ำ ชุดเคาน์เตอร์ครัว (เตาไฟฟ้า, เครื่องดูดควัน, อ่างล้างจาน) Built-in ตู้เสื้อผ้า และแอร์ Daikin
ตัวอย่าง Unit Plan ของโครงการวิสซ์ดอม อเวนิว รัชดา - ลาดพร้าว
  1. ห้องแบบ 1 Bedroom - เนื้อที่ 30.00 - 38.00 ตร.ม.
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้อง)
  2. ห้องแบบ 2 ห้องนอน Bedrooms  - เนื้อที่ 47.00 - 56.00 ตร.ม.
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้อง)
  3. ห้องแบบ Penthouse เนื้อที่ 105.00 - 141.00 ตร.ม.
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้อง)

วันนี้เราจะพาไปชมห้องตัวอย่างบนอาคารจริงกันค่ะ
โถงลิฟต์ค่อนข้างกว้างหันไปทางวิวทิศเหนือ ทางโครงการมีการเปิดกระจกบานกระทุ้งเพื่อให้ลมไหลผ่านเข้าออกได้ดี

โถงทางเดินกว้าง 1.5 เมตร มีไฟ LED ส่องสว่างตลอดทางเดิน
ภาพห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 30.90 ตร.ม.


ประตูเป็น HDF ลายไม้ มือจับแบบก้านโยกพร้อม Digital Door Lock ของ Yale ใช้ได้ 3 ระบบทั้ง กุญแจ คีย์การ์ดและรหัสพาสเวิร์ด พร้อมช่องมองตาแมว ผนังด้านข้างประตูของทุกห้องทางโครงการติดช่องระบายอากาศมาให้

ช่องระบายอากาศสามารถเปิด-ปิดได้ พร้อมติดกริลป้องกันแมลงมาให้เรียบร้อย เป็นช่องสำหรับให้ลมที่เข้าทางหน้าต่างผ่านออกทางประตูไปสู่โถงทางเดินได้ ช่วยให้การถ่ายเทอากาศภายในห้องดียิ่งขึ้น

เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่น ทางขวาของห้องจะเป็นตำแหน่งของห้องนอน ห้องน้ำ และชั้นวางทีวี ทางซ้ายเป็นห้องครัว ความสูงของห้อง 2.8 เมตร พื้นห้องปูด้วยลามิเนตลายไม้หนา 12 มม. ผนังห้องฉาบเรียบทาสีขาว
ในห้องนั่งเล่นได้แอร์ Daikin 1 ตัวติดตั้งเหนือประตูห้องน้ำ

ด้านหลังประตูติดตัวกันกระแทกมาให้ ห้องนี้วางโซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้ มีพื้นที่วางโต๊ะกลางได้แบบสบายๆ
ฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวี ระยะดูทีวีค่อนข้างกว้างประมาณ 2.4 เมตร

ห้องครัวแบบครัวปิด กั้นด้วยประตูกระจกบานเลื่อน 2 ตอน กรอบอลูมิเนียม
พื้นห้องครัวปูด้วยลามิเนต 12 มม.

พื้นที่ภายในห้องครัวค่อนข้างกว้าง สามารถวางโต๊ะทานอาหารขนาด 2 ที่นั่งไว้ภายในครัวได้
ระยะห่างระหว่างเคาน์เตอร์ครัวกับโต๊ะทานอาหารประมาณ 90 ซม.

โต๊ะทานอาหารวางชิดผนัง

ได้ชุดครัวตามแบบนี้เลยค่ะ หน้า Top เคาน์เตอร์เป็นแผ่นหินควอตซ์แข็งแรงทนทาน ด้านข้างมีพื้นที่เตรียมอาหาร
ได้อ่างล้างจานแบบฝัง เครื่องดูดควัน และเตาไฟฟ้าเซรามิกของ Mex ผนังครัวกรุกระเบื้องทำความสะอาดง่าย
พื้นที่วางตู้เย็นขนาดประมาณ 70 x 70 ซม.

มีช่องเก็บของทั้งข้างบนและข้างล่าง หน้าบานเป็นเมลามีน บานพับตู้แบบ Soft Close 

ประตูบานเลื่อนกรอบอลูมิเนียม 2 ตอน เป็นระเบียงใช้งานต่อท่อน้ำทิ้งมาให้ ราวระเบียงกันตกสูงประมาณ 1.25 ม.
ได้ไฟติดผนัง 1 ดวง ที่ระเบียงมีความสูงจากพื้นถึงฝ้า 2.4 ม. ติดตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้เหนือฝ้า
มีช่องสำหรับเปิดซ่อมบำรุง

ไปดูห้องนอนกันต่อค่ะ

สามารถวางเตียงได้ขนาด 5 ฟุต เหลือระยะเดินปลายเตียงประมาณ 40 ซม. หน้าต่างเป็นบานติดตาย และมีหน้าต่าง
บานกระทุ้งให้ 2 จุด ห้องนี้ก็จะได้วิวเปิดโล่งฝั่งทิศใต้ มองเห็นสวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดา

ข้างเตียงสามารถวางโต๊ะขนาดกะทัดรัดได้ 1 ตัว

ทางโครงการให้ตู้เสื้อผ้า Built-in บานเปิด สูงจรดฝ้า ลึกประมาณ 70 ซม. สามารถวางกระเป๋าเดินทางได้สบายๆ
ภายในตู้มีไฟอัตโนมัติหน้าบานของตู้เสื้อผ้าปิดผิวด้วยเมลามีน ในห้องนอนได้แอร์ Daikin 1 เครื่อง ขนาด 12,000 BTU

ภายในแบ่งพื้นที่ส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้ให้

ได้อ่างล้างหน้า ก๊อกผสมแบบก้านโยกปรับอุณหภูมิน้ำร้อนน้ำเย็นได้ ที่ผนังติดปลั๊กพร้อมฝาครอบกันน้ำ
สำหรับสาวๆ ที่ชอบไดร์ผมในห้องน้ำ

 โถสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำของ Cotto ในห้องน้ำ มีสายฉีดชำระอยู่ทางขวา และที่ใส่กระดาษทิชชู่ทางซ้ายมือ

พื้นที่อาบน้ำติดฉากกั้นอาบน้ำกระจกเทมเปอร์มาให้ บานประตูแบบผลักเข้าข้างใน

ยกธรณีสูงขึ้นมาประมาณ 5 ซม. ป้องกันน้ำไหลออกมาด้านนอก

ชุดฝักบัวสายอ่อนทรงกลมของ Cotto ผนังเซาะร่องเป็นที่สำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำ

บนเพดานได้ไฟดาวน์ไลท์ พร้อมพัดลมดูดอากาศของ Panasonic
 โครงการเตรียมระบบ เพื่อให้ลูกบ้านสามารถติดตั้งเครื่องทำน้ำร้อนได้เหนือบริเวณฝ้าเพดาน

ปลั๊ก-สวิตช์ของ Panasonic
ภาพห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอน ขนาด 34 ตร.ม.

ประตูได้ Digital Door Lock และช่องมองตาแมว ที่ผนังมีช่องระบายอากาศเช่นกัน

เข้ามาเจอกับห้องครัวแบบเปิด พื้นปูด้วยลามิเนตลายไม้ ความหนา 8 มม. ความสูงของห้อง 2.8 เมตร

ได้เคาน์เตอร์ครัวรูปทรงตัว L พร้อมช่องเก็บของทั้งข้างบนและข้างล่าง มีพื้นที่เตรียมอาหารเยอะขึ้นกว่าห้องที่แล้ว
พื้นที่วางตู้เย็นอยู่ระหว่างเคาน์เตอร์ครัวกับโต๊ะทานอาหาร

วางโต๊ะทานอาหารได้ 2 ที่นั่ง พื้นที่ห้องนั่งเล่นจะติดกับพื้นที่ของระเบียง ได้แอร์ 1 ตัว

ยกธรณีรวมกับกรอบอลูมิเนียมสูงประมาณ 10 ซม. 

ประตูมือจับก้านโยกแบบเปิดเข้าด้านใน

ผนังห้องของจริงจะเป็นแบบฉาบเรียบทาสี

ข้างเตียง Built-in เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง (เป็นของตกแต่ง)

ได้ตู้เสื้อผ้า Built-in สูงจรดฝ้า

ได้แอร์ 1 เครื่องติดตั้งเหนือประตูห้องน้ำ

แบ่งส่วนแห้งส่วนเปียกมาให้

ได้อ่างล้างหน้าแบบฝังมีพื้นที่สำหรับวางอุปกรณ์อาบน้ำ ก๊อกผสมก้านโยกปรับน้ำร้อนน้ำเย็นได้
ปลั๊กไฟพร้อมฝาครอบกันน้ำ เหมือนกับห้องที่แล้ว
ภาพห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 55.61 ตร.ม.


พื้นห้องยกสูงขึ้นมาจากโถงทางเดินประมาณ 4 ซม.

เปิดเข้ามาจะเจอกับห้องครัวที่เชื่อมต่อกับนั่งเล่น แบ่งห้องนอนใหญ่ กับห้องนอนเล็กแยกไว้ฝั่งซ้ายและขวา
โดยทุกห้องสามารถมองเห็นวิวได้ทั้งหมด

ห้องนี้จัดห้องนั่งเล่นให้เชื่อมต่อกับพื้นที่ทานอาหาร และระเบียงที่เป็นประตูกระจกบานเลื่อน
ทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้เยอะขึ้นช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี

ทางโครงการจัดโต๊ะทานอาหารพร้อมเก้าอี้ขนาด 4 ที่นั่ง มาให้ดูเป็นตัวอย่างตั้งอยู่บริเวณกลางห้อง

มุมห้องนั่งเล่นวางโซฟาได้ขนาด 2 ที่นั่ง ระยะดูทีวี 2.2 เมตร  พื้นที่โซนห้องนั่งเล่นและห้องครัวจะได้แอร์แบบฝังฝ้า

ที่ระเบียงซ่อนคอมเพรสเซอร์แอร์ไว้ด้านบนเช่นเคย เพื่อจะได้ใช้งานพื้นที่บริเวณระเบียงได้อย่างเต็มที่

ห้องนี้จะได้เป็นครัวเปิดขนาดใหญ่ขึ้น พื้นที่เก็บของก็เยอะขึ้นด้วย อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับการทำอาหารที่กลิ่นฉุนมากนัก
เครื่องดูดควัน ดูดความร้อนและกลิ่นสู่ภายนอกอาคารโดยตรง

ย้ายเข้าไปดูในห้อง Master bedroom กันต่อค่ะ ประตูแบบเปิดเข้าด้านใน มือจับแบบก้านโยก

ทางเข้าห้องนอนจบด้วยลามิเนตลายไม้

 สามารถวางเตียงแบบ 5-6 ฟุตได้ ได้หน้าต่างบานกระทุ้ง และบานติดตายเช่นเคย แต่เนื่องจากห้องนี้เป็นห้องมุมทำให้ได้หน้าต่างบานกระทุ้งบริเวณหัวเตียงเพิ่มขึ้นมาอีก 1 บาน ถ้าเปิดกระจกออกไปทั้งหมดก็จะทำให้ลมผ่านได้ดี

ปลายเตียงยังเหลือพื้นที่เดินปลายเตียงประมาณ 50 ซม.

สำหรับคนที่ชอบดูทีวีในห้องนอน จะหาทีวีมาแขวนไว้ที่ผนังด้วยก็ได้

มีห้องน้ำในตัวแบบ Sexy Bath สามารถติดม่าน หรือมู่ลี่เพื่อความมิดชิดและเพิ่มความเป็นส่วนตัว
หน้าห้องน้ำ Built-in ตู้เสื้อผ้ามาให้สูงจรดฝ้า ใกล้ๆ กันหาโต๊ะเครื่องแป้งมาตั้งตรงจุดนี้ไว้สำหรับแต่งตัวก็ถือเป็นไอเดียที่ดีส่วนประตูห้องน้ำเป็นแบบบานเลื่อน มือจับอลูมิเนียม หน้าบานทึบแสง

แยกส่วนเปียกส่วนแห้งมาให้ สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำเหมือนเดิม

ประตูห้องนอนเล็กได้มือจับก้านโยกเช่นกัน

 ภายในห้องนอนเหมาะสำหรับวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต ยังคงได้หน้าต่างบานใหญ่ พร้อมบานกระทุ้ง
ปลายเตียงเหลือระยะเดิน 55 ซม.

ระยะเดินจากเตียงถึงหน้าต่างประมาณ 50 ซม.

ได้ตู้เสื้อผ้า Built-in ทางซ้ายของเตียง และแอร์ 1 เครื่องติดอยู่เหนือประตูห้อง

ห้องน้ำนี้ใช้ร่วมกันระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอนเล็ก ได้สุขภัณฑ์ของ Cotto มีฉากกั้นอาบน้ำมาให้เหมือนกัน

ภายในแบ่งฟังก์ชั่นเป็น 3 ส่วนเหมือนเดิม คืออ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำ
ราคาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยประมาณ (ก.ย. 60)
ราคาเริ่มต้น 4 ล้านบาท
ราคาเฉลี่ยรวมทั้งโครงการประมาณ 153,000 บาท/ตร.ม.
ค่าส่วนกลาง : 60 บาท/ตร.ม./เดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี) ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
เงินกองทุนแรกเข้า : 600 บาท/ตร.ม. (เก็บครั้งเดียว) ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
สถานะปัจจุบันของโครงการ (ก.ย. 60)
โครงการ Whizdom Avenue Ratchada-Ladprao ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมโอนประมาณเดือนกันยายน ปี 2560 นี้ ปัจจุบันมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 85% โดยห้องที่ยังเปิดขายปัจจุบันยังมีให้เลือกเกือบทุกแบบยกเว้นห้องแบบ Duplex และ Duplex Penthouse ที่ Sold Out หมดแล้ว
แก้ไขล่าสุด : 12 ก.ย. 60
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม