ค้นหา คอนโดใหม่ condo
รีวิวคอนโด : เมโทร ลักซ์ เกษตร (Metro Luxe Kaset)

รีวิว-เยี่ยมชม เมโทร ลักซ์ เกษตร (Metro Luxe Kaset)

วันที่ : 23 ก.พ. 60
เข้าดูทั้งหมด: 8,707 คน

รีวิว-เยี่ยมชม คอนโดเมโทรลักซ์ เกษตร (Metro Luxe Kaset)
วันนี้ CheckRaka.com จะพาไปเยี่ยมชมโครงการ เมโทร ลักซ์ เกษตร (Metro Luxe Kaset) คอนโดมิเนียมดีไซน์หรูในย่านเกษตรจากค่าย พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค สำหรับโครงการเมโทรลักซ์ เกษตร เป็นคอนโดสไตล์รีสอร์ทแบบ Low-Rise สูง 8 ชั้น 3 อาคาร เดินทางสะดวกสบาย ติดถนนใหญ่เกษตร-นวมินทร์ ใกล้รถไฟฟ้าสถานี ม.เกษตร (ในอนาคต) ประมาณ 1.2 กม. ปัจจุบันโครงการสร้างเสร็จพร้อมให้ลูกบ้านเข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เดี๋ยวเราไปชมห้องจริงบรรยากาศจริงของโครงการนี้กันเลยค่ะ

ข้อมูลโครงการ
  • เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการ : บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน)
  • ที่ตั้งโครงการ : ถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กทม.
  • อาคารชุดพักอาศัยสูง : 8 ชั้น 2 อาคาร จำนวน 563 ยูนิต
  • ขนาดที่ดินทั้งโครงการ : 6-2-53.4 ไร่
  • ลิฟต์ : ลิฟต์โดยสารแบบล็อคชั้น 2 ตัวต่ออาคาร
  • ห้องพักอาศัย : แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 24.1-43.6 ตร.ม. และแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 43.1-66.0 ตร.ม.
  • ที่จอดรถ : ประมาณ 40% รวมจอดซ้อนคัน
  • ราคาเริ่มต้น : 2.48 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 16 ก.พ. 60)
  • สถานะโครงการ : สร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่
  • วันที่เข้าเยี่ยมชม-รีวิวคอนโด 16 ก.พ. 60
เจ้าของและผู้พัฒนาโครงการ
บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเภทพัฒนาที่ดิน และก่อสร้างบ้าน คอนโดเพื่อจำหน่ายในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด โดยบริษัทก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2528 โดยพัฒนาโครงคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ The Sky, Metro Sky, iCondo, The Lake, Bella Costa และแบรนด์ Metro Luxe คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ท
ทำเลที่ตั้ง
โครงการเมโทร ลักซ์ เกษตร (Metro Luxe Kaset) ตั้งอยู่บนถนนประเสริฐมนูกิจ แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร ถือว่าเป็นทำเลที่ดีแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เพราะถนนเกษตร-นวมินทร์ เป็นถนนสายหลักที่เชื่อมต่อกับถนนสายสำคัญอีกหลายๆ สายได้แก่ ถนนพหลโยธิน, ถนนประดิษมนูธรรม, ถนนนวมินทร์, ถนนงามวงศ์วาน, ถนนลาดพร้าว และถนนลาดปลาเค้า ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวจะสะดวกที่สุด อาจมีรถติดในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่แนวรถไฟฟ้าที่กำลังจะก่อสร้างและพร้อมให้บริการในอีก 4-5 ปีข้างหน้านี้ ก็จะช่วยลดอาการแออัดบนท้องถนนได้มากขึ้นค่ะ ส่วนสถานที่สำคัญรอบๆ โครงการ ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่อุดมสมบูรณ์มาก เพราะมีห้างสรรพสินค้าอยู่รอบๆ ทั้งเมเจอร์รัชโยธิน, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, ยูเนี่ยนมอลล์ เลยไปเส้นรามอินทราก็มีเซ็นทรัลราม อินทรา รวมไปถึงบิ๊กซี โลตัส ที่อยู่ในละแวกเดียวกันเลย หรือถ้าไปเส้นงามวงศ์วานก็มีเซ็นทรัล งามวงศ์วานอีก ที่สำคัญโครงการอยู่ใกล้ ม.เกษตรศาสตร์ รร.สาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และไม่ไกลก็มี ม.ศรีปทุม, ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ และ ม.ราชภัฏจันทรเกษมอีกด้วย  

แผนที่ตั้งและสถานที่ใกล้เคียงโครงการ
คลิกเพื่อดูภาพขนาดใหญ่
Google Map พิกัด 13.841292, 100.587271

ม.เกษตรศาสตร์ (ห่างจากโครงการประมาณ 1.2 กิโลเมตร)

ม.ศรีปทุม (ห่างจากโครงการประมาณ 2.6 กิโลเมตร)

เมเจอร์ รัชโยธิน (ห่างจากโครงการประมาณ 2.8 กิโลเมตร)

เซ็นทรัล ลาดพร้าว (ห่างจากโครงการประมาณ 3.5 กิโลเมตร)

ยูเนี่ยนมอลล์ (ห่างจากโครงการประมาณ 4.9 กิโลเมตร)

เซ็นทรัล รามอินทรา (ห่างจากโครงการประมาณ 5.9 กิโลเมตร)
การเดินทาง
การเดินทางเข้าออกโครงการ สามารถเดินทางได้ทั้งทางรถยนต์ รถเมล์ และในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มตัดผ่าน ทอดยาวไปตามถนนพหลโยธิน ซึ่งสถานีที่ใกล้กับโครงการที่สุดคือ สถานี ม.เกษตร  
1. การเดินทางเข้า-ออกโครงการโดยรถยนต์
  • การเดินทางเข้าโครงการเส้นทางที่ 1 ใช้ทางด่วนศรีรัช เข้าถนนงามวงศ์วาน 







  • การเดินทางเข้าโครงการเส้นทางที่ 2 ขึ้นโทลล์เวย์เข้าถนนพหลโยธิน

  • การเดินทางออกจากโครงการเส้นทางที่ 1 ออกจากโครงการเข้าไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิโดยใช้โทลล์เวย์

  • การเดินทางออกจากโครงการเส้นทางที่ 2 ขึ้นทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์

2. การเดินทางเข้า-ออกโครงการโดยใช้รถไฟฟ้า (เส้นทางในอนาคต)

ทำเลเกษตร-นวมินทร์ เป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตามอง เพราะในอนาคตจะมีโครงการรถไฟฟ้าอีกหลายสายตัดผ่าน สายที่จะผุดขึ้นคือ สายสีเขียว (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) ที่กำลังจะเริ่มก่อสร้างนี้ จะเปิดให้บริการปี พ.ศ. 2563 สถานีที่ใกล้โครงการที่สุดคือ สถานีม.เกษตร, สายสีชมพู (ช่วงแคราย-มีนบุรี) ตัดผ่านถนนรามอินทรา คาดว่าน่าจะเปิดบริการกลางปี 2563 สถานีที่ใกล้โครงการมากที่สุดคือ สถานีลาดปลาเค้า และสายสีน้ำตาล เป็นรถไฟฟ้าขนาดเบา (โมโนเรล) อยู่บนเกาะกลางถนน ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการได้ในปี 2564 นั่นหมายความว่าในอีก 4-5 ปีข้างหน้า รถไฟฟ้าจะช่วยลดความแออัดบนท้องถนน และการเดินทางรถไฟฟ้าในย่านนี้จะสะดวกขึ้นมาก
สภาพแวดล้อมใกล้เคียง

สภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการ ในระยะไม่เกิน 2 กิโลเมตรนี้ค่อนข้างโปร่งโล่ง เพราะติดถนนใหญ่ คือ ถนนเกษตร-นวมินทร์ ในระยะที่เดินได้ไม่ค่อยมีร้านอาหารเท่าไหร่ค่ะ ถ้าเดินทางจาก ม.เกษตร ลอดใต้อุโมงค์มาถึงโครงการประมาณ 1.2 กิโลเมตรนี้ จะมีอาคารธกส.ตั้งอยู่ด้านซ้าย อีกฝั่งจะเป็นกรมยุทธโยธาทหารบก มุ่งหน้าต่อจะมีร้านอาหาร The Pool Pub & Restaurant อยู่ด้านซ้าย ฝั่งตรงข้ามจะเป็นโชว์รูมโตโยต้า บัสส์ มุ่งหน้าต่อไปอีกใกล้ๆ จะถึงโครงการจะมีอาคารดาวคอฟฟี่ ถัดไปเป็นโรงพยาบาลสัตว์เกษตรนวมินทร์ ตรงนี้เป็นป้ายรถเมล์ด้วยค่ะ เดินออกมาหน้าโครงการรอรถเมล์ตรงนี้ได้เลย ฝั่งตรงข้ามกับโครงการจะเป็นบริษัทไซออนเทคค่ะ ถ้าจะกลับรถไปยัง ม.เกษตรอีกครั้ง กลับรถใต้สะพานข้ามแยกได้เลยค่ะ ห่างจากโครงการประมาณ 300 เมตรเอง 

สภาพแวดล้อมรอบๆ โครงการ 

ด้านหน้าโครงการมีสะพานลอยอยู่ใกล้ๆ ข้ามไปอีกฝั่งได้สะดวกค่ะ

บรรยากาศถนนด้านหน้าโครงการ เป็นถนนใหญ่ ช่วงบ่ายๆ รถค่อนข้างโล่งทีเดียวค่ะ 

อีกฝั่งด้านนี้มุ่งหน้าไปทางแยกเกษตรค่ะ 

เดินเลยสะพานลอยไปประมาณ 130 เมตร จะมีป้ายรถเมล์ค่ะ

เดินต่อไปอีกจะเป็นร้านถ่ายเอกสาร

ส่วนใหญ่จะเป็นตึกไม่สูงมาก และเป็นอาคารพาณิชย์เรียงยาว

โรงพยาบาลสัตว์เกษตร-นวมินทร์

อาคารดาวคอฟฟี่

คลินิกทันตกรรมเคอาร์

ส่วนถ้าออกไปด้านซ้ายมือก็ยังเป็นพื้นที่โล่งอยู่มากค่ะ

มุ่งหน้าต่อจะมีสะพานข้ามแยก ตรงนี้สามารถกลับรถใต้สะพานได้นะคะ (ห่วงจากโครงการประมาณ 300 เมตร)
รูปแบบตึก และตัวโครงการโดยรวม

เป็นโครงการคอนโด Low-Rise สูง 8 ชั้น มีทั้งหมด 3 อาคาร แบ่งเป็นอาคาร A อาคาร B และอาคาร C ห้องพักอาศัยรวมทั้งหมด 563 ยูนิต อาคาร A มีจำนวนห้องพักอาศัย 209 ยูนิต อาคาร B และ C อาคารละ 177 ยูนิต ห้องพักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 ที่นี่จะแยกอาคาร Club House ความสูง 2 ชั้น ออกมาจากอาคารพักอาศัย ชั้น 1 ของ Club House ปัจจุบันเป็นสำนักงานขาย แต่ในอนาคตจะทำเป็นช้อปร้านค้า ส่วนชั้น 2 จะเป็นห้องฟิตเนส ออนเซ็น ซาวน่า และสกายเลาจน์ที่จัดเป็นสวนบนชั้นดาดฟ้า มีสระว่ายน้ำระบบเกลืออยู่ด้านหน้าอาคาร C ขนาด 8x40 เมตร สำหรับที่จอดรถอยู่ที่ชั้น 1 บริเวณรอบโครงการ มีทั้งแบบจอดในร่ม และแบบกลางแจ้ง รวมที่จอดรถทั้งโครงการประมาณ 40% หรือประมาณ 220 คัน (แบบยังไม่รวมซ้อนคัน) พื้นที่สีเขียวรวมทั้งโครงการมีประมาณ 33% บริเวณหลังอาคาร A และด้านหน้าอาคาร B
คอนเซปต์การออกแบบของโครงการ เมโทรลักซ์ เกษตร คือ ออกแบบให้รู้สึกเหมือนได้พักอาศัยอยู่ภายในรีสอร์ทส่วนตัว ชุมชมและจำนวนลูกบ้านไม่เยอะมากจนเกินไป พอดีๆ กับสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ตัวอาคารเลือกใช้โทนสีน้ำตาลทอง มีความหรูหรานิดๆ
ทิศเหนือ และทิศตะวันออก : ติดกับบริษัท อาร์เอส กินพื้นที่ตลอดแนวตั้งแต่อาคาร A - C ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
ทิศใต้ : ห้องส่วนใหญ่หันหน้าไปทางถนนเกษตร นวมินทร์ ได้วิวเปิดโล่ง
ทิศตะวันตก : ติดกับพื้นที่เปล่า มีอาคารพาณิชย์สูง 4-5 ชั้นบ้างแต่ก็ไม่ได้อยู่ในระยะประชิด ห่างจากตัวอาคารพักอาศัยประมาณ 50 ม. ทิศนี้โดยรวมแล้วยังเป็นวิวเปิดโล่งเช่นกัน
มาดูในส่วนของ Master Plan และ Floor Plan ของโครงการกันค่ะ

ภาพ Master Plan บริเวณชั้น 1 ของโครงการ แสดงเส้นทางการเดินรถภายในโครงการ
แนวอาคารส่วนใหญ่หันหน้าเข้าหาทิศเหนือ ทิศใต้ ซึ่งมีข้อดีในเรื่องของทิศทางลม และแดด โดยห้องทางทิศใต้ข้อดีคือจะได้ลมค่อนข้างดี ส่วนห้องทางทิศเหนือก็จะโดนแดดน้อยหน่อยเหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบแดด โดยทุกอาคารจะออกแบบให้หน้ากว้างขนานกับถนนใหญ่ มีระยะห่างระหว่างแต่ละอาคารประมาณ 7 เมตร บวกลบนิดหน่อย ห้องพักอาศัยเริ่มตั้งแต่ชั้น 1 โดยห้องของอาคาร B ชั้น 1 จะได้วิวสวน ส่วนห้องชั้น 1 ของอาคาร C จะเป็นห้องแบบ Pool Access สามารถเดินลงไปยังสระว่ายน้ำได้จากระเบียงห้องเลย โดยห้องเกือบทั้งหมดที่อยู่ฝั่งสระว่ายน้ำ และสวนจะเป็นห้องขนาดตั้งแต่ 32 ตร.ม. ขึ้นไป
เส้นทางการเดินรถภายในโครงการเป็นแบบ one-way จากถนนใหญ่ขับเข้าโครงการมาแล้วจะเป็นทางบังคับให้เลี้ยวซ้ายไปทางฝั่งอาคาร A ซึ่งจะมีพื้นที่จอดรถบางส่วนอยู่ด้านหน้าอาคาร ส่วนอาคาร B และ C วิ่งวนอ้อมไปจอดรถด้านหลังอาคาร และวิ่งวนทางขวามาเรื่อยๆ เพื่อมาออกด้านหน้าโครงการอีกที ส่วนถนนภายในโครงการกว้างสุดอยู่ที่ประมาณ 20 เมตร แคบสุดประมาณ 6 เมตร
อาคาร A ชั้น 1 : เป็นอาคารรูปทรงตัว I มีล็อบบี้อยู่บริเวณโซนด้านหน้าทางติดประตูทางเข้าตัวอาคาร พื้นที่ด้านหน้าที่เหลือนั้นเป็นที่สำหรับจอดรถ ส่วนโซนด้านหลังเป็นส่วนห้องพักอาศัยจำนวน 14 ยูนิต มี Mailbox และลิฟต์โดยสาร 2 ตัว อัตราส่วนการใช้ลิฟต์เฉลี่ยทั้งอาคารอยู่ที่ 104.5 ยูนิตต่อลิฟต์ 1 ตัว
อาคาร A ชั้น 2-7 : จะเหมือนกัน เป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด มีจำนวนห้องพักอาศัยอยู่ที่ 28 ยูนิต/ชั้น วางห้องแบบ 2 Bedroom ได้บริเวณมุมอาคาร
อาคาร A ชั้น 8 : คล้ายกันกับชั้น 2 - 7 แต่ห้องแบบ 2 ห้องนอนทางทิศตะวันออกลดไป 1 ห้อง ทำให้ชั้นนี้มีจำนวนห้องพักอาศัยเหลืออยู่เพียง 27 ยูนิต

อาคาร B ชั้น 1 : เป็นอาคารรูปทรงตัว L มีล็อบบี้, Mailbox และห้องพักอาศัยจำนวน 9 ยูนิต ที่โซนด้านหน้า ส่วนโซนด้านหลังเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถ ประตูเข้า-ออกตัวอาคารเชื่อมต่อกับสวนด้านหน้าอาคาร B

อาคาร B ชั้น 2-8 : จะเหมือนกัน เป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด มีจำนวนห้องพักอาศัยอยู่ที่ 24 ยูนิต/ชั้น วางห้องแบบ 2 Bedroom ได้บริเวณมุมอาคาร

อาคาร C ชั้น 1 :  เป็นอาคารรูปทรงตัว L มีล็อบบี้, Mailbox และห้องพักอาศัย Pool Access แบบ 2 ห้องนอน จำนวน 9 ยูนิต บริเวณโซนด้านหน้าติดกับสระว่ายน้ำ ส่วนโซนด้านหลังเป็นพื้นที่สำหรับจอดรถ

อาคาร C ชั้น 2-8 : เป็นพื้นที่พักอาศัยทั้งหมด มีจำนวนห้องพักอาศัยอยู่ที่ 24 ยูนิต/ชั้น
ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวก


สิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดมาให้ลูกบ้านถือว่าคุณภาพค่อนข้างดี เทียบเท่ากับคอนโด High-Rise บางโครงการได้เลย สิ่งอำความสะดวกเกือบทั้งหมดทางโครงการจัดไว้บริเวณโซนด้านหน้าอาคาร B และอาคาร C มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลักเป็น Club House ความสูง 2 ชั้น โดยทั้งหมดที่ให้มาประกอบด้วย
  • ล็อบบี้บริเวณชั้น 1 แยกแต่ละอาคาร ดีไซน์พิเศษ 3 ฤดู
  • สระว่ายน้ำระบบเกลือ
  • สวนส่วนกลาง
  • ช้อปร้านค้า
  • ห้องออกกำลังกาย
  • ห้องซาวน่าแยกชายหญิง
  • ที่จอดรถประมาณ 40%
  • สวนพักผ่อนเล่นระดับ
  • ระบบรักษาความปลอดภัย รปภ. 24 ชม.
  • ระบบ Access control
  • กล้อง CCTV
  • ระบบป้องกันอัคคีภัย
  • ระบบไฟฟ้าแสงสว่างฉุกเฉิน บริเวณโถงทางเดิน
  • รถ Shutter Bus ไปส่งที่ BTS สถานี ม.เกษตร
  • ลิฟต์โดยสาร 2 ตัว/อาคาร
  • ฟรี Wi-Fi บริเวณส่วนกลาง

ก่อนเข้าไปในโครงการจะมีไม้กระดกกั้นอยู่ พร้อมกล้อง CCTV และพี่ รปภ. ที่คอยช่วยดูแลความปลอดภัย

ผ่านไม้กั้นมาจะเป็นจุด Drop off อยู่บริเวณด้านหน้า Club House ความสูง 2 ชั้นก่อนเลยค่ะ


ภายในโครงการเดินรถแบบ One way บังคับให้เลี้ยวซ้ายไปทางอาคาร A

พี้นที่จอดรถบริเวณด้านหน้าอาคาร A
ที่นี่มีรถตู้ Shuttle Bus ให้บริการไปส่งที่สถานี ม.เกษตร อำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านที่ทำงานใกล้ๆ
หรือต้องการไปใช้บริการรถไฟฟ้าสถานี ม.เกษตร ด้วย

ล็อบบี้แต่ละอาคารจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป
และนี้เป็นบรรยากาศภายในล็อบบี้ของอาคาร A เลือกใช้เก้าอี้โทนสีหวานๆ ดูสดใส

จากอาคาร A ขับวนมาทางขวาจะเจอที่จอดรถในร่มอยู่ด้านหลังอาคาร B และอาคาร C

พื้นที่จอดรถด้านหลังระหว่างอาคาร B และอาคาร C มีประตูทางเดิน
สามารถเดินทะลุไปยังอาคารพักอาศัย สระว่ายน้ำ และ Club House ได้

จากประตูทางเดินขับตรงมาสุดทางเลี้ยวขวา

จะวนกลับมาที่ด้านหน้า Club House และประตูทางเข้า-ออกหลักโครงการ

ช้อปร้านค้าใต้อาคาร Club House ปัจจุบันยังเป็นสำนักงานขาย
มี Wi-Fi ให้ใช้ฟรีบริเวณส่วนกลางทั้งหมดของโครงการ

พื้นที่นั่งเล่นใต้อาคาร Club House

พื้นที่สวนสีเขียวจะอยู่บริเวณหน้าอาคาร B ตกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่ และไม้พุ่ม มีชุดโต๊ะ เก้าอี้สำหรับนั่งเล่น
มาอ่านหนังสือ หรือจะมานั่งจิบกาแฟกับเพื่อนๆ ยามบ่ายที่แดดร่มลมตกก็ได้

มีน้ำพุให้ความรู้สึกสดชื่น สบายตา

สวนหย่อม และพื้นที่นั่งเล่นอีกบางส่วนบริเวณด้านหน้าอาคาร B

ได้สระว่ายน้ำขนาดค่อนข้างใหญ่สามารถว่ายได้จริงอยู่ด้านหน้าอาคาร C

สระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 8x40 เมตร ลึก 1.2 เมตร พร้อมสระเด็ก และพื้นที่สำหรับนั่งเล่นริมสระ

อ่างจากุซซี่ก็มีมาให้ด้วยเช่นกัน

ลูกบ้านที่พักห้อง Pool Access ของอาคาร A สามารถเดินลงสระว่ายน้ำจากระเบียงห้องได้เลย
มีบันไดให้เรียบร้อย สะดวกมากๆ

มีฝักบัวอาบน้ำแบบ Outdoor สำหรับให้ทำความสะอาดตัวก่อนลงสระอยู่ด้านข้าง
จากจุดนี้จะมองเห็นบันไดทางขึ้นไปชั้น 2 ของ Club House เดี๋ยวเราตามขึ้นได้ดูด้านบนกันต่อเลยค่ะ

เดินขึ้นบันไดมาจะเจอห้องห้องฟิตเนส ออกแบบเป็นกระจกมองออกไปเห็นวิวสวนด้านล่าง และวิวสระว่ายน้ำ
มีอุปกรณ์ออกกำลังกายประมาณ 12 เครื่อง เข้าออกด้วยระบบคีย์การ์ด

ห้องน้ำบน Club House แยกชาย-หญิง ภายในแต่ละห้องมีห้องซาวน่ามาให้ด้วย

ออนเซ็นระบบน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 40 องศา มีระบบเจ็ทพ่นน้ำช่วยนวดตัวให้ความรู้สึกผ่อนคลายเวลาที่นอนแช่ตัว
แต่เวลาจะใช้ต้องเปิดเองนะคะทางโครงการไม่ได้เปิดไว้ตลอดเวลา

บนชั้นดาดฟ้าของ Club House เป็นสกายเลาจน์ จัดเป็นสวนต่างระดับ

มีที่นั่งให้ลูกบ้านขึ้นมานั่งเล่นรับลม แต่คงต้องรอให้แดดร่มเสียหน่อยนะคะ เพราะตอนกลางวันค่อนข้างร้อน

จากบนนี้มองลงไปจะเห็นวิวสวนบริเวณหน้าอาคาร B แบบเต็มๆ

มี Wine Court พื้นที่นั่งเล่นอเนกประสงค์ ตั้งอยู่ระหว่างอาคาร A และอาคาร B
ตรงจุดนี้จะเห็นประตูสำหรับเดินลัดไปที่จอดรถด้านหลังอาคาร

บรรยากาศภายในล็อบบี้ของอาคาร C ตกแต่งในคอนเซปต์ Winter โทนสีขาวๆ ฟ้าๆ
ออกแบบเป็นผนังกระจกมองเห็นวิวสระว่ายน้ำ และสวนด้านนอก

บรรยากาศภายในล็อบบี้ของอาคาร B ตกแต่งในคอนเซปต์ Autumn ฤดูใบไม้ร่วง
ล็อบบี้ของทุกอาคารจัดชุดโซฟาไว้ให้หลายชุดสำหรับรับรองแขก หรือให้ลูกบ้านมานั่งเล่น

ส่วนพักอาศัยเข้า-ออกด้วยระบบคีย์การ์ดแบบล็อคอาคารเพื่อความปลอดภัย

Mailbox แยกกันแต่ละอาคารไม่ปนกัน

โถงลิฟต์ค่อนข้างกว้าง มีลิฟต์โดยสาร 2 ตัวแบบไม่ล็อคชั้น
ตำแหน่งบันไดหนีไฟจะอยู่บริเวณหัวและท้ายอาคาร ส่วนโถงทางเดินกว้าง 1.5 เมตร
ภาพห้องตัวอย่างและ Lay out
ห้องพักของโครงการแบ่งเป็นแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน เป็นห้องหน้ากว้าง ออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้จริง ขายแบบ Fully Furnished แถมเฟอร์นิเจอร์ให้ครบเกือบทั้งห้อง ทั้งเฟอร์นิเจอร์ Built-in และลอยตัวที่โครงการสั่งทำพิเศษคิดและออกแบบมาให้พอดีและเข้ากับรูปแบบห้อง โดยที่ทางโครงการให้มาก็จะมี ตู้เสื้อผ้า วอลล์เปเปอร์ เคาน์เตอร์ครัว แอร์ Mitsubishi (ที่ห้องนอน และห้องนั่งเล่น) โซฟา โต๊ะกลาง โต๊ะทานข้าว ชั้นวางทีวี ที่นอนบอกซ์สปริง ยกเว้นเครื่องใช้ไฟฟ้า และผ้าม่าน เรียกว่าแค่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มอีกนิดหน่อยก็สามารถเข้าอยู่ได้เลย
ตัวอย่าง Unit Plan ของโครงการเมโทรลักซ์ เกษตร
  1. ห้องแบบ 1 ห้องนอน Type A1 (1 ห้องนอน, 1 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น, ห้องครัวปิด) - เนื้อที่ 24.30 ตร.ม.
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้อง)
  2. ห้องแบบ 1 ห้องนอน Type B1 (1 ห้องนอน, 1 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น, ห้องครัวปิด) - เนื้อที่ 28.00 ตร.ม.
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้อง)
  3. ห้องแบบ 1 ห้องนอน Type B1-2 (1 ห้องนอน, 1 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น, ห้องครัวปิด) - เนื้อที่ 32.50 ตร.ม.
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้อง)
  4. ห้องแบบ 1 ห้องนอน Type C1 (1 ห้องนอน, 1 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น, ห้องครัวเปิด) - เนื้อที่ 28.00 ตร.ม.
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้อง)
  5. ห้องแบบ 2 ห้องนอน Type I3 (2 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น, ห้องครัวปิด) - เนื้อที่ 47.50 ตร.ม.
  6. (คลิกเพื่อชมแปลนห้อง)
  7. ห้องแบบ 2 ห้องนอน Type I4-1 (2 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น, ห้องครัวปิด) - เนื้อที่ 49.50 ตร.ม.
    (คลิกเพื่อชมแปลนห้อง)
  8. ห้องแบบ 2 ห้องนอน Type I4-2 (2 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ, 1 ห้องนั่งเล่น, ห้องครัวปิด) - เนื้อที่ 49.40 ตร.ม.
  9. (คลิกเพื่อชมแปลนห้อง)
ภาพห้องตัวอย่างแบบ 1 ห้องนอน


พื้นห้องยกสูงขึ้นมาจากโถงทางเดินเล็กน้อย

ประตูทางเข้าห้องเป็นประตูลายไม้ มือจับแบบการโยก พร้อมช่องมองตาแมว ด้านหลังประตูติดตัวกันกระแทกมาให้

เปิดประตูเข้ามาจะเจอกับห้องนั่งเล่น พื้นปูด้วยลามิเนตลายไม้ ความหนา 8 มม. ความสูงของห้อง 2.45 เมตร
ทางขวาของห้องจะเป็นตำแหน่งของห้องนอน ห้องน้ำ และชั้นวางทีวี
ทางโครงการให้ชั้นวางทีวีสีขาว มีลิ้นชัก 1 ช่อง และช่องสำหรับใส่ของอีก 1 ช่องมาให้ด้วย

ด้านซ้ายของห้องเป็นตำแหน่งของโซฟา มุมทานอาหาร และถัดไปเป็นห้องครัว
บนเพดานได้ไฟดาวน์ไลท์ทรงสี่เหลี่ยม ได้วอลล์เปเปอร์สีโทนสว่าง 

ได้โซฟาสีสว่างขนาด 2 ที่นั่งมีที่วางแขน พร้อมโต๊ะกลาง

ระยะดูทีวีอยู่ที่ประมาณ 2.5 เมตร

มุมทานอาหารอยู่ระหว่างห้องนั่งเล่นและห้องครัว ได้โต๊ะทานอาหารขนาด 2 ที่นั่ง ตั้งชิดติดผนัง พร้อมเก้าอี้ 2 ตัว
สามารถเลื่อนเก้าอี้ออกมานั่งได้พอดีๆ ไม่แคบจนเกินไป

ห้องครัวกั้นเป็นสัดส่วนด้วยประตูบานเลื่อนแบบ 3 ตอน กระจกเขียวตัดแสงกรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ
ข้อดีคือเปิดได้กว้าง แต่ห้องจริงไม่มีม่านให้ต้องติดตั้งเอง

ครัวได้โทนสีตามนี้ ทั้งห้องแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน เคาน์เตอร์ครัวติดมาให้ 1 ฝั่ง
หน้าท็อปเป็นหินเทียมโทนสีขาว ทางโครงการไม่ได้ติดเครื่องดูดควันมาให้
แต่เวลาทำอาหารก็สามารถเปิดประตูระเบียงเพื่อช่วยระบายกลิ่นแทนได้

ใต้เคาน์เตอร์ครัวแบ่งเป็น 4 ช่อง ด้านซ้ายเป็นช่องใส่ของใต้อ่างล้างจาน ตรงกลางเป็นช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้า
ทางซ้ายบนเป็นลิ้นชักใส่ช้อมส้อม และช่องล่างเป็นช่องใส่อเนกประสงค์สำหรับเก็บอุปกรณ์ขนาดไม่ใหญ่มาก

มีซิงค์ล้างจานทรงสี่เหลี่ยมแบบหลุมเดียวสีขาวเป็นชิ้นเดียวกับเคาน์เตอร์ครัว พร้อมก๊อกน้ำ ไม่มีที่พักจาน

ทางโครงการ Built-in ตู้เก็บของมาให้ บานพับตู้แบบธรรมดา ไม่ใช่ Soft-closed
ผนังฉาบปูนเรียบทาสี ติดตั้งปลั๊กไฟ และสวิตช์มาให้

ฝั่งตรงข้ามเป็นที่สำหรับวางตู้เย็น พื้นห้องครัวปูด้วยกระเบื้องแกรนิตโต้ขนาด 60 x 60 ซม.

ประตูระเบียงแบบบานเลื่อน 2 ตอน เป็นกระจกสีเขียวตัดแสงกรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติ
ราวกันตกเป็นเหล็กซี่ ความสูงประมาณ 110 ซม. พื้นระเบียงปูด้วยกระเบื้องเซรามิกสีเทา

ที่ระเบียงติดไฟที่ผนังมาให้ 1 ดวง พร้อมติดกริลล์บังสายตาบริเวณด้านข้างคอมเพรสเซอร์แอร์
ส่วนที่ตัวคอมเพรสเซอร์แอร์ควรติดกริลล์เพื่อช่วยเป่าลมร้อนหันไปทางด้านนอกอาคารก็จะดี

หน้าห้องนอนได้ลิ้นชักเก็บของสีขาวแบบ 4 ชั้น

ประตูสำเร็จรูปลายไม้ พื้นในห้องนอนเป็นพื้นลามิเนต หนา 8 มม.
ตู้เสื้อผ้า Built-in แบบบานเลื่อน ความสูงจากพื้นจรดฝ้า หน้าบานปิดผิวด้วยลามิเนตลายไม้ ติดกระจกเงาเต็มบาน 1 ข้าง

ได้เตียงบอกซ์สปริง 5 ฟุต พร้อมฐานรอง แต่ว่าไม่ได้หัวเตียง
ภายในห้องได้ไฟดาวน์ไลท์ 2 ดวง และแอร์ 1 เครื่องติดอยู่บริเวณปลายเตียง

ได้หน้าต่างบานใหญ่ด้านบนแบบบานเลื่อน ด้านล่างแบบบานติดตาย กรอบอลูมิเนียมสีธรรมชาติเป็นกระจกเขียวตัดแสง ข้อดีของกระจกบานใหญ่คือแสงเข้าได้ดีทำให้ห้องดูสว่าง

ด้านข้างเตียงยังเหลือพื้นที่สำหรับวางโต๊ะข้างเตียงได้อีก ซึ่งทางยังใจดีให้โต๊ะข้างเตียงที่เป็นลิ้นชัก 2 ชั้นมาให้ด้วย
หน้าห้องน้ำ Built-in เป็นโต๊ะเครื่องแป้งให้ดูเป็นตัวอย่าง ทางโครงการไม้ได้ให้มานะคะ

ห้องน้ำแบบ Double Access เข้าออกได้ 2 ทาง ทั้งจากทางห้องนอน และทางห้องนั่งเล่น

ประตูบานสำเร็จ UPVC มือจับลูกบิด ด้านล่างเป็นบานเกล็ดระบายอากาศ
พื้นปูด้วยกระเบื้องเซรามิกขนาด 30x30 ซม. ลดระดับลงเล็กน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลไปห้องอื่น

โถสุขภัณฑ์ และอ่างล้างหน้าเซรามิกเคลือบสีขาว ยี่ห้อ COTTO

มีช่องสำหรับเก็บของใต้อ่างล้างหน้า

ห้องอาบน้ำเป็นกระจกนิรภัยเทมเปอร์แบบเปิดเข้าด้านใน มือจับเป็นรูปตัว U
ได้ชุดฝักบัวอาบน้ำพร้อม Rain Shower และเครื่องทำน้ำอุ่นมาให้พร้อมใช้งาน

ธรณีสูงประมาณ 5 ซม.

ทางโครงการเจาะผนังไว้บางส่วน สามารถหาชั้นวางของมาตั้งไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์อาบน้ำได้เยอะพอสมควร

ในห้องน้ำได้ไฟดาวน์ไลท์ทรงสี่เหลี่ยม 2 ดวง และเครื่องดูดอากาศ
ภาพห้องตัวอย่างแบบ 2 ห้องนอน


ประตูทางเข้าห้องเป็นประตูบานเรียบลายไม้ มือจับแบบก้านโยก พร้อมช่องมองตาแมว

เข้าประตูมาจะเป็นห้องนั่งเล่น เฟอร์นิเจอร์ และผนังห้องของจริงติดวอลล์เปเปอร์สีโทนสว่าง เหมือนห้องแบบ 1 ห้องนอน

ทางขวามือเป็นชุดโซฟาขนาด 2 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลางขนาดไม่ใหญ่มาก

ฝั่งตรงข้ามเป็นชั้นวางทีวี ระยะดูทีวีประมาณ 2 เมตร
ห้องนี้จัดห้องนั่งเล่นให้เชื่อมต่อกับพื้นที่ทานอาหาร และระเบียงที่เป็นประตูกระจกบานเลื่อน
ทำให้แสงธรรมชาติเข้ามาได้เยอะขึ้นช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดี

ได้โต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมเก้าอี้ 4 ที่นั่ง 

ได้ครัวเปิดตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างกับห้องนอนรอง และห้องน้ำ อาจไม่เหมาะกับคนที่ชอบทำอาหารหนักๆ

ภายในห้องนอนรองเหมาะสำหรับวางเตียงขนาด 3.5 ฟุต

หลังประตูเป็นตำแหน่งตู้เสื้อผ้าเหมือนห้องที่แล้ว มีตัวกันกระแทกมาให้
จากภาพจะเป็นว่าพื้นที่ข้างเตียงค่อนข้างกว้าง สามารถยืนแต่งตัวได้สบายๆ

ในห้องน้ำเปิดเข้ามาจะเจอกับห้องอาบน้ำอยู่ตรงกลาง ทางซ้ายเป็นโถสุขภัณฑ์ ทางขวาเป็นอ่างล้างหน้า
ห้องน้ำจุดนี้ใช้ร่วมกันระหว่างห้องนอนรองกับห้องรับแขก

ย้ายเข้าไปดูในห้อง Master bedroom กันต่อค่ะ

ในห้อง Master bedroom วางเตียงขนาด 5 ฟุต ได้เตียงบอกซ์สปริง พร้อมฐานรอง
สำหรับคนที่ชอบดูทีวีในห้องนอน จะหาทีวีมาแขวนไว้ที่ผนังด้วยก็ได้

พื้นที่ข้างเตียงเหลือสำหรับวางโต๊ะหัวเตียงได้สบาย โครงการให้โต๊ะหัวเตียงมาด้วย 2 ข้าง
ห้องนี้มีห้องน้ำในตัวค่อนข้างสะดวกสบายไม่ต้องเดินไปใช้ด้านนอก ได้ตู้เสื้อผ้า 1 ตู้

ด้านหน้าห้องน้ำ Built-in เป็นโต๊ะเครื่องแป้ง (เป็นของตกแต่ง)

ภายในแบ่งฟังก์ชั่นเป็น 3 ส่วนเหมือนเดิม คืออ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และพื้นที่อาบน้ำ

ปลั๊ก-สวิตช์ไฟพลาสติกสีขาวของ Bticino
ราคาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องโดยประมาณ (16 ก.พ. 60)
  • ราคาเริ่มต้น 1 ห้องนอน ขนาด 28.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 2.48 ล้านบาท
  • ราคาเริ่มต้น 2 ห้องนอน ขนาด 47.5.00 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 4.5 ล้านบาท
  • ราคาเฉลี่ยต่อ ตร.ม. ประมาณ 95,000 -100,000 บาท
ค่าส่วนกลาง : 40 บาท/ตร.ม./เดือน (ชำระล่วงหน้า 1 ปี) ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
เงินกองทุนแรกเข้า : 500 บาท/ตร.ม. (เก็บครั้งเดียว) ผู้ซื้อเป็นผู้ชำระ
เงินจอง : 10,000 บาท สำหรับ 1 ห้องนอน และ 20,000 บาท สำหรับ 2 ห้องนอน
ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ : ผู้ซื้อและผู้ขายแบ่งชำระค่าใช้จ่ายคนละครึ่ง
โปรโมชั่น
  • ฟรี เฟอร์นิเจอร์
  • ฟรี เครื่องปรับอากาศ
  • ฟรี ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
สถานะปัจจุบันของโครงการ (16 ก.พ. 60)
โครงการเมโทรลักซ์ เกษตร ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้ลูกบ้านเข้าอยู่ตั้งแต่ปลายปี 59 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 70% โดยห้องที่ยังเปิดขายปัจจุบันยังมีให้เลือกครบทุกอาคาร ทั้งแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน
แก้ไขล่าสุด : 22 ต.ค. 60
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม