ค้นหา โทรศัพท์มือถือ mobilephone

รีวิวโทรศัพท์มือถือ : Huawei Mate 9 สานต่อความสำเร็จกล้องคู่ Leica ที่พรีเมี่ยมกว่าเดิม

รีวิว Huawei Mate 9 สานต่อความสำเร็จกล้องคู่ Leica ที่พรีเมี่ยมกว่าเดิม

วันที่ : 26 ธ.ค. 59
เข้าชม : 15,763 ครั้ง

รีวิว Huawei Mate 9 สานต่อความสำเร็จกล้องคู่ Leica ที่พรีเมี่ยมกว่าเดิม
Huawei Mate 9 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงรุ่นล่าสุด มาพร้อมกล้องคู่ Leica เหมือนกับ Huawei P9 แต่มีการปรับปรุง และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม รวมทั้งหน้าจอขนาดใหญ่ 5.9 นิ้วถูกใจคนที่ชอบสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดใหญ่แน่นอน แถมยังมาพร้อมชิปเซ็ต Hisilicon Kirin 960 รุ่นใหม่ล่าสุดอีกด้วย นอกจาก Huawei Mate 9 แล้วในตระกูลนี้ทาง Huawei ยังมีอีก 2 ตัวเลือกสำหรับแฟนๆ Huawei Mate Series ได้แก่ Huawei Mate 9 Pro และ Porsche Design Mate 9 ซึ่งจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยทุกรุ่นเลยครับ นอกจากนี้จริงๆ แล้วยังมี Huawei Mate 9 Lite อีกรุ่นซึ่งเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแล้วในชื่อ Huawei GR5 2017 นั่นเอง ซึ่งเราจะมีรีวิวให้อ่านกันในช่วงหลังปีใหม่นะครับ
Huawei Mate 9 เป็นสมาร์ทโฟนสเปคสูง และมี Design และวัสดุ การประกอบ ที่ดูพรีเมี่ยมมากๆ สวยมากเลยละครับ สำหรับราคาเปิดตัวอยู่ที่ 23,900 บาท ในประเทศไทยจะวางจำหน่าย 2 สีได้แก่ Champagne Gold และ Mocha Brown

อุปกรณ์ในกล่อง
Huawei Mate 9 มาพร้อมกล่องที่ดูหรูหรา มีชื่อรุ่นสีทองบนกล่องกระดาษสีดำเท่จริงๆ และด้านล่างมีโลโก้ Leica Dual Camera เป็นจุดขายสำคัญเช่นเคย ภายในกล่องจะมีอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
  • ตัวเครื่อง Huawei Mate 9
  • อะแดปเตอร์
  • สาย USB Type-C
  • ตัวแปลงพอร์ท USB Type-C เป็น Micro USB
  • หูฟัง
  • เข็มจิ้มซิม
  • เคส
  • คู่มือ




ดีไซน์
Huawei Mate 9 โดยรวมการออกแบบเหมือนกับรุ่นก่อนอย่าง Huawei Mate 8 แต่ปรับปรุงในส่วนของกล้องคู่ หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 5.9 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080P กระจกโค้ง 2.5D หน้าจอสวยมากครับ ถึงความละเอียดยังไม่อัพขึ้นไประดับ QHD แต่ก็เป็นหน้าจอที่สวย คม และสีสันสดใสมาก ความสว่างสูง
วัสดุตัวเครื่องเป็นโลหะแทบจะทั้งหมด งานประกอบไร้รอยต่อ Unibody มีการเคลือบผิวเหมือนกับ Huawei P9 Plus ช่วยให้ตัวเครื่องดูเงางาม ไม่ลื่นมือ และปกป้องตัวเรือนทำให้เป็นริ้วรอยยากยิ่งขึ้น ด้านบนมีลำโพงสนทนา กรุด้วยตะแกรงโลหะ ถัดมาเป็นเซ็นเซอร์ และกล้องหน้า ส่วนด้านล่างจะมีโลโก้ Huawei พื้นผิวด้านหน้าจะมีลวดลายครับ ทำให้ดูไม่เรียบเกินไป



ด้านหลังจะเห็นว่าด้านบน และด้านล่างจะมีปิดด้วยพลาสติก เป็นตำแหน่งของเสาอากาศ กล้องคู่ออกแบบสวยดีครับ ดูหรูหราตัดขอบเงางาม ชุดกล้องนูนขึ้นมาเล็กน้อย มีโลโก้ Leica ชัดเจน ด้านซ้ายเป็นไฟแฟลชคู่ LED แบบทูโทน ส่วนด้านขวาจะรวมเทคโนโลยี 4-in-1 hybrid autofocus (laser, phase-detect, depth และ contrast detection) เหนือกล้องจะเป็นไมค์ตัดเสียงรบกวน

ด้านล่างจะเป็นสแกนลายนิ้วมือ ให้ความไวและแม่นยำมากๆ สามารถสแกนได้มากถึง 5 ลายนิ้วมือ แถมยังสามารถใช้คำสั่งลัดผ่านเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วได้อย่างหลากหลาย เหมือนเป็น Touchpad เช่น
  • แตะที่สแกนลายนิ้วมือขณะที่อยู่ในโหมดกล้องเพื่อถ่ายภาพ หรือวีดีโอ
  • แตะที่สแกนลายนิ้วมือเพื่อรับสายโทรศัพท์
  • แตะที่สแกนลายนิ้วมือเพื่อปิดนาฬิกาปลุก
  • ลากนิ้วลงมาที่สแกนลายนิ้วมือเพื่อเปิดดูการแจ้งเตือน ลากนิ้วขึ้นเพื่อปิดแผงการแจ้งเตือน แตะสองครั้งเป็นการลบประวัติการแจ้งเตือน
  • ขณะที่อยู่ในโหมดแกลเลอรี่สามารถลากนิ้วเพื่อเลื่อนดูรูปภาพได้ โดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ


ขอบด้านข้างตัวเครื่องงามมากครับ เป็นโลหะขัดลายเนื้อเดียวกับด้านหลัง มีการเจียรขอบแบบ Diamond Cut สวยงามมากๆ ด้านบนมีพอร์ทหูฟังขนาด 3.5 มม. และ Infrared port
ด้านล่างออกแบบคล้ายลำโพงคู่ แต่จริงๆ แล้วลำโพงอยู่ด้านขวาครับ ด้านซ้ายจะเป็นไมโครโฟน แต่ว่า Huawei Mate 9 มีลำโพงคู่นะครับ โดยจะใช้ลำโพงสนทนาเป็นลำโพงอีกตัว เสียงที่ได้ดังมาก คมชัดและมีมิติดีครับ และตรงกลางเป็นพอร์ท USB Type-C


ด้านซ้ายมีช่องใส่ซิมแบบไฮบริด Huawei Mate 9 รองรับ 3CA นะครับ โดยซิมแรกจะรองรับคลื่น 4G LTE และซิมที่สองจะรองรับ 3G ใครที่ซีเรียสเรื่องสมาร์ทโฟน 3CA รุ่นนี้รองรับครับผม และด้านขวาจะมีปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power


ในกล่องมีเคสมาให้ด้วย เป็นเคสแบบแข็ง งานดูดีครับใส่แล้วเครื่องยังบาง เพราะเคสบางมากและยืดหยุ่น สวยดีนะเอามาใส่สลับกับเคสหนังแท้ Leica ที่แถมให้สำหรับคนที่สั่งจองล่วงหน้าก็เข้าท่าดีครับ




แบตเตอรี่
Huawei Mate 9 ในชุดจำหน่ายมีตัวแปลงพอร์ท USB Type-C เป็น Micro USB มาให้ด้วยนะครับ และสำหรับแบตเตอรี่รุ่นนีมีความจุ 4,000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว SuperCharge จากการทดสอบแบตเตอรี่อึดมากครับ สามารถใช้งานข้ามวันได้สบายๆ แต่ถ้าเล่นเกมก็ลดเร็วพอสมควรน่าจะเพราะสเปคที่สูง และเครื่องค่อนข้างร้อนเร็วครับ เวลาเล่นเกมหรือถ่ายรูปนานๆ แต่ก็ไม่ได้ร้อนจนผิดปกติอะไรนะครับ

หน้าจอและอินเตอร์เฟส
Huawei Mate 9 ทำงานบน Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย EMUI 5.0 หน้าตาสวย ก็คล้ายๆ เดิม ความเร็ว และความลื่นไหลทำได้ดีสมเป็นรุ่นระดับท็อป ที่ผมชอบมากก็คือ UI ออกแบบให้สามารถเลือกได้ 2 รูปแบบ ได้แก้รูปแบบเดิม และรูปแบบที่กลับมามีหน้า App Drawer ซึ่งน่าจะถูกใจกันอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ลื่นดีครับ (เข้าไปที่ตั้งค่า>สไตล์ของหน้าจอหลัก จะมีให้เลือก 2 รูปแบบ)


นอกจากนี้ยังปรับ Transition ได้ 8 รูปแบบ และเลือกอัตราส่วนไอค่อนบนหน้าจอได้ 3 รูปแบบ มีให้ตั้งค่าจัดไอค่อนหน้าจออัตโนมัติ, เขย่าเครื่องเพื่อให้ไอค่อนจัดตำแหน่งให้เป็นระเบียบ, ตั้งค่าว่าจะให้มีตัวเลขแสดงการแจ้งเตือนที่ไอค่อนหรือไม่, ตั้งค่าแสดงการแนะนำแอปอัตโนมัติ, ตั้งค่าให้หน้าจอวนกลับ, เปิด-ปิด Hiboard (ปกติจะอยู่หน้าซ้ายสุด), หมุนหน้าจอหลักอัตโนมัติ และ Wallpaper สามารถปรับความคมชัดได้ ช่วยให้ไอค่อนดูเด่นขึ้น ทำให้ดูหน้าจอง่ายยิ่งขึ้น หน้าจอสามารถปรับอุณหภูมิสีเพื่อถนอมสายตากรองแสงสีน้ำเงิน และสามารถปรับโทนสีหน้าจอได้อย่างละเอียด


ฟังก์ชั่นปุ่มแผงไอค่อนลัด จะเป็นคำสั่งลัดอยู่ตรงขอบจอ สามารถย้ายที่ได้อิสระ โดยจะมีคำสั่ง Back, Home, Recent App, Lock Screen, Clear App และปุ่มสัมผัสด้านล่างสามารถสลับตำแหน่งตามแต่ความถนัดได้เอง

Motion Control และ Knuckle Gestures
  • พลิกเครื่องเพื่อปิดเสียงสายเรียกเข้า หรือการแจ้งเตือนและเสียงนาฬิกาปลุก
  • ยกสมาร์ทโฟนขึ้นมา เสียงเรียกหรือการแจ้งเตือน และเสียงนาฬิกาปลุกเข้าจะเบาลง
  • ยกแนบหูเพื่อรับสาย, โทรออก, สลับเสียงจากหูฟัง Bluetooth มาที่ลำโพงเครื่อง
  • ใช้ข้อนิ้วเขียนบนหน้าจอ ในการจับภาพหน้าจอ ซึ่งสามารถจับภาพหน้าจอได้หลายรูปแบบ
  • ใช้ข้อนิ้ววาดตัวอักษรเพิ่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ
  • ใช้ข้อนิ้วขีดตรงกลางหน้าจอแนวนอน เพื่อเปิดใช้งาน Multi Window ซึ่งจะช่วยให้เราทำงาน 2 อย่างไปพร่อมๆ กันได้
จากการทดสอบสามารถทำงานได้อย่างลื่นไหลและแม่นยำ แต่ว่าต้องใจถึงนะครับ เพราะต้องใช้แรงพอสมควรเลย เป็นฟังก์ชั่นที่มีมานานแล้วครับ แต่คนไม่ค่อยจะใช้งานกัน ส่วนตัวผมมองว่ามันต้องออกแรงมากไปหน่อยนะครับ คนที่ถนอมๆ เครื่องนี่ไม่กล้าใช้กันเลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นใช้งานมือเดียว ใช้นิ้วปัดที่แถบด้านล่าง หน้าจอจะย่อส่วนให้เราใช้งานมือเดียวได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งมีประโยชน์มากครับสำหรับหน้าจอขนาด 5.9 นิ้วแบบนี้ และสามารถย่อขนาดแป้นคีย์บอร์ดได้ด้วย (เฉพาะที่มากับเครื่องเท่านั้นนะครับ) วิธีย่อต้องมาเปิด-ปิดที่การตั้งค่าเองครับ อยู่ตรง การตั้งค่า>ความช่วยเหลือแบบอัจฉริยะ>ใช้ UI ด้วยมือเดียว>การเปลี่ยนแป้นพิมพ์




Voice Control
เราสามารถใช้คำสั่งเสียงกับ Huawei Mate 9 ได้ด้วยนะครับ โดยจะรองรับภาษาอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, สเปน, โปรตุเกส และรัสเซีย (น่าเสียดาย ยังไม่รองรับภาษาไทย)

สำหรับคนรักสุขภาพ มีฟังก์ชั่นนับก้าวมาให้ใช้งานกันด้วย หน้าตาแอปพลิเคชั่นสวยดีทีเดียว ระหว่างการออกกำลังกายสามารถระบุระยะทางผ่าน GPS ได้ด้วย และมีการเก็บสถิติอย่างละเอียดเพื่อคำนวนให้เราสามารถวางแผนออกกำลังกายได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกนั้นก็มีแอปพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกติดเครื่องมานิดหน่อยครับ


การถ่ายภาพ
หัวใจหลักของ Huawei Mate 9 มาแล้ว เรื่องกล้องคู่ถือเป็นพระเอกของรุ่นนี้เลย ซึ่งมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นกว่า Huawei P9 กล้องร่วมกันพัฒนากับ Leica เป็นกล้องคู่ โดยจะแบ่งเป็นกล้องขาวดำ ความละเอียด 20MP F2.2 และกล้องสี ความละเอียด 12MP F2.2 มาพร้อมระบบกันสั่น OIS และเทคโนโลยี 4-in-1 hybrid autofocus นั่นคือการรวมเอา laser, phase-detect, depth และ contrast detection เอาไว้ด้วยกัน และไฟแฟลชคู่ LED แบบทูโทน รองรับ Optical Zoom 2X
UI ของกล้องออกแบบได้ใช้ง่ายมากๆ สำหรับมือใหม่ก็ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก ด้านซ้ายมีคำสั่งสลับกล้องหน้า-หลัง, ปรับเอฟเฟคสี, Film Mode, เปิด-ปิดค่ารูรับแสง (Aperture) หรือหน้าชัดหลังเบลอ หน้าเบลอหลังชัด ปรับได้ตั้งแต่ f/0.95-16 เลยทีเดียว
ด้านขวาจะเป็นโหมดโปร ตั้งค่าแบบมืออาชีพได้ตรงนี้ ประกอบด้วยการวัดแสง ซึ่งมีให้เลือก 3 แบบ, ISO ตั้งแต่ 50-3200, Speed Shutter ตั้งแต่ 1/4000-30, ชดเชยแสงตั้งแต่ -4.0 ถึง 4.0, Auto Focus มีให้เลือก 3 แบบได้แก่ AF-S หาโฟกัสอัตโนมัติทีละภาพ AF-C หาโฟกัสอัตโนมัติแบบต่อเนื่อง MF หาโฟกัสด้วยตัวเอง, White Balance
และในโหมดกล้องจะแบ่งออกเป็น 3 หน้านะครับทางซ้ายจะเป็นโหมดถ่ายภาพต่างๆ ซึ่งจัดเต็มมาให้แบบจุใจจริงๆ ส่วนทางขวาจะเป็นโหมดตั้งค่าซึ่งคำสั่งลายน้ำ Leica เท่ๆ จะอยู่ตรงนี้ครับ

สำหรับคุณภาพต้องบอกว่าทำได้ดีครับ สำหรับภาพถ่ายผลงานออกมาดีทีเดียว ถ่ายสนุก แต่บางสภาพแสงก็เพี้ยนได้ง่ายๆ น่าจะมีการแก้ไขอัพเดทให้นิ่งเหมือน Huawei P9 ในภายหลัง แต่โหมดปรับแต่งค่ารูรับแสงนี่มันว้าวมากๆ ครับ ดูเนียนและฉลาดกว่าเดิมมาก ถ่ายสนุกมากจริงๆ และโหมดขาว-ดำทำได้ดีเช่นเคย ผมว่ามีถ่ายกันเพลินละครับ เรามาดูตัวอย่างภาพถ่ายของ Huawei Mate 9 กันเลย

ทดสอบ Optical Zoom 2X ใน Huawei Mate 9 ต้องบอกว่าทำได้ดีเกินคาดเลยนะครับ โดยส่วนตัวผมอยากซื้อมาใช้เลยนะเนี่ย เอาไปถ่ายรูป เก็บข้อมูล เวลาไปทำงานนอกสถานที่ต่างๆ เหมาะมากๆ เลย



ตัวอย่างภาพโหมดปรับแต่งค่ารูรับแสง ออกมาสวยมากเลยครับ และภาพที่เราถ่าย สามารถนำมาปรับแต่งค่ารูรับแสงเองทีหลังได้ด้วยนะ ไม่จำเป็นต้องถ่ายให้สวยตั้งแต่แรก








ตัวอย่างภาพถ่ายในโหมดขาว-ดำ
















ตัวอย่างภาพถ่ายโหมดปกติ


ทดสอบถ่ายภาพ Selfie มีโหมด Face Beauty ซึ่งปรับได้ถึง 10 ระดับ ทดสอบทั้งในร่มและกลางแจ้ง ในตัวอย่าง ปิดฟังก์ชั่น Face Beauty, เปิดระดับ 5 และเปิดระดับ 10 ผมว่าเขาปรับมาให้เหมาะกับสาวๆ มากกว่าหนุ่มๆ นะเนี่ย หน้าขาวอมชมพูสุดๆเลย แต่ดูสวยดีครับ สาวๆ น่าจะชอบกัน
การประมวลผล
Huawei Mate 9 สเปคสูงสมราคาครับ ชิปเซ็ต Hisilicon Kirin 960, CPU Octa-core (2.4 GHz Cortex-A73 & 1.8 GHz Cortex-A53), GPU Mali-G71 MP8, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB สามารถเพิ่ม Micro SD Card ได้สูงสุด 256GB มาดูคะแนนทดสอบกัน



  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น Quadrant Standard ทำไปได้ 38,951 คะแนน
  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น AnTuTu Benchmark ทำไปได้ 124,422 คะแนน
  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น NenaMark2 ทำไปได้ 60.8 fps
  • ทดสอบด้วยแอปพลิเคชั่น MultiTouch Tester รองรับ 10 จุด
  • ทดสอบสัญญาณ GPS จับสัญญาณได้อย่างรวดเร็วดี
การเชื่อมต่อ
  • 2G GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 - SIM 1 & SIM 2
  • 3G HSDPA 800 / 850 / 900 / 1700(AWS) / 1900 / 2100
  • 4G LTE band 1(2100), 2(1900), 3(1800), 4(1700/2100), 5(850), 7(2600), 8(900), 9(1800), 12(700), 17(700), 18(800), 19(800), 20(800), 26(850), 28(700), 29(700), 38(2600), 39(1900), 40(2300), 41(2500)
  • ความเร็ว HSPA 42.2/5.76 Mbps, LTE-A (3CA) Cat12 600/150 Mbps
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, DLNA, WiFi Direct, hotspot
  • Bluetooth 4.2, A2DP, EDR, LE
  • GPS, A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO
  • USB Type-C 2.0, Type-C 1.0 reversible connector
  • พอร์ทหูฟังขนาดมาตราฐาน 3.5 มม.
  • เซ็นเซอร์ Fingerprint (rear-mounted), accelerometer, gyro, proximity, barometer, compass

การเล่นสื่อมีเดียต่างๆ
Huawei Mate 9 เรื่องความบันเทิงทำได้น่าประทับใจครับ ลำโพงคู่เสียงดี เสียงผ่านหูฟังก็แจ่มแจ๋วไปเลย เครื่องเล่นเพลงหน้าตาสวย มีลูกเล่นแตะที่ปุ่ม Play ค้างไว้จะขึ้นเป็นตัวเลข กำหนดว่าเราจะเล่นเพลงเดิมซ้ำๆ กี่รอบ สำหรับรุ่นนี้ไม่มีวิทยุ FM ในตัวนะครับ

ทดสอบคลิปวีดีโอความละเอียด Full HD 1080P ลื่นไหลดีครับ และเครื่องเล่นของ Huawei แจ๋วทีเดียวนะ ลูกเล่นเยอะ สามารถปรับความเร็วในการเล่นได้ด้วย รวมทั้งมีลูกเล่นย่อหน้าต่างให้มีขนาดเล็กลง Popup Play

ทดสอบความแรงด้วยเกมอย่าง N.O.V.A. 3 และ GT Racing 2 น่าประทับใจมากครับ ลื่นไหลไม่มีสะดุดเลย เหมาะกับการเล่นเกมมากๆ เพราะนอกจากสเปคแรงแล้ว หน้าจอยังใหญ่เต็มตาอีกด้วย

สรุป
Huawei Mate 9 เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าประทับใจครับ ตัวเครื่องสวย หน้าจอใหญ่ คม และสว่าง การใช้งานลื่นไหลรวดเร็ว สมกับเป็นเครื่องระดับท็อป กล้องคู่ที่จับมือกับ Leica ยังคงน่าประทับใจ ถ่ายสนุกมาก ไม่น่าแปลกใจเลยที่คนที่เคยใช้ Huawei P9 ถ้าคิดจะเปลี่ยนมือถือก็อยากจะได้กล้องคู่อีก แถมในเรื่องความบันเทิงยังครบเครื่อง เสียงดี และแบตเตอรี่อึด แถมเรื่อง GPS ต้องขอชมเลยครับ จับสัญญาณได้ใวมากๆ
สำหรับข้อติติงก็มีเรื่องเดียวละครับ ในราคาขนาดนี้น่าจะจัดหน้าจอ QHD มาให้ด้วย ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการจัดเต็มก็ต้องรอ Huawei Mate 9 Pro กันละครับ แต่หน้าจอจะเล็กลง (แต่ว่าเป็นหน้าจอโค้ง) หรืออยากจะไฮโซให้สุดขีดก็รอจัด Porsche Design Mate 9 กันไปเลย สุดท้ายนี้กับเจ้า Huawei Mate 9 ผมอยากได้มาใช้เป็นเครื่องส่วนตัวเลยละ ชอบมากทีเดียว


ข้อดีของ Huawei Mate 9
  1. Design สวยหรู สมเป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม
  2. 4G LTE Cat12 600/150 Mbps รองรับ 3CA (ซิมแรกรองรับ 4G ส่วนซิมสองรองรับ 3G)
  3. หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 5.9 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080P กระจกโค้ง 2.5D สวยมากๆ
  4. สเปคสูง การใช้งานลื่นไหล และรวดเร็ว
  5. มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ที่แม่นยำมาก
  6. กล้องคู่ Leica ที่พัฒนาสเปคให้ดีขึ้นกว่าเดิม มอบประสบการณ์ การใช้งานที่น่าประทับใจ
  7. คุณภาพเสียงดีมาก มาพร้อมลำโพงคู่
  8. แบตเตอรี่อึด มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว SuperCharge
  9. ทำงานบน Android 7.0 Nougat ครอบทับด้วย EMUI 5.0
ข้อด้อยของ Huawei Mate 9
  1. ยังมีอาการสะอึกที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นอยู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งน่าจะแก้ไขได้ในอัพเดทใหม่ๆ
  2. กล้องในบางสภาพแสง White Balance ไม่ฉลาดพอ ต้องมาปรับเอง
  3. สำหรับราคานี้หน้าจอควรมีความละเอียด QHD ได้แล้ว
  4. Knuckle Gestures ใช้งานค่อนข้างลำบากไปหน่อย
แก้ไขล่าสุด : 26 พ.ค. 60
โดย
:
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม
กองบรรณาธิการ เช็คราคา.คอม

รีวิวโทรศัพท์มือถือล่าสุด